กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1698: แขกไม่ได้รับเชิญ
หลังจากหลี่เทียนจีพ่ายแพ้ แหละท้าวหลี่มหาราชได้
พาตัวมันออกไป บรรยากาศภายในสนามประลองก็
ค่อย ๆ กลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
แต่เสียงไชโยโห่ร้องให้ก าลังใจก็ไม่สามารถดังกึกก้อง
ได้นานเกินไป
ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ศิษย์ทางฝั่งปรมาจารย์สุภูติจะ
มาร่วมแสดงความยินดีกับเขาอยู่เนือง ๆ ด้วยเพราะ
อู่ อวี้ เป็นศิษย์ร่วมส านักอีกทั้งยังเป็นสหายของ
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา ก่อนหน้านี้เขาเกือบจะ
ถูกหลี่เทียนจีสังหารสิ้นชีพมาแล้ว ดังนั้นชัยชนะที่ อู่
อวี้ ได้มาถือเป็นการแก้แค้นให้กับจักรพรรดิเซียน
หยั่งรู้ดารา
จักรพรรดิเซียนหลายคนคิดว่าท้าวหลี่มหาราช
เข้าข้างหลานชายสุดที่รักของตนเองมากจนเกินงาม
แม้กระทั่งก่อนจะไปมันยังจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตา
เกลียดชังอย่างที่สุด ซึ่งทุกคนต่างแลเห็นการ
แสดงออกดังกล่าว
“ เห็นได้ชัดว่าหลานชายของท้าวหลี่มหาราชไม่
พร้อมที่จะเผชิญความจริง ต่อให้พ่ายแพ้ในการ
แข่งขันต่อสู้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปลิดชีพ
ฆ่าตัวตาย … ใครใช้ให้สั่งสอนเด็กผู้นี้เป็นคนหยิ่ง
ผยองจองหอง? หากจะโทษก็ตัวกล่าวโทษตนเองเถิด
ที่ตามใจยกหางหลานชายจนเสียผู้เสียคน ท าให้มัน
กลายเป็นคนเช่นนี้! ”
จักรพรรดิเซียนหลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กล่าวถึง
เรื่องนี้กันเป็นการส่วนตัว ขณะที่พวกมันแต่ละคนมา
แสดงความยินดีกับ อู่ อวี้ ทุกคนต่างตักเตือนว่าใน
ภายภาคหน้าให้เขาคอยระวังตระกูลหลี่ให้ดี
อู่ อวี้ พยักหน้าเห็นด้วย พี่น้องในส านักต่างเห็น
ประโยชน์ของตัวเขาเป็นส าคัญ แม้แต่เวลาปกติพวก
เขาจะไม่ได้เจอหน้ากันบ่อย แต่ก็มีความผูกพันกัน
อบอุ่นประดุจครอบครัว
แม้ทุกคนจะเป็นห่วงความปลอดภัยของ อู่ อวี้ แต่หลี่
เทียนจีก็หยิ่งจองหองยั่วยุเขาไม่เลิกรา แถมยังคิดจะ
แย่งชิงลั่วผินสุดที่รักของเขา ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
แล้วที่มันจะพบจุดจบลงเอยเช่นนี้
ส่วนความเกลียดชังที่ท้าวหลี่มีต่อตนเอง แม้ว่า อู่ อวี้
จะกังวล แต่ผลแพ้ชนะในการแข่งขันก็เป็นผลลัพธ์
ที่หลี่เทียนจีไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทว่าอย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
เพราะบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้เหลือเพียง
รอบสุดท้ายเท่านั้น และเขาต้องต่อสู้กับบุตรชายของ
เทพสามตาหยางเชียน ชิงที่หนึ่งในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน
บททดสอบจักรพรรดิเซียนจะมีการจัดแข่งขันขึ้นใน
ทุก 50,000 ปี แล้วเวลานี้ก็ใกล้จะสิ้นสุดลง
คงต้องมาดูกันว่าใครกันที่สามารถก้าวเข้าสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์ แล้วคนผู้นั้นจะมนุษย์กลายเป็น
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ได้หรือไม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ
การประลองในรอบชิงชนะเลิศนี้ มันเป็นศึกการต่อสู้
ระหว่าง อู่ อวี้ กับหยางเชียน และการต่อสู้ครั้งนี้ไม่มี
ใครสามารถคาดเดาได้ว่าผู้ใดจะเป็นผู้ชนะ
นับตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีไม่มีผู้ใดคิดว่า อู่ อวี้ จะ
สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้
แต่หลังจาก อู่ อวี้ สามารถเอาชนะหลี่เทียนจีได้อย่าง
เหนือความคาดหมาย หลายคนก็เริ่มยอมรับในความ
แข็งแกร่งมีฝีมือของเขา แม้แต่จักรพรรดิเซียนที่พา
ญาติมาร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ก็ยังให้ความเคารพ
และประเมินเขาไว้สูงมากในรอบสุดท้ายที่ก าลังจะ
เริ่มขึ้นเช่นกัน
โดยไม่ค านึงถึงชาติก าเนิดฐานันดร เพราะการที่เขา
สามารถเอาชนะหลี่เทียนจีบุตรชายหัวแก้วหัวแหวน
ของเทพนาจาได้ ก็เหมือนการพิสูจน์ยืนยันว่าเขามี
ฝีมือความสามารถไม่ธรรมดา
แม้แต่ทายาทของจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ที่มี
ทรัพยากรการฝึกฝนไม่ด้อยไปกว่าหลี่เทียนจี ความ
แข็งแกร่งของพวกมันก็ยังไม่อาจเทียบเท่าหลี่เทียนจี
ได้ แต่ อู่ อวี้ มนุษย์ผู้ฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรจน
กลายเป็นเซียนอมตะ ผู้ที่มีทรัพยากรในการฝึกฝน
ขาดแคลนไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่กลับสามารถ
เอาชนะหลี่เทียนจีได้ แสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์ที่เขา
มีนั้นน่าทึ่งเป็นอย่างมาก
จากผลลัพธ์ที่ออกมาท าให้ทุกคนต่างชื่นชม
ปรมาจารย์สุภูติว่าได้เจอศิษย์ดี สมแล้วที่เป็น
ปรมาจารย์สุภูติผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
ถ้าพวกมันมิได้เห็นฝีมือแลทักษะที่แท้จริงของ อู่ อวี้
ในการแข่งขันนี้ คงไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้ว อู่ อวี้ มี
พลังฝีมือมากเพียงใด
ยังมีเวลาเหลืออีกหนึ่งปีก่อนจะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
ช่วงเวลาหนึ่งปีที่เหลือ อู่ อวี้ ได้หลับตาพักผ่อนปรับ
สภาพจิตใจให้อยู่ในสภาวะที่ดีที่สุด ชัยชนะที่เขา
ได้มาในช่วงท้ายการแข่งขันมันเกิดจากการปลดผนึก
ทั้งสองของพลองทองสมปรารถนา ซึ่งก็คือ ‘เศียร
วิงเวียน’ และ ‘โล่วัชระ’
ผนึกแรกคือพลังอิทธิฤทธิ์ ‘สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น’ มี
อยู่ 3 รูปแบบหนึ่งควบคุม สองป้องกัน สามโจมตี ซึ่ง
มันเกือบจะถึงระดับสูงสุดแล้ว
โดยเฉพาะรูปแบบสองก็คือ ‘เศียรวิงเวียน’ สามารถ
ท าให้คู่ต่อสู้งุนงงหมดสติได้หนึ่งลมหายใจ ซึ่งมี
ผลกระทบท าให้คนผู้นั้นรู้สึกว่าวิญญาณของตนเอง
ปานจะหลุดออกจากร่าง
แม้ว่าจะวิงเวียนศีรษะแค่หนึ่งลมหายใจ แต่การต่อสู้
ระดับสูงเช่นนี้ เพียงชั่วระยะเวลาแค่หนึ่งลมหายใจก็
มากเกินพอที่จะก าหนดผลลัพธ์ของคู่ต่อสู้ ฉะนั้น
แทบไม่ต้องกล่าวถึงว่าระยะเวลาหนึ่งลมหายใจนี้ไม่
สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้เลย
กล่าวได้ว่าตราบใดสามารถกระบวนท่านี้จัดการกับผู้
ต่อสู้ได้ จะท าให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถมีแรงต้านทานอะไร
ได้เลย
ส่วนหยางเชียนที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ มันจะต้อง
มีคุณสมบัติพิเศษบางอย่างหรืออาจจะแข็งกว่าหลี่
เทียนจีเสียด้วยซ ้า เรื่องนี้ท าให้ อู่ อวี้ แอบระวัง
มิหน าซ ้าจักรพรรดิเซียนที่เป็นศิษย์ในส านักของ
ปรมาจารย์สุภูติคนอื่น ๆ ยังคอยเตือนให้เขาระวังห
ยางเชียนให้ดี
ส าหรับหยางเชียน มันก าลังเตรียมพร้อมส าหรับการ
ต่อสู้ศึกตัดสินนี้
ซึ่งแตกต่างจากหลี่เทียนจี หยางเชียนไม่เคยดูถูกคู่
ต่อสู้ในการแข่งขันบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้
เลย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่ามันก าลังประเมิน อู่
อวี้ อยู่
ในระหว่างการต่อสู้หลี่เทียนจีดูถูก อู่ อวี้ เป็นอย่าง
มาก ซึ่งการกระท าของมันถือว่าช่วย อู่ อวี้ ไว้ไม่น้อย
เลยทีเดียว ถ้ามิใช่เพราะเหตุผลนี้ หลี่เทียนจีคง
ระแวดระวังตัวป้องกันทักษะ ‘เศียรวิงเวียน’ ของ อู่
อวี้ ได้อย่างแน่นอน มิตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล ้าอย่าง
อเนจอนาถเช่นนี้
อันที่จริงแล้วมิใช่ว่าหลี่เทียนจีอ่อนแอ แต่มัน
ประมาทไปเอง
หากมิใช่เพราะ อู่ อวี้ บังเอิญท าลายผนึกที่สามของ
พลองทองสมปรารถนา และปลดผนึกพลังอิทธิฤทธิ์
‘โล่วัชระ’ ได้ส าเร็จ เขาคงพ่ายแพ้ปราชัยให้กับพายุ
การโจมตีจากศาสตราเซียนก าเนิดภพทั้งสี่ชิ้นของหลี่
เทียนจีไปแล้ว
ต่อให้เป็นหยางเชียนก็คงไม่สามารถต้านทานพลัง
จากศาสตราเซียนก าเนิดภพทั้งสี่ชิ้นของหลี่เทียนจีได้
นี่คือพลังอันน่าสะพรึงกลัวของผู้ที่มีทรัพยากร
เพียบพร้อม ด้วยพลังอิทธิฤทธิ์สามเศียรหกกร ไม่มี
ผู้ใดต่อกรกับหลี่เทียนจีได้
น่าเสียดายที่มันประมาท อู่ อวี้ จนเกินไป ท าให้มัน
พ่ายแพ้การต่อสู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังจากครบก าหนดการพักผ่อนหนึ่งปี การต่อสู้ครั้ง
สุดท้ายของบททดสอบจักรพรรดิเซียนในที่สุดก็เริ่ม
ขึ้น
หลังจบการต่อสู้ครั้งนี้ บททดสอบจักรพรรดิเซียนก็
จะสิ้นสุดลง และทุกคนก็จะออกไปจากสวรรค์หฤทัย
อย่างไรก็ตามแม้การแข่งขันจะล่วงเลยมาถึงรอบนี้
จ านวนผู้รับชมในห้วงอเวจีมหาดาราก็มิได้น้อยไป
กว่าตอนแรกเลย กล่าวได้ว่าปัจจุบันเหล่าทายาท
จักรพรรดิเซียนที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้ล้วนเฝ้ารับชมรอ
ดูผลลัพธ์อยู่ที่นี่
อาจกล่าวได้ว่าบททดสอบจักรพรรดิเซียนคือการ
ต่อสู้ของยอดฝีมือที่ทรงพลังมากที่สุดภายใต้ขอบเขต
จักรพรรดิเซียน การได้เฝ้าสังเกตการแข่งขันของ
ผู้อื่นถือเป็นผลดีกับความก้าวหน้าของตนเองใน
อนาคตเช่นกัน
ภายใต้ความสนใจของผู้ชม อู่ อวี้ กับ หยางเชียน
ต่างเดินตรงไปที่ใจกลางสนามประลองของห้วงอเวจี
มหาดารา
อู่ อวี้ แสดงสีหน้าเรียบเฉย ขณะถือพลองทองสม
ปรารถนาไว้ในมือ พร้อมจับจ้องไปยังหยางเชียนซึ่ง
เปี่ยมไปด้วยความเย็นชาอย่างระมัดระวัง
ดวงเนตรของหยางเชียนเต็มไปด้วยจิตสังหารเข้มข้น
ทวนกรีดนภาสีทองในมือของมันเปล่งประกาย แผ่
บรรยากาศอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงออกมาอย่าง
รุนแรง
ทั้งสองคือผู้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนครั้งนี้!
เหล่าทายาทจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ เช่น นางเซียน
เหยาอวิ๋น นางเซียนหลิงมี่ เจียงไท่จี๋ ลุ่ยเทียนหยวน
ฯลฯ ล้วนพ่ายแพ้ปราชัยภายใต้เงื้อมมือของพวกเขา
ทั้งสอง
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ ยังเฉือนคมเอาชนะหลี่เทียนจีใน
รอบที่แล้วมาได้แบบหวุดหวิด ท าให้ฝูงชนที่เฝ้าดูการ
แข่งขันต่างตกตะลึงอยากรู้ผลลัพธุ์การต่อสู้ในรอบชิง
ชนะเลิศมากยิ่งขึ้น
” บททดสอบจักรพรรดิเซียนในรอบนี้ คือศึกตัดสิน
ต่อสู้แบบตัวต่อตัว! อู่ อวี้ หยางเชียน หลังการต่อสู้
ครั้งนี้ หนึ่งในพวกเจ้าจะได้รับโอกาสในการเข้าสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์ บรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์! พวกเจ้าพร้อมแล้วหรือไม่? ”
จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงก้าวขึ้นมาบนสนาม
ประลอง พร้อมหันมาเอ่ยถามพวกเขา
“พร้อม!”
อู่ อวี้ พยักหน้าให้กับศิษย์พี่เบื้องหน้า แสดงให้เห็น
ว่าเขาพร้อมแล้ว
ส าหรับหยางเชียน มันเหลือบมองจักรพรรดิเซียน
ขจรพิศวงเล็กน้อย แต่ก็มิได้กล่าวอันใดกระท าเพียง
พยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณบอกว่าการต่อสู้ใน
รอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นแล้ว
แต่ทันใดนั้นเองปรมาจารย์สุภูติโพธิก็ตะโกนขึ้นว่า ”
ช้าก่อน ก าลังมีแขกใหม่เดินทางมาที่ห้วงอเวจีมหา
ดาราของเรา!”
สิ้นเสียงของท่าน ช่องว่างความว่างเปล่าของห้วง
อเวจีมหาดาราก็เปิดออก ปรากฏเป็นเงาร่างอันน่า
ตื่นตะลึงออกมาจากช่องว่างนั้น มุ่งตรงมาที่ห้วงอเวจี
มหาดารา
ทุกคนต่างพากันจับจ้องไปยังทิศทางนั้น รวมถึง อู่
อวี้ กับหยางเชียนที่ยืนอยู่บนสนามประลอง เมื่อเขา
ได้เห็นร่างนั้นอย่างเด่นชัด กลับกลายเป็นว่าผู้มาใหม่
ก็คือหกมหาจักรพรรดิหงส์แห่งตระกูลสัตว์สวรรค์
หงส์เพลิง!
ในช่วงวิกฤตรอบชิงชนะเลิศของบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน สัตว์สวรรค์ตระกูลหงส์เพลิงได้
เดินทางมาถึง ยิ่งไปกว่านั้นหกมหาจักรพรรดิหงส์ยัง
รวมตัวกันมาที่นี่ ซึ่งท าให้จักรพรรดิเซียนหลายคน
รู้สึกสับสนงงงวยอยู่ไม่น้อย ว่าพวกมันมาช้าไปหรือ
เปล่า เหตุใดถึงได้มาเอาป่านนี้?
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด!
แต่ในเมื่อพวกมันมาแล้ว ก็ถือเป็นแขกของสวรรค์
ฤทัย ปรมาจารย์สุภูติโบกมือพร้อมกล่าวว่า “ยินดี
ต้อนรับการมาถึงของหกมหาจักรพรรดิหงส์ เชิญ
นั่ง!”
“ทุกท่าน เชิญ”
จักรพรรดิเซียนขจรพิศวงออกมาต้อนรับ หลังจาก
นั้นก็จัดสรรหาที่นั่งให้กับหกมหาจักรพรรดิหงส์
“ ขณะที่ข้าก าลังผ่านที่นี่ได้ยินว่าบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนค่อนข้างน่าตื่นเต้น ข้าเลยมาดูการ
ต่อสู้ศึกตัดสินในนัดนี้ และอยากจะรู้ว่าผู้เยาว์บน
สวรรค์ของเรามีความสามารถอย่างไรบ้าง”
หกมหาจักรพรรดิหงส์กล่าวอย่างผ่อนคลาย แต่ไม่มี
ผู้ใดรู้ได้ว่ามันแค่ผ่านมาโดยบังเอิญจริง ๆ หรือไม่
ส าหรับเรื่องแค่นี้ปรมาจารย์สุภูติยินดีต้อนรับพวกมัน
อยู่แล้ว ภายใต้การจัดเตรียมของจักรพรรดิเซียนขจร
พิศวงใช้เวลาไม่นานนักพวกมันก็มีที่นั่งอยู่ใน
ต าแหน่งที่ดีมากบนแท่นรับชน เฝ้าดูการต่อสู้ในห้วง
อเวจีมหาดารา
เมื่อเห็นสัตว์สวรรค์หงส์เพลิงมาถึง อู่ อวี้ ก็รู้สึกไม่
สบายใจเล็กน้อย
เช่นเดียวกับลั่วผินที่เฝ้าดูเหตุการณ์เฝ้าดูอยู่บนแท่น
รับชม นางเริ่มแสดงสีหน้าตึงเครียดเล็กน้อย
เพราะหนึ่งในสัตว์สวรรค์หงส์เพลิงที่เข้าร่วมรับชม
การแข่งขันก็คือจักรพรรดิหงส์หยวนจู่ และผู้ที่นั่งอยู่
ด้านหลังจักรพรรดิหงส์หยวนจู่คือคนที่ อู่ อวี้ คุ้นเคย
นั่นก็คือ : เจ้าหงส์ระบ าเพลิง!
แต่ไม่อาจระบุแน่ชัดได้ว่าสตรีผู้นี้คือเจ้าหงส์ระบ า
เพลิงหรือหนานกงเหว่ย ซึ่ง อู่ อวี้ กับลั่วผินไม่อาจ
ล่วงรู้ได้เลย
แต่เท่าที่ อู่ อวี้ สังเกตเห็น หลังจากพวกมันมาถึง
สายตาของหนานกงเหว่ยก็มองผ่านเขาไปราวกับมิได้
สังเกตเห็นเขาแม้แต่น้อย
จากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นท าให้ อู่ อวี้ คาดเดาได้ยาก
เล็กน้อย
ว่ายามนี้นางเป็นเจ้าหงส์ระบ าเพลิงหรือหนานกง
เหว่ย?
เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ไม่อาจคาดเดาได้
“ในที่สุดข้าก็ได้พบนางอีกครั้ง”
อู่ อวี้ มีอารมณ์ที่หลากหลายในใจของเขา
ครั้งหนึ่งในแดนจักรพรรดิมังกรเซียน ตอนนั้นเขาเอง
ก็ไม่รู้ว่าสตรีผู้นี้คือหนานกงเหว่ยหรือเจ้าหงส์ระบ า
เพลิงกันแน่ แต่ครั้งนั้นนางท าให้ลั่วผินกับเขาตกอยู่
ในอันตราย จนเขาถูกเทพอสูรบรรพกาลจับตัวไป
ทรมานในหุบเหววิญญาณมรณะ หลังจากนั้นเขาก็
ต้องหลบหนีออกจากสวรรค์อย่างหัวซุกหัวซุน
เขาไม่สามารถรู้ได้ว่าสตรีผู้นี้คือใครกันแน่ และนาง
มาที่นี่ด้วยเจตนาใด?
อู่ อวี้ ดูนางไม่ออกเลยจริงๆ!
แต่ไม่ว่าอย่างไร อู่ อวี้ เชื่อว่าสตรีผู้นี้ไม่สามารถสร้าง
ผลกระทบใด ๆ ให้กับเขาได้อีก เพราะบัดนี้เขามี
ปรมาจารย์สุภูติคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าผู้ใด
หน้าไหนบนสวรรค์ต่างไม่หาญกล้าลบหลู่ดูหมิ่น
ปรมาจารย์สุภูติ
” อยู่กับปัจจุบันแล้วเอาชนะการต่อสู้ในศึกตัดสินนี้ให้
ได้ ”
เมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ความสนใจของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไป
ที่ชายหนุ่มสวมใส่อาภรณ์ชุดคลุมสีด านามหยางเชียน
ที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของหยางเชียนเฉยเมย ดวงตา
ของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างรุนแรง
ส าหรับ อู่ อวี้ หากผิดพลาดเพียงนิด หมายถึงเขา
อาจจะถูกฝ่ายตรงข้ามสังหารตกตายเอาเลยก็ได้
“ ศึกนี้จะต้องชนะ! ”
อู่ อวี้ รู้ว่าไม่มีทางให้ตนเองถอยหนี หากเขาล้มเหลว
ในครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะ
ทะลวงเข้าถึงระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ หากมี
อุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้นมันจะน าไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่อาจ
แก้ไขได้
เขาก าหมัดแน่น และในที่สุดจักรพรรดิเซียนขจร
พิศวงก็ประกาศให้เริ่มการต่อสู้ศึกตัดสินครั้งนี้ได้ โดย
มีเขาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตี!
———————