กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1690: รอบก่อนรองชนะเลิศแปดคนสุดท้าย
อู่ อวี้ ยืนหยัดตัวตรง ในมือถือจับพลองทองสม
ปรารถนาดูอหังการหยิ่งผยองเป็นอย่างยิ่ง
โจวเนี่ยนชางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแม้แต่น้อย
ทว่าหลังจากกวัดแกว่งพลองท าให้เขาเข้าใจได้
ในทันที
‘สวรค์ปฐพีพินาศสิ้น’ นี้เป็นเพียงพลังอิทธิฤทธิ์ชนิด
แรกของพลองทองสมปรารถนา หลังจากปลดผนึก
ตราประทับอื่น ๆ พลังอันอหังการก็จะทวีเพิ่มมากขึ้น
ท าให้สามารถระเบิดพลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
กว่านี้ออกมาได้
เขาอยากจะปลดผนึกตราประทับที่สองของพลอง
ทองสมปรารถนามาโดยตลอด แต่น่าเสียดายที่เขาไม่
สามารถท าได้
ปัจจุบันเมื่อเขาระเบิดเจตจ านงในการต่อสู้ออกมา
อย่างสูงสุด ดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงเจตจ านง
บางอย่างจากฉีเทียนต้าเซิ่นที่มีมาแต่ครั้งอดีตกาล
มันคือความเย่อหยิ่งอหังการมิเคยกริ่งเกรงต่อสิ่งใด
“ น่าเสียดายที่โจวเนี่ยนชางอ่อนแอเกินไป! ”
อู่ อวี้ แอบเสียดายเล็กน้อย
ถ้าโจวเนี่ยนชางแข็งแกร่งมากกว่านี้คงจะสามารถ
รับมือกับเขาได้สองถึงสามกระบวนท่า มันอาจจะ
ช่วยท าให้เขารับรู้ถึงเจตจ านงของฉีเทียนต้าเซิ่นมาก
ยิ่งขึ้น ท าให้เขาปลดผนึกตราประทับที่สองของพลอง
ทองสมปรารถนาได้
” แต่อย่างไรก็ช่าง ข้าก็แตะถึงปากประตูแล้ว … ”
อู่ อวี้ ไม่อยากคิดให้มากความ
หลังจากจักรพรรดิเซียนขจรพิศวงประกาศว่า อู่ อวี้
ผู้ชนะ เขาก็เหลือบมองไปทางโจวเนี่ยนชางซึ่งอยู่ใน
สภาพตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
จากนั้นก็หันกลับไปที่รับชมต่อ
ยามนี้โจวเนี่ยนชางยังอยู่ในอาการงุนงงสับสน
หลังจากถูกพลองของ อู่ อวี้ ทุบเข้าให้ มันไม่เคยคิด
เลยว่ากระบี่เทวะธาราสวรรค์ที่ปลดปล่อยธารา
สวรรค์พิโรธสะบั้นถึงขีดสุด หมายจะเอาชนะ อู่ อวี้
ในพริบตา แล้วมันจะพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ ที่ฟาด
พลองสวนกลับมาได้อย่างไร?
เดิมทีมันเคยเห็น อู่ อวี้ ใช้กระบวนท่าสวรรค์ปฐพี
พินาศสิ้นมาแล้ว แต่เมื่อใช้คู่กับพลองผนวกกับเคล็ด
ระเบิดพลังคลั่งและกฎสวรรค์สัประยุทธ์ จึงท าให้
ระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมาเช่นนี้
การเผชิญหน้าด้วยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุด
ระหว่างทั้งสองฝ่ายผลที่ออกมาคือ อู่ อวี้ ได้รับชัย
ชนะ
โจวเนี่ยนชางเสมือนสูญเสียจิตวิญญาณ มันถูกแม่
ทัพเทียนโยว่พากลับไปที่แท่นรับชม
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้แม่ทัพเทียนโยว่รู้สึกไม่ค่อยมี
ความสุขสักเท่าใดนัก มันไม่เคยคาดคิดว่าบุตรชาย
ของตนเองจะถูกโจมตีกลับด้วยพลังที่เหนือกว่าเช่นนี้
ผลลัพธ์ดังกล่าวท าให้มันเสียหน้าอับอายอยู่ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เอาชนะลุ่ยเทียนหยวนบุตรชาย
ของเจ้าแม่ฟ้าแล่บเตียนบ๊อกับเทพอัสนีลุ่ยกง การ
ต่อสู้ระหว่างทั้งสองยังเต็มไปด้วยสีสัน ผลัดกันรุก
ผลัดกันรับมีการใช้ทักษะวิชาบางอย่างฝูงชนได้ตื่น
ตะลึง ทว่าเมื่อถึงคราวของบุตรชายมันโจวเนี่ยนชาง
อู่ อวี้ กลับเอาชนะบุตรชายมันในไม่กี่อึดใจ?
“อู่ อวี้ ผู้นี้ก าลังท้าทายข้าหรือไม่?”
แม้ว่าแม่ทัพเทียนโยว่คิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่
มันก็รู้สึกไม่พอใจอยู่ดี มันเหลือบมองไปที่ อู่ อวี้
พร้อมกับแค่นเสียงด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
อย่างไรก็ตามมันรู้ว่าเดิมทีทั้งสองอยู่คนละฝั่งกัน จึง
เป็นไปไม่ได้ที่ อู่ อวี้ จะมีเมตตา แต่การที่บุตรชาย
ของมันโจวเนี่ยนชางต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้
เช่นนี้มันดูน่าเกลียดเกินไป
” จงกลับไปฝึกฝนอย่างหนัก แม้แต่ อู่ อวี้ เจ้ายังไม่
สามารถเอาชนะได้ ช่างน่าอับอายเสียจริงๆ!” แม่ทัพ
เทียนโยว่สั่งสอนบุตรชาย
” ท่านพ่อ!! มิใช่ว่าข้าไร้ฝีมือ แต่ อู่ อวี้ แปลก
ประหลาดเกินไป ”
โจวเนี่ยนชางกัดฟันแล้วกล่าวอย่างมั่นใจว่า ” ต่อให้
เป็นหยางเชียนหรือหลี่เทียนจีเผชิญหน้ากับเขา! ข้า
เกรงว่าแม้แต่พวกมันก็ไม่สามารถต่อกรกับ อู่ อวี้ ได้”
“แพ้แล้วอย่าแก้ตัว!”
แม่ทัพเทียนโยว่ดุลูกชายอีกครั้ง ซึ่งการดุครั้งนี้ท าให้
มันหุบปากอย่างเชื่อฟัง
ท่าทีของแม่ทัพเทียนโยว่ดูเย็นชา ขณะเหลือบมองไป
ทาง อู่ อวี้ มันอยากให้เป็นอย่างที่บุตรชายว่าไว้จริง
ๆ หากแม้แต่หยางเชียนหรือหลี่เทียนจีก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้
ของ อู่ อวี้ เช่นนั้นก็ถือว่ามันมิต้องเสียหน้าเท่าใดนัก
ถึงแม้โจวเนี่ยนชางบุตรชายของมันจะพ่ายแพ้ในนัด
นี้ก็ตาม ทว่าคงไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากนัก
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็เท่ากับว่า อู่ อวี้ จะได้อันดับ
หนึ่งในบททดสอบจักรพรรดิเซียนงั้นหรือ?
เมื่อเทียบกับการอับอายเสียหน้าแล้ว อู่ อวี้ ต้องไม่ได้
ที่หนึ่งในบททดสอบจักรพรรดิเซียนอย่างแน่นอน
โดยปกติแล้วผู้ที่คว้าอันดับหนึ่งมาได้เสมอก็เป็นเหล่า
ทายาทจักรพรรดิเซียน
ทายาทรุ่นเยาว์ของจักรพรรดิเซียนจักรพรรดิเซียน
เพียงไม่กี่คน แต่ก็เป็นเรื่องยากเช่นกันที่มนุษย์ซึ่ง
กลายเป็นเซียนอมตะจะคว้าอันดับหนึ่งมาครอง
“ อู่ อวี้ ท าให้เราหน้าแตกไม่มีชิ้นดี ไม่เลวเลยจริง
ๆ! ”
“ เยี่ยมมาก แม้แต่บุตรชายของแม่ทัพเทียนโยว่ก็ยัง
ถูกพลองทุบจนกระเด็น สุดยอดจริง ๆ ฮ่า ฮ่า! ”
เมื่อ อู่ อวี้ กลับมายังที่พ านักของผู้ชมแหล่งรวมตัว
ของเหล่าศิษย์ปรมาจารย์สุภูติ ทุกคนต่างยกนิ้วให้ อู่
อวี้ แสดงความสะใจอย่างที่สุด
ทั้งหมดล้วนเป็นพี่น้องร่วมส านักของ อู่ อวี้
โดยพื้นฐานพวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นมนุษย์ที่ฝึกฝน
บ าเพ็ญเพียรจนกลายเป็นจักรพรรดิเซียน ต้องพบ
เจอกับความยากล าบากแตกต่างกันไป ซึ่งมิใช่สิ่งที่
ลูกหลานจักรพรรดิเรียนเหล่านี้จินตนาการได้อย่าง
แน่นอน ในอดีตมนุษย์ที่ส าเร็จเป็นเทพเซียนมักจะ
พ่ายแพ้ในบททดสอบจักรพรรดิเซียนกันทั้งนั้น
ปัจจุบันหากประมวลความเป็นไปได้ของ อู่ อวี้ ดูแล้ว
เขาน่าจะมีโอกาสคว้าที่หนึ่งมาครอบครอง
ในบททดสอบจักรพรรดิเซียนหยางเชียนบุตรชาย
ของเทพสามตากับหลี่เทียนจีบุตรชายของเทพนาจา
ถือเป็นผู้เข้าแข่งขันที่มือฝีมือแข็งแกร่งที่สุดหาก
เทียบกับคนอื่น ๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ อู่ อวี้
สามารถก้าวเข้าสู่แปดอันดับสุดท้ายในรอบก่อนรอง
ชนะเลิศ
แน่นอนว่าถ้าเขาเข้าสู่รอบลึก ๆ ได้ไกลกว่านี้ บรรดา
ผู้อาวุโสจะต้องพึงพอใจเป็นอย่างมาก
แต่น่าเสียดายที่ทุกคนต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ ทุกครั้งเมื่อที่
เซียนมนุษย์เข้าสู่รอบแปดคนสุดท้าย พวกเขามักจะ
ไปไม่ได้ไกลมากกว่านี้ เนื่องจากการเผชิญหน้ากับ
ฝ่ายตรงข้ามแต่ละครั้งพวกเขาต้องทุ่มเททุกสรรพสิ่ง
ที่มี
หลังจาก อู่ อวี้ เอาชนะโจวเนี่ยนชางได้ ต่อจากนั้นก็
มีการต่อสู้กันอีกหลายคู่ และแล้วบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนรอบที่สี่ก็สิ้นสุดลง
ณ เวลานี้แปดอันดับสุดท้ายของบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนถูกตัดสินแล้ว
” ต่อไปข้าขอเชิญผู้เข้ารอบแปดคนสุดท้ายในบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียนขึ้นมาบนสนามประลอง เพื่อ
เตรียมพร้อมส าหรับการแข่งขันเข้าสู่รอบรอง
สุดท้าย!”
ขณะจักรพรรดิเซียนขจรพิศวงป่าวประกาศ ราชันเท
วะทั้งแปดค่อย ๆ เดินเข้าสู่สนามประลองทีละคน ๆ
ซึ่งเป็นศูนย์กลางของห้วงอเวจีมหาดารา
เมื่อหยางเชียนกับหลี่เทียนจีลงมาในสนามประลอง
บรรดาจักรพรรดิเซียนที่อยู่โดยรอบต่างส่งเสียงชัยโย
โฮ่ร้องให้ก าลังใจกันยกใหญ่ จากสิ่งที่เกิดขึ้นแทบไม่
ต้องสงสัยเลยว่าทั้งสองได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง
ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน นอกจากนี้พวกมันทั้ง
สองยังแข็งแกร่งมากที่สุดในความคิดของใครหลาย
ๆ คนอีกด้วย
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเจียงไท่จี๋บุตรชายของ
มหาเทพเจียวหวงประมุขเหลืองสูงสุด และนางเซียน
เหยาอวิ๋นบุตรีของ มหาเทพตงหัว
ทั้งสองคนที่เพิ่งกล่าวไปจัดเป็นตัวเต็งสี่อันดับแรก
ของบททดสอบจักรพรรดิเซียนในรอบนี้
นอกจากนั้นก็มี อู่ อวี้ และทายาทจักรพรรดิเซียนอีก
สามคนที่ท าผลงานได้ดีตลอดการแข่งขัน แม้ว่าจะ
ด้อยกว่าหยางเชียนกับหลี่เทียนจีเล็กน้อย แต่ถ้าโชค
ดีก็สามารถเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เช่นกัน
เมื่อ อู่ อวี้ ลงสนามผู้ชมก็จะให้ความสนใจในตัวเขา
จักรพรรดิเซียนของสวรรค์ฤทัยต่างส่งเสียงไชโยโห่
ร้องกันที แต่ละคนล้วนตะโกนขานนาม ‘อู่ อวี้’ จน
ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้วงอเวจีมหาดารา
แรงผลักดันอันยิ่งใหญ่มหาศาลเช่นนี้ ท าให้ของ
จักรพรรดิเซียนที่มารับชมการต่อสู้รู้สึกไม่พอใจ
แม้ว่าพวกมันจะพยายามร้องตะโกนเพื่อกลบเสียง
ทว่าเสียงร้องเรียกขานนามของ อู่ อวี้ ก็ยังดังสนั่น
ปานว่าเขาคือผู้คว้าชัยชนะครั้งนี้ไปแล้ว?
แต่ถ้าเหลือบมองไปเห็นอีกเจ็ดคนในสนาม ไม่ว่าจะ
เป็นใครก็สามารถกล่าวได้ว่าพวกมันเหล่านี้ก็ไม่พ่าย
แพ้ให้แก่ใครง่าย ๆ เช่นกัน
แม้ว่าจะถูกยอมรับว่าอ่อนแอในบรรดาแปดคน แต่ก็
มีความแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดต่อสู้กับหยางเชียน
กล่าวได้ว่าหากต้องเผชิญหน้ากับผู้เข้าแข่งขันในรอบ
แปดคนสุดท้าย การที่ อู่ อวี้ จะก้าวเข้าสู่รอบรอง
ชนะเลิศย่อมมิใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน
เมื่อ อู่ อวี้ เข้ามาอยู่ในสนามประลองหยางเชียนก็
ชายตามองมาที่เขาด้วยสีหน้าเย็นชา จิตสังหารอัน
ท่วมท้นแพร่กระจายออกมาจากดวงตาของมัน
ก่อนที่บททดสอบจักรพรรดิเซียนจะเริ่มขึ้น มันได้
กล่าวต่อหน้าบิดาของมันกับท้าวจตุมหาราชทั้งสี่ว่า
มันจะสังหาร อู่ อวี้ ในบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้ง
นี้ แต่มันก็กล่าวออกไปแบบส่ง ๆ เท่านั้น ด้วยไม่คิด
ว่า อู่ อวี้ จะมีโอกาสได้ต่อสู้กับมัน
แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นท าให้มันรู้สึกประหลาดใจอยู่
ไม่น้อย อู่ อวี้ สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้คนแล้วคน
เล่า แม้กระทั่งลุ่ยเทียนหยวนหรือโจวเนี่ยนชางก็ยัง
พ่ายแพ้ให้แก่เขา จนเขาก้าวเข้าสู่รอบก่อนรอง
ชนะเลิศ
หยางเชียนแอบชื่นชม อู่ อวี้ อยู่เล็กน้อย ในฐานะ
มนุษย์ผู้บ าเพ็ญเพียรกลายเป็นเซียนอมตะ ต้องผ่าน
เงื่อนไขและข้อจ ากัดที่ยากเย็นกว่าปกติมาก มิใช่
เรื่องง่ายที่จะมีพลังต่อสู้ในระดับปัจจุบัน
แต่ก็มิได้หมายความว่ามันจะมอง อู่ อวี้ ในแง่ดีแต่
ประการใด
มันคิดว่าในรอบแปดคนสุดท้าย ส าหรับ อู่ อวี้ คง
เป็นการต่อสู้ที่ยากล าบากยิ่ง แต่มันหยางเชียนมิต้อง
กังวลว่าตนเองจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศหรือไม่ นี่คือ
ช่องว่างความห่างชั้นที่ต่างกัน!
ในสายตาของหยางเชียน อู่ อวี้ ถือเป็นอันดับต้น ๆ
ของบรรดามนุษย์ผู้กลายเป็นเซียนอมตะ ส่วนตัวมัน
ก็เป็นอันดับต้น ๆ ของบรรดาลูกหลานจักรพรรดิ
เซียน
เมื่อทั้งสองปะทะกัน อู่ อวี้ ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
แน่นอน!
แม้ในระหว่างการต่อสู้ มันก็ยังมีความคิดจะสังหาร อู่
อวี้ ซึ่งถ้าท ามันท าได้ส าเร็จ ก็ถือเป็นการก าจัดเสี้ยน
หนามให้กับบิดาของมัน
“อู่ อวี้ เจ้านี่ช่างกล้าหาญมาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ
จนได้ ฮ่าฮ่า!”
เมื่อหลี่เทียนจีก้าวมาบนสนามประลอง แล้วได้ยิน
ผู้คนร้องตะโกนขานนามของ อู่ อวี้ ดังกึกก้อง
กัมปนาทไปทั่วทุกแห่งหน มันก็รู้สึกหงุดหงิดไม่โทสะ
อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่า หาก อู่ อวี้ เข้าสู่
รอบก่อนรองชนะเลิศ มันก็มีโอกาสเผชิญหน้ากับเขา
ในการประลองครั้งนี้ หลี่เทียนจีจึงอดรู้สึกตื่นเต้น
อย่างช่วยไม่ได้
มันปรารถนาการต่อสู้กับ อู่ อวี้ ด้วยต้องการพิสูจน์
ความเก่งกาจของตนเองต่อหน้าลั่วผิน ไม่นานเห็นว่า
มันเหนือกว่า อู่ อวี้ หลายเท่า!
เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวขึ้นมาบนสนามประลอง เขาก็รู้สึกราว
กับว่าตนเองอยู่ใจกลางวังวน
ผู้เข้าแข่งขันทั้งเจ็ดในรอบก่อนรองชนะเลิศนี้ ล้วน
เป็นเหล่าทายาทจักรพรรดิเซียน พวกมันได้รับการสั่ง
สอนชี้แนะมาตั้งแต่เยาว์วัย ไม่เคยขาดแคลน
ทรัพยากรในการฝึกฝน ท าให้การฝึกฝนบ าเพ็ญตน
ของพวกมันราบรื่นประดุจโรยด้วยกลีบกุหลาบ
ปัจจุบันพวกมันทุกคนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ
ราชันเทวะเก้าสวรรค์ และเป็นช่วงเวลาส าคัญที่จะ
ทะลวงขึ้นสูงระดับจักรพรรดิเซียน
เพื่อให้ได้เข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ ทุกคนจะ
พยายามอย่างหนักเพื่อให้ตนเองกลายเป็นอันดับหนึ่ง
ไม่มีใครคิดจะออมฝีมือของตนเองแม้แต่น้อย
ถึงกระนั้นในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้งแปดล้วนแบ่ง
แยกกันอย่างชัดเจน
ยามนี้ทายาทจักรพรรดิเซียนทั้งเจ็ดที่อยู่ในสนามต่าง
จับกลุ่มสนทนา หัวเราะต่อกระซิกเต็มไปบรรยากาศ
ชื่นมื่น
ทว่าเมื่อ อู่ อวี้ ก้าวขึ้นมา เหล่าทายาทจักรพรรดิ
เซียนทั้งเจ็ดก็รีบถอยห่างจากเขาอย่างพร้อมเพรียง
แม้ว่าเขาจะได้รับความสนใจมากก็ตาม แต่หลี่เทียนจี
ก็ยังคอยเหน็บแนมข่มขู่เขาอยู่เนือง ๆ ทั้งยังแสดง
ท่าทางอวดดี
พวกมันทั้งเจ็ดไม่มีใครต้องการสื่อสารสนทนากับ อู่
อวี้ เลย
เมื่อมาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศกลายเป็นว่า อู่ อวี้ หัว
เดียวกระเทียมลีบเพียงล าพัง
ไม่ว่าพวกมันจะกระท าอย่างไร อู่ อวี้ ก็หาได้สนใจ
แม้แต่น้อย อย่างไรเสียเขาก็ต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ทีละ
คน ๆ อยู่แล้ว เพื่อให้ตนเองไปสู่จุดสูงสุด
ไม่ว่าจะเป็นหยางเชียนหรือหลี่เทียนจีในมุมมองของ
เขาพวกมันก็มิได้มีค่าอันใด ยิ่งคู่ต่อสู้แข็งแกร่งมาก
เท่าไหร่ ก็ยิ่งบีบบังคับให้ อู่ อวี้ ทะลวงขีดจ ากัด มุ่งสู่
ระดับที่สูงขึ้น
” อีกหนึ่งปีต่อจากนี้… พวกเราทุกคนมารอดูกันว่าผู้
เข้าแข่งขันทั้งแปด ใครจะน าพาความภาคภูมิใจเข้าสู่
สี่อันดับสุดท้ายของบททดสอบจักรพรรดิเซียนในปี
นี้!”
หลังจากจักรพรรดิเซียนขจรพิศวงกล่าวจบทุกคนก็
แยกย้ายกันไปชั่วคราว
ขณะ อู่ อวี้ ก าลังจะจากไป ทันใดนั้นเสียงเย็นเยียบก็
ท าให้เขาต้องชะงักฝีเท้า : “อู่ อวี้!”
มันคือเสียงของหยางเชียน
มันคือบุตรชายของเทพสามตา มันจ้องมอง อู่ อวี้
อย่างเย็นชาแล้วกล่าวขึ้นว่า ” จงจ าไว้ว่า… เมื่อใดที่
เจ้าเผชิญหน้ากับข้า ข้าจะล้างแค้นให้กับลุ่ยเทียน
หยวน บททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้ เจ้าจะไร้ซึ่ง
โอกาสมีชีวิตอยู่อีกต่อไป! ”
หลังจากกล่าวจบ หยางเชียนก็หันกลับแล้วจากไป!
อู่ อวี้ ไม่ตอบโต้อะไรกลับไปทั้งสิ้น เขากระท าแค่
หัวเราะเยาะเท่านั้น
มีคนกล่าวแบบนี้กับเขามากมายเหลือเกิน แต่ไม่เคย
มีผู้ใดมีจุดจบที่ดีสักราย เขาเองก็อยากเห็นว่าหยาง
เชียนผู้นี้ทรงพลังสักแค่ไหน?
————————