กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1687: กฎสวรรค์ดับโลกา
พวกเขาทั้งสองต้องแข่งขันกัน
เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏตัวอีกครั้งจักรพรรดิเซียนบนแท่น
รับชมก็ดูจริงจังเล็กน้อย
โดยเฉพาะสองจักรพรรดิเซียนอย่างเทพตะวันสัญจร
กับเทพราตรีสัญจรที่ชักชวนบูรพาสัญจรเข้าร่วม
แข่งขันครั้งนี้
พวกเขาทั้งสองถือเป็นจักรพรรดิเซียนผู้น่ายกย่อง
และมีอายุขัยเก่าแก่ยาวนานอีกคู่หนึ่งบนสวรรค์
นอกจากนี้พวกเขายังรักใคร่เอ็นดูบูรพาสัญจรเป็น
อย่างยิ่ง แต่ไม่คิดว่าบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้
บูรพาสัญจรจะได้เจอกับ อู่ อวี้ ในฐานะคู่ต่อสู้
“งานนี้คงแย่แล้ว” เทพตะวันสัญจรกล่าวพร้อมทอด
ถอนหายใจ เขารู้ความสามารถบุตรชายของตนเอง
เป็นอย่างดี รู้ดีว่าบูรพาสัญจรฝีมือห่างชั้นกับลุ่ย
เทียนหยวนมากแค่ไหน แล้วมันจะต้องเจอกับ อู่ อวี้
ผู้ที่สามารถเอาชนะลุ่ยเทียนหยวนนั้นได้ เท่ากับว่า
บูรพาสัญจรไม่มีโอกาสชนะเลย
” มันก็ไม่แน่เสมอไป ”
เทพราตรีสัญจรที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มแล้วกล่าวอย่างแผ่ว
เบา ” แม้ว่าฝีมือของบูรพาสัญจรจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
อู่ อวี้ แต่ในอีกรอบสองรอบต่อจากนี้เขาก็จะถูกคัด
ออกในที่สุด บางทีการเผชิญหน้าต่อสู้กับ อู่ อวี้ ใน
ครั้งนี้ เขาอาจจะได้รู้ข้อบกพร่องของตนเองแล้ว
พัฒนาขึ้นก็เป็นได้ ”
” ก็น่าจะจริงอย่างที่เจ้าว่า… หากถูกกดดันมาก ๆ
เขาอาจจะมีความก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะการทะลวง
เข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ จะต้องตกอยู่ใน
สภาวะแรงกดดันอย่างหนักเจียนตาย ข้าก็หวังว่า
บูรพาสัญจรจก้าวผ่านอุปสรรคมุ่งไปข้างหน้าอย่าง
อาจหาญ สามารถท าลายขีดจ ากัดของตนเองได้!
” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเทพตะวันสัญจรเอ่ยขึ้นด้วยความ
ผ่อนคลาย
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีส าหรับบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนครั้งนี้ ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับแรงกดดันมาก
เพียงใดหาได้อยู่ในสายตาของ อู่ อวี้ ไม่?
ส าหรับเขามันเป็นเพียงการแข่งขันธรรมดา ๆ
เท่านั้น
คงไม่มีผู้ใดสามารถจินตนาการได้ว่า ตอนที่ อู่ อวี้ ยัง
เป็นเพียงมนุษย์ เขาก็เคยต่อสู้กับเทพเซียนมาแล้ว
นั่นแหละคือความกดดันที่แท้จริงที่เขาได้ไปเผชิญมา!
ส่วนครั้งนี้มันก็เป็นแค่การแข่งขัน ที่ต้องจัดการกับคู่
ต่อสู้ในอาณาจักรเดียวกันเท่านั้นมิใช่หรือ?
เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวลงไปในสนามประลองก็พบว่าคู่ต่อสู้
ของเขาในรอบนี้คือบูรพาสัญจรบุตรชายของเทพ
ตะวันสัญจร มันท าให้เขาอดยิ้มไม่ได้แล้วกล่าวว่า
” บูรพาสัญจรข้าว่าเจ้ายอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะ
ดีกว่า อย่างไรเจ้าก็ไม่มีทางเอาชนะข้าได้ มิเช่นนั้น
แล้ว ข้าคงรู้สึกอับอายยิ่งที่ต้องจัดการคนอย่างเจ้า!”
เมื่อได้ยินค ากล่าวนี้จักรพรรดิเซียนจากสวรรค์ฤทัยก็
ส่งเสียงโห่ร้องพร้อมปรบมือกันยกใหญ่
พวกเขายังจดจ าได้ไม่ลืมในครั้งที่บูรพาสัญจร
เอาชนะราชันเทวะพเนจรการเคลื่อนไหวที่ดูหมิ่น
เหยียดหยาม นอกจากนี้ยังมีหลี่เทียนจีที่น าความ
อัปยศอย่างยิ่งยวดมาให้แก่ราชันเทวะเทพกระบี่
แล้วในตอนนี้บูรพาสัญจรได้เผชิญหน้าต่อสู้กับ อู่ อวี้
ท าให้สถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายกลับตาลปัตรกัน
อย่างสิ้นเชิง
ไม่มีใครคิดว่าบูรพาสัญจรจะเป็นคู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้
หลังจากที่เขาสามารถเอาชนะลุ่ยเทียนหยวนมาได้
เขาก็กลายเป็นผู้เข้าแข่งขันที่มีความแข็งแกร่งจัดอยู่
ในแปดอันดับแรกแล้ว
ดังนั้นสิ่งที่เขากล่าวกับบูรพาสัญจร จึงเปี่ยมไปด้วย
แรงกดดันยิ่ง
” เหล่าอู่ก็คือเหล่าอู่อยู่วันยังค ่า ผู้ใดจะกล้ากล่าว
เช่นนี้อีกนอกจากเขา? ต่อให้มีฝีมือแข็งแกร่งจน
สามารถบดขยี้บูรพาสัญจรได้ก็เถอะ หากเปลี่ยนเป็น
ข้าก็คงไม่กล้าปากดีเช่นนี้ พวกเจ้ารู้หรือไม่ค าพูด
เหล่านี้เหมือนกับการยั่วยุท้าทายจักรพรรดิเซียน
หลายคนรวมถึงลูกหลานของพวกมันที่ลงแข่งขัน
ต่อสู้ครั้งนี้! ” หนานซานหวางเยว่กล่าวอย่างตื่นเต้น
ราวกับว่าตนเองเป็นคนกล่าวยั่วยุท้าทายเสียเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่ซีซีกับลั่วผินก็กวาดตามองไปรอบ
ๆ พวกนางก็เห็นว่ายามนี้จักรพรรดิเซียนหลายคน
ก าลังหน้านิ่วคิ้วขมวดขณะรับชมอยู่บนที่พ านัก
โดยเฉพาะเจ้าแม้ฟ้าแล่บเตียนบ๊อกับเทพอัสนีลุ่ย
กง , เทพหูทิพย์ตาทิพย์ , สี่ท้าวจตุมหาราช ถึงแม้
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้จะมียศต าแหน่งบนสวรรค์
เปี่ยมไปด้วยอ านาจบารมีที่ไม่ธรรมดา
พวกมันเหล่านี้ล้วนไม่พอใจกับค ากล่าวของ อู่ อวี้
แต่พวกมันเคยคิดหรือไม่ว่า ครั้นเมื่อหลี่เทียนจีท าให้
ราชันเทวะเทพกระบี่ต้องอับอาย พวกมันต่างปรบมือ
ส่งเสียงเชียร์โห่ร้องอย่างสนุกสนานสะใจ
แต่พอการกระท าเช่นนั้นเกิดขึ้นกับคนของตนเองบ้าง
พวกมันกลับท าเป็นทนดูทนฟังไม่ได้
” จักรพรรดิเซียนเหล่านี้อยู่ในยศต าแหน่งสูง ๆ มา
นานเกินไป จนการกระท าที่ดูหมิ่นเหยียดหยาม
เกียรติมนุษย์ที่บรรลุเซียนอมตะกลายเป็นความเคย
ชินที่พวกมันกระท ามาโดยตลอด ” ลั่วผินส่ายศีรษะ
นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อู่ อวี้ จะท าให้บูรพาสัญจร
ต้องอับอายเหมือนกับที่หลี่เทียนจีท ากับราชันเทวะ
เทพกระบี่ดูบ้าง
อย่างไรก็ตามนางรู้ดีว่า อู่ อวี้ ไม่สามารถท าตัวเลว
ทรามต ่าช้าถึงขนาดนั้นได้
เขาไม่ใช่หลี่เทียนจี!
” อยากให้ข้ายอมแพ้เช่นงั้นรึ ฝันไปเถอะ!”
เมื่อบูรพาสัญจรได้ยินค ากล่าวของ อู่ อวี้ มันก็โกรธ
เป็นฟืนเป็นไฟ พลังกฎสวรรค์ตะวันผลาญพลุ่งพล่าน
ลุกโชนโหมกระหน ่ากระจายไปทั่ว ราวกับว่ามันจะ
ควบแน่นหลอมรวมกลายเป็นดวงตะวันกลางสนาม
ประลอง!
ส่งผลให้อุณหภูมิภายในห้วงอเวจีมหาดาราเพิ่ม
สูงขึ้นอย่างฉับพลัน กฎสวรรค์ตะวันผลาญแผดเผา
อู่ อวี้ ประดุจอยู่ในเตาหลอมก็มิปาน บัดนี้ร่างกาย
ของเป็นสีแดงฉานเสมือนดั่งว่าร่างกายเขาก าลังจะ
สุกอย่างไรอย่างนั้น
แต่กลับกลายเป็นว่าอุณหภูมิเท่านี้ไม่สามารถท าอะไร
อู่ อวี้ ได้เลย เพราะเขามีกายาเพชรอมตะที่สามารถ
ปิดกั้นความร้อนดังกล่าวได้
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
“กฎสวรรค์ความว่างเปล่า!”
เมื่อ อู่ อวี้ ใช้ออกด้วยพลังอิทธิฤทธิ์แลเคล็ดระเบิด
พลังคลั่ง ท าให้ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของเขาก็
ทวีเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน พลังแห่งความว่างเปล่า
ระเบิดออกอย่างรุนแรงควบแน่นเคลื่อนที่ไปหาบูรพา
สัญจรทันที!
การโจมตีจากพลังกฎสวรรค์ความว่างเปล่ารวดเร็ว
เป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้สีหน้าของบูรพาสัญจร
เปลี่ยนแปลงไปในฉับพลัน
ตอนที่เผชิญหน้ากับลุ่ยเทียนหยวน อู่ อวี้ มิได้ใช้วิชา
นี้ ส่งผลให้มันไม่สามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตามมันพยายามควบแน่นกฎสวรรค์ตะวัน
ผลาญโดยเร็วที่สุด ก่อตัวเป็นก าแพงเพลิงอัน
ร้อนแรงล้อมรอบตัว พยายามต่อต้านกฎสวรรค์ความ
ว่างเปล่าของ อู่ อวี้
น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของบูรพาสัญจร
เทียบเท่ากับจักรพรรดิเซียนขั้นแรกเท่านั้น เมื่อเทียบ
กับความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ อู่ อวี้ ถือว่าต่างกัน
ไม่น้อยเลยทีเดียว
กฎสวรรค์ความว่างเปล่าบดขยี้ท าลายความว่าง
เปล่าจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ พวยพุ่งกลืนกินเปลวเพลิง
อันร้อนแรงที่ก่อตัวขึ้นในทันที จากนั้นก็อัดกระแทก
เข้าใส่ร่างของบูรพาสัญจร ปลิวละลิ่วลอยขึ้นไปใน
อากาศพร้อมกับความว่างเปล่าที่ถูกบดขยี้ท าลายจน
ออกจากสนามประลอง!
ครั้งนี้ อู่ อวี้ ได้รับชัยชนะมาอย่างง่ายดาย
เขามิได้ท าให้อีกฝ่ายอับอายเหมือนหลี่เทียนจี ซึ่งมิใช่
ลักษณะนิสัยของ อู่ อวี้
ยิ่งไปกว่านั้นเขายั้งมือไว้อีกด้วย พยายามท าให้บูรพา
สัญจรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มิได้ส่งผลกระทบกับมัน
อย่างร้ายแรงจนตกตายไปในครั้งเดียว
“บูรพาสัญจร เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลังจากบูรพาสัญจรพ่ายแพ้ เทพตะวันสัญจรกับ
เทพราตรีสัญจรรีบเข้ามาดูอาการของบูรพาสัญจร
ทันที เมื่อเห็นว่าบุตรของตนเองมิได้เป็นอันใดมากนัก
พวกมันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
อู่ อวี้ จ้องมองพฤติกรรมของเทพตะวันสัญจรกับเทพ
ราตรีสัญจรที่ก าลังห่วงกังวลบูรพาสัญจรอยู่ เขาส่าย
หัวเล็กน้อยจากนั้นก็เดินออกจากสนามประลอง
ทายาทจักรพรรดิเซียนเหล่านี้ล้วนเป็นเช่นเดียวกัน
พวกมันแต่ละคนได้รับการโอบอุ้มพะเน้าพะนอมา
ตั้งแต่เล็ก หวาดกลัวแม้กระทั่งอุบัติเหตุเพียง
เล็กน้อย
ในมุมมองของ อู่ อวี้ การฝึกฝนบ าเพ็ญตนที่แท้จริง
นั้น คือการเผชิญหน้ากับความน่าสะพรึงกลัวของ
สวรรค์และปฐพี ผจญชีวิตและความตาย หาก
ปราศจากความเข้าใจในชีวิตและความตาย คนผู้นั้น
จะบ่มเพาะฝึกฝนเส้นทางเต๋าที่แท้จริงได้อย่างไร?
ทายาทจักรพรรดิเซียนที่เติบโตขึ้นภายใต้การ
ปรนเปรอตามใจจากบิดาและมารดา แม้พวกมันจะมี
อาณาจักรฝึกตนเหมือนกับเขา มีสภาพแวดล้อมและ
ทรัพยากรที่พร้อมกว่า แต่ อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าพวกมัน
มิได้แข็งแกร่งอันใด
เหตุการณ์นี้มิได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายมากนัก อู่ อวี้
มิได้ลงมืออย่างเต็มที่ ท าให้เทพตะวันสัญจรกับเทพ
ราตรีสัญจรรู้สึกดีกับเขาขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ถึง
ขั้นชื่นชมให้เกียรติเขา
ผู้คนหันมาสนใจการต่อสู้ครั้งต่อไปอย่างรวดเร็ว
การประลองยังคงด าเนินต่อไป วงล้อหยินหยางหมุน
วน เมื่อแสงส่องสว่างไปที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝูงชนก็
พากันร้องฮือหาขึ้นด้วยความตื่นเต้นทันที
เพราะตัวตนของทั้งสองฝ่ายที่เข้าประลองในครั้งนี้
ท าให้จักรพรรดิเซียนทุกคนที่เฝ้าดูการต่อสู้ต่างอุทาน
ขึ้น เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันทั้งสองล้วนเป็นตัวเต็งที่มี
ความแข็งแกร่งอยู่ในแปดอันดับแรก
คนแรกคือหยางเชียนบุตรชายของเทพสามตาหยาง
เจียน ผู้มีสีหน้าเย็นชาไร้ซึ่งความแยแสใด ๆ คนที่
สองคือบุตรสาวของเทพมารดรวิญญาณเร้น นาง
เซียนหลิงมี่!
หยางเชียนปะทะนางเซียนหลิงมี่
ทั้งสองล้วนเป็นตัวเต็งแปดอันดับแรกในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน อีกทั้งภายในใจของทั้งสองก็ยัง
ปรารถนาที่จะได้รับอันดับอันดับหนึ่งในการทดสอบ
ครั้งนี้ เพื่อแย่งสิทธิ์ในการเข้าสู่แดนสงครามสู่นิ
รันดร์
อย่างไรก็ตามทั้งสองพบกันล่วงหน้า ซึ่งหมายความ
ว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ
ต่อไปได้
เมื่อยืนยันว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ใด หยางเชียนก็เดิน
ตรงไปที่สนามประลอง ขณะถือศาสตราเซียนก าหนด
ภพ ‘ทวนกรีดนภา’ ไว้ในมือ ใบหน้าของมันไร้ซึ่ง
ความรู้สึกใด ๆ ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายเย็นเหยียบ
ออกมาอย่างรุนแรง
นางเซียนหลิงมี่ประหลาดใจเล็กน้อย นางไม่คาดคิด
ว่าคู่ต่อสู้ในรอบนี้จะเป็นหยางเชียนบุตรชายของเทพ
สามตาหยางเจียน
กล่าวตามตรงนางให้ความส าคัญกับศึกครั้งนี้ไม่น้อย
เมื่อรู้ว่าหยางเชียนมิได้ด้อยไปกว่าตนเองเลย ถ้านาง
ปรารถนาจะชนะหยางเชียน นางต้องแสดงความ
แข็งแกร่งทั้งหมดที่มี
หากไม่เผชิญหน้าอย่างจริงจัง ก็มิอาจประเมินได้ว่า
ผู้ใดจะได้รับชนะหรือพ่ายแพ้
นางเซียนหลิงมี่ผู้เลอโฉม ภายใต้อาภรณ์เซียนสีด า
เต็มไปด้วยความเย้ายวนทรงเสน่ห์ยิ่งทะยานลงสู่
สนามประลอง สามารถแลเห็นได้ว่ามีจักรพรรดิเซียน
มากมายที่เฝ้าชมการประลองต่างล าคอแห้งผากกัน
เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามพวกมันทุกคนล้วนตระหนักอย่าง
ชัดเจนว่า นางเซียนหลิงหมี่ได้อุทิศกายใจให้กับหลี่
เทียนจีบุตรชายของเทพนาจาไปแล้ว อีกทั้งด้วย
ตัวตนของเหล่าจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ยังเทียบ
ไม่ได้กับหลี่เทียนจีผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ได้รับ
การสนับสนุนค ้าชูจากท้าวหลี่มหาราช ไม่ว่ามันจะ
ปฏิบัติตนชั่วร้ายเพียงใด แหกกฎเกณฑ์สวรรค์มาก
แค่ไหน ปู่ของมันท้าวหลี่มหาราชก็จะจัดการให้อย่าง
เบ็ดเสร็จ
บนแดนสวรรค์ หลี่เทียนจีคือทายาทจักรพรรดิเซียน
รุ่นที่สอง ที่ไม่มีผู้ใดกล้ายั่วยุหรือต่อกรกับมันแม้แต่
น้อย
นอกจากนี้นางเซียนหลิงหมี่แทบจะถูกตีตราแล้วว่า
เป็นสตรีของหลี่เทียนจี แล้วผู้ใดจะกล้าเกี้ยวพากับ
นางอีก?
” หยางเชียนอย่าได้ลงมือหนักข้อเกินไป มิเช่นนั้นข้า
คงยากจะต้านรับได้ ”
นางเซียนหลิงมี่หัวเราะเบา ๆ หลังกล่าวหยอกล้อ
นางก็อัญเชิญศาสตราเซียนก าเนิดภพ ‘กล่องสมบัติ
จักรวาล’ ขึ้นบนมือ
นางกับหยางเชียนเข้าใจดีว่าศึกครั้งนี้ย่อมไม่ง่าย
อย่างแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่พวกนางจะออมพลังไว้
แทนที่จะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นควรอัญเชิญศาสตรา
เซียนก าเนิดภพมาใช่ก่อนจะดีกว่า
“เช่นนั้นก็เริ่มกันเลย”
หยางเชียนเมินเฉยต่อความงามของนางเซียนหลิงหมี่
ใบหน้าของมันคงไว้ซึ่งความเย็นชา ทวนกรีดนภาใน
มือของมันกวัดแกว่งร่ายร าในฉับพลัน พร้อมกับจิต
สังหารที่ระเบิดกระจายไปทั่วทั้งสนามประลอง!
นางเซียนหลิงแอบก่นด่าว่า ‘เจ้าโง่’ อย่างลับ ๆ แต่
นางก็มิกล้าประมาทคู่ต่อสู้แม้แต่น้อย พลังกฎสวรรค์
ในร่างของนางระเบิดออกในคราวเดียว
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!
อู่ อวี้ หลี่เทียนจีและอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ ที่เข้า
ร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียนต่างเฝ้าดูการต่อสู้
อย่างตั้งใจ ท้ายสุดแล้วไม่ว่านางเซียนหลิงมี่หรือห
ยางเชียนได้รับชัยชนะ คนผู้นั้นก็มีแนวโน้มว่าจะ
กลายเป็นคู่ต่อสู้ของพวกมัน เช่นนั้นการท าความ
เข้าใจคู่ต่อสู้ก่อนย่อมเป็นผลดีที่สุด
อย่างไรก็ตามหลี่เทียนจีรู้สึกกังวลหยางเชียนมากกว่า
ท้ายสุดแล้วนางเซียนหลิงหมี่คอยตามตูดมันต้อย ๆ
อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ดังนั้นมันจึงรู้ระดับความแข็งแกร่ง
ของนางดี
ยิ่งไปกว่านั้นหากมันต้องการแค่พูดคุยกับนางเซียนห
ลิงหมี่เพียงไม่กี่ค า นางก็จะยอมแพ้ให้แก่มันแต่โดยดี
ไม่มีอันใดให้ต้องห่วงกังวล
ด้วยเหตุนี้ส าหรับหลี่เทียนจีแล้ว หยางเชียนคือคู่ต่อสู้
ที่มันให้ความส าคัญมากกว่า!
” กฎสวรรค์ดับโลกา! ”
ภายใต้การป้องกันจากศาสตราเซียนก าเนิดภพทวน
กรีดนภา หยางเชียนต่อยหมัดระเบิดการโจมตีอันน่า
ประหวั่นพรั่นพรึงออกไปทันที หมัดนี้ท าให้ความว่าง
เปล่าแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ บดขยี้ท าลายเขาใส่
เซียนหลิงหมี่โดยตรง!
เมื่อดูจากรูปลักษณ์อันเย็นชาของหยางเชียน รวมถึง
จิตสังหารที่แพร่กระจายไปทั่ว ส่งผลให้จักรพรรดิ
เซียนที่เฝ้าชมอยู่โดยรอบรู้สึกตื่นตกใจอยู่ไม่น้อย
แม้หนึ่งหมัด ท าลายความว่างเปล่านี้จะดูเรียบง่าย
แต่อันที่จริงแล้วมันแฝงไปด้วยความลึกล ้าอันไร้
สิ้นสุด ต่อให้เป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ 2 ก็ยัง
ยากจะต้านทานการโจมตีนี้ได้!
———————–