กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1699: ศึกตัดสิน
ปัจจุบัน อู่ อวี้ มีทักษะกระบวนท่ามากมายเช่นกัน
ถ้าหยางเชียนมีเพียงพลังอิทธิฤทธิ์ที่มันแสดงมาก่อน
หน้านี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองก็สามารถต่อกรได้อย่างไม่
ยากเย็น
อย่างไรเขาก็รู้ดีว่าหยางเชียนต้องเก็บง า
ความสามารถเอาไว้อีกมากมาย ไม่มีผู้ใดรู้หรือคาด
เดาได้ว่ามันซุกซ่อนไพ่ตายไว้กี่ใบกันแน่ นอกจากนี้
มันยังมี ‘เนตรสวรรค์’ เมื่อมันใช้ ‘เนตรแห่งการจอง
จ า’ สิ่งนี้เหมือนเป็นการย ้าเตือน อู่ อวี้ ว่าหยางเชียน
ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เขาเปิดฉากโจมตี ด้วยการปลดปล่อยร่างอวตารนับ
ล้านร่าง จากนั้นก็ใช้ออกด้วยกฎสวรรค์ร่างอวตาร
ทันที กฎสวรรค์ดังกล่าวรวมตัวกันเป็นมวลพลัง
ขนาดใหญ่เติมเต็มห้วงอเวจีมหาดารา พวยพุ่งกวาด
ผ่านเข้าใส่หยางเชียนในฉับพลัน
พลังกฎสวรรค์ร่างอวตารที่ระเบิดออกมาท าให้หยาง
เชียนแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา หาได้สนใจกับ
พลังที่พวยพุ่งเข้ามาใส่ตนเองไม่ มันโบกสะบัดทวน
กรีดนภาท่ามกลางท้องเวหา สร้างเป็นคลื่นพลังกรีด
ผ่านความว่างเปล่าอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง พลันบดขยี้
ท าลายร่างอวตาร อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์
หากเป็นจักรพรรดิเซียนธรรมดาทั่วไปเมื่อเผชิญหน้า
กับพลังกฎสวรรค์ร่างอวตารของ อู่ อวี้ เช่นนี้ คงไม่
ง่ายที่จะจัดการ แต่ส าหรับหยางเชียนพลังกฎสวรรค์
ร่างอวตารของเขา ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามใด ๆ
แก่มันได้เลย
“ ถ้าเจ้ามีฝีมือแค่นี้ก็เตรียมตัวตายได้เลย! ”
หยางเชียนกล่าวอย่างเฉยเมย หลังจากนั้นทวนกรีด
นภาบนมือของมันก็ระเบิดพลังออกมามากขึ้น ระดับ
ความรุนแรงนี้มากพอที่จะท าให้ผู้รับชมการแข่งขัน
ตกตะลึง ร่างด าทะมึนของมันลอยคว้างอยู่บนความ
ว่างเปล่า จากนั้นก็จู่โจมเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที
ชั่วพริบตาต่อมาพลังอันน่าอัศจรรย์ของทวนกรีดนภา
ก็บดขยี้ท าลายความว่างเปล่าอย่างรุนแรง!
“กรีดนภาความว่างเปล่า!”
สิ้นค ากล่าวไม่แยแสของหยางเชียน ความว่างเปล่า
รอบตัว อู่ อวี้ ก็แตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ซึ่งเป็นผลมา
จากพลังของทวนกรีดนภา สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ท าให้
เขารู้สึกราวกับว่าร่างของคนทั้งคนก าลังร่วงตกลงไป
ในรอยแยกแห่งความว่างเปล่า!
นางเซียนหลิงหมี่ที่เคยต่อสู้กับหยางเชียนก่อนหน้านี้
ได้พ่ายแพ้ให้กับมันอย่างย่อยยับราบคาบ ชนิดที่
เรียกว่าไม่มีโอกาสโต้กลับแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าย่อม อู่ อวี้ มิกล้าประมาทฝ่ายตรงข้าม
ดังนั้นเขาจึงหมุนควงพลองทองสมปรารถนาในมือ
ทันที พร้อมตะโกนออกไปว่า “สวรรค์ปฐพีพินาศ
สิ้น!”
เขาปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ผนึกแรกของพลองทอง
สมปรารถนา ฉับพลันแสงสีทองก็ป่วยพุ่งออกมาจาก
ความว่างเปล่า ทันใดนั้นก็ปะทะเข้ากับทวนกรีดนภา
เมื่อศาสตราเซียนก าเนิดภพทั้งสองชิ้นปะทะกัน
ความว่างเปล่าที่อยู่โดยรอบก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้น
อย่างรุนแรง ระเบิดเป็นคลื่นพลังที่เกินผู้ใด
จินตนาการ จนทั้งสองถอยร่นกระเด็นออกไป
เมื่อหยางเชียนเห็นว่าพลังของทวนกรีดนภาไม่
สามารถท าอะไร อู่ อวี้ ได้ มันก็รีบจู่โจมต่อโดยเนตร
ที่สามบนหน้าผากของมัน “เนตรแห่งการจองจ า!”
ดูเหมือนว่าเวลานี้ในท่ามกลางความว่างเปล่า
เสมือนดั่งมีพลังที่มองไม่เห็นกักขังร่างกายของ อู่ อวี้
ไว้ จนไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไปไหนได้
ภาพฉากนี้ค่อนข้างคุ้นเคยอย่างยิ่ง!
สิ่งที่เกิดขึ้นท าให้ อู่ อวี้ หวนนึกไปถึงสวรรค์ฉีเทียน
ในตอนนั้นเทพสามตาหยางเจียนเคยกักขังเขากับ
เหล่าสหายด้วยกลอุบายนี้มาก่อน จากนั้นก็ให้ท้าว
จตุมหาราชกับเทพอสูรบรรพกาลมาจับตัวพวกเขา
แน่นอนว่าพลังของเทพสามตาแข็งแกร่งกว่าหยาง
เชียน และในตอนนั้นหยางเชียนไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย
พลังของเนตรแห่งการจองจ าในตอนนั้นท าให้ อู่ อวี้
ไม่สามารถต้านทานได้อย่างสมบูรณ์
ซึ่งถ้าเอามาเปรียบเทียบเนตรแห่งการจองจ าของห
ยางเชียนในยามนี้มันช่างอ่อนแอกว่ามาก อย่างไม่
อาจเปรียบเทียบกันได้
กล่าวได้ว่าพลังที่แท้จริงของเนตรแห่งการจองจ ามี
ประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก แต่ถ้าให้ประเมินคู่ต่อสู้ที่
มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับเดียวกันสามารถ
ปลดปล่อยพลังออกมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่ามากโขแล้ว
แต่เพียงเท่านี้หากคิดจะจัดการกับ อู่ อวี้ ถือว่าไร้
เดียงสาเกินไป
“กฎสวรรค์เนตรเพลิง ท าลาย!”
หลังจาก อู่ อวี้ ถูกพลังเนตรแห่งการจองจ ากักขัง
เขาก็ใช้ออกด้วยกฎสวรรค์เนตรเพลิง บังเกิดเป็นแสง
สีทองสาดส่องออกจากดวงตา ปัดเป่าพลังอ านาจที่
ปกคลุมอยู่โดยรอบออกไปในทันที แม้ว่าพลังเนตร
แห่งการจองจ ายังไม่แตกสลายหายไป แต่ก็ไม่
สามารถสร้างภัยคุกคามอันใดกับ อู่ อวี้ ได้เลย
“กฎสวรรค์สัประยุทธ์!”
เมื่อ อู่ อวี้ ใช้ออกด้วยกฎสวรรค์สัประยุทธ์พลังของ
มันก็ปกคลุมไปทั่วร่างของเขา ท าให้ความแข็งแกร่ง
ของ อู่ อวี้ เพิ่มสูงขึ้นในฉับพลัน ชั่วขณะต่อมาแสงสี
ทองส่องสว่างออกมาจากดวงเนตรของเขา และนี่ก็
เป็นสัญญาณบอกว่ากฎสวรรค์เนตรเพลิงได้ถูกใช้
ออกอีกครั้ง
นี่คือพลังกฎสวรรค์เนตรเพลิง แต่ครั้งนี้พลังของเขา
เพิ่มขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากพลังกฎสวรรค์
สัประยุทธ์ ท าให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึง
สองเท่าในเวลาอันสั้น
“กรีดนภาความว่างเปล่า!”
จวบจนบัดนี้ท่าทีการแสดงออกของหยางเชียนยังคง
ไร้ซึ่งความไม่แยแสไม่เปลี่ยนแปลง มันตวัดฟันทวน
กรีดนภาออกไป ระเบิดพลังอิทธิฤทธิ์กรีดนภาความ
ว่างเปล่าออกมาอีกครั้ง แต่ขณะที่ความว่างเปล่าตรง
เบื้องหน้าของมันก าลังแตกเป็นเสี่ยง ๆ กฎสวรรค์
เนตรเพลิงของก็มาถึงตรงเบื้องหน้า จากนั้นความ
ว่างเปล่าที่ก าลังแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก็ถูกกฎสวรรค์เนตร
เพลิงกลืนกิน ถึงกระนั้นพลังของเขาก็ไม่สามารถเข้า
ใกล้ร่างของหยางเชียนได้เลย!
การต่อสู้ในตอนนี้ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึง
ผลลัพธ์ เป็นเพียงแค่การหยั่งเชิงวัดพลังของกันและ
กันอย่างระมัดระวัง ยังมิได้ใช้ทักษะความสามารถที่
แท้จริงอันใด
การหยั่งเชิงที่เกิดขึ้นท าให้จักรพรรดิเซียนของสวรรค์
ฤทัยค่อนข้างวิตกกังวลเล็กน้อย
หากเป็นก่อนหน้านี้ถ้า อู่ อวี้ กับหยางเชียนได้
เผชิญหน้ากัน เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดคิดว่า อู่ อวี้ จะมี
โอกาสชนะ แต่หลังจากเขาเอาชนะหลี่เทียนจีมาได้ ก็
ไม่มีใครกล้าดูถูกความสามารถของเขาอีกเลย
แม้ว่าการโจมตีของหยางเชียนขณะนี้ จะเป็นการหยั่ง
เชิงคู่ต่อสู้อย่าง อู่ อวี้ เพียงเท่านั้น แต่มันก็ท าให้บาง
คนแอบอดสงสัยไม่ได้ว่าหยางเชียนจะใช่คู่ต่อกรของ
อู่ อวี้ หรือไม่?
ท้ายสุดแล้วแม้กระทั่งหลี่เทียนจีก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ อู่
อวี้ ท าให้ผู้คนแอบอดคิดไม่ได้ว่า อู่ อวี้ อาจ
เอาชนะหยางเชียนได้อีกครั้ง!
เหล่าศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติทุกคนต่างปาดเหงื่อลุ้น
ระทึกไปกับการต่อสู้ของ อู่ อวี้ ด้วย
ในตอนแรกพวกเขาคาดหวังว่า อู่ อวี้ คงท าได้แค่เข้า
สู่รอบก่อนรองชนะเลิศเท่านั้น แต่เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวเข้า
สู่รอบรองชนะเลิศทุกคนก็รู้สึกว่าเขามาถึงขีดจ ากัด
แล้ว เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับหลี่เทียนจีผู้ถือ
ครองศาสตราเซียนก าเนิดภพถึงสี่ชิ้น ผู้ใดจะต่อต้าน
อ านาจที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นได้เล่า?
แต่กลับกลายเป็นว่าเขาสามารถเข้ามาสู่รอบชิง
ชนะเลิศของบททดสอบจักรพรรดิเซียนได้ส าเร็จ!
หากเป็นจักรพรรดินิรันดร์ขั้นที่สอง ได้เผชิญหน้า
ต่อสู้กับ อู่ อวี้ หรือหยางเชียนคนใดคนหนึ่ง เกรงว่า
พวกมันจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทั้งสอง เนื่องจากพวกเขา
ทั้งสองมีฝีมือแข็งแกร่งน่าเหลือเชื่อเกินไปนั่นเอง
แต่ทางด้านหยางเชียนดูเหมือนจะโชคดีกว่า
เนื่องจากมันเป็นบุตรชายของเทพสามตาหยางเจียน
ท าให้มันได้รับการฝึกฝนระดับสูงสุดมาตั้งแต่เยาว์วัย
เพลิดเพลินไปกับทรัพยากรฝึกตนระดับสูง ซึ่งไม่ใช่
เรื่องแปลกที่พลังฝีมือของมันจะเข้าถึงระดับปัจจุบัน
แต่ส าหรับ อู่ อวี้ ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะแสดงพลัง
การต่อสู้กดขี่ข่มเหงได้เช่นนี้
แม้ทุกคนจะว่าเขาได้รับตราประทับราชันเทวะขั้นที่
สิบมาครอบครองแล้วก็ตาม ทว่าแค่ตราประทับเพียง
อย่างเดียวไม่สามารถท าให้เขามีพลังฝีมือมาถึงระดับ
นี้ได้อย่างแน่นอน แสดงให้เห็นว่าเขาจะต้องมี
ความลับบางอย่างเก็บง าซ่อนไว้อยู่
บางทีความลับนี้อาจเป็นสาเหตุที่ท าให้ปรมาจารย์สุ
ภูติถูกใจเขาเป็นนักหนาก็เป็นได้!
ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีใครล่วงรู้ว่าความลับของ อู่ อวี้ คือ
พลองทองสมปรารถนาที่อยู่ในมือของเขานั่นเอง
ความสงสัยดังกล่าวยังคงเป็นปริศนาต่อไป แม้แต่
เทพสามตาก็ยังเคลือบแคลงสงสัยเป็นที่สุด
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับ อู่ อวี้
ที่พวกมันสนใจ และไม่อาจปล่อยผ่านละเลยไปได้
ส่วนตระกูลสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง หกมหาจักรพรรดิ
หงส์ยังคงเฝ้าจับตาดูการต่อสู้นี้เช่นเดียวกัน
แม้ว่า อู่ อวี้ กับหยางเชียนเพิ่งจะต่อสู้ประมือแค่
เพียงชั่วครู่ แต่ทุกคนก็เห็นผลลัพธ์บางอย่าง แม้
พื้นฐานฝึกตนของพวกเขาจะยังไม่ถึงระดับจักรพรรดิ
เซียน แต่ทว่าฝีมือความแข็งแกร่งของทั้งสองก็
เทียบเท่าได้กับจักรพรรดิเซียน ซึ่งนับว่าหาได้ยากยิ่ง
แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสมควรที่จะเป็นราชันเทวะ
หนุ่มที่โดดเด่นที่สุดบนสวรรค์
ความสามารถในการเข้าร่วมบททดลองจักรพรรดิ
เซียนถือเป็นการพิสูจน์ยืนยันความสามารถของพวก
เขาได้อย่างชัดเจน มีเพียงราชันเทวะที่ทรงพลังถึงจะ
มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน สามารถ
ก้าวไปสู่จุดสูงสุดของบททดสอบจักรพรรดิเซียน และ
เวลานี้พวกเขาทั้งสองก าลังต่อสู้ในรอบตัดเชือก จึง
นับเป็นบุคลากรที่ดีที่สุดบนสวรรค์ ทั้งยังต้องยกย่อง
พวกเขาทั้งสองว่าเป็นรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดอีก
ด้วย
ด้วยตัวตนความแข็งแกร่งเช่นนี้หากก้าวเข้าสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ อนาคตของพวกเขาจะต้อง
กลายเป็นคนใหญ่คนโตบนสวรรค์อย่างแน่แท้ ที่
ส าคัญผู้สนับสนุนพวกเขาทั้งสองฝั่งหนึ่งเป็นเทพสาม
ตาหยางเจียน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นปรมาจารย์สุภูติ?
ท่ามกลางฝูงชนเจ้าหงส์ระบ าเพลิงหรือหนานกงเหว่ย
ยังคงงดงามอย่างน่าอัศจรรย์ แต่เวลานี้ไม่มีผู้ใดเห็น
สายตาอันแสนเยือกเย็นที่ก าลังจับจ้องการต่อสู้ของ
ทั้งสอง และไม่มีผู้ใดรู้ว่านางก าลังครุ่นคิดอะไรอยู่
เมื่อนางมองมาที่ร่างของ อู่ อวี้ ดูเหมือนสายตาของ
นางจะสั่นสะท้าน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากพอท าให้คน
อื่นคิดว่านางก าลังตื่นตาตื่นใจไปกับการต่อสู้
ทางฝั่งด้านของลั่วผินอีกก็ก าลังแอบสังเกตมายัง
ทิศทางของตระกูลสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง
ตอนอยู่ในแดนจักรพรรดิมังกรเซียน เจ้าหงส์ระบ า
เพลิงหรือหนานกงเหว่ยได้ลุกขึ้นยืนและเปิดเผย
ตัวตนของ อู่ อวี้ อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย วีรกรรมของ
นางในครั้งนั้นท าให้ อู่ อวี้ ต้องหลบหนีออกจาก
สวรรค์อย่างหัวซุกหัวซุน ต้องไปหลบซ่อนตัวอยู่ใน
ภพเทพปีศาจสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ประสบพบเจอ
กับเหตุการณ์เฉียดตายจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
ลั่วผินไม่มีลืมภาพเหตุการณ์ในวันนั้น
นางเองก็อยากรู้เช่นกันว่าท าไมอีกฝ่ายถึงท าเช่นนั้น
ได้ลงคอ?
เป็นเพราะหนานกงเหว่ยหึงหวงนางกับ อู่ อวี้
หรือไม่?
แม้ลั่วผินจะรู้สึกว่าเจ้าหงส์ระบ าเพลิงจะต้องการท า
อะไรบางอย่าง ซึ่งมันน่าจะส่งผลกระทบเพียง
เล็กน้อยต่อตัวนางและ อู่ อวี้ แต่นางก็สัมผัสได้ถึง
ลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก
การมาถึงของตระกูลสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง ท าให้นาง
รู้สึกอึดอัดกระสับกระส่าย
แน่นอนลั่วผินหวังว่านี่จะเป็นความรู้สึกที่ตนคิดไป
เอง
การต่อสู้อันดุเดือดบนสนามประลองยังคงด าเนิน
ต่อไป ไม่นานนักการหยั่งเชิงระหว่าง อู่ อวี้ กับหยาง
เชียนก็จบลง หลังจากนี้คือการเผชิญหน้ากันอย่าง
แท้จริง
ในที่สุดอสูรก าเนิดคู่ชะตาของหยางเชียน สุนัขเห่าฟ้า
‘ทรราช’ ก็ปรากฏกายขึ้นบนสนามประลอง ทันทีที่
มันปรากฏตัว ทรราช’ ก็เห่าหอนค ารามอย่างดุร้าย
ส่งผลให้ความว่างรอบตัว อู่ อวี้ แตกสลายเป็นเสี่ยง
ๆ ขณะเดียวกันหยางเชียนก็กวัดแกว่งทวนกรีดนภา
โจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ จากด้านข้าง น ามาซึ่งวิกฤติ
ร้ายแรงกับเขาในฉับพลัน
“กฎสวรรค์กายเนื้อ!”
บัดนี้พลังจากกฎสวรรค์กายเนื้อได้ควบแน่นปกคลุม
ร่างของ อู่ อวี้ ท าให้ประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขา
ยกระดับสูง!
ภายใต้การเสริมพลังการต่อสู้จากกฎสวรรค์กายเนื้อ
และกฎสวรรค์สัประยุทธ์ อู่ อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับห
ยางเชียนและสุนัขเห่าฟ้า ‘ทรราช’ ซึ่งเทียบเท่าได้
กับศาสตราเซียนก าเนิดภพสองชิ้นจู่โจมเข้าใส่เขาใน
เวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นอ านาจท าลายล้างของ
สุนัขเห่าฟ้า ‘ทรราช’ ยังน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
ศาสตราเซียนก าเนิดภพเสียอีก
ที่ส าคัญยิ่งไปกว่านั้น สุนัขเห่าฟ้า ‘ทรราช’ มิได้แข็ง
ทื่อไร้ซึ่งความยืดหยุ่นเช่นดังศาสตราเซียนก าเนิดภพ
สามารถแลเห็นได้จากดวงตาอันดุร้ายของมัน มันคือ
สัตว์ร้ายแสนน่าสะพรึงกลัวมากที่สุดในใต้หล้านี้ เมื่อ
มันประสานงานร่วมมือกับหยางเชียน ความ
แข็งแกร่งของทั้งสองจึงเหนือยิ่งกว่าศาสตราเซียน
ก าเนิดภพเสียอีก!
เมื่อหยางเชียนกับ ‘ทรราช’ ร่วมมือกันโจมตี แรง
กดดันที่ อู่ อวี้ ต้องแบกรับก็มิได้ด้อยไปกว่าศาสตรา
เซียนก าเนิดภพทั้งสี่ของหลี่เทียนจีเลย
แม้กฎสวรรค์กายเนื้อกับกฎสวรรค์ประยุทธ์ท าให้พลัง
ของ อู่ อวี้ แข็งแกร่งขึ้น ทว่าเขาก็รู้สึกว่ายากจะ
ต่อกรกับพวกมันทั้งสองได้อยู่ดี
“เทียมฟ้าจรดดิน!”
เมื่อความว่างเปล่าโดยรอบแตกเป็นเสี่ยง ๆ ร่างของ
อู่ อวี้ ก็ขยายใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ความแข็งแกร่งทาง
กายเนื้อของเขายกระดับขึ้นไปอีกขั้น!
เมื่อพลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้าจรดดินผสานไปกับกฎ
สวรรค์กายเนื้อและกฎสวรรค์สัประยุทธ์ ท าให้ความ
แข็งแกร่งของเขาพุ่งทะยานสูงขึ้นถึงขีดสุด ฉับพลัน
พลองทองสมปรารถนาในมือของเขาก็ถูกตวัดฟาด
ออกไปทันที
“สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น!”
แสงสีทองสาดประกายเจิดจ้าบดขยี้ท าลายความว่าง
เปล่าเป็นเสี่ยง ๆ ยามนี้พลังของพลองสมปรารถนา
ในมือของเขาทรงพลังมากกว่าเดิมหลายเท่า!
เมื่อ อู่ อวี้ ตวัดฟาดพลองออกไป หยางเชียนกับสุนัข
เห่าฟ้าทรราชก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามในเวลาเดียวกัน
พวกมันทั้งสองหนึ่งคนหนึ่งสุนัขรีบถอยร่นออกห่าง
จากต าแหน่งของ อู่ อวี้ พร้อมแสดงออกด้วยท่าทาง
จริงจัง
——————-