กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1683: ลุ่ยเทียนหยวน
เหล่าศิษย์ปรมาจารย์สุภูติอดไม่ได้ที่จะผิดหวังผลการ
ต่อสู้ของราชันเทวะพเนจร ถึงแม้ก่อนการต่อสู้จะเริ่ม
ขึ้นพวกเขาจะเตรียมใจบ้างแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตามพวกเขาเคยรับชมบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนมาแล้วหลายครั้ง ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะมีลูกหลาน
จักรพรรดิเซียนมาร่วมการแข่งขันมากมายเท่าครั้งนี้
พวกเขาต่างรู้อยู่แก่ใจดีว่าลูกหลานของจักรพรรดิ
เซียนแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ที่บ าเพ็ญเพียรจน
กลายเป็นเซียนอมตะ แต่พวกเขาไม่เชื่อว่าอธรรมจะ
ชนะความดีเช่นนี้
แน่นอนว่ามีเซียนมนุษย์ที่สามารถเอาชนะทายาท
จักรพรรดิเซียนในบททดสอบจักรพรรดิเซียนได้
เช่นกัน แต่ก็มีจ านวนไม่มากนัก
” ราชันเทวะพเนจรพ่ายแพ้เร็วไปหน่อย นกกระจอก
ไม่ทันกินน ้าเลยด้วยซ ้า อันที่จริงถ้าไม่เจองานหิน
อย่างบูรพาสัญจร เขาก็ยังน่าจะพอเอาชนะราชันเท
วะคน ๆ อื่นได้ คงต้องบอกว่าบุตรของเทพตะวัน
สัญจรแข็งแกร่งจริงๆ ”
” ใช่… ก็พวกเขาได้รับการชี้แนะสั่งสอนจากอาวุโสที่
อยู่เบื้องหลังโดยตรง เส้นทางการฝึกฝนของพวกเขา
จึงราบรื่นประดุจโรยด้วยกลีบกุหลาบ นอกจากนี้ยัง
ถูกฝึกฝนเคี่ยวกร าจากตระกูลและผู้อาวุโส จะมีฝีมือ
เก่งกาจเช่นนี้ก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด ”
จักรพรรดิเซียนวัฏฌาน , หยั่งรู้เวหา ฯลฯ ต่างหารือ
กัน
หลังจากนั้นไม่นานหลายคนหันมาสนใจ อู่ อวี้ เห็นได้
ชัดว่าเหล่าศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติคาดหวังในตัว อู่
อวี้ สูงมาก
เมื่อไม่นานมานี้ อู่ อวี้ ได้สังหารโม่หลี่อิ๋นตกตายไป
เขาคือชายที่สามารถเอาชนะจักรพรรดิเซียนได้ถึง
สองครั้งสองครา ดังนั้นถ้าถามถึงความแข็งแกร่งของ
อู่ อวี้ คงตอบได้เพียงว่าไร้ข้อกังขา
แม้ว่าโม่หลี่อิ๋นจะเป็นหนึ่งในศิษย์ของปรมาจารย์สุ
ภูติเช่นเดียวกัน แต่อุปนิสัยของมันชอบยกตนข่มท่าน
อ้างว่าตนเองเป็นน้องชายของท้าวธตรัฐมหาราช ดู
ถูกศิษย์คนอื่น ๆ จนไม่มีใครอยากคบ
กล่าวได้ว่าบรรดาศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติแทบไม่มี
ผู้ใดมีสัมพันธ์อันดีกับโม่หลี่อิ๋นเลย ดังนั้นการตกตาย
ของมันจึงไม่ท าให้ศิษย์คนอื่น ๆ เกลียดชัง อู่ อวี้
ในทางตรงกันข้ามพวกเขาตั้งหน้าตั้งตารอคาดหวัง
ในตัว อู่ อวี้ มากยิ่งขึ้น พวกเขาหวังว่า อู่ อวี้ จะ
สามารถเอาชนะลูกหลานจักรพรรดิเซียนได้ ต้องการ
ให้เขาช่วยกู้ศักดิ์ศรีหน้าตาให้กับมนุษย์ที่ส าเร็จเป็น
เซียนอมตะ ให้ลูกหลานจักรพรรดิเซียนเหล่านั้น
เข้าใจว่าพ่อแม่ของพวกมันไม่สามารถปกป้องให้ท้าย
พวกมันได้ตลอดไป
หลังจากนั้นวงล้อหยินหยางก็ปรากฏแสงส่องสว่าง
ขึ้นมาอีกครั้ง ในเวลานี้มันก าลังกวาดผ่านสุ่มหา
ผู้เข้าร่วมการแข่งขันในรอบต่อไป
บททดสอบจักรพรรดิเซียนคือการแข่งขันที่ยุติธรรม
ในพิภพขนาดเล็กของห้วงอเวจีมหาดารา ห้อมล้อม
ไปด้วยแสงประกายดารามากมาย จักรพรรดิเซียน
ทั้งหลายก าลังเฝ้าดูการต่อสู้ด้วยความลุ้นระทึกมี
ชีวิตชีวายิ่ง
หยางเชียน , หลี่เทียนจี , นางเซียนเหยาอวิ๋น , นาง
เซียนหลิงหมี่ , เจียงไท่จี๋ ดึงดูดความสนใจของทุก
ผู้คน พวกมันแต่ละคนสามารถบดขยี้เอาชนะคู่ต่อสู้
ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีผู้ใดครูควรที่จะต่อกรกับพวก
มัน
ส่วนหลี่เทียนจีทุกการต่อสู้มันมักจะกระท าบางสิ่ง
บางอย่าง เพื่อท าให้ศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติขุ่นเคือง
ไม่พอใจ
คู่ต่อสู้ของมันเป็นมนุษย์ที่บ าเพ็ญเพียรจนเป็นเซียนมี
นามว่าที่ชื่อว่า ‘ราชันเทวะเทพกระบี่’ เขาฝึกฝน
บ าเพ็ญเพียรจนบรรลุขึ้นสู่ระดับราชันเทวะเก้า
สวรรค์
เดิมทีหลี่เทียนจีต้องการให้ราชันเทวะเทพกระบี่ยอม
จ านนแต่โดยดี แต่เทพเซียนผู้นี้ต้องการที่จะประลอง
กับมัน ด้วยอยากจะรู้ว่าตนเองห่างชั้นกับหลี่เทียนจี
มากน้อยแค่ไหน
ด้วยเหตุนี้หลี่เทียนจีจึงมิได้เอาชนะราชันเทวเทพ
กระบี่โดยตรง แต่เลือกที่จะท าให้เขาอับอายขายหน้า
ต่อหน้าประชาชี
บางครั้งมันก็ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของราชันเทวะเทพ
กระบี่จนหมดเกลี้ยงจากนั้นมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะ
อย่างขบขัน จากนั้นก็ใช้พลังกฎสวรรค์โจมตีใส่ก้น
ของราชันเทวะเทพกระบี่ พร้อมมัดตรึงร่างของเขา
แล้วก็ฟาดด้วยแส้อย่างดุร้าย
มันสามารถจบการต่อสู้ด้วยกระบวนท่าเดียว แต่มัน
ไม่ยอมท าเช่นนั้น แต่ด้วยนิสัยมันเลวทรามต ่าช้า
ของหลี่เทียนจี มันต้องการท าให้ราชันเทวะเทพกระบี่
ต้องอับอายรับความอัปยศจนแทบอยากจะแทรก
แผ่นดินหนี
ถึงแม้ราชันเทวะเทพกระบี่จะรู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่ง
แต่การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ภายใต้การควบคุมของหลี่
เทียนจีท าให้เขาไม่สามารถปริปาก ยอมรับความพ่าย
แพ้ได้!
หลี่เทียนจีสร้างความอัปยศอดสูให้แก่เขาอย่าง
ต่อเนื่อง โดยมีผู้ชมที่ก าลังส่งเสียงกรีดร้องให้ก าลังใจ
ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานจักรพรรดิเซียนทั้งสิ้น
อย่างเช่นนางเซียนเหยาอวิ๋น , นางเซียนหลิงหมี่ ,
บุตรชายของเทพอัสนีลุ่ยกงและเจ้าแม้ฟ้าแล่บเตียน
บ๊อ ‘ลุ่ยเทียนหยวน’ ฯลฯ
ส าหรับพวกมันไม่เคยเห็นมนุษย์ที่ฝึกฝนบ าเพ็ญตน
จนกลายเป็นเซียนอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย หรือ
ต่อให้คนผู้นั้นกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ก็ยัง
ไม่อยู่ในสายตาของพวกมันอยู่ดี
ก่อนหน้านี้ที่ราชันเทวะเทพกระบี่ไม่เอ่ยปากยอมรับ
ความพ่ายแพ้ ท าให้พวกมันรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
ราวกับว่าเขาก าลังดูถูกหลี่เทียนจีอยู่?
ฉะนั้นการที่หลี่เทียนจีสร้างความอัปยศอดสูกับราชัน
เทวะเทพกระบี่ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีส าหรับพวกมัน!
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิเซียนบนสวรรค์ฤทัยซึ่งเป็น
ศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ เมื่อเห็นภาพดังกล่าวต่าง
กัดฟันไม่พอใจในความชั่วร้ายของหลี่เทียนจี
เนื่องจากจักรพรรดิเซียนหลายคนบนสวรรค์ฤทัย
ล้วนไม่มีภูมิหลังใหญ่โตคอยช่วยเหลือ พวกเขา
พยายามด้วยตนเองมาโดยตลอด หมั่นเพียรฝึกฝนที
ละขั้นจนมาถึงทุกวันนี้
พวกเขาฝึกฝนบ าเพ็ญตนอย่างพากเพียรยากล าบาก
ตั้งแต่ตอนเป็นมนุษย์ ความยากล าบากที่ว่านั้น
มากกว่าทายาทจักรพรรดิเซียนนับพันนับหมื่นเท่า
แต่ปัจจุบันกลับถูกอีกฝ่ายท าให้อับอายขายหน้า ถือ
เป็นการดูถูกความพากเพียรพยายามของพวกเขา
อย่างหนัก ต้องการให้รู้สึกสิ้นหวังอย่างที่สุด!
เมื่อหลี่เทียนจีหยามหมิ่นเกียรติของพวกเขาเช่นนี้จะ
ให้พวกเขารู้สึกดีกับมันได้อย่างไร?
ถ้าไม่ใช่เพราะเทพนาจาที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่ต าหนิการ
กระท าของมัน ก็ไม่รู้ว่าหลี่เทียนจีจะท าให้ราชันเทวะ
เทพกระบี่ต้องอับอายไปอีกนานเท่าไหร่ ถึงกระนั้นหลี่
เทียนจีก็ท าให้ราชันเทวะเทพกระบี่บาดเจ็บสาหัส
ด้วยพลังกฎสวรรค์
ราชันเทวะเทพกระบี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ
ไป ซึ่งต่อมาเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจาก
ปรมาจารย์สุภูติ นับตั้งแต่มีการแข่งขันบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนมา นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าแข่งขันท าให้
อีกฝ่ายได้รับความอัปยศอดสูจนถึงที่สุด
การกระท าเช่นนี้ท าให้สีหน้าของปรมาจารย์สุภูติไม่
ค่อยสู้ดีนัก
ด้วยเหตุนี้เทพนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน จึง
เริ่มดุด่าประณามการกระท าของหลี่เทียนจี หาก
ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้ด าเนินต่อไปมันก็ไม่รู้ว่าจะ
เกิดปัญหาใหญ่โตขึ้นเมื่อใด
” ก็แค่เด็กดื้อด้านไม่รู้จักกฎระเบียบ ไม่น่าแปลกใจที่
พี่สาวลั่วผินไม่ชายตามองมันแม้แต่น้อย! ต่อให้
มนุษย์หรือเทพเซียนบนสวรรค์ตกตายกันหมด พี่
สาวลั่วผินก็ไม่มีทางแลเจ้า หึ!” เย่ซีซีมองไปที่มัน
ด้วยโทสะ นางก าหมัดเล็ก ๆ ของตนเองแน่นความ
โกรธถึงขีดสุด
” ปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างมันเหลิงล าพองไป
ก่อน รอให้เหล่าอู่ของเราได้ขึ้นเวที มันจะต้องถูก
ทรมานอย่างหนัก จนไม่รู้ว่าบิดาของมันเป็นคนไหน!
” หนานซานหวางเยว่มองและกล่าวอย่างเปิดเผย
เขารู้ดีว่าในโลกใบนี้ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีผู้คน
นับถือ
ถ้าราชันเทวะเทพกระบี่มีพลังฝีมือเหนือกว่าหลี่เทียน
จี เขาคงไม่ต้องอับอายถึงเพียงนี้
หาก อู่ อวี้ ได้เผชิญหน้ากับหลี่เทียนจีแล้วมันคิดจะ
ท าเช่นนั้นกับเขา คงได้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่
เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หนานซานหวางเยว่รู้ดีอยู่แก่ใจ
ถึงความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ฝีมือความแข็งแกร่ง
ของเขาเทียบไม่ได้กับเทพเซียนทั่วไป ไม่รู้ว่าตั้งกี่ปี
มาแล้วที่ อู่ อวี้ เริ่มต่อสู้กับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ตอนอยู่ที่สุสานจักรพรรดินิรันดร์ อู่ อวี้ที่ ร่วมมือกับ
ราชันปีศาจเก้าสวรรค์ตนอื่น ๆ ก็สามารถเอาชนะหุ่น
เชิดซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วงได้แล้ว แม้ว่ามัน
จะอยู่ในขั้นแรก แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้ต่อสู้
เผชิญหน้ากับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฝ่ายตรงข้ามของ อู่ อวี้ ล้วน
แล้วแต่อยู่ในระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ทั้งสิ้น
“ใช่! พี่ชาย อู่ อวี้ ไม่เคยพ่ายแพ้คนระดับเดียวกันมา
ก่อน เมื่อใดที่พี่ชาย อู่ อวี้ ลงมือ ก็เท่ากับว่าหลี่เทียน
จีได้มอดม้วยมรณาตายไปแล้ว ” เย่ซีซีรู้สึกฉุนเฉียว
เป็นอย่างยิ่ง การที่มันท าให้ราชันยเทวะเทพกระบี่
ต้องอับอายขายหน้าถึงเพียงนั้น มันช่างเป็นคนที่น่า
ขยะแขยงเกินทนส าหรับนางอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้นขณะที่ราชันเทวะเทพกระบี่ถูกกระท าให้
อับอาย ยังมีคนบนสวรรค์ตบมือชอบใจอย่างนาง
เซียนเหยาอวิ๋นกับนางเซียนหลิงหมี่ นอกจากนี้ยังมี
‘ลุ่ยเทียนหยวน’ บุตรชายของเทพอัสนีลุ่ยกงและเจ้า
แม้ฟ้าแล่บเตียนบ๊อ ลูกหลานของจักรพรรดิเซียน
เหล่านี้ล้วนมีความสุขพอใจกับการกระท าต ่าช้า
ของหลี่เทียนจี แถมยังตบมือส่งเสียงให้ก าลังใจอย่าง
สนุกส าราญ
บททดสอบจักรพรรดิเซียนยังคงด าเนินต่อไป ไม่นาน
นัก อู่ อวี้ ก็ถูกแสงจากวงล้อหยินหยางสาดส่องเข้า
ใส่ ซึ่งคาดว่าคู่ต่อสู้ของเขาหลังจากนี้คงไม่มีโอกาส
มากนัก
ขณะที่ล าแสงของวงล้อหยินหยางยังคงหมุนคว้าง
ส่องสว่างต่อไป ในไม่ช้ามันก็ส่องไปยังต าแหน่ง
ทายาทจักรพรรดิเซียนที่ก าลังพูดคุยสนทนาหัวเราะ
กระซิกกันอย่างสนุกสนาน มันผู้นั้นคือ ‘ลุ่ยเทียน
หยวน’ ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเทพอัสนีลุ่ยกงและเจ้าแม้
ฟ้าแล่บเตียนบ๊อ!
เมื่อแสงหยุดลงที่ลุ่ยเทียนหยวนทั่วทั้งสนามก็เงียบ
กริบ
ไม่คาดคิดว่าคู่ต่อสู้ในการประลองแรกของ อู่ อวี้ จะ
เป็นลุ่ยเทียนหยวน!
หลังจากนั้นเสียงโห่ร้องให้ก าลังใจก็ดังกึกก้องไปทั่ว
ทั้งสนามประลองบททดสอบจักรพรรดิเซียน
นับตั้งแต่รอบแรกของบททดสอบจักรพรรดิเซียนยัง
ไม่มีคู่ไหนน่าตื่นเต้นลุ้นระทึกเลย ทว่าการแข่งขัน
ต่อสู้ระหว่าง อู่ อวี้ กับลุ่ยเทียนหยวนต้องดุเดือด
เข้มข้นลุ้นระทึกอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุด อู่ อวี้ ได้สังหารจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่
2 อย่างโม่หลี่อิ๋น แม้ว่าจะมีการพูดเกินจริงไปบ้างใน
เรื่องของการต่อสู้ แต่ถ้าถามถึงความแข็งแกร่งของ
เขาแทบไม่มีผู้ใดกังขา
ส่วนลุ่ยเทียนหยวนนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างเทพอัสนีลุ่ยกงกับเทพสามตา
หยางเจียนนั้นดีมาก ส่วนทายาทของพวกมันทั้งสอง
ไม่ว่าจะเป็นหยางเชียนหรือ ‘ลุ่ยเทียนหยวน’ ก็เป็น
สหายเล่นกันมาตั้งแต่ยังเยาว์ ทั้งสองฝึกฝนบ าเพ็ญ
ตนมาจนถึงป่านนี้ ท าให้สถานะความสัมพันธ์ของทั้ง
สองเป็นทั้งสหายและคู่แข่งไปในตัว
เป็นเวลานานแล้วที่พลังฝีมือของคนสองขับเคี่ยวคู่คี่
สูสีกันมา จวบจนปัจจุบันพลังฝีมือของ ‘ลุ่ยเทียน
หยวน’ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหยางเชียน อันที่จริงคงต้อง
กล่าวว่าสูสีพอ ๆ กัน
ในยามปกติลูกหลานของจักรพรรดิเซียนมัก
แลกเปลี่ยนฝีมือกันเป็นครั้งคราว ดังนั้นพวกมันจึง
เข้าใจในความแข็งแกร่งของ ‘ลุ่ยเทียนหยวน’ อยู่บ้าง
” ความแข็งแกร่งปัจจุบันของ ‘ลุ่ยเทียนหยวน’
ใกล้เคียงกับบุตรสาวของพวกเรา ให้เขาจัดการกับ อู่
อวี้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด ” มหาเทพตงหัวกล่าว
ด้วยรอยยิ้มผ่อนคลายแบบสุด ๆ
เทพมารดรวิญญาณเร้นที่อยู่ด้านข้างพยักหน้าแล้ว
กล่าวว่า ” ใช่… ครั้งล่าสุดที่ลุ่ยเทียนหยวน
แลกเปลี่ยนฝีมือกับลูกสาวของข้า แม้ผลลัพธ์ที่
ออกมาเขาจะพ่ายแพ้ แต่ได้ข่าวว่าเมื่อไม่นานนี้เขาก็
มีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีทางพ่ายแพ้ อู่
อวี้ อย่างเด็ดขาด ”
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ไม่ได้มอง อู่ อวี้ ไปในทางที่ดี
นัก เพียงแค่ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้สร้างวีรกรรมใหญ่โต
ไว้มากมายพวกมันจึงให้ความสนใจกับเขา
อันที่จริงจักรพรรดิเซียนเหล่านี้ไม่เข้าใจความ
แข็งแกร่งของ อู่ อวี้ พวกมันคร้านเกินกว่าจะมานั่ง
สนใจหรือใส่ใจเขา ส าหรับพวกมันยังยึดติดอยู่
แนวคิดเก่า ๆ ว่าที่มนุษย์ฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรจน
กลายเป็นเทพเซียน จะแข็งแกร่งกว่าทายาท
จักรพรรดิเซียนอย่างพวกมันได้อย่างไร?
พวกมันสามารถควบคุมทรัพยากรฝึกฝนบ าเพ็ญตน
ให้กับชนรุ่นหลัง ท าให้ลูกหลานของพวกมันฝึกฝน
บ าเพ็ญตนได้อย่างราบรื่น ไร้ซึ่งอุปสรรคขวากหนาม
ใด ๆ ส่งผลให้ฝีมือความแข็งแกร่งก้าวหน้าอย่าง
รวดเร็ว ทั้งยังได้รับการชี้แนะสั่งสอนจากบรรพชน
ของตนเอง แนวทางการฝึกฝนรวบรัดกระชับ ไม่ต้อง
อ้อมโลกให้เสียเวลา ไม่ว่าจะเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ , พลัง
กฎสวรรค์ , ศาสตราเซียนก าเนิดภพ ด้วยทรัพยากร
และสิ่งอ านวยความสะดวกอย่างพร้อมสรรพเช่นนี้
จึงท าให้พวกมันแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ที่ฝึกฝนบ าเพ็ญ
ตนจนกลายเป็นเทพเซียนมากนัก
หลังจากระบุคู่ต่อสู้เป็นที่แน่ชัด อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รู้สึก
หวาดกลัวแม้แต่น้อย
เขาเดินเข้าไปในสนามอย่างอาจหาญแลมองไปยังลุ่ย
เทียนหยวน พบว่าใบหน้าของมันจะเป็นสีคราม เส้น
ผมเป็นสีชาด ดวงตาดุร้าย เขี้ยวยาวงุ้มออกมานอก
ปาก ล าตัวยาวสองจั้ง มีปีกบนแผ่นหลังเหมือนนก
อินทรี มีอ านาจในการควบคุมพลังอัสนี กระแสไฟฟ้า
แล่นประกายไปทั่วทั้งร่างของมันและดวงตาของมัน
ลุ่ยเทียนหยวนยังคงหัวเราะพูดคุยกับผู้คน แต่กลับ
กลายเป็นว่าคู่ต่อสู้ของมันนั้นคือ อู่ อวี้ มันไม่คาดคิด
เลยว่ามันต้องมาต่อสู้กับเขา
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าเห็นหรือไม่ว่าไอ้เด็กนั่นก าลังก้าวขึ้นมา
บนสนามประลอง ข้าลุ่ยเทียนหยวนจะท าให้มันรู้ว่า
ความน่าสะพรึงกลัวของทายาทจักรพรรดิเซียนนั้น
เป็นเช่นใด หยางเชียนคู่ต่อสู้ของเจ้าข้าจะจัดการให้
ก่อนก็แล้วกัน ไม่ต้องขอบคุณข้า ”
ลุ่ยเทียนหยวนยิ้มไปกล่าวไป เผยให้เห็นคมเขี้ยวอัน
แหลมคมของมันดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
อารมณ์ของมันฉุนเฉียวรุุ่มร้อน ดูมิได้หวาดกลัว อู่
อวี้ แม้แต่น้อย พร้อมบินทะยานลงไปในสนาม
ประลองราวกับสายอัสนีที่ฟาดผ่าลงพื้น
หยางเชียนยังคงเฝ้าดูการต่อสู้ด้วยท่าทางเย็นชา
กระหายโลหิต โดยไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใด
มันต้องการสังหาร อู่ อวี้ ด้วยมือของตนเอง แต่ถ้ามี
ผู้ใดลงมือแทนมันก็หาได้ใส่ใจ เพราะไม่ว่าอย่างไร อู่
อวี้ ตกตายไปเสียก็ดี ส่วนใครจะเป็นคนสังหารไม่ใช่
เรื่องส าคัญ
ตรงกันข้ามหลี่เทียนจีที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ระเบิดเสียง
หัวเราะดังลั่นพร้อมกล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้ อย่าเพิ่งตก
ตายด้วยน ้ามือของลุ่ยเทียนหยวนไปเสียก่อนล่ะ ชีวิต
ของเจ้าเป็นของข้า ส่วนเทพมังกรลั่วผินก็จะ
กลายเป็นสตรีของข้าหลี่เทียนจี! ”
———————–