กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1686: ชัยชนะ
ลุ่ยเทียนหยวนคิดไม่ถึงว่าพลังจากสระลิขิตอัสนีของ
พลองวายุอัสนีเบิกฟ้า จักถูกยับยั้งโดยพลังอิทธิฤทธิ์
กลืนกินของ อู่ อวี้
ยิ่งไม่คาดคิดเข้าไปใหญ่ว่าท่ามกลางพลังอิทธิฤทธิ์
สระลิขิตอัสนีที่ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มก าลัง อู่
อวี้ จะปลดปล่อยการโจมตีสวนกลับมาสู่ภายนอก
ด้วยศาสตราเซียนก าเนิดภพ!
เมื่อลุ่ยเทียนหยวนเริ่มตอบสนอง แสงสีทองก็เข้ามา
ใกล้มันมากแล้ว
จักรพรรดิเซียนเกือบทั้งหมดที่อยู่ภายในห้วงอเวจี
มหาดารา ต่างตื่นตะลึงกับแสงสีทอง พลองทองตวัด
ฟาดกรีดผ่านออกมาจากสระลิขิตอัสนี ราวกับก าลัง
ฉีกกระชากท้องเวหาออกจากกัน จนผู้คนแทบจะไม่
สามารถมองที่มันได้ตรง ๆ
ลุ่ยเทียนหยวนเป็นด่านแรกที่ต้องแบกรับสัมผัสได้ถึง
ความรุนแรงจากอ านาจท าลายล้างของแสงสีทองนี้
พลังอิทธิฤทธิ์จิตมารหวนคืนท าให้ร่างของมัน
กลายเป็นกระแสสายอัสนี ทว่าสวรรค์ปฐพีแลความ
ว่างเปล่าล้วนถูกบดขยี้ท าลายด้วยพลองทอง
นับประสาอะไรกับกระแสทรายอัสนีเส้นเล็ก ๆ อย่าง
มัน ฉับพลันอ านาจท าลายล้างอันมหาศาลก็พวยพุ่ง
เข้าใส่ลุ่ยเทียนหยวน!
ภายใต้ความสิ้นหวังของลุ่ยเทียนหยวน มันกระท าได้
เพียงปลดปล่อยพลังกฎสวรรค์วังวนหมื่นอัสนี ส่งผล
ให้กระแสวังวนอัสนีก่อตัวขึ้นรอบร่างของมัน
แต่ด้วยพลังกฎสวรรค์เพียงเล็กน้อยจะสามารถ
ต้านทานพลองทองสมปรารถนาของ อู่ อวี้ ได้
อย่างไร?
สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้นสามารถท าให้สวรรค์ถล่มปฐพี
ทลายได้อย่างแท้จริง
ตวัดฟาดพลองเพียงครั้งสามารถท าให้ความว่างเปล่า
แตกเป็นเสี่ยง ๆ ร่างของลุ่ยเทียนหยวนลอยกระเด็น
ออกไป กระแสสายอัสนีมืดสลัวลง พลังอันน่าตื่น
ตะลึงได้หายไปอย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ ยืนหยัดอยู่บนสนามประลองในมือถือพลอง
ทองสมปรารถนา เมื่อสระลิขิตอัสนีค่อย ๆ สลาย
หายไป ร่างของเขาก็ปรากฏต่อหน้าทุกผู้คน ที่ส าคัญ
เขายังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่มีแม้แต่ร่องรอยขีด
ข่วน เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศอันสง่างามอลังการยิ่ง
ด้วยภาพนี้ท าให้ผู้เข้าชมทุกคนต่างตกตะลึงไม่
อยากจะเชื่อ
“อู่ อวี้! อู่ อวี้! อู่ อวี้!”
เมื่อเห็นภาพดังกล่าวฝูงชมก็ส่งเสียงไชโยโห่ร้องดัง
กึกก้องกัมปนาท โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นจักรพรรดิ
เซียน ศิษย์ในส านักของปรมาจารย์สุภูติกว่าเก้าร้อย
คน เวลานี้พวกเขาส่งเสียงให้ก าลังใจเขาด้วยความ
ตื่นเต้น
“ พี่ชาย อู่ อวี้ สุดยอดไปเลย! ”
เย่ซีซีชูก าปั้นเล็ก ๆ ของนางโบกสะบัดไปมาอย่าง
ตื่นเต้นบนแท่นรับชม ก่อนหน้านี้นางรู้สึกห่วงกังวล
อย่างมาก ด้วยหวั่นเกรงว่า อู่ อวี้ จะพ่ายแพ้ให้กับ
ลุ่ยเทียนหยวน
แต่เมื่อเห็นว่าสภาพของ อู่ อวี้ ยังคงสมบูรณ์ปกติดี
นางก็รู้สึกใจชื้นไม่ผิดหวัง
” ข้าบอกแล้วว่าเหล่าอู่จะพ่ายแพ้วิหคอัสนีกระจอก
งอกง่อยเช่นนี้ได้อย่างไร!” หนานซานหวางเยว่กล่าว
พร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง
” ถ้าเจ้าแม่ฟ้าแล่บเตียนบ๊อกับเทพอัสนีลุ่ยกงได้ยิน
สิ่งที่เจ้าพูด มีหวังพวกเขาคงอยู่ไม่เป็นสุขไปตลอด
ชีวิต ” ลั่วผินยิ้มแล้วกล่าวอย่างอารมณ์ดี
การที่เขาสามารถเอาชนะชนะลุ่ยเทียนหยวนได้นั้น
ท าให้เขาเข้าใกล้จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขึ้นอีกก้าว
หนึ่ง
ลั่วผินหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อู่ อวี้ จะสามารถก้าวไป
ตามเส้นทางที่มุ่งหวังได้ ตราบใดที่ อู่ อวี้ สามารถ
บรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ความสัมพันธ์
ระหว่างนางกับ อู่ อวี้ จะแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นไม่
สามารถแยกจากกันได้
แม้แต่เหล่าอาวุโสในแดนจักรพรรดิมังกร ก็ไม่มี
เหตุผลที่จะแยกพวกเขาออกจากกัน มันจะท าให้
ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองมั่นคงขึ้น
“ปรมาจารย์สุภูติศิษย์ใหม่ของท่าน… ช่างยอดเยี่ยม
จริงๆ!”
บนต าแหน่งที่โดดเด่นที่สุดในห้วงอเวจีมหาดารา ไม่
ว่าจะเป็นปรมาจารย์สุภูติหรือองค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน
ก าลังเฝ้าดูการแข่งขันของบททดสอบจักรพรรดิเซียน
เมื่อเห็น อู่ อวี้ สามารถเอาชนะตรงข้ามได้ท่านก็ยิ้ม
พร้อมกล่าวชื่นชม
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงประโยคธรรมดา ๆ ว่า “ช่าง
ยอดเยี่ยม” แต่ส าหรับจักรพรรดิเซียนชั้นสูงสุดบน
สวรรค์แล้ว นับเป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยปากชมเชยผู้ใด
แม้แต่หยางเชียนบุตรชายเทพสามตาหรือหลี่เทียนจี
บุตรชายของเทพนาจา ก็ยังไม่เคยได้รับค าชมจาก
ปากขององค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน เพียงแค่นี้ก็สามารถ
คาดเดาได้ว่าฝีมือไม้ลายมือของ อู่ อวี้ โดดเด่นสะดุด
ตามากเพียงใด
ด้วยประสิทธิภาพการต่อสู้ที่ลุ่ยเทียนหยวนแสดง
ออกมาให้เห็น ส าหรับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ แล้วมิ
อาจเพิกเฉยได้เลย ในบรรดาคนรุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน ความแข็งแกร่งของมัน
จัดเป็นสิบอันดับแรกเลยก็ว่าได้
อย่างไรก็ตามมันกลับพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ที่ตวัดฟาด
พลองออกไปเพียงครั้งอย่างหมดท่า ทั้งยังเห็นได้ชัด
ว่านี่ไม่ใช่ขีดจ ากัดของ อู่ อวี้
” ท่านอาวุโสกล่าวชมเกินไปแล้ว ข้าน้อยนั้นไร้
ความสามารถ เกรงว่าจะท าให้องค์ไท่ซ่างต้องขบขัน
”
ส าหรับปรมาจารย์สุภูติชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เรื่อง
ประหลาดใจมากเกินไป ท่านเพียงยิ้มจาง ๆ แต่แวว
ตาแฝงไว้ด้วยความพึงพอใจในการแสดง
ความสามารถของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
” ดูเหมือนการเข้าสู่แปดอันดับสุดท้าย จะมิใช่ปัญหา
ส าหรับศิษย์ของท่าน อู่ อวี้ ”
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินคาดเดาต่อไปว่า ” แต่เขาจะไป
ได้ไกลแค่ไหนนั้น เราคงต้องดูความแข็งแกร่งของผู้
เข้าแข่งขันคนอื่น ๆด้วย ”
” อืม… คงต้องรอดูกันต่อ ”
ปรมาจารย์สุภูติยิ้ม โดยมิได้ห่วงกังวล อู่ อวี้ มากนัก
ซึ่งตรงกันข้ามกับจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ที่พา
ลูกหลานทายาทของตนเองมาเข้าร่วมการแข่งขัน สี
หน้าของพวกมันยามนี้บิดเบี้ยวน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง
คู่แรกคงไม่พ้นบิดามารดาของลุ่ยเทียนหยวน เจ้าแม่
ฟ้าแล่บเตียนบ๊อกับเทพอัสนีลุ่ยกง
สีหน้าของพวกมันทั้งสองเปลี่ยนเป็นเขียวคล ้าทันที
ทันทีที่ลุ่ยเทียนหยวนออกจากสนามประลอง พวกมัน
ก็รีบทะยานเข้าไปรักษาตรวจสอบว่าบุตรชายของตน
ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงชีวิตหรือไม่ เมื่อยืนยันว่ามัน
มิได้เป็นอันใดมาก เพียงสูญเสียประสิทธิภาพในการ
ต่อสู้ไปชั่วคราวเท่านั้น ทั้งสองก็ถอนหายใจออกมา
ด้วยความโล่งอก
หากนถูกพลองฟาดทุบจนตกตายเช่นเดียวกับโม่ห
ลี่อิ๋น บททดสอบจักรพรรดิเซียนคงไม่สามารถด าเนิน
ต่อไปได้ เจ้าแม่ฟ้าแล่บเตียนบ๊อกับเทพอัสนีลุ่ยกงคง
ไม่ยินยอม และท าให้การแข่งขันยุ่งเหยิงไปหมดเป็น
แน่
โชคดีที่ลุ่ยเทียนหยวนแค่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่ถึงแก่
ชีวิต แล้วก็ไม่อยู่ในขั้นวิกฤติอันตรายมากเกินไป
อย่างไรก็ตามการที่ลุ่ยเทียนหยวนพ่ายแพ้ให้แก่ อู่
อวี้ ท าให้บิดามารดาของลุ่ยเทียนหยวนยากจะ
ยอมรับได้
ในสายตาของพวกมัน คิดว่าระดับความแข็งแกร่ง
ของลุ่ยเทียนหยวนน่าจะสามารถติดอันดับหนึ่งในสี่
ของการแข่งขันทดสอบจักรพรรดิเซียนได้อย่าง
แน่นอน ผู้ใดจะไปคาดคิดว่ามันจะพ่ายแพ้ตั้งแต่รอบ
แรก?
พวกมันแอบสงสัยว่าปรมาจารย์สุภูติจงใจกระท า
เช่นนี้ รู้สึกว่าการกระท าเช่นนี้ของปรมาจารย์สุภูติ
นั้นไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ท้ายที่สุดแล้วจากการกระท าของ อู่ อวี้ ไม่ได้คิดบด
ขยี้ลุ่ยเทียนหยวน แต่ต้องการท าให้ลุ่ยเทียนหยวน
พ่ายแพ้ตกรอบในรอบแรก
“ อู่ อวี้ ผู้นี้ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! ”
เทพอัสนีลุ่ยกงโกรธจนตัวสั่น ส่งผลให้เวลานี้สาย
อัสนีสว่างวาบไปทั่วร่างของมัน ยามนี้มันอยากจะสั่ง
สอน อู่ อวี้ เป็นการส่วนตัวใจจะขาด แต่ติดที่ว่ามัน
เป็นอาวุโสจึงไม่สามารถกระท าเช่นนั้นได้
” เด็กมนุษย์ที่บรรลุเป็นเซียนอมตะ กล้ากระท ากับ
เทียนหยวนของเราเช่นนี้ หากภายภาคหน้ามีโอกาส
เราจะท าให้มันได้รู้ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต ่าเป็นอย่างไร
” เจ้าแม่ฟ้าแล่บเตียนบ๊อเห็นลุ่ยเทียนหยวนบุตรชาย
ของตนเองบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ นางก็รู้สึกเป็นทุกข์
และเจ็บปวดใจยิ่ง ท าให้นางพาลเกลียดชัง อู่ อวี้
มากยิ่งขึ้นไปอีก
อีกฟากฝั่งด้านหนึ่งบนแท่นรับชมการแข่งขันเทพ
สามตาหยางเจียนยังคงจ าการเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้
แล้วมันก็กล่าวพึมพ าขึ้นว่า ‘สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น’
” ดูเหมือนมันจะใช้กระบวนท่านี้ตอนอยู่บนสวรรค์ฉี
เทียนเช่นกัน แต่ในตอนนั้นอ านาจของพลองทรงพลัง
มากกว่านี้นับหมื่นเท่า แม้แต่เนตรแห่งการจองจ า
ของข้ายังถูกท าลายจนแหลกเป็นเสี่ยง ๆ … ”
หยางเจี้ยนหรี่ตาราวกับก าลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
สีหน้าของมันเคร่งขรึมเรียบเฉย ท าให้ไม่สามารถมอง
ออกได้ว่ามันก าลังคิดสิ่งใดอยู่ในหัว
เมื่อมันนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนสวรรค์ฉีเทียนมันก็รู้สึก
ขุ่นเคืองใจเล็กน้อย สัญชาตญาณร้องบอกมันว่า อู่
อวี้ กับพรรคพวกจะต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่เป็น
แน่ เพียงแต่มันไม่รู้ว่าความลับนั้นคืออันใด
นับตั้งแต่ อู่ อวี้ คารวะปรมาจารย์สุภูติเป็นอาจารย์
มันก็ไม่มีโอกาสตรวจสอบเรื่องที่ค้างคาใจ จึงต้อง
ผัดผ่อนรอไปก่อน
หยางเชียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับฝีมือการต่อสู้
ที่ อู่ อวี้ แสดงให้เห็น ท าให้มันรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่ไม่
น้อย
มันกับลุ่ยเทียนหยวนเป็นสหายสนิทที่เติบโตมา
ด้วยกันตั้งแต่เล็ก เมื่อเห็นลุ่ยเทียนหยวนได้รับ
บาดเจ็บสาหัสทั้งยังพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ไม่ว่าจะเป็น
ผู้ใดก็สามารถจินตนาการความขุ่นเคืองโกรธแค้น
ภายในใจของมันได้
เรื่องนี้ท าให้การแสดงออกของมันดูเย็นชามากขึ้นไป
อีก เจตนาแห่งการฆ่ายังคงแผ่ออกมาราวกับ
เครื่องจักรสังหารที่น่าประหวั่นพรั่นพรึง
ด้วยชัยชนะของ อู่ อวี้ ท าให้ท้าวหลี่มหาราชเริ่มร้อน
รนอยู่ไม่สุข
เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ออกมาหลี่เทียนจีก็เริ่มก่นด่า
สาปแช่งตามประสาพวกปากสุนัข ” อู่ อวี้ ผู้นี้ช่างไร้
ยางอาย กล้าเล่นตุกติกลอบโจมตีลุ่ยเทียนหยวน การ
ที่มันสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้โดยวิธีนี้ในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนช่างเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสิ้นดี! ”
ท้าวหลี่มหาราชเริ่มปวดเศียรเวียนเกล้า
บททดสอบจักรพรรดิเซียนคือการแข่งขันที่บริสุทธิ์
ยุติธรรมอย่างที่สุด จะมีการลอบโจมตีที่ไหนกันเล่า?
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้หักล้างค าพูดของหลานรักหลี่
เทียนจี มันแค่ยิ้มแล้วปลอบประโลม ” เทียนจีอย่า
เพิ่งกังวล ผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้ก็ดีไม่ใช่หรือ? เจ้าลอง
คิดดูสิหากรอบต่อไปเจ้าได้เจอกับ อู่ อวี้ แล้วสร้าง
ความอับอายฉีกหน้ามันต่อหน้าแม่หนูน้อยตระกูล
เทพมังกร เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าคิดว่าผู้ใดจะกลายเป็น
วีรบุรุษ? ”
“ จริงด้วยท่านปู่ ”
หลี่เทียนจีครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วยิ้มอย่างคาดหวัง “
ลุ่ยเทียนหยวนพ่ายแพ้แก่มัน เช่นนั้นคงต้องโทษว่า
มันไร้ประโยชน์เกินไป คนอย่าง อู่ อวี้ ควรให้นาย
น้อยผู้นี้เป็นคนจัดการถึงจะถูก เมื่อถึงตอนนั้นจะเป็น
การตัดสินว่านางเซียนลั่วผินจะตกเป็นของผู้ใด? ”
เมื่อฟังจากค ากล่าวนี้ราวกับว่าลั่วผินเพียงแค่สิ่งของ
ไม่มีสิทธิ์เลือกหรือตัดสินใจด้วยตนเอง
” ดูมันสิ แค่เอาชนะลุ่ยเทียนหยวนได้หน่อย ท าเป็น
ภาคภูมิใจอะไรนักหนา? ” นางเซียนเหยาอวิ๋นเฝ้าดู
การต่อสู้บนที่พ านักของผู้ชม เมื่อเห็นผลลัพธ์
ดังกล่าวนางก็หันไปเอ่ยกับมหาเทพตงหัวผู้เป็นบิดา
อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“ บุตรีเอ๋ย… หากเปลี่ยนเป็นเจ้าไปต่อสู้กับลุ่ยเทียน
หยวน เจ้าคิดว่าสามารถเอาชนะเขาได้หรือไม่? ”
มหาเทพตงหัวไต่ถามบุตรสาวด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
เนื่องจากลุ่ยเทียนหยวนก็เป็นเสมือนหนึ่งในตัวแทน
ของจักรพรรดิเซียนที่พาลูกหลานมาร่วมเข้าแข่งขัน
บททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้ด้วย
” แน่นอน ฝีมือของเทียนหยวนด้อยกว่าข้ามาโดย
ตลอด ”
นางเซียนเหยาอวิ๋นแค่นเสียงในล าคอพร้อมกล่าวว่า
” เฮอะ! หากข้าได้ต่อสู้กับ อู่ อวี้ ข้าจะท าให้มันรู้ว่า
ทายาทจักรพรรดิเซียนเช่นพวกเรามีฝีมือยอดเยี่ยม
มากเพียงใด! ”
” ไม่รู้ว่าในรอบเราไปคู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ จะเป็นผู้ใด? ”
มหาเทพตงหัวมองไปข้างหน้า มันไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะ
มุ่งไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ สิ่งเดียวที่มันคาดหวังคือ
ผู้ใดจะเป็นคนเอาชนะอู่ อวี้ ได้
ส าหรับบททดสอบจักรพรรดิเรียนครั้งนี้หากเหล่า
ทายาทจักรพรรดิเซียนคนใดคนหนึ่ง สามารถคว้าชัย
ชนะมาจาก อู่ อวี้ ได้ คนผู้นั้นจะได้รับเกียรติยศ
ชื่อเสียงมากมาย ท้ายสุดแล้ว อู่ อวี้ มีตัวตนที่พิเศษ
ยิ่ง ด้วยเพราะเขาสามารถเอาชนะลุ่ยเทียนหยวนได้
อย่างไม่ยากเย็น
” ข้าหวังว่าจะโชคดีได้เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ คราวนี้ข้า
จะแสดงให้หลี่เทียนจีเห็นว่าตัวข้านั้นแข็งแกร่ง
กว่านังปีศาจสาวแห่งตระกูลเทพมังกรมากเพียงใด ”
นางเซียนเหยาอวิ๋นหวังว่านางจะได้ต่อสู้กับ อู่ อวี้ ใน
รอบต่อไป
น่าเสียดายที่ทุกสิ่งมักไม่เป็นดั่งใจหวัง
การแข่งขันบททดสอบจักรพรรดิเซียนรอบแรกสิ้นสุด
ลงในที่สุด มีราชันเทวะเข้าสู่รอบที่สองทั้งหมด 64
คน
หลังจากหยุดพักเป็นเวลาหนึ่งปี การต่อสู้รอบที่สองก็
จะเริ่มต้นขึ้นทันที
ระยะเวลาหนึ่งปีส าหรับจักรพรรดิเซียนบนสวรรค์ก็
เหมือนกับหนึ่งวันของโลกมนุษย์ จากระยะเวลา
ดังกล่าวพวกมันยังไม่ได้เดินทางออกจากห้วงอเวจี
มหาดาราเลยด้วยซ ้า คนทั้งหมดปักหลักพูดคุย
วิเคราะห์เกี่ยวกับการต่อสู้ในรอบแรกอยู่ที่เดิม และ
คาดการณ์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในรอบต่อไป
เมื่อการต่อสู้รอบที่สองเริ่มขึ้น แสงบนวงล้อหยินห
ยางก็เริ่มหมุนวนคัดเลือกคู่ต่อสู้อีกครั้ง
เเมื่อการประลองมาถึงรอบที่สาม แสงบนวงล้อห
ยินหยางก็สาดส่องไปที่ อู่ อวี้
จักรพรรดิเซียนที่รับชมการต่อสู้เริ่มกระวนกระวาย
หายใจหายคอแทบไม่ออก ตั้งตารอด้วยใจลุ้นระทึก
ว่าผู้ใดจะเป็นคู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ ในรอบที่สอง?
หลังจากนั้นแสงของวงล้อหยินหยางก็ค่อย ๆ ไปหยุด
ลงบนร่างของทายาทจักรพรรดิเซียนผู้หนึ่ง มันผู้นี้
เป็นบุตรชายของเทพตะวันสัญจรมีนามว่า บูรพา
สัญจร!
บูรพาสัญจรในชุดคลุมสีแดงตัวใหญ่ค่อย ๆ ลุกขึ้น
ยืน ท่าทางของมันดูจริงจังเล็กน้อย ในเวลานี้ทายาท
จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้
ตนเองได้เผชิญหน้าต่อสู้กับ อู่ อวี้ แต่ไม่ใช่มัน เพราะ
มันรู้ดีว่าการที่ตนเองจะเอาชนะ อู่ อวี้ เป็นเรื่องที่
ยากเย็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากลุ่ยเทียนหยวนเป็นอัจฉริยะผู้มีฝีมือติด
อันดับแปดในสิบของการแข่งขัน ขนาดลุ่ยเทียน
หยวนยังพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ แล้วตัวมันจะใช่คู่ต่อสู้
ของ อู่ อวี้ ได้อย่างไร?
แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็มีภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่าง
มาก ก่อนหน้านี้ตอนที่มันเผชิญหน้ากับราชันเทวะ
พเนจรมาก่อน มันแสดงให้เห็นถึงความรังเกียจที่มี
ต่อมนุษย์ผู้ส าเร็จเป็นเซียนอมตะ พร้อมปลดปล่อย
‘กฎสวรรค์ตะวันผลาญ’ ก าจัดราชันเทวะพเนจรออก
จากการแข่งขันในกระบวนท่าเดียว
ดังนั้นถึงแม้บูรพาสัญจรจะรู้ตัวเองต้องพ่ายแพ้ให้แก่
อู่ อวี้ แต่มันก็ไม่สามารถยอมรับในความพ่ายแพ้นี้ได้
ในเมื่อมันมีโอกาสสู้มันก็จะสู้อย่างเต็มที่ ผู้ใดจะไปรู้
ว่าบางที อู่ อวี้ อาจจะโชคดีเอาชนะลุ่ยเทียนหยวนก็
เป็นได้?
——————