กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1689: กระบี่เทวะธาราสวรรค์
คู่ต่อสู้ของเขามีนามว่า ‘หวงฝู่หยิน’ เป็นบุตรีของ
เทพปฐพีพิทักษ์ดารากลาง ซึ่งมีความแข็งแกร่ง
เทียบเท่าจักรพรรดิเซียนขั้นที่ 1
ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้งสามสิบสองคน หวงฝู่หยิ
นแทบจะจัดอยู่ในกลุ่มอ่อนแอที่สุด แม้นางจะไม่ได้
พบกับ อู่ อวี้ แต่หากต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ในรอบอื่น
นางก็คงพ่ายแพ้อยู่ดี
อย่างไรก็ตามในบททดสอบจักรพรรดิเซียน แทบ
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะยอมรับความพ่ายแพ้โดยมิได้
เริ่มต้นการต่อสู้
หวงฝู่หยินเดินขึ้นมาบนสนามประลองด้วยท่วงท่าอัน
สง่างาม พร้อมยืนหยัดเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้
” สาวน้อยหวงฝู่หยิน น้อมรับค าชี้แนะจากท่าน หวัง
ว่าท่านจะเมตตา หากลงมือหนักข้อเกินไป สตรีผู้
บอบบางอย่างข้าคงมิอาจทานทนไหว ”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามของหวงฝู่หยิน
ทั้งยังกล่าวกับ อู่ อวี้ อย่างสุภาพ
แต่ อู่ อวี้ ยังจ าได้ดี คราที่หลี่เทียนจีสร้างความอับ
อายให้กับราชันเทวะเทพกระบี่ หวงฝู่หยินผู้นี้ก็มิได้
สุภาพดั่งเช่นที่เห็น นางตบมือหัวเราะด้วยความชอบ
ใจพร้อมกับนางเซียนเหยาอวิ๋น
นางเป็นลูกหลานของจักรพรรดิเซียนสวรรค์ ดังนั้น
ทัศนคติของนางย่อมเป็นเช่นเดียวกับหลี่เทียนจีและ
คนอื่น ๆ ที่ดูถูกเหยียดหยามมนุษย์ผู้ส าเร็จกลายเป็น
เซียนอมตะ
“เตรียมรับมือ”
อู่ อวี้ มิได้ดูถูกคู่ต่อสู้ของตน หลังจากเอ่ยด้วย
น ้าเสียงจริงจัง แสงสีทองก็เปล่งประกายออกมาจาก
ดวงเนตรของเขา ชั่วอึดใจต่อมากฎสวรรค์เนตรเพลิง
ก็ควบแน่นไปด้วยพลังอันมหาศาล พลันปลดปล่อย
โจมตีเข้าใส่หวงฝู่หยินทันที!
เมื่อเห็นเช่นนั้นหวงฝู่หยินก็คิดจะหลบหนี แต่การ
โจมตีจากล าแสงสีทองของ อู่ อวี้ นั้นรวดเร็วเกินไป
ราวกับว่าการเคลื่อนไหวของนางนั้นเชื่องช้าลง ไม่
สามารถหลบหนีการโจมตีของ อู่ อวี้ ได้เลยแม้แต่
น้อย!
นี่คือพลังของ ‘พิภพกฎสวรรค์เวลา’
อู่ อวี้ ใช้ออกด้วยพิภพกฎสวรรค์เวลา เปลี่ยนอัตรา
การไหลเวียนของเวลาในสนามประลองอย่างเงียบ ๆ
ในสายตาของเขาไม่ว่าหวงฝู่หยินจะรวดเร็วเพียงใด
ความเร็วของนางก็จะเชื่องช้าลงหนึ่งหรือสองเท่า จึง
เป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
ชั่วขณะนั้นหวงฝู่หยินกระท าได้เพียงอัญเชิญศาสตรา
เซียนก าเนิดภพของตนเองออกมา มันคือผ้าไหม
หลากสีสัน นางสะบัดมันออกไปห่อหุ้มร่างของตน
เป็นวงกลม ปกป้องนางไว้ภายในอย่างแน่นหนา
เมื่อกฎสวรรค์เนตรเพลิงโจมตีเข้าใส่นาง ผ้าไหม
หลากสีสันนี้ก็ช่วยป้องกันการโจมตีของเขาไว้
อย่างไรก็ตามนางยังถูกพลังของกฎสวรรค์เนตรเพลิง
บดขยี้เข้าใส่ จนเรือนร่างอันทรงเสน่ห์กระเด็นออก
จากสนามประลอง
” อู่ อวี้ เป็นผู้ชนะ! ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป! ”
จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงประกาศว่า อู่ อวี้ เป็นผู้
ชนะในศึกนี้
แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยความสุข ไม่ต้องสงสัย
เลยว่า จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงพึงพอใจในทักษะ
ความสามารถที่ อู่ อวี้ แสดงให้เห็นเพียงใด
ในฐานะศิษย์รุ่นแรกของปรมาจารย์สุภูติ นางเคยมี
ส่วนร่วมกับบททดสอบจักรพรรดิเซียนมาแล้วหลาย
ครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่รู้สึกสะใจเท่านี้มาก่อน
จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงเป็นมนุษย์ที่ฝึกฝนบ าเพ็ญ
เพียรจนกลายเป็นเซียนอมตะ โดยไร้ซึ่งภูมิหลังใด ๆ
คอยสนับสนุน แม้ว่าตอนนี้นางจะคารวะปรมาจารย์
สุภูติเป็นอาจารย์แล้ว แต่นางก็จดจ าได้ดีว่าเส้นทาง
การฝึกฝนบ าเพ็ญตนก่อนหน้านี้ยากเย็นแสนเข็ญ
มากเพียงใด ความยากล าบากนั้นเหนือกว่าเหล่า
ทายาทจักรพรรดิเซียนนับหมื่นเท่า
ตลอดมา… บททดสอบจักรพรรดิเซียนเป็นเช่นดังการ
แข่งขันที่จัดขึ้นส าหรับเหล่าทายาทของจักรพรรดิ
เซียนโดยเฉพาะ มีเพียงมนุษย์ที่ฝึกฝนเป็นเซียนแค่
ไม่กี่คน ที่ได้รับอันดับหนึ่งในบททดสอบครั้งนี้ และมี
โอกาสเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์
แต่สิ่งที่ อู่ อวี้ แสดงให้เห็นในปัจจุบัน ท าให้พวกเขา
รู้สึกว่า อู่ อวี้ มีโอกาสได้รับอันดับ 1 ในบททดสอบ
ครั้งนี้
เพียงแต่เขาก็มีอุปสรรคขัดขวางอยู่เบื้องหน้าเช่นกัน
ซึ่งพวกมันเหล่านั้นก็คือทายาทของจักรพรรดิเซียน
ระดับสูงเช่นหยางเชียนกับหลี่เทียนจี มิอาจยืนหยัด
บดขยี้ทุกคนในการแข่งขันครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์
หวงฝู่หยินไม่รู้ด้วยซ ้าว่าเกิดอะไรขึ้น นางอัญเชิญ
ศาสตราเซียนก าเนิดภพออกมาปกป้องตนเอง
จากนั้นนางก็ถูกการโจมตีอัดกระแทกเข้าใส่จน
กระเด็นตกจากสนามประลอง และพ่ายแพ้ไปในที่สุด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท าให้นางรู้สึกท้อแท้ใจเล็กน้อย
แต่นางก็รู้สึกโกรธเคือง อู่ อวี้ อยู่ดี
” เป็นแค่มนุษย์ที่ฝึกฝนบ าเพ็ญเป็นเซียน แต่กลับ
ปฏิบัติกับข้าอย่างหยาบคายเช่นนี้… ข้าอยากเห็น
สภาพของมันหลังถูกหลี่เทียนจีสั่งสอนจริง ๆ ! ”
หวงฝู่หยินแค่นเสียงในล าคอ แม้นางจะพ่ายแพ้ อู่
อวี้ แต่นางก็ยังดูถูกเขาอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มิได้แยแสนางแม้แต่น้อย
หลังกลับมาเขายังเฝ้าดูการต่อสู้รอบที่สามต่อไป ใน
รอบนี้คู่ต่อสู้ผู้แข็งแกร่งที่เขากังวล มิได้พบเจอฝ่าย
ตรงข้ามที่ตึงมือเลยแม้แต่น้อย สถานการณ์ของมัน
เป็นเช่นเดียวกับเขาที่เผชิญหน้ากับหวงฝู่หยิน เป็น
การแข่งขันที่บดขยี้คู่ต่อสู้ด้านเดียว
หลังจบรอบที่สาม ระดับความแข็งแกร่งหรือ
ความสามารถต่าง ๆ ของผู้เข้าแข่งขันล้วนชัดเจน
ขึ้น
บัดนี้ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 16 คนในรอบที่ 4 ได้ถูก
ก าหนดแล้ว ซึ่งรอบต่อไปคือการต่อสู้ 8 อันดับ
สุดท้ายที่ส าคัญยิ่งกว่า
สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังราชันเทวะรุ่นเยาว์ทั้ง
16 คนที่เหลืออยู่ ในบรรดา 16 คนนี้อาจกล่าวได้ว่า
อู่ อวี้ เป็นเพียงผู้เดียวที่เป็นมนุษย์ซึ่งฝึกฝนเป็น
เซียน
ส่วน 15 คนที่เหลือล้วนมีภูมิหลังอยู่บนแดนสวรรค์
เป็นทายาทของจักรพรรดิเซียนทั้งสิ้น!
แม้ผู้ที่ถูกคัดออกจากการแข่งขันจะมิได้อ่อนแอ แต่ผู้
อ่อนแอก็ไม่มีวันก้าวมาถึงจุดนี้
“เริ่มการแข่งขันรอบที่สี่!”
หลังจากค าประกาศของจักรพรรดิเซียนขจรพิศวง
วงล้อหยินหยางก็เริ่มหมุนอีกครั้ง แสงสว่างเจิดจ้า
ยังคงหมุนไปรอบ ๆ ราชันเทวะหนุ่มสาวทั้งสิบหกคน
เป็นสัญญาณว่าการแข่งขันยังคงด าเนินต่อไป
” คนแรกที่เข้าสู่รอบแปดอันดับสุดท้าย หยางเชียน!
”
หยางเชียนค่อนข้างโดดเด่นหลังจากเอาชนะทายาท
จักรพรรดิเซียนอีกคน ท าให้มันเข้าสู่รอบก่อนรอง
ชนะเลิศหรือแปดอันดับสุดท้าย มันยังคงถือจับทวน
กรีดนภาที่เปล่งประกายแพรวพราว ด้วยสีหน้าเฉย
ชาเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าการต่อสู้นี้มันยังมิได้แสดงพลังฝีมือจนสุด ใช้แค่
พลังอิทธิฤทธิ์ที่ท าให้มันคว้าชัยมาจากนางเซียนหลิง
หมี่ เป็นการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างสิ้นเชิง ท าให้มัน
เข้าสู่รอบรองชนะเลิศในบัดดล
“ คนที่สองที่เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศก็คือ หลี่
เทียนจี!”
หลี่เทียนจีตามมาติด ๆ มันจัดการก าราบต่อสู้ที่เป็น
ทายาทจักรพรรดิเซียนเช่นเดียวกับด้วยพลังอิทธิฤทธิ์
อย่างเหมาะสม มิได้ท าตัวหยิ่งผยองน่าหมั่นไส้เหมือน
เมื่อก่อน
ตลอดการต่อสู้มันยังคงจ้องมาที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตายั่ว
ยุท้าทาย
ระหว่างการต่อสู้ก่อนเข้าสู่รอบเป็นอันดับสุดท้าย
ความสนใจของหลี่เทียนจีมิได้มุ่งไปที่การต่อสู้ทั้งหมด
แต่อยู่ที่ อู่ อวี้ กับลั่วผิน ทุกครั้งที่มันมองไปยังลั่ว
ผินดวงตาของมันเต็มไปด้วยความปรารถนาหลงใหล
รักใคร่อย่างที่สุด ทว่าเมื่อมองมาทาง อู่ อวี้ สายตา
ของมันกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังดูถูกเหยียด
หยามอย่างยิ่งยวด
ในความคิดของมันไม่ว่าจะเป็นศักดิ์ฐานะหรือความ
แข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ไม่สมควรที่จะมีหญิงงามเช่นลั่ว
ผินเคียงข้างกายเช่นนี้
“ ลั่วผินเจ้าะต้องเป็นของข้าผู้นี้! อู่ อวี้ หากเจ้าเป็น
ชายอกสามศอกจริง จงเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศให้
ได้ ข้าผู้นี้จะรอเจ้าอยู่ในรอบก่อนรองชนะเลิศ!”
เมื่อหลี่เทียนจีออกจากสนาม พร้อมกล่าวเยาะเย้ยท้า
ทาย อู่ อวี้
อู่ อวี้ หาได้สนใจมันไม่
หากก้าวเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ แน่นอนว่าคู่ต่อสู้
ของเขาจะต้องเป็นหยางเชียนไม่ก็หลี่เทียนจี จึง
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยอมล้มเลิกแต่เพียงเท่านี้ ต่อให้
ต้องเผชิญหน้ากับทั้งสอง เขาก็เชื่อมั่นในตนเองว่าจะ
ไม่พ่ายแพ้ให้แก่พวกมันอย่างแน่นอน
ในการประลองรอบถัดมา เจียงไท่จี๋บุตรชายของ
มหาเทพเจียวหวงประมุขเหลืองสูงสุดสามารถ
เอาชนะคู่ต่อสู้ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ
ความแข็งแกร่งของเจียงไท่จี๋ไม่ได้แตกต่างไปจากห
ยางเชียนแต่อย่างใด จึงถือได้ว่ามันเป็นหนึ่งในสี่
อันดับแรกที่ร้อนแรงทรงพลังอย่างที่สุด
การแข่งขันในรอบที่ 4 ของบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนรอบที่ 4 นั้น แสงเสี่ยงทายบนวงล้อหยินหยาง
ได้หมุนวนตกกระทบไปยังบุตรชายของแม่ทัพ
เทียนโย่วนามว่าโจวเนี่ยนชางเป็นคนแรก จากนั้น
แสงดังกล่าวก็สาดส่องมาบนร่างของ อู่ อวี้
ท าให้ อู่ อวี้ รู้ทันทีว่าคู่ต่อสู้ในรอบนี้ของเขาคือผู้ใด
โจวเนี่ยนชางคือบุตรชายของแม่ทัพเทียนโย่ว การ
ต่อสู้ครั้งก่อนมาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่
ใกล้เคียงกับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ 2!
แม่ทัพเทียนโย่วกับ อู่ อวี้ เคยพบปะกันมาก่อนหน้า
นี้
ตอนต่อสู้แย่งชิงตราประทับราชันเทวะบนเส้นทาง
เซียนไร้ลักษณ์ ผู้ที่ท าหน้าที่ดูแลตราประทับก็คือแม่
ทัพเทียนโย่ว เห็นได้ชัดว่าต าแหน่งบนสวรรค์ของแม่
ทัพเทียนโย่วมิได้ต้อยต ่าอย่างแน่นอน อันที่จริงควร
ต้องกล่าวว่าเหนือกว่าเทพสามตาเล็กน้อยด้วยซ ้า
ในการแข่งขันบททดสอบจักรพรรดิเรียนครั้งนี้
บุตรชายของเขานามว่าโจวเนี่ยนชางเป็นอีกผู้หนึ่งที่
เข้าร่วมการแข่งขันด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
สามัญติ
” อู่ อวี้ ลงมา!”
โจวเนี่ยนชางบุตรชายของแม่ทัพเทียนโย่วมีบุคลิก
แข็งแกร่งองอาจ ทุกท่วงท่าทุกการกระท าล้วนบ่ง
บอกถึงความเป็นทหาร เวลานี้มันสวมใส่ชุดเกราะสี
ม่วงทอง กระบี่สีขาวส่องสว่างคาดสะพายอยู่บนเอว
มันหันหน้าไปทาง อู่ อวี้ ร้องตะโกนให้เขาลงมา
“ อยากตกรอบขนาดนั้นเชียวหรือ? ก็ได้ข้าจะรีบ
สนองให้แล้วกัน!”
อู่ อวี้ หัวเราะเสียงดังแล้วกระโดดลงไปบนสนาม
ประลอง โจวเนี่ยนชางถือเป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่ง
อย่างมิอาจปฏิเสธได้ แต่ส าหรับ อู่ อวี้ แล้วนี่ถือเป็น
ก้าวส าคัญที่เขาจะเผชิญหน้ากับหยางเชียนและหลี่
เทียนจี
“ แค่เอาชนะลุ่ยเทียนหยวนได้ มันท าให้เจ้ามั่นอก
มั่นใจมากเลยสินะ? มนุษย์ที่กลายเป็นเซียนอมตะ
อย่างเจ้ามักมีสายตาตื้นเขิน ไม่ต่างจากกบในกะลา!”
ขณะนี้ในมือของโจวเนี่ยนชางถือดาบสีขาวสว่างไสว
สีหน้าเย็นชาไร้ซึ่งความแยแส มิเห็น อู่ อวี้ อยู่ใน
สายตาเลยแม้แต่น้อย
ประโยคนี้สร้างความโกรธเคืองให้แก่ผู้ชมขึ้นมาทันที
เหล่าจักรพรรดิเซียนของสวรรค์ฤทัยที่นั่งอยู่บนเวที
รับชมทุกคนต่างร้องตะโกนขานนาม ‘อู่ อวี้!’ เสียง
ตะโกนเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองไม่พอใจ พวกเขาทุก
คนหวังว่า อู่ อวี้ จะเอาชนะโจวเนี่ยนชางได้ ท าให้
มันได้รู้ว่าแม้พวกเขาจะเป็นมนุษย์ที่กลายเป็นเซียน
อมตะก็ไม่ใช่หมูหมาที่มันจะสามารถดูถูกเหยียด
หยามใจได้
“เนี่ยนชาง”
แม่ทัพเทียนโย่วเห็นสิ่งที่บุตรชายก าลังกระท า มันท า
ได้แค่เพียงตักเตือนบุตรชายของตนเองว่าอย่าหยิ่ง
ผยองเกินไปนัก
หากคิดเช่นนี้ในใจก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเอ่ย
ปากออกมาเป็นค าพูดก็ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะมัน
เป็นค าพูดที่ชัดเจนเกินไป!
” มาสู้ให้รู้แล้วรู้รอดกันเลยดีกว่า จะมัวกล่าว
เหลวไหลไปถึงไหน? ”
อู่ อวี้ พูดอย่างเกียจคร้านแล้วหยิบพลองสม
ปรารถนาออกมาถือไว้ในมือ
แม้ว่าโจวเนี่ยนชางจะดูถูกเขาหรือท าตัวโอหังหยิ่ง
ยโสก็ตามที แต่ความแข็งแกร่งของมันก็ไม่ด้อยไป
กว่าลุ่ยเทียนหยวนมากนัก
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่คิดจะใช้วิธีธรรมดากับมัน แต่ใช้
พลองสมปรารถนาต่อสู้กับมันโดยตรง
เนื่องจากชายผู้นี้มีความมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างมาก อู่
อวี้ จึงเลือกใช้วิธีรุนแรงเด็ดขาดท าลายความมั่นใจ
ของมัน!
“กระบี่เทวะธาราสวรรค์ ธาราสวรรค์พิโรธสะบั้น!”
โจวเนี่ยนชางรู้ดีอยู่แก่ใจว่า อู่ อวี้ มิได้รับมือได้ง่าย ๆ
เมื่อคิดได้เช่นนั้นมันก็ตวัดฟันกระบี่สีขาวในมือ
ออกไปทันที นี่คือศาสตราก าเนิดภพที่รวบรวมแก่น
แท้แห่งธาราสวรรค์ มันคือการหลอมหลวมของดวง
ดารา กระบี่เทวะเล่มนี้ประกอบขึ้นจากดวงตะวัน
จันทรานับไม่ถ้วน
ธาราสวรรค์พิโรธสะบั้นคือพลังอิทธิฤทธิ์ของโจ
วเนี่ยนชาง เมื่อพลังอิทธิฤทธิ์ดังกล่าวผนวกกับกระบี่
เทวะธาราสวรรค์ ส่งผลให้พลังที่ระเบิดออกมาน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ความรุนแรงนั้นเหนือกว่า
ทวนกรีดนภาเสียอีก!
กระบี่เทวะธาราสวรรค์กวัดแกว่งผ่านช่องว่างของ
ห้วงอเวจีมหาดารา แปรเปลี่ยนเป็นพลังปราณกระบี่
เมื่อแสงกระบี่สีขาวสว่างไสวงดงามตวัดฟัดออกไป
ราวกับว่าสามารถตัดเฉือนแบ่งพื้นที่ทั้งหมดออกเป็น
สองส่วน ส่งผลกระทบกับ อู่ อวี้ อย่างรุนแรง!
มันต้องการเอาชนะ อู่ อวี้ ด้วยกระบวนท่าเดียว เพื่อ
แสดงให้เห็นถึงพลังอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของมัน
แต่ขณะที่ อู่ อวี้ อยู่ภายใต้แสงสีขาวสว่างวาบของ
กระบี่ ทันใดนั้นเขาก็เหวี่ยงพลองทองสมปรารถนาใน
มือออกไป แสงสีทองส่องทะลุช่องว่างในพริบตา
“สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น!”
พลองสมปรารถนาตัดแสงกระบี่สีขาวสว่างไสวทันที
แสงสีทองทะลุผ่านความว่างเปล่าอัดกระแทกมาจาก
ฟากฟ้าปะทะกับกระบี่เทวะธาราสวรรค์ที่อยู่ในมือ
ของโจวเนี่ยนชาง
“อ๊ากกกก!”
โจวเนี่ยนชางกรีดร้อง แสงสีทองก็เปล่งประกายอยู่
ด้านบนกระบี่เทวะธาราสวรรค์ในมือของมัน เกือบจะ
บดขยี้ท าลายมันเสี่ยง ๆ แม้ว่ามือของมันจะถือจับ
กระบี่เทวะธาราสวรรค์แน่นก็ยังสั่นสะท้าน
ทั้งสองฝ่ายต่างใช้ศาสตราเซียนก าเนิดพิภพของ
ตนเองเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม แต่กลับกลายเป็น
ว่าโจวเนี่ยนชางพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ ด้วยการ
เคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวถูกกวัดแกว่งออกมาจากพลอง
ทองสมปรารถนา หลังจากนั้นโจวเนี่ยนชางก็ถูกฟาด
ลอยกระเด็นออกจากสนามประลองในบัดดล
——————–