กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1682: ราชันเทวะพเนจร
จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงยังคงแนะน าต่อไป ถึงจุดที่
ดุเดือดที่สุดของบททดสอบจักรพรรดิเซียน หยาง
เชียนบุตรชายของเทพสามตาหยางเจียน , หลี่เทียน
จีบุตรชายของเทพนาจา , นางเซียนเหยาอวิ๋นบุตรี
ของมหาเทพตงหัว , นางเซียนหลิงหมี่ตรีของ
มหาเทพมารดรวิญญาณเร้น
บุคคลที่กล่าวมาข้างต้น อู่ อวี้ เคยพบมาก่อนแล้ว
ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นบุตรชายของมหาเทพเจียวหวง
ประมุขเหลืองสูงสุดนามว่าเจียงไท่จี๋ ร่างกายของมัน
ก าย ามีเขาสีทองอยู่บนศีรษะ เนื้อตัวเป็นทองค าดู
ยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังเป็นทายาท
จักรพรรดิเซียนที่ทรงพลัง ถือเป็นตัวเต็งอีกคนหนึ่ง
ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน
ผู้เข้าร่วมในบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้มี
จ านวนหนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน จักรพรรดิเซียนขจร
พิศวงได้ป่าวประกาศแนะน าตัวตามรายชื่อของแต่ละ
คน
ปกติทุกครั้งที่มีการแนะน าตัวรายชื่อของทายาท
จักรพรรดิเซียน แขกเหรื่อที่มาคอยรับชมจะ
กระตือรือร้นคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งปฏิกิริยาท่าทาง
การตอบรับจะตรงกันข้ามกับมนุษย์ที่บ าเพ็ญเพียร
กลายมาเป็นเซียนอมตะอย่างสิ้นเชิง พวกมันจะ
แสดงท่าทีไม่สนใจไร้ความแยแส มีเพียงเหล่าศิษย์
ของปรมาจารย์สุภูติที่ให้ความส าคัญกับราชันเทวะ
มนุษย์ซึ่งบ าเพ็ญเพียรกลายเป็นเซียนอมตะ
เนื่องจากศิษย์ส่วนใหญ่ของปรมาจารย์สุภูติ เป็น
มนุษย์ปุถุชนที่บ าเพ็ญเพียรจนกลายเป็นเซียนอมตะ
ไร้ซึ่งภูมิหลังคอยสนับสนุนช่วยเหลือ ดังนั้นในสายตา
ของพวกเขามนุษย์ที่บ าเพ็ญเพียรจนกลายเป็นราชัน
เทวะจึงดูจริงใจมากกว่าทายาทจักรพรรดิเซียน
ระหว่างการแนะน าตัว อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่าดวงตา
ของจักรพรรดิเซียนที่ทรงพลังหลายคนกวาดไปมาร
อบ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเทพสามตาหยางเจียน ,
เทพเจดีย์หลี่จิ้ง, สี่ท้าวจตุมหาราช ท้าวธตรัฐ
มหาราช , เทพอสูรบรรพกาล
ดวงตาของพวกมันจ้องมองมาทาง อู่ อวี้ จากนั้นลด
ศีรษะลงแล้วกระซิบกระซาบพูดคุยบางอย่างกับห
ยางเชียน , หลี่เทียนจีฯลฯ
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าพวกมันก าลังพูดคุยนัดแนะอะไรกัน แต่
เห็นได้ชัดว่ามันได้ก าหนดเป้าหมายมาที่เขา
อู่ อวี้ มิกลัวว่าตนเองจะพบอะไรระหว่างบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน อย่างไรเสียเขาก็ต้องพึ่งพาความ
แข็งแกร่งของตนเองเท่านั้น หรือต่อให้พวกมันมีผู้
อาวุโสอยู่ที่นี่ก็ตาม แต่พวกมันก็ไม่สามารถใช้ลูกไม้
หรือกลอุบายได้แม้แต่น้อย หากมันคิดเล่นไม่ซื่อ
ปรมาจารย์สุภูติคงโกรธเคืองเป็นอย่างยิ่ง มีโอกาสที่
พวกมันจะหมดสิทธิ์เข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์
” การแนะน าตัวผู้เข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียน
จบสิ้นเพียงเท่านี้ ต่อไปก็เป็นกฎระเบียบของบท
ทดสอบ ”
จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงแนะน ารายชื่อผู้เข้าร่วม
การแข่งขันทั้ง 128 คน จากนั้นกวาดตามองไปรอบ
ๆ พร้อมกับกล่าวเสียงดังขึ้นว่า ” กฎของบททดสอบ
นี้ ผู้เข้าแข่งขันจ านวน 128 คนต้องต่อสู้กันแบบสอง
ต่อสอง ผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบถัดไป ส่วนผู้แพ้จะถูก
คัดออก เมื่อชนะเจ็ดครั้งติดต่อกัน คนผู้นั้นจะได้
อันดับหนึ่งในบททดสอบจักรพรรดิเซียน และมี
คุณสมบัติเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์! ”
แดนสงครามสู่นิรันดร์จะเปิดในทุก ๆ 50,000 ปี และ
สิทธิ์ในการเข้ามีเพียงหนึ่งคนต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น
เพื่อที่จะให้ตนเองได้รับสิทธิ์นี้ ราชันเทวะรุ่นเยาว์
จ านวนนับไม่ถ้วนที่เข้าร่วมการแข่งขัน หลายคนติด
อยู่ในระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์มานานแล้ว ไม่ว่า
ผู้ใดที่สามารถคว้าอันดับหนึ่งมาครอบครองได้ คนผู้
นั้นจะเหมือนกับมัจฉาที่กระโดดข้ามประตูมังกรบรรลุ
ขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ในก้าวเดียว
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบททดสอบจักรพรรดิเซียนมี
การแข่งขันสูงมาก แต่บททดสอบในครั้งนี้มีผู้
แข็งแกร่งเข้าร่วมแข่งขันมากมาย
ผู้คนมักมองหยางเชียน , หลี่เทียนจี , นางเซียน
เหยาอวิ๋น , นางเซียนหลิงหมี่ , เจียงไท่จี๋ ไปในทางที่
ดี พ่อแม่ของพวกเขาล้วนเป็นจักรพรรดิเซียนชั้นสูง
นับตั้งแต่ยังเยาว์พวกเขาได้สมบัติมากมายนับไม่ถ้วน
ได้รับศาสตราเซียนก าเนิดภพชั้นสูง ได้พบเจอกัน
ผจญภัยบททดสอบที่พิเศษมากมาย
” การต่อสู้มีทั้งหมดเจ็ดรอบ แต่ละรอบหยุดพักหนึ่งปี
นี่คือกฎ ล าดับต่อไป… เชิญท่านปรมาจารย์คัดเลือกผู้
เข้าแข่งขัน! ”
หลังจากกล่าวจบจักรพรรดิเซียนขจรพิศวงก็ก้าว
ถอยหลังออกไปด้านข้าง
บททดสอบจักรพรรดิเซียนในรอบแรกจะเริ่มขึ้นในอีก
ไม่ช้า การแข่งขันมีทั้งหมด 54 นัด ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว
มิใช่การเผชิญหน้าที่รุนแรงเท่าใดนัก ส่วนการเลือกคู่
ต่อสู้ที่จะมาประลองนั้นขึ้นอยู่กับปรมาจารย์สุภูติเป็น
ผู้ตัดสินใจ
ภายใต้ความสนใจของทุกคน ปรมาจารย์สุภูติยืนขึ้น
อย่างอ่อนโยนพร้อมกับยื่น ‘กงล้อหยินหยาง’ ในมือ
ออกไป หลังจากนั้นแสงอ่อน ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนกง
ล้อหยินหยาง แล้วกงล้อหยินหยางก็เริ่มหมุน
ล าแสงจาง ๆ ที่ส่องออกมาเสมือนโคมไฟที่ส่องสว่าง
กวาดไปรอบ ๆ ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 128 คน ถ้าล าแสง
ดังกล่าวหยุดที่ผู้ใดผู้นั้นจะต้องลงต่อสู้
ไม่มีผู้ใดไม่พอใจกับวิธีการคัดเลือกของปรมาจารย์สุ
ภูติ
ชื่อของปรมาจารย์สุภูติเปรียบได้กับความยุติธรรม
หรือต่อให้ท่านไม่ยุติธรรมผู้คนก็คงไม่ยินยอมอยู่ดี
หากท่านต้องการคดโกง ท่านก็แค่เลือกผู้ใดสักคนเข้า
สู่แดนสงครามสู่นิรันดร์เสียก็สิ้นเรื่อง ไม่จ าเป็นต้อง
ใช้วิธีนี้คัดเลือกเช่นนี้
ด้วยตัวตนแลชื่อเสียงของปรมาจารย์สุภูติ ไม่มีผู้ใด
เคลือบแคลงในความยุติธรรมของท่าน
การที่ท่านจัดบททดสอบจักรพรรดิเซียนนี้ขึ้นมาก็
เพื่อให้คนนอกได้มีโอกาสเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์
ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิเซียนหลายคนถึงให้ความเคารพ
ต่อท่านปรมาจารย์เป็นอย่างมาก จึงให้ปรมาจารย์สุ
ภูติตัดสินใจเลือกผู้เข้าแข่งขันด้วยตนเอง
ปรมาจารย์สุภูติใช้วงล้อหยินหยางสุุ่มคัดเลือกผู้ลง
แข่งขัน
เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้มีผู้ชนะเพียงคนเดียว
เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ ต่อให้
ตัวเต็งสองคนเผชิญกันล่วงหน้า เหตุการณ์เช่นนี้ก็
มิใช่ปัญหาใหญ่โตอันใด เพราะการคัดเลือกผู้เข้า
แข่งขันของปรมาจารย์สุภูติถือเป็นการสุ่มอย่าง
สมบูรณ์
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดของทุก
คน แต่ละคนต่างลุ้นระทึกว่าล าแสงของวงล้อหยินห
ยางจะหยุดหมุนลงที่ผู้ใด ทว่าจนป่านนี้มันก็ยังไม่
ยอมหยุดหมุน
แล้วไม่นานนักล าแสงเสี่ยงทายก็หยุดลงบนราชันเท
วะผู้หนึ่ง
ราชันเทวะผู้นี้เป็นมนุษย์ปุถุชนที่บ าเพ็ญเพียร
กลายเป็นเซียนอมตะ หลังจากผ่านการแนะน าตัวท า
ให้ทุกคนรู้ว่าเขาชื่อ ‘ราชันเทวะพเนจร’ เป็นมนุษย์ที่
ฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรจนขึ้นสู่ระดับราชันเทวะเก้า
สวรรค์ คงไม่ต้องกล่าวถึงความยากล าบากที่เขาต้อง
เผชิญว่ามันยากล าบากหนักหนาเพียงใด
บุคลิกลักษณะของคนผู้นี้เหมือนพวกเสเพลพเนจร
แต่แววตาของเขาไปด้วยความสง่างามเคร่งขรึม
อันที่จริงผู้เข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้
ล้วนมิใช่คนปกติ เจตนาของทุกคนที่มาที่นี่ชัดเจนว่า
ต้องการเข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียน แม้สง่า
ราศีจะเทียบไม่ได้กับผู้อื่น แต่ความแข็งแกร่งทางด้าน
พลังฝีมือก็ไม่ได้อ่อนด้อยกว่าผู้ร่วมเข้าแข่งขันทั้ง
128 คน แต่มันก็รู้ดีว่าท่ามกลางผู้เข้าแข่งขันมีคนที่
ทรงพลังกว่ามันอยู่
ในยามปกติราชันเทวะพเนจรก็มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ไม่
น้อย ถึงแม้เขาจะไม่มีคนคอยช่วยเหลือหนุนหลังก็
ตาม แต่เขาก็ยืนหยัดอยู่บนสวรรค์ได้ด้วยพลังฝีมือ
แลพรสวรรค์ที่มี เขาหมั่นเพียรฝึกฝนจนถึงระดับ
ราชันเทวะเก้าสวรรค์ กลายเป็นหนึ่งในตัวตนผู้ทรง
พลังยิ่ง
เคยมีข่าวลือว่าราชันเทวะพเนจรผู้นี้เคยต่อสู้กับ
ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์มาแล้ว ถึงสุดท้ายจะไม่
ทราบผลแพ้ชนะ แต่ปัจจุบันราชันเทวะพเนจรก็มา
ปรากฏตัวที่นี่อย่างสง่างาม แสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ผู้นั้นไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าได้ว่าฝีมือของราชันเทวะพเนจร
ค่อนข้างแข็งแกร่งไม่เบา
หลังจากเลือกแล้วหนึ่งคนล าแสงของวงล้อหยินหยาง
ก็ยังคงหมุ่นต่อไป ไม่นานนักมันก็หยุดที่คนคนหนึ่ง
และบุคคลผู้นั้นก็คือทายาทของจักรพรรดิเซียน มัน
คือบุตรชายของเทพตะวันสัญจรนามว่า : บูรพา
สัญจร!
“ บูรพาสัญจรเผชิญหน้ากับราชันเทวะพเนจร การ
ต่อสู้รอบนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด ” บนที่พ านักของ
ผู้ชมเทพตะวันสัญจรยิ้มขึ้นจาง ๆ
” ใช่ ข้าได้ยินว่าปกติแล้วบูรพาสัญจรมักจะเรียนรู้
ฝึกฝนกับคนในตระกูลของเจ้า จนตอนนี้ความ
แข็งแกร่งของเขาเทียบเท่ากับจักรพรรดิเซียนขั้นแรก
ส่วนราชันเทวะพเนจรผู้นี้เป็นเพียงมนุษย์ที่บรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะ ไม่มีอันใดให้ต้องเกรงกลัว ”
เทพราตรีสัญจรกล่าวสมทบ หากฟังจากค าพูดของ
มัน ราชันเทวะพเนจรไม่อยู่ในสายตามันแม้แต่น้อย
บนแท่นลานส าหรับผู้รับชม เวลานี้จักรพรรดิเซียน
คนอื่น ๆ ก าลังพูดคุยหารือเกี่ยวกับกัน เนื่องจากนี้
ถือเป็นการทดลองรอบแรกของบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนผู้คนมากมายจึงให้ความสนใจ
แต่เห็นได้ชัดว่า เทพสามตา , สี่ท้าวจตุมหาราช ,
เทพศักดิ์สิทธิ์ห้าทิศ พวกมันมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีกับ
ราชันเทวะพเนจรสักเท่าใดนัก โดยเฉพาะคู่ต่อสู้ของ
มันคือบูรพาสัญจรบุตรชายของเทพตะวันสัญจร
บูรพาสัญจรได้รับการฝึกฝนเป็นการส่วนตัวโดย
จักรพรรดิเซียนที่อยู่เบื้องหลังของมัน แล้วมนุษย์ผู้
บรรลุกลายเป็นเซียน ราชันเทวะพเนจรที่ไร้ซึ่งภูมิ
หลังใด ๆ จะต่อกรกับเทพเซียนที่จุติบนสวรรค์ได้
อย่างไร?
ทั้งสองต่างเตรียมพร้อมต่อสู้
ราชันเทวะพเนจรสวมใส่ชุดคลุมสีขาว คิ้วของเขา
ประดุจกระบี่ แสดงสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ขณะที่จ้อง
มองไปยังบูรพาสัญจรที่ก าลังเดินเข้ามาหาตนเอง
ส่วนทางด้านของบูรพาสัญจรสวมใส่ชุดคลุมสีแดง
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาร้อนอบอ้าวเป็นอย่างยิ่ง เสมือน
ดวงตะวันสาดแสง อายปราณอันร้อนแรงแผ่ขยาย
บดบังแสงดาราโดยรอบ บังเกิดเป็นแรงคุกคามอัน
ใหญ่ยิ่ง ดวงตาของมันกลับร้อนแรงยิ่งกว่า ราวกับว่า
ก าลังเย้ยหยันราชันเทวะพเนจร
“เข้ามาได้เลย”
บรูพาสัญจรกวักนิ้วเรียกราชันเทวะพเนจรด้วยความ
ดูถูก
ไม่ว่าจะเป็นราชาเทวะพเนจรหรือศิษย์สาวกของ
ปรมาจารย์สุภูติเองก็ดี เมื่อเห็นภาพฉากดังกล่าวก็
รู้สึกขุ่นเคืองอย่างที่สุดการกระท าเช่นนี้ของบูรพา
สัญจรมิต่างการดูถูกมนุษย์ที่ส าเร็จเป็นเซียนอย่าง
พวกเขา?
ส่งผลให้ในช่วงเวลาต่อมาก็เกิดเสียงโห่ร้องไม่พอใจ
ดังกึกก้องไปทั่ว โดยทั่วไปเป็นเสียงของศิษย์
ปรมาจารย์สุภูติที่โห่ร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ
เสียงโห่ของพวกเขากลบเสียงอื่น ๆ แทบทั้งหมด
พวกเขาทั้งหมดตะโกนบอกให้ราชันเทวะพเนจรสั่ง
สอนบทเรียนให้กับบูรพาสัญจร
ส่วน อู่ อวี้ เฝ้าดูการต่อสู้ในรอบแรกนี้อย่าง
ระมัดระวัง
ราชันเทวะพเนจรไม่สามารถทานทนต่อการดูถูกของ
บูรพาสัญจรได้ ทันใดนั้นบรรยากาศที่เปล่งออกมา
จากร่างของเขาก็เต็มไปด้วยความหนาวเย็น ชุดคลุม
สีขาวพริ้วไสวไปกับความว่างเปล่า ร่างกายของชาว
กลายเป็นแสงสีขาวนับไม่ถ้วน เคลื่อนย้ายเข้าโจมตี
บูรพาสัญจร!
แสงสีขาวจ านวนนับไม่ถ้วน ดูราวกับว่าสามารถบด
ขยี้ท าลายความว่างเปล่าได้ นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ที่
แข็งแกร่งที่สุดของราชันเทวะพเนจร พลังกฎสวรรค์
ภายในร่างของเขาสามารถท าให้ความว่างเปล่าแตก
สลายเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อผสานหลอมรวมกับแสงสีขาว
เหล่านี้
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสามารถบุกทะลวง , ถอยร่น
หรือป้องกันได้ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้ราชันเทวะ
พเนจรได้เผชิญหน้าต่อสู้กับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
เขาก็อาศัยทักษะนี้หลอกล่อคู่ต่อสู้จนสามารถ
หลบหนีมาจากเงื้อมมือของมันได้ส าเร็จ ทั้งยังท าให้
ศัตรูได้รับบาดเจ็บด้วย พลังอิทธิฤทธิ์ชนิดนี้มีชื่อว่า
‘ผสานอ าไพหลอมความเปล่า’ !
แม้บูรพาสัญจรจะเห็นว่าแสงสีขาวจ านวนนับไม่ถ้วน
ก าลังพวยพุ่งเข้ามาหาตนเอง แต่ท่าทางของมันคงดู
ถูกเหยียดหยามอยู่เช่นเคย
ชุดคลุมสีแดงสดที่ห่อหุ้มร่างกายของมันกระพือพริ้ว
ประดุจเปลวเพลิงอันลุกโชนไร้สิ้นสุด ทุกอิริยาบถทุก
การกระท าเสมือนดั่งดวงตะวันที่ส่องแสงเจิดจ้า
ร้อนแรงไร้สิ้นสุด
“กฎสวรรค์ตะวันผลาญ!”
ณ เวลานี้ดูเหมือนตะวันสัญจรจะกลายเป็นดวง
อาทิตย์ไปเสียแล้ว!
แม้แต่พื้นที่ความว่างเปล่าโดยรอบก็ยังเดือดพล่าน
ส่งผลให้อุณหภูมิโดยรอบเพิ่มขึ้นสูงอย่างรุนแรง
สนามบททดสอบจักรพรรดิเซียนกลายเป็นเขตแดน
อันน่าสะพรึงกลัวยิ่งไปเสียแล้ว ต่อให้เป็นการด ารง
อยู่ระดับจักรพรรดิเซียนก็แทบไม่สามารถทานทนกับ
อุณหภูมิความร้อนที่อยู่ในพื้นที่นี้ได้ แค่เอาชีวิตรอด
ออกไปไม่ได้ก็ล าบากแล้ว
เมื่อการโจมตีดังกล่าวถูกปลดปล่อยออกไป ล าแสงสี
ขาวจ านวนนับไม่ถ้วนของราชันเทวะพเนจรก็ถูก
หลอมละลายด้วยความร้อนไร้สิ้นสุด เพียงแค่เฉียด
เข้าใกล้ตะวันสัญจรเล็กน้อยก็ถูกหลอมละลาย
กลายเป็นจุณ มิอาจสร้างภัยคุกคามใด ๆ ให้แก่
บูรพาสัญจรได้แม้แต่น้อย
หลังจากนั้นไม่นานร่างของราชันเทวะพเนจรปรากฏ
กายขึ้นในต าแหน่งที่ค่อนข้างห่างจากบูรพาสัญจร
พอสมควร ชุดอาภรณ์สีขาวที่เขาสวมใส่ฉีกขาดเป็น
วิ่น ๆ ถูกแผดเผาด้วยอุณหภูมิที่น่าสะพรึงกลัว ทั่ว
ทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยอุณหภูมิอันร้อนแรง ตกอยู่
ในสภาพน่าสังเวชยิ่ง สูญเสียอ านาจในการต่อสู้
บรรยากาศทั่วทั้งร่างอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ที่ยัง
ยืนหยัดอยู่ได้เพราะก าลังใจที่เปี่ยมไปด้วยความ
มุ่งมั่น แต่สภาพของเขาก็ยังคงสาหัส
“ผู้ชนะคือบูรพาสัญจร!”
จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงประกาศการต่อสู้สิ้นสุดลง
แม้แต่ผู้คนรอบข้างก็ไม่ตอบสนองอันใด การต่อสู้ครั้ง
นี้ราชันเทวะพเนจรถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์ พ่ายแพ้
ให้แก่บูรพาสัญจรอย่างราบคาบ
“ บูรพาสัญจรผู้นี้ดีเก่งกาจเหนือกว่าราชันเทวะ
พเนจรมากเลยหรือ? ”
เหล่าสาวกปรมาจารย์สุภูติไต่ถามขึ้นด้วยความ
ประหลาดใจ จะบอกว่านี่คือความแตกต่างระหว่าง
มนุษย์ที่ส าเร็จเป็นเซียนอมตะกับทายาทจักรพรรดิ
เซียนเช่นนั้นหรือ?
————————–