กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1703: เปลวเพลิงทมิฬ
ไม่มีใครคิดว่าจะมีการแสดงดี ๆ เช่นนี้ในช่วงท้าย
หลังจากบททดสอบจักรพรรดิเซียนสิ้นสุดลงแล้ว
อู่ อวี้ ซึ่งได้รับอันดับหนึ่งไปเป็นที่เรียบร้อย ยังมีเจ้า
หงส์ระบำเพลิงมาท้าทาย ยิ่งไปกว่านั้นผู้คนยังสัมผัส
ได้ถึงความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างเจ้าหงส์ระบำเพลิงกับ
อู่ อวี้ อีกด้วย
ท้าวธตรัฐมหาราชกับเทพอสูรบรรพกาลต่างรู้ดีว่า
ครั้งหนึ่งในแดนจักรพรรดิมังกรเซียน หากมิใชเพราะ
เจ้าหงส์ระบำเพลิงผู้นี้เปิดเผยตัวตนของ อู่ อวี้ พวก
มันคงหูหนวกตาบอดต่อไป
แล้วครั้งนี้นางก็มาที่สวรรค์ฤทัยอีกครั้ง เพื่อท้าทาย อู่
อวี้ ที่เพิ่งเอาชนะได้อันดับหนึ่งในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน!
หกมหาจักรพรรดิหงส์และเจ้าหงส์ระบำเพลิงต้องการ
คุณสมบัติในการเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ของ อู่
อวี้
อย่างไรก็ตามสำหรับ อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ต่างสนใจ
ใน ‘โชควาสนาอันยิ่งใหญ่’ ที่จักรพรรดิหงส์หยวนจู่
คุยนักคุยหนาเอาไว้ ทุกคนอยากทราบว่าเจ้าหงส์
ระบำเพลิงได้รับโชควาสนาใหญ่หลวงแบบไหนกัน
ถึงทำให้จักรพรรดิหงส์หยวนจู่ประเมินบุตรสาวเอาไว้
สูงถึงเพียงนี้?
ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ ตัดสินใจยอมรับการท้าทาย ทั้งสอง
ฝ่ายจึงกำหนดกฎการประลอง
โดยกฎกติกานั้นมีอยู่ว่า หากเจ้าหงส์ระบำเพลิง
สามารถชนะ อู่ อวี้ ได้ นางจะได้รับสิทธิ์ในการสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์แทน อู่ อวี้! ในทางตรงกันข้ามถ้า อู่
อวี้ เป็นชนะฝ่ายชนะนางจะต้องบอกว่าโชควาสนาที่
ได้รับนั้นคืออันใด
แน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามอาจจะเปิดเผยบางสิ่ง
บางอย่างในการต่อสู้ แต่ก็ยังมีหลายอย่างที่มิอาจ
ล่วงรู้ได้
ตัวอย่างเช่นไม่มีใครทราบว่า อู่ อวี้ ได้รับมรดกของฉี
เทียนต้าเซิ่น นี่คือความลับยิ่งใหญ่ที่สุดของ อู่ อวี้ มา
โดยตลอด
ฉะนั้นถ้าให้เปรียบเทียบกับเจ้าหงส์ระบำเพลิง หาก
นางได้รับโชควาสนาอันใหญ่หลวงขึ้นมาจริง ๆ มัน
คงเป็นความลับที่นางยากจะเปิดปากพูดออกมาง่าย
ๆ แน่นอน
การเดิมพันนี้ค่อนข้างยุติธรรม
อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาการแสดงออกของตระกูลสัตว์
สวรรค์หงส์เพลิง ดูเหมือนพวกมันมิได้กังวลว่าเจ้า
หงส์ระบำเพลิงจะพ่ายแพ้แม้แต่น้อย ทั้งยังแสดงให้
เห็นถึงความมั่นใจในการประลองที่จะเกิดขึ้นอีกหนึ่ง
ปีข้างหน้า
อู่ อวี้ เริ่มพักผ่อนเตรียมพร้อมรับศึกการต่อสู้ที่มาถึง
ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ในบางครั้งเขาก็สังเกตเห็นเจ้า
หงส์ระบำเพลิงหรือหนานกงเหว่ยบนแท่นรับชมฝั่ง
ตรงข้ามเป็นครั้งคราว
สตรีผู้นี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สีหน้าของ
นางเฉยเมยไม่เหมือนกับเจ้าหงส์ระบำเพลิงหรือ
หนานกงเหว่ย ซึ่งทำให้ อู่ อวี้ สับสนมาก
แม้ในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหนึ่งปี ทว่าเจ้าหงส์
ระบำเพลิง ทำเพียงนั่งหลับตาอย่างเฉยเมย ไม่สนใจ
เหลือบมองมาทาง อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
หนึ่งปีต่อมา
ในที่สุดเวลากำหนดการต่อสู้ก็มาถึง
ภายใต้ความสนใจของทุกผู้คน อู่ อวี้ บินทะยานไป
ยังใจกลางห้วงอเวจีมหาดารา แรงกดดันที่แผ่ออกมา
เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม อย่างไรเสียเขาก็คือ
อันดับหนึ่งในบททดสอบจักรพรรดิเซียน ณ เวลานี้
เขาก็ได้ปรากฏตัวผงาดต่อหน้าทุกคน ฉับพลันผู้คนก็
ส่งเสียงไชโยโห่ร้องกันอย่างแซ่ซ้อง
ในที่สุดการต่อสู้ที่ทุกคนรอคอยมานานกว่าหนึ่งปีก็
เริ่มขึ้น
เมื่อ อู่ อวี้ ลงมายังสนามประลอง เจ้าหงส์ระบำเพลิง
ก็ทะยานตามมาอย่างช้า ๆ นางไม่กล่าวอันใดออกมา
สักคำ หลังจากนั้นนางก็เหลือบมองไปทาง อู่ อวี้
จากนั้นนางก็เปลี่ยนเป็นหงส์เพลิงเก้าสีพร้อมต่อสู้
เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้
วิธีการของเจ้าหงส์ระบำเพลิงน่าประทับใจ แค่เพียง
มองแวบแรกก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่มีทางประมาทคู่ต่อสู้ของ
ตนเอง เพราะถึงแม้เขาจะได้อันดับหนึ่งในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน นางก็ยังหาญกล้าท้าทายเขา แสดง
ว่านางมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองเป็นอย่าง
มาก
ขณะที่เขากำลังจะใช้พลังอิทธิฤทธิ์ ทันใดนั้นหงส์
เพลิงเก้าสีก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อู่ อวี้ ยังไม่ทัน
จะได้ตอบสนองใด ๆ ฉับพลันหงส์เพลิงเก้าสีก็
เปลี่ยนเป็นสีดำไปในชั่วพริบตา
ทันทีที่เปลวเพลิงสีดำทมิฬปรากฏขึ้น มันก็แผ่
บรรยากาศอันชั่วร้ายแสนน่าสะพรึงกลัว กวาดผ่าน
ไปทั่วทั้งฝูงชนทันที!
“นี่คือเปลวเพลิงชนิดใดกัน?”
อู่ อวี้ เริ่มตื่นตัวทันที หงส์เพลิงเก้าสีกลับกลายเป็น
หงส์เพลิงทมิฬสีดำสนิทในพริบตา เปลวเพลิงนี้ลุก
ไหม้น่าสะพรึงกลัวจนน่าตกใจ
หลังจากนั้นท้องเวหาก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีดำ
ทมิฬกวาดผ่านเข้าใส่ อู่ อวี้!
“ กฎสวรรค์กลืนกิน!”
อู่ อวี้ รีบตอบสนองด้วยการใช้ออกด้วยกฎสวรรค์
กลืนกิน มาดหมายจะปัดเป่าเปลวเพลิงทมิฬนี้ให้หัน
เหเบี่ยงเบนไปยังทิศทางอื่น
กฎสวรรค์กลืนกินเป็นหนึ่งในทักษะที่ทรงพลังอย่าง
มากของ อู่ อวี้ มาโดยตลอด โดยทั่วไปกฎสวรรค์
ดังกล่าวจะสามารถสยบการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้
อย่างดีเยี่ยม
ทว่ายามนี้ อู่ อวี้ กลับรู้สึกว่าเมื่อกฎสวรรค์กลืนกิน
ของเขาสัมผัสกับเปลวเพลิงสีดำทมิฬ ก็ถูกระงับด้วย
กลิ่นอายอันชั่วร้ายแสนเย็นเยียบของมัน
ขณะที่กฎสวรรค์กลืนกินยังไม่ทันได้สำแดงเดชเต็มที่
กฎสวรรค์กลืนกินของเขาก็ถูกเปลวเพลิงสีดำแผด
เผาอย่างต่อเนื่อง!
พลังกฎสวรรค์กลืนกินของ อู่ อวี้ แผ่พุ่งออกมาไป
เสมือนคลื่น ทว่าเมื่อมันถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีดำ
ทมิฬคลื่นพลังของเขาก็ถูกเผาไหม้ลงอย่างสมบูรณ์
แสดงให้เห็นว่าพายุเปลวเพลิงทมิฬนี้รุนแรงยิ่งกว่า
คลื่นพลังของเขา
หลังจากเปลวเพลิงสีดำทมิฬกลืนกินพลังกฎสวรรค์
กลืนกินของ อู่ อวี้ แล้ว เปลวเพลิงทมิฬได้ก่อตัวเป็น
พลังที่ไม่อาจหยุดยั้งครอบคลุมวิสัยทัศน์ทั้งหมดของ
อู่ อวี้
“แข็งแกร่งมาก!”
สีหน้าของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความตกตะลึง นี่เป็นครั้ง
แรกที่เขาเห็นว่าผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักร
ราชันเทวะมีพลังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เปลวเพลิง
ทมิฬนั้นคืออะไรกันแน่?
เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้วงอเวจีมหาดารา
ในตอนนี้ได้กลายเป็นมหาสมุทรแห่งเปลวเพลิงทมิฬ
ไปแล้ว ทั่วทุกแห่งหนถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสี
ดำทมิฬ
ตามหลังเหตุผล ยิ่งพลังรุนแรงหรือกินพื้นที่กว้างมาก
เท่าไหร่ การโจมตีนั้นก็จะยิ่งทรงพลังมากยิ่งขึ้น
หากเปลวเพลิงทมิฬแผ่ขยายปลกคุมฝูงชนได้ คิดดู
เถิดว่ามันจะทรงอำนาจมากเพียงใด?
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่เคยคิดว่านางจะสามารถ
แพร่กระจายพลังของตนเองไปถึงผู้ชมได้ หาก
ประเมินจากมุมมองนี้สามารถกล่าวได้ว่าพลังความ
แข็งแกร่งของเจ้าหงส์ระบำเพลิง ไม่ได้ด้อยไปกว่า อู่
อวี้ ขึ้นอยู่กับว่าพยุงรักษากระบวนท่านี้ได้นานแค่
ไหน
“เช่นนั้นก็มาดูกัน!”
อู่ อวี้ กัดฟันแน่น ด้วยรู้สึกว่าหากเปลวเพลิงทมิฬ
เข้ามาใกล้ เขาจะเขาจะโจมตีสวนกลับไปด้วยความ
ว่างเปล่าหวนกลับโดยตรง
ณ ขณะนี้พิภพแห่งความว่างเปล่าแลมิติพิภพพลิก
กลับตาลปัตร อู่ อวี้ กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่
ค่อนข้างปลอดภัย แม้แต่เปลวเพลิงทมิฬก็ยังไม่อาจ
กล้ำกราย ถูกแยกออกอยู่ด้านนอก
แต่ช่วงเวลาดี ๆ เช่นนี้ดูเหมือนจะอยู่ไม่ได้นาน
อู่ อวี้ เห็นอย่างรวดเร็วว่าในเวลานี้พิภพแห่งความ
ว่างเปล่าแลมิติพิภพพลิกกลับตาลปัตรของเขา กำลัง
ถูกเปลวเพลิงทมิฬลุกไหม้เผาผลาญเข้ามาข้างใน แต่
ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือความเร็วของมัน ความเร็ว
ที่เหนือจินตนาการกำลังพวยพุ่งเข้ามาหาเขา
แม้แต่ความว่างเปล่าหวนกลับก็ยังไม่สามารถหยุดยั้ง
การโจมตีของเปลวเพลิงทมิฬนี้ได้!
“นี่คือเปลวเพลิงชนิดใดกัน!?”
อู่ อวี้ รู้สึกงงงวยเขาไม่เคยเห็นหรือได้ยินอะไรที่คล้าย
กับเปลวเพลิงชนิดนี้มาก่อน
เขาต้องการเห็นปฏิกิริยาของจักรพรรดิเซียนทั้งหลาย
บนแทนรับชม เพื่อดูว่ามีผู้ใดรู้จักเปลวเพลิงทมิฬ
ชนิดนี้หรือไม่ แต่ร่างกายของ อู่ อวี้ กำลังถูกปกคลุม
ไปด้วยเปลวเพลิงทมิฬทำให้เขาไม่สามารถสังเกต
สถานการณ์ภายนอกสนามได้
ขณะที่ถูกปกคลุมโอบล้อมรอบไปด้วยเปลวเพลิงทมิฬ
มันไม่ยอมปล่อยช่องว่างให้เขาหายใจแม้แต่น้อย
ขณะเปลวเพลิงสีดำทมิฬแพร่กระจายไปยัง อู่ อวี้
แม้แต่พิภพแห่งความว่างเปล่าของเขาก็ยังเต็มไป
ด้วยเปลวเพลิง ไร้ซึ่งหนทางให้เขาถอยหนี
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองกำลังตกอยู่
ในสถานการณ์ย่ำแย่
หากเปลวเพลิงทมิฬยังคงดำเนินต่อไป การต่อสู้ครั้งนี้
คงไม่จำเป็นต้องต่อสู้ให้เปลืองแรงกันแล้ว?
หรือไม่เขาก็ต้องใช้วิธีที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่เริ่มการ
ต่อสู้?
อู่ อวี้ คิดในใจว่าถ้าใช้โล่วัชระบางทีอาจจะสามารถ
ต้านทานการโจมตีของเปลวเพลิงสีดำทมิฬนี้ได้ แต่
ในขณะเดียวกันก็คงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะเปิด
ฉากตอบโต้เจ้าหงส์ระบำเพลิง
หลังจากที่ต่อสู้เขารู้สึกว่าค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่จะ
เอาชนะเจ้าหงส์ระบำเพลิง
อู่ อวี้ ถูกล้อมรอบไปด้วยเปลวเพลิงทมิฬไร้สิ้นสุด
เขาไม่มีโอกาสเข้าใกล้เจ้าหงส์ระบำเพลิงแม้แต่น้อย
จวบจนตอนนี้เขายังไม่ทราบว่าเจ้าหงส์ระบำเพลิงอยู่
แห่งหนใด เปลวเพลิงทมิฬไร้สิ้นสุดนี้แพร่กระจาย
ออกไปทั่วทุกแห่งหน ราวกับว่าร่างกายของนาง
หลอมรวมเข้ากับเปลวเพลิงทมิฬอย่างสมบูรณ์
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ อึดอัดยิ่งขึ้น เพราะเขาไม่รู้ว่า
ร่างกายของคู่ต่อสู้อยู่ที่ไหน แล้วจะต่อสู้ได้อย่างไร?
ด้วยเวลาที่บีบคั้นทำให้เขาไม่สามารถคิดอะไรได้มาก
เปลวเพลิงทมิฬลุกลามมาถึงดวงตาของเขาแล้ว ทำ
ให้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกจากเปลว
เพลิงทมิฬ ยามนี้มันกำลังกัดเซาะเข้าไปในร่างกาย
ของเขาจนสั่นสะท้าน
นี่คือเหตุการณ์อันน่าเหลือเชื่อยิ่ง ด้วยพื้นฐานฝึกตน
ในปัจจุบันของ อู่ อวี้ ไม่มีความหนาวเย็นอันใดที่
สามารถสร้างผลกระทบกับเขาได้ แต่ตอนนี้ความ
หนาวเย็นของเปลวเพลิงทมิฬทำให้เขาสั่นสะท้าน
โดยไม่รู้ตัว
ช่างหนาวเย็นนัก!
อู่ อวี้ ถือพลองทองสมปรารถนาจากนั้นแสงสีทองก็
พุ่งออกมาจากร่างของเขา ควบแน่นกลายเป็นโล่สี
ทองอย่างรวดเร็ว โล่สีทองนี้คือ ‘โล่วัชระ’ ซึ่งปกป้อง
เขาทันทีที่มันปรากฏ
ด้วยโล่วัชระ อู่ อวี้ รู้สึกโล่งใจชั่วคราว เขาเชื่อว่า
พลังป้องกันของโล่วัชระสามารถต้านทานเปลวเพลิง
ทมิฬนี้ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
หากภายในช่วงเวลานี้ เขาสามารถคิดวิธีจัดการฝ่าย
ตรงข้ามได้คงจะดีมาก
อย่างไรก็ตามขณะที่เปลวเพลิงทมิฬโหมกระหน่ำปก
คลุมร่างของเขา เขาก็สัมผัสได้ถึงการเผาไหม้จาก
เพลิงทมิฬ บรรยากาศและกลิ่นอายอันเย็นยะเยือก
แทรกซึมผ่านเข้ามาในโล่วัชระอย่างต่อเนื่อง!
โล่วัชระทองคำนี้ คือพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมากที่สุด
ของ อู่ อวี้ ซึ่งเขาได้รับมันมาหลังจากปลดผนึกที่สาม
ของพลองทองสมปรารถนา
แต่ตอนนี้โล่วัชระนี้ถูกเผาไหม้อย่างรวดเร็วภายใต้
เปลวเพลิงทมิฬของเจ้าหงส์ระบำเพลิง ทำให้ม่าน
พลังโล่สีทองปรากฏรอยโหว่ขึ้นมาในทันที บัดนี้เปลว
เพลิงทมิฬลุกโหมกระหน่ำเผาผลาญไปทั่วทุกแห่ง
หน
ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน ด้วยโล่วัชระของ อู่ อวี้
แม้แต่หลี่เทียนจีหรือหยางเชียนก็ยังพ่ายแพ้ให้แก่
เขา
สำหรับโล่วัชระ เขารู้สึกไว้วางใจมันเป็นอย่างมาก
แต่ตอนนี้ความเป็นจริงทำให้เขาเจ็บปวด โล่วัชระ
เริ่มพังทลายลงอย่างไม่คาดฝันภายใต้การเผาผลาญ
ของเปลวเพลิงทมิฬ กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นใน
เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
โล่วัชระถูกเปลวเพลิงทมิฬเผาผลาญอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางสายตาของ อู่ อวี้ แสงสีทองเริ่มริบหรี่ลง
เรื่อย ๆ จนในที่สุดมันก็หายไป เมื่อกวาดตามอง
โดยรอบวิสัยทัศน์การมองเห็นของเขาก็ถูกปกคลุมไป
ด้วยเปลวเพลิงทมิฬอันเย็นยะเยือก ทำให้เขารู้สึก
เหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
” เจ้าหงส์ระบำเพลิงในตอนนี้ฉีกกระชากทุก
กฎเกณฑ์ นางอาศัยเพียงอัคคีทมิฬ ไม่ว่าพลัง
อิทธิฤทธิ์ใดของข้าก็ไร้ประโยชน์ บีบบังคับให้ข้าจน
ตอกไร้ซึ่งหนทางหลบหนีอย่างแท้จริง…”
อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงอยู่ภายในจิตใจ
ตอนนี้เขารู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น ว่าโชควาสนาอันใดที่
เจ้าหงส์ระบำเพลิงได้รับ ทำให้อัคคีบนร่างของนาง
กลายเป็นเพลิงทมิฬ ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ
สะพรึงกลัวเช่นนี้?
แต่ อู่ อวี้ ไม่ยอมแพ้
เขาไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ในการต่อสู้ และครั้งนี้
ก็เช่นกัน ต่อให้ทั่วทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วย
เพลิงทมิฬอันไร้สิ้นสุดของฝ่ายตรงข้าม แล้วจะ
อย่างไร?
“พิภพกฎสวรรค์เวลา!”
“กฎสวรรค์ร่างอวตาร!”
พลังอิทธิฤทธิ์กฎสวรรค์ต่าง ๆ ของ อู่ อวี้ เริ่มถูก
นำมาใช้จัดการกับผู้ต่อสู้ โดยที่ศัตรูของเขาก็คือเพลิง
ทมิฬที่อยู่บนฟ้า!
————————-