กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1681: แรงผลักดันอันยิ่งใหญ่
มีจักรพรรดิเซียนมากมายเดินทางมายังห้วงอเวจี
มหาดารา หลายคนเป็นจักรพรรดิเซียนระดับสูง
ส่วนจักรพรรดิเซียนคนอื่นที่ไม่ได้มาร่วมรับชมการ
แข่งขันครั้งนี้ แต่ก็ยังให้ความสนใจในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน กล่าวได้ว่าเวลานี้ทั้งสวรรค์ก าลัง
พูดคุยเกี่ยวกับบททดสอบจักรพรรดิเซียน ส่วนหัวข้อ
หลัก ๆ ก็จะเป็นเรื่องของหยางเชียนบุตรชายของ
เทพสามตาและหลี่เทียนจีบุตรชายของเทพนาจา
ไม่ว่าจะเป็นคนใดก็ตามการที่มีโอกาสได้เข้าสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์ คนผู้นั้นจะกลายเป็นจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ ส าหรับบนสวรรค์แล้วถือว่ามี
ความส าคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันอาจจะส่งผลกับ
ทิศทางสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นบนสวรรค์ในอนาคต
ข้างหน้าไปอีกหลายล้านปี
อย่างเช่นจักรพรรดิเซียนระดับเทพสามตาถือเป็นผู้ที่
มีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงบนสวรรค์
ถ้าหยางเชียนสามารถกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ได้ และก้าวหน้าไปจนถึงระดับเทพสามตาผู้เป็น
บิดาได้เร็วขึ้น เมื่อนั้นคงส่งผลกระทบถึงขั้วอ านาจ
อิทธิพลต่าง ๆ บนสวรรค์อย่างรุนแรง
ปรมาจารย์สุภูติสร้างความบันเทิงให้กับจักรพรรดิ
เซียนทุกคนในห้วงอเวจีมหาดารา งานเลี้ยงถูกจะขึ้น
ก่อนบททดสอบจักรพรรดิเซียนจะเริ่มขึ้นอย่างเป็น
ทางการ ไม่ว่าจะเป็นสุราเมรัยอาหารรสเลิศจ านวน
นับไม่ถ้วน ท่านปรมาจารย์สุภูติสั่งให้เหล่าลูกศิษย์
ทยอยยกออกมาให้กับแขกเหรื่อทั้งหลายได้ลิ้มรส
ปรมาจารย์สุภูติมีศีลธรรมแลบารมีสูงส่ง สุราชั้นเลิศ
หวานเย็นถูกสร้างขึ้นในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา แล
ของคาวของหวานทั้งหลาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมิได้ถูก
เอาออกมาต้อนรับแขกเหรื่อทั่วไป การที่ได้ดื่มสุราชั้น
เลิศเช่นนี้ มันเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับการ
ฝึกฝนเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะราชันเทวะรุ่นเยาว์ผู้มากไปด้วยพรสวรรค์
หลายคนที่เข้ารวมบททดสอบจักรพรรดิเซียน ทุกคน
พยายามใช้โอกาสนี้อย่างดีที่สุด ดื่มกินสุราชั้นเลิศ
ท าให้พวกเขาเข้าใกล้จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ได้มาก
ยิ่งขึ้น!
ถึงแม้จะรู้ว่าตนเองมีอ านาจน้อยกว่าผู้อื่นดังเช่น
ส านวนที่ว่าน ้าน้อยย่อมแพ้ไฟ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้
อะไรเลย ต่อให้พวกพวกเขาฝึกฝนทุ่มเทอย่างนั้น
ด้วยตนเอง อาจจะต้องใช้เวลาหลายพันปีเพื่อให้
ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการดื่มสุราในวันนี้ ยิ่งพวกเขา
ดื่มสุราชั้นเลิศมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
มากขึ้นเท่านั้น
หลังจากดื่มไปได้สามถึงห้าถ้วยอาจจะไม่ค่อยเห็นผล
สักเท่าใดนัก แต่ถ้าพิจารณาผลโดยรวมทั้งหมด การ
ดื่มกินในวันนี้ช่วยท าให้ราชันเทวะรุ่นประหยัดเวลา
การฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรได้สามถึงห้าพันปี
ระยะเวลาสามถึงห้าพันปีนับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้า
หากพวกเขายังไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ อายุขัยของพวกเขาก็จะค่อย ๆ หมดลง
ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นการประหยัดเวลาฝึกฝนไปสามถึง
ห้าพันปีจะถือเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้กับพวกเขา
ระหว่างงานจัดเลี้ยงจักรพรรดิเซียนหลายคนต่าง
พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างมีความสุข ท าให้
บรรยากาศชื่นมื่นส าเริงส าราญเป็นอย่างยิ่ง
การได้รับประโยชน์จากสุราถือเป็นเรื่องพื้น ๆ เท่านั้น
ยังมีบทสนทนาแลการต่อสู้ชิงดีชิงเด่นระหว่าง
จักรพรรดิเซียน โดยเฉพาะจักรพรรดิเซียนที่ส่ง
ทายาทเข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียน จะมีค าพูด
ถากถางข่มฝ่ายตรงข้ามให้ได้ยินอยู่เนือง ๆ
เช่นมหาเทพตงหัวยิ้มแล้วกล่าวว่า ” หยวนจวิน…
บุตรีของเจ้านางเซียนหลิงหมี่เข้าใจบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนดีแล้วหรือยัง? คิดว่านางมีโอกาสจะ
ก้าวขึ้นสู่แปดอันดับแรกได้หรือไม่?”
นามเต็มของมหาเทพตงหัวคือ ‘มหาเทพตงหัวบิดา
เซียนสิบเกาะสามทวีป ‘ หรือรู้จักกันในฐานะ ‘เทพ
บิดรบูรพา’ เขาสวมใส่อาภรณ์ในชุดสีขาวดูไม่แก่
ชราเลยแม้แต่น้อย ดูจากหน้าตาอันหล่อเหลาของ
เขาแล้วเป็นชายอยู่ในวัยกลางคนเท่านั้น ทว่ากลิ่น
อายที่แผ่ออกมานั้นเปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอายเซียน ดู
สง่างามน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนนามเต็มของหยวนจวินคือ ‘เทพมารดรวิญญาณ
เร้นแห่งทิศอุดร’ หรือที่รู้จักกันอีกนามหนึ่งว่า ‘เจ้า
แม่แสงม่วง’ หรือ เจ้าแม่แห่งกลุ่มดาวเหนือทั้งมวล
เป็นหนึ่งในห้าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ห้าทิศเช่นเดียวกับ
มหาเทพตงหัว
เมื่อได้ยินค ากล่าวของมหาเทพตงหัว เทพมารดร
วิญญาณเร้นก็ยิ้มหัวเราะ แต่ภายในใจกลับรู้สึก
ตรงกันข้ามไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
รอบก่อนรองชนะเลิศ?
นั่นเพราะค าพูดนี้เหมือนกับการดูหมิ่นนางเซียนหลิง
หมี่บุตรีของนางอย่างแท้จริง ในมุมมองของเทพ
มารดรวิญญาณเร้นนางเซียนหลิงหมี่บุตรีของนางไม่
มีทางคว้าชัยชนะอันดับหนึ่งของบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนนี้ได้อย่างแน่นอน แต่นางก็เข้าสู่
อันดับแรกได้ไม่ยาก ทว่ามหาเทพตงหัวกลับบอกว่า
บุตรีของนางจะก้าวสู่แปดอันดับแรกได้หรือไม่ มิ
เท่ากับว่าดูถูกตัวตนของนางในฐานะเจ้าแม่แห่งกลุ่ม
ดาวเหนือทั้งมวลหรอกหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้นนางจึงหัวเราะแล้วกล่าวว่า ”
มหาเทพ…อย่าได้หยอกล้อเช่นนี้ หลิงมี่กับนางเซียน
เหยาอวิ๋นบุตรสาวของท่านก็มีฝีมือความแข็งแกร่ง
พอ ๆ กัน หรือว่าท่านไม่มั่นใจในความสามารถของ
บุตรสาวตนเอง หวังให้นางเข้าสู่รอบแปดอันดับก็พอ
เท่านั้นหรือ? ”
” ย่อมมิใช่เช่นนั้น เพียงแค่บททดสอบจักรพรรดิ
เซียนในครั้งนี้คนเก่งฝีมือร้ายกาจเข้าร่วมมากมาย
การเข้าสู่ล าดับลึก ๆ อย่างสี่อันดับแรกคงมิใช่เรื่อง
ง่าย ”
มหาเทพตงหัวส่ายศีรษะ เขายิ้มแล้วกล่าววิเคราะห์
ขึ้นว่า ” ดูอย่างบุตรชายของเทพสามตาหยางเชียน
บรรยากาศที่แผ่ออกมาทั้งเย็นชาทั้งโหดเหี้ยมดู
แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ไหนจะบุตรชายของเทพนาจา
หลานชายของเทพเจดีย์หลี่จิ้ง หลี่เทียนจี แม้จะชอบ
อวดใหญ่อวดโตแต่ใจคอของมันก็อาจหาญไม่เบา
กล้าต่อสู้แม้กระทั่งศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ
นอกจากนี้ยังมี อู่ อวี้ ศิษย์ในส านักของท่าน
ปรมาจารย์สุภูติ เจียงไท่จี๋บุตรชายของมหาเทพเจียว
หวง ฝีมือความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นไม่ธรรมดา
เลย ”
” ฟังดูไม่ดีเลยจริง ๆ ”
เทพมารดรวิญญาณเร้นส่ายศีรษะ ” ถ้ากล่าวถึงเจียง
ไท่จี๋ยังไม่เท่าไหร่ แต่ท่านนับ อู่ อวี้ รวมเข้าไปด้วยได้
อย่างไร? เขาเป็นมนุษย์ที่กลายเป็นเซียนอมตะ ย่อม
มิใช่คู่ต่อสู้ของบุตรสาวเราทั้งสองอยู่แล้ว หากพวก
ลูก ๆ ของเราพ่ายแพ้คนอย่างเขามีหวังเหล่า
จักรพรรดิเซียนคงหัวเราะเยาะแย่? ”
” หยวนจวินอาจหลงลืมไป แม้กระทั่งน้องชายของ
ท้าวธตรัฐมหาราชโม่หลี่อิ๋นยังถูกชายผู้นี้สังหาร ”
มหาเทพตงหัวเตือนนาง
” มีอันใดให้ต้องสนใจ ยามนั้น อู่ อวี้ ได้รับความ
ช่วยเหลือจากผู้คนรอบตัว แม้กระทั่งสัตว์สวรรค์
อย่างเทพมังกรก็ยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือ การเอาชนะ
โม่หลี่อิ๋นได้จึงมิได้ส าคัญอันใด ”
เทพมารดรวิญญาณเร้นแห่งทิศอุดรส่ายหัว และมิได้
สนใจ อู่ อวี้ อีก
ระหว่างงานเลี้ยง ศิษย์รุ่นแรกของปรมาจารย์สุภูติ
นามว่า ‘จักรพรรดิเซียนขจรพิศวง’ เริ่มประกาศนาม
แนะน าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้ง 128 คนที่เข้าร่วมบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน
ล าดับแรกคือเหล่าทายาทจักรพรรดิเซียนที่ได้รับ
ความสนใจเป็นอย่างมาก
แต่ก็ไม่รู้เช่นกันว่านางตั้งใจหรือมิได้ตั้งใจ นามแรกที่
นางประกาศแนะน าก็คือ ศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ อู่
อวี้ !
อู่ อวี้ เป็นผู้เข้าร่วมการแข่งขันเพียงผู้เดียวจากถ ้า
จันทร์เสี้ยวไตรดารา ทั้งยังเป็นผู้ที่ปรมาจารย์สุภูติ
การคัดเลือกด้วยตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นวีรกรรมที่ อู่ อวี้
เคยก่อไว้ เหล่าจักรพรรดิเซียนที่อยู่โดยรอบล้วน
ตระหนักอย่างชัดแจ้ง
จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงเป็นเทพธิดาผู้อ่อนโยนซึ่ง
เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแห่งบัณฑิต เมื่อนางเอ่ยนาม
ของ อู่ อวี้ นางก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้แก่เขา พร้อม
ประกาศว่า ” อู่ อวี้ จากสวรรค์ฤทัย ศิษย์ของ
ปรมาจารย์สุภูติ! ”
ทันทีที่ค ากล่าวนี้ดังออกไป เหล่าพี่น้องของ อู่ อวี้ ใน
ฐานะศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติก็พากันโห่ร้องตะโกน
ขึ้นอย่างบ้าคลั่งทันที
การแข่งขันในบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้ อู่ อวี้
เข้าร่วมในนามของศิษย์ปรมาจารย์สุภูติ
ด้วยเหตุนี้แม้กระทั่ง ‘จักรพรรดิเซียนวัฏฌาน’ หรือ
ศิษย์คนอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยพอใจ อู่ อวี้ เท่าใดนัก ต่าง
ปรารถนาให้ อู่ อวี้ ได้รับชัยชนะในบททดสอบครั้งนี้
ประเด็นส าคัญก็คือพวกเขาสามารถแลเห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่าจักรพรรดิเซียนส่วนใหญ่ล้วนมีตัวตนและ
ศักดิ์ฐานะเป็นของตนเอง แต่พวกเขาที่เป็นศิษย์ของ
ปรมาจารย์สุภูติ กลับมีประสบการณ์ชีวิตและนาม
จารึกที่โดดเด่นน้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็น
มนุษย์ที่บรรลุกลายเป็นเซียนอมตะเช่นเดียวกับ อู่
อวี้
จักรพรรดิเซียนที่ยโสเหล่านั้น ต่างมองพวกเขาเป็น
เพียงมนุษย์ที่บรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ ดังนั้นจึง
มิใช่เรื่องแปลกอันใดที่พวกเขาต้องการให้ อู่ อวี้ ได้
อันดับสูง ๆ ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน เสมือนดั่ง
ตัวแทนที่ต่อสู้เพื่อพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราได้รับ
บาดเจ็บสาหัสเพราะหลี่เทียนจี ทุกคนก็ทราบกัน
หมดแล้ว
ท าให้สถานการณ์ของ อู่ อวี้ กับหลี่เทียนจีเป็น
เสมือนการต่อสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ดังนั้นทุกคน
จึงเฝ้ารอการแข่งขันของทั้งสองในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน โดยที่เหล่าศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ
หวังว่า อู่ อวี้ จะเอาชนะหลี่เทียนจีได้ส าเร็จ ท าให้ห
ลี่เทียนจีได้สัมผัสถึงรสชาติแห่งความพ่ายแพ้ แก้
แค้นให้กับจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราที่มีอุปนิสัย
เป็นสุภาพบุรุษอ่อนโยน มิได้เกลียดชังหลี่เทียนจีมาก
นัก
อย่างไรก็ตามมิใช่ศิษย์ทุกคนของปรมาจารย์สุภูติจะ
ใจกว้างเหมือนจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา พวกเขา
รู้สึกโกรธเคืองหลี่เทียนจีเป็นอย่างมาก หาก อู่ อวี้
สามารถเอาชนะหลี่เทียนจีได้ส าเร็จ เมื่อนั้นถึงจะเป็น
การระบายความแค้นของพวกเขาอย่างแท้จริง
เมื่อจักรพรรดิเซียนขจรพิศวงประกาศนามของ อู่ อวี้
เสียงโห่ร้องก็ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งสนามประลอง
ท้ายที่สุดแล้วบททดสอบจักรพรรดิเซียนถูกจัดขึ้นใน
สวรรค์ฤทัย ผู้คนส่วนใหญ่จึงเป็นศิษย์ของ
ปรมาจารย์สุภูติ ส่งผลให้ช่วงเวลานี้ทั่วทั้งอาณาเขต
บริเวณดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปด้วยนามของ ‘อู่ อวี้’
ซึ่งท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกฮึกเหิมตามไปด้วย
หากเป็นช่วงเวลาปกติเขาคงมิได้สนใจมากนัก ทว่า
ยามนี้จิตใจของเหล่าศิษย์ปรมาจารย์สุภูติกลับรวม
เป็นหนึ่ง ก่อเกิดเป็นแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่อย่าง
แท้จริง
ทั้งจักรพรรดิเซียนวัฏฌาน , จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้
ดารา , จักรพรรดิเซียนวัฏพินาศ ฯลฯ ทุกคนต่างโห่
ร้องนามของ อู่ อวี้ ด้วยความคาดหวัง ภายในดวงตา
เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ เสมือน
แรงผลักดันที่บอก อู่ อวี้ ว่าต้องชนะบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนครั้งนี้ให้จงได้
กล่าวตามตรง การที่ปรมาจารย์สุภูติจะจัดการ
แข่งขันบททดสอบจักรพรรดิเซียนเพื่อให้ผู้คน
ภายนอกแย่งชิงสิทธิ์ในการเข้าสู่แดนสงครามสู่นิ
รันดร์ ท าให้เหล่าศิษย์สาวกมากมายต่างรู้สึกไม่พอใจ
เท่าใดนักที่เห็นบุคคลภายนอกยึดครองสิทธิ์เข้าสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์
หาก อู่ อวี้ ได้รับชัยชนะในครั้งนี้คงเป็นเรื่องดียิ่ง
เนื่องจากเสียงโห่ร้องนามของ อู่ อวี้ ดังสะเทือนเลื่อน
ลั่นไปทั่วทุกแห่งหน ส่งผลให้จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ
รู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก
เมื่อแนะน าผู้เข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียน นาม
แรกที่ถูกประกาศก็คือ อู่ อวี้ หลังจากนั้นผู้คน
มากมายต่างพากันร้องตะโกนชื่อของเขา ก่อเกิดเป็น
แรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ จึงท าให้จักรพรรดิเสียงคนอื่น
ๆ รู้สึกไม่พอใจ
โดยเฉพาะเทพสามตาหยางเจียน , ท้าวหลี่มหาราช
หรือเทพเจดีย์หลี่จิ้ง , มหาเทพตงหัว และ เทพ
มารดรวิญญาณเร้นเป็นต้น
เมื่อได้ยินผู้คนร้องตะโกนชื่อของ อู่ อวี้ พวกมันก็
พยายามท าเป็นไม่สนใจเล็กน้อย
ในความคิดของพวกมันบททดสอบจักรพรรดิเซียน
ครั้งนี้ ล้วนถูกเตรียมไว้เพื่อบุตรของพวกมัน
โดยเฉพาะ แต่บุคคลอันต้อยต ่าอย่าง อู่ อวี้ มี
คุณสมบัติอันใดที่จะมาแข่งขันแย่งชิงสิทธิ์ในการเข้า
สู่แดนสงครามสู่นิรันดร์จากลูก ๆ ของพวกมัน?
” บททดสอบจักรพรรดิเซียนมิใช่สนามเด็กเล่น พวก
เจ้าจะได้เห็นดี หลังการต่อสู้ที่แท้จริงเริ่มขึ้น ต่อให้
ยามนี้จะตะโกนดังแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ”
มหาเทพตงหัวยิ้มอย่างต่อเนื่อง แม้ภายนอกจะดู
เหมือนมันมิได้รู้สึกใด ๆ แต่อันที่จริงมันก็แอบ
อารมณ์เสียเล็กน้อย
” ใช่ เด็กน้อยเหล่านี้คิดว่ายิ่งตะโกนดังเท่าใด จะ
ได้รับชัยชนะในบททดสอบจักรพรรดิเซียนหรือ
อย่างไร? ช่างฝันหวานเสียจริง ”
นางเซียนเหยาอวิ๋นที่อยู่ด้านหลังมหาเทพตงหัว เอ่ย
ดูถูก อู่ อวี้ ขึ้นอย่างแผ่วเบา
นางเซียนหลิงหมี่ที่อยู่เบื้องหลังเทพมารดรวิญญาณก็
มีทัศนคติเช่นเดียวกัน พวกนางรู้สึกไม่ค่อยพอใจ อู่
อวี้ เท่าใดนัก
ในทางตรงกันข้ามทางด้านของหลี่เทียนจี เมื่อฝูงชน
กู่ร้องนามของ ‘อู่ อวี้’ สายตาของมันก็จ้องเขม็งไปยัง
อู่ อวี้ ทันที
การแสดงออกที่มิได้สิสนใจสิ่งใดของมัน ถูกดึงดูดไป
ยังทิศทางของ อู่ อวี้ ในฉับพลัน สายตาของคนทั้ง
สองสอดประสานกันท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วย
หมู่ดาว การแสดงออกของพวกเขานั้นเปี่ยมไปด้วย
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อย่างหาที่เปรียบมิได้
ความบาดหมางระหว่างคนทั้งสอง เริ่มขึ้นจาก
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา และต่อมาก็คือลั่วผิน
หรือต่อให้ไม่มีความเกลียดชังระหว่างทั้งสอง เมื่อ อู่
อวี้ เผชิญหน้ากับหลี่เทียนจีในบททดสอบจักรพรรดิ
เซียน เขาก็ไม่มีทางยอมแพ้ให้กับมันเป็นแน่
หลี่เทียนจีผู้นี้ช่างดื้อด้านหยิ่งผยองจริง ๆ
แม้จะอยู่ห่างไกลกันพอสมควร แต่มันก็ยังจิกกัดเขา
ไม่เลิก ขณะที่จ้องเขม็งไปยัง อู่ อวี้ ปากของมันขยับ
เป็นค าพูดว่า : เจ้าตายแน่!
แม้จะไร้ซึ่งสุรเสียงใด ๆ แต่ อู่ อวี้ ก็เข้าใจว่าอีกฝ่าย
ต้องการจะสื่ออะไร
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ หาได้สนใจมันแม้แต่น้อย
หลี่เทียนจีมิได้อ่อนแอ แต่ถ้ามันต่อสู้ด้วยความโกรธที่
อัดแน่นอยู่ภายในใจ เมื่อนั้นมันอาจจะพ่ายแพ้ให้แก่
คู่ต่อสู้ก็เป็นได้
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงพยายามรักษาความนิ่งสงบในจิตใจ
ไว้ แม้จะถูกอีกฝ่ายยั่วยุ แต่เขาก็มิได้สนใจ
นอกจากนี้เขายังมีคู่ต่อสู้ส าคัญอีกคนหนึ่งก็คือหยาง
เจียนผู้สวมใส่อาภรณ์สีด า รูปลักษณ์ของมันให้
ความรู้สึกดุร้ายไร้ปรานี มันใช้สายตาอันเย็นชาซึ่ง
เปี่ยมไปด้วยเจตนาสังหารจ้องเขม็งมายัง อู่ อวี้ ท า
ให้เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างรุนแรง
จิตสังหารที่แผ่ออกมานั้น อู่ อวี้ สามารถสัมผัสได้
อย่างชัดเจน
“ หยางเจียนผู้นี้ต้องการสังหารข้าเช่นเดียวกับหลี่
เทียนจีด้วยงั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามิได้รู้สึกแปลกใจเท่าใด
นักหากหลี่เทียนจีต้องการสังหารตน แต่ส าหรับหยาง
เชียนเขาไม่เคยมีความบาดหมางกับมัน จึงเป็นไปได้
ว่าเทพสามตาอาจจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
บางทีมันอาจรับค าสั่งจากเทพสามตาโดยตรง แต่ อู่
อวี้ ก็มิได้หวั่นเกรงหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย
นี่คือโอกาสในการก้าวขึ้นสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียน
นิรันดร์ เฉกเช่นการเดินผ่านกระแสน ้าอันเชี่ยวกราก
ไม่ว่าคู่ต่อสู้คนใดเขาก็จะจัดการพวกมันให้หมด!
———————