กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1705: สู่ชีวิตนิรันดร์
จักรพรรดิเซียนทุกคนในต่างพากันตกตะลึง สายตา
จับจ้องมองไปที่สาวงามนามว่าเจ้าหงส์ระบำเพลิง
คาดว่าอีกไม่นานนักนามนี้จะแพร่กระจายไปทั่วทั้ง
สวรรค์ เป็นที่รู้จักของทุกผู้คน
อาณาจักรราชันเทวะเก้าสวรรค์ กลับมีความ
แข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนี้ เปลวเพลิงสีดำทมิฬ
แพร่กระจายปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหน ส่วน อู่ อวี้ ซึ่ง
เป็นฝ่ายตรงข้ามไม่มีสถานที่ให้หลบหนี
หากนางก้าวเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์แล้วบรรลุ
กลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ความแข็งแกร่งของ
นางจะมากมายเพียงใด?
ในทางตรงกันข้าม อู่ อวี้ ดูน่าสงสารไม่น้อย
เดิมทีเขาเป็นอันดับหนึ่งของบททดสอบจักรพรรดิ
เซียน ซึ่ง อู่ อวี้ ควรเฉลิมฉลองเพลิดเพลินไปกับ
ความสำเร็จนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องพ่ายแพ้
ให้แก่เจ้าหงส์ระบำเพลิง และมันไม่ใช่การพ่ายแพ้
ธรรมดา ๆ แต่เป็นการปล้นชิงไปต่อหน้าต่อตาเลย
ต่างหาก ทำให้เขาหมดโอกาสเข้าสู่แดนสงครามสู่นิ
รันดร์ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก
สำหรับผลลัพธ์ที่ออกมาแม้แต่ปรมาจารย์สุภูติก็ยัง
หมดหนทางจะช่วยเหลือ
เห็นได้ชัดว่าท่านอุตส่าห์จัดเตรียมทุกอย่างให้ อู่ อวี้
จนเขาได้รับชัยชนะในที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่า
สถานการณ์ช่วงท้ายกับพลิกผันไม่สามารถแก้ไขอัน
ใดได้อีกต่อไป เนื่องจากในเงื่อนไขพอตกลงได้ถูก
กำหนดไว้ก่อนแล้ว
โอกาสในการเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ในครั้งนี้ได้
ตกเป็นของเจ้าหงส์ระบำเพลิงไปตามระเบียบ
เมื่อ อู่ อวี้ พ่ายแพ้ไม่นานนักเขาก็กลับไปหาลั่วผิน
และคนอื่น ๆ
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราและศิษย์พี่คนอื่น ๆ ก็เข้า
มาปลอบประโลมเขา ซึ่งทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกอบอุ่น
หัวใจเป็นอย่างยิ่ง
เขาหันหน้าไปหาทุกคนด้วยสีหน้าผ่อนคลายพร้อม
กับส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ข้าสบายดี… แค่หมด
โอกาสเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์เท่านั้น จากนี้ข้าไม่
ควรคิดถึงมันอีกต่อไป ต่อให้ข้าไม่ได้เข้าสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์ ข้าก็สามารถก้าวเข้าสู่จักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ได้ด้วยตนเอง ”
ปัจจุบันเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและเขาจำเป็น
พักผ่อนฟื้นฟูกายใจเสียก่อน
ท่ามกลางห้วงอเวจีมหาดารา ปรมาจารย์สุภูติกำลัง
ถูกจักรพรรดิเซียนทั้งหลายจับตามอง ทันใดนั้นท่าน
ก็เปิดใช้งานวงล้อหยินหยางอีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณ
บ่งบอกว่านี่คือทางเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ที่จะ
เปิดขึ้นในทุก ๆ 50,000 ปี ภายในนั้นมีสรรพเทวะ
วิญญาณ ‘สู่นิรันดร์’ ที่สามารถช่วยให้ราชันเทวะบุก
ทะลวงขึ้นสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
จวบจนปัจจุบันเขายังไม่สามารถแยกแยะได้ว่านาง
คือเจ้าหงส์ระบำเพลิง หนานกงเหว่ยหรือใครกันแน่
สิ่งที่แตกต่างไปก็คือริมฝีปากที่โค้งงอขึ้นเล็กน้อย บ่ง
บอกว่านางพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้
เมื่อแดนสงครามสู่นิรันดร์เปิดออก เจ้าหงส์ระบำ
เพลิงก็ก้าวเข้าไปในนั้นแล้วร่างของนางก็หายไปจาก
สายตาของทุกคน
ทุกคนรู้ว่านางได้เข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์แล้ว
เมื่อใดที่นางบรรลุสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
นางถึงจะออกมา
บนแท่นรับชมตระกูลสัตว์สวรรค์หงส์เพลิงหรือหก
มหาจักรพรรดิหงส์ ต่างแสดงสีหน้าพอใจกับผลลัพธ์
ที่ออกมา พวกมันหันมาพูดคุยกันเองด้วยท่าทางชื่น
มื่นยิ้มแย้ม
” ขอบคุณท่านปรมาจารย์สุภูติสำหรับผลสำเร็จใน
ครั้งนี้ ภพจักรพรรดิหงส์เซียนของเราจะจดจำ
บุญคุณครั้งนี้ไว้ เช่นนั้นข้าขออำลาแล้วค่อยพบกัน
ใหม่ ”
จักรพรรดิหงส์หยวนจู่โค้งคำนับจักรพรรดิเซียนหลาย
คน ดูเหมือนนางจะพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาเป็น
อย่างยิ่ง หลังจากนั้นนางกับมหาจักรพรรดิหงส์ทั้งห้า
ก็ออกไปจากห้วงอเวจีมหาดารา
โดยทิ้งความเคลือบแคลงสงสัยเอาไว้เบื้องหลัง
ปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดรู้ว่าโชควาสนาใหญ่หลวงที่เจ้า
หงส์ระบำเพลิงได้รับมานั้นคืออันใด ถึงสามารถทำให้
นางก้าวหน้าพัฒนาครั้งใหญ่ได้เช่นนี้?
หลายคนยังจดจำเจ้าหงส์ระบำเพลิงได้ดี ถึงแม้นาง
จะโดดเด่นในหมู่คนรุ่นเยาว์ แต่ความก้าวหน้าของ
นางก็ไม่ได้รวดเร็วเกินขอบเขตของรุ่นราวคราว
เดียวกัน อีกทั้งประสิทธิภาพในการต่อสู้ของนางยัง
มิได้น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้
ทว่าปัจจุบันเจ้าหงส์ระบำเพลิงกลับมีพลังการต่อสู้น่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่าไม่ว่าบนสวรรค์หรือ
นรก ไม่มีผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตนต่ำกว่าระดับจักรพรรดิ
เซียนคนใดเป็นคู่ต่อกรของนางได้เลย!
ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง
” ช่างเถอะ… เดี๋ยวค่อยไปถามที่หลังก็แล้วกัน ดูว่า
เราจะได้ข่าวสารอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง ”
เทพสามตา , มหาเทพตงหัวแลจักรพรรดิเซียนคนอื่น
ๆ ก็จากไปเช่นกัน
สำหรับพวกมันบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้มี
เรื่องน่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นมากมาย ประการแรกเรื่องที่
อู่ อวี้ ยืนหยัดเอาชนะทายาทของจักรพรรดิเซียนที
ละคน ๆ จนมาถึงหลี่เทียนจีกับหยางเชียนก็ยังพ่าย
แพ้ให้แก่เขา
พวกมันต่างคิดว่าราชันเทวะเก้าสวรรค์อย่าง อู่ อวี้
หาได้ยากบนสรวงสวรรค์แล้ว
หลังจากนั้นไม่นานพวกมันก็พบเจอกับเรื่องน่าตกใจ
ขึ้นอีกนั่นก็คือตระกูลสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง เจ้าหงส์
ระบำเพลิงสามารถบดขยี้เอาชนะ อู่ อวี้ ได้อย่างราบ
คาบด้วยเปลวเพลิงทมิฬ ทำให้เขาไม่มีพลังหรือ
หนทางใดต่อต้านกลับไปได้เลย
บททดสอบจักรพรรดิเซียนถูกจัดขึ้นมาหลายปีดีดัก
แล้ว แต่พวกมันยังไม่เคยเจอสถานการณ์แปลก
ประหลาดเช่นนี้มาก่อนเลย
รวมถึงสถานการณ์ที่น่าเหลือเชื่ออย่างเจ้าหงส์ระบำ
เพลิง ก็ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน คาดว่าในไม่ช้าข่าวนี้แพร่กระจายไป
ทั่วทั้งสวรรค์แลนรก
สี่ท้าวจตุมหาราชและเทพอสูรบรรพกาลหันมามอง อู่
อวี้ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากไป
พวกมันไม่ได้กล่าวอันใดมาก ไม่ได้คิดจะไล่ล่า อู่ อวี้
อีกต่อไป อย่างไรก็ตามหลังจากบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนจบสิ้นลง เรื่องราวของพวกมันของ อู่ อวี้ ก็ควร
จบลงเช่นกัน ยกเว้นเจ้าหงส์ระบำเพลิงด้วย
ประสิทธิภาพการแข็งแกร่งของนางช่างน่าตื่นตะลึง
นัก
อย่างน้อยหลี่เทียนกับหยางเชียนก็พ่ายพ่ายแพ้ให้กับ
อู่ อวี้ ด้วยความสามารถดังกล่าว รวมถึงปรมาจารย์
สุภูติที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ไม่มีทางที่พวกมันจะทำ
อะไรกับ อู่ อวี้ ได้อีกแล้ว
จักรพรรดิเซียนบนแท่นรับชมต่างกล่าวคำอำลา
ปรมาจารย์สุภูติแล้วแยกย้ายกันจากไป เป็นการบอก
ว่าบททดสอบจักรพรรดิเซียนได้สิ้นสุดลงอย่างเป็น
ทางการ
อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการแข่งขันในครั้งนี้
ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต ข่าวนี้จะแพร่กระจายไป
ทั้งสวรรค์และนรก จะเป็นหัวข้อสนทนาของเหล่า
จักรพรรดิเซียนทุกผู้คน
หัวข้อหลักในการพูดคุยของพวกมันคืออยากรู้ว่าเจ้า
หงส์ระบำเพลิงได้รับโชควาสนาอันใดมากันแน่?
อย่างไรก็ตามในหกมหาจักรพรรดิหงส์ไม่มีผู้ใดยอม
ปริปากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงแม้พวกมันต้องการไต่ถาม
แต่ก็คงจะไร้ผล และทำได้แค่เพียงเฝ้ารอคำตอบใน
อนาคตเท่านั้น
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินก็จากไปเช่นกัน ในห้วงอเวจี
มหาดาราจึงเหลือเพียงปรมาจารย์สุภูติกับเหล่าศิษย์
ทั้งหลาย
ปรมาจารย์สุภูติกล่าวอะไรบางอย่างซึ่งไม่ค่อยเป็น
ทางการนัก จากนั้นก็บอกให้เหล่าลูกศิษย์ให้กลับไป
พักผ่อนตามอัธยาศัย
มีเพียงจักรพรรดิเซียนไม่กี่คนที่มีความสัมพันธ์อันดี
กับ อู่ อวี้ ยังคงรออยู่ ด้วยเพราะอยากทราบว่าอปร
มาจารย์สุภูติจะจัดการกับ อู่ อวี้ อย่างไร
หลังจาก อู่ อวี้ สูญเสียโอกาสเข้าสู่แดนสงครามสู่นิ
รันดร์ในครั้งนี้ หากต้องรอครั้งต่อไปคงใช้เวลาอย่าง
น้อย 50,000 ปี เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าหงส์ระบำเพลิง
อาจจะมีฝีมือก้าวหน้ากว่าเขามากนัก
โดยเฉพาะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา เขาค่อนข้าง
สนิทคุ้นเคยกับ อู่ อวี้ จึงรู้ดีว่าหลังจากที่ อู่ อวี้ พ่าย
แพ้ให้แก่เจ้าหงส์ระบำเพลิงในครั้งนี้ เขาจะต้องไปหา
หนทางกลับมาเอาชนะนางอีกครั้งเป็นแน่
ถ้าหากล้มเหลวในแดนสงครามสู่นิรันดร์ ก็มีโอกาสที่
อนาคตจะล้มเหลวตลอดกาล
อู่ อวี้ จะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร?
โชคดีที่ปรมาจารย์สุภูติมาปรากฏตัวต่อหน้า อู่ อวี้
อย่างรวดเร็ว ลำดับแรกท่านรักษาอาการบาดเจ็บ
สาหัสของ อู่ อวี้ พร้อมยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ดีแล้วล่ะ อู่
อวี้ เจ้าจะได้ไม่ผยองเกินไป นับโชคดีที่เจ้าหงส์ระบำ
เพลิงมาร่วมงานในครั้งนี้ ความสามารถของนาง
อัศจรรย์อย่างแท้จริง ส่วนเจ้าเองก็ได้ประโยชน์จาก
การเข้าสู่แดนสงครามมารฟ้าแล้ว แม้ว่าครั้งนี้เจ้าจะ
มิได้เข้าแดนสงครามสู่นิรันดร์ก็ตาม แต่เจ้าก็สามารถ
บรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ได้อยู่ดี ”
” แสดงว่าแดนสงครามมารฟ้า ก็ช่วยในการฝ่า
ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
เช่นกัน? ”
เมื่อศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติหลายคนได้ยินเรื่องนี้
ต่างก็พากันประหลาดใจกันยกใหญ่ เดิมทีพวกเขาคิด
ว่าแดนสงครามมารฟ้ามีไว้เพื่อนลงโทษคนที่ทำผิด
มหันต์เท่านั้น แต่ไม่คิดว่ามันจะช่วยให้ราชันเทวะ
บรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ได้ด้วย อีกทั้ง
อู่ อวี้ ยังใช้เวลาอยู่ในนั้นถึงหนึ่งหมื่นปี ซึ่งเขาได้รับ
ผลประโยชน์จากแดนสงครามมารฟ้ามาพอสมควร
แน่นอน
เพียงแต่ขั้นตอนนี้มันต้องทนต่อความเจ็บปวดอย่าง
มาก …
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราและเหล่าศิษย์คนอื่น ๆ
ต่างคิดเช่นนี้ในใจ
“ขอรับ”
อู่ อวี้ พยักหน้า
เขาไม่ได้กล่าวอันใดมาก ครั้งนี้เขาพ่ายแพ้ให้กับเจ้า
หงส์ระบำเพลิง แต่เรื่องนี้ไม่ได้สร้างผลกระทบใด ๆ
ต่อเขา
นับตั้งแต่ฝึกฝนจนถึงปัจจุบันชีวิตของเขาค่อนข้าง
ราบรื่น แม้ว่าจะพบเจอกับเหตุการณ์อันตรายอยู่บ้าง
แต่ก็ไม่รุนแรงถึงขั้นตกตาย อีกทั้งหากกล่าวถึงการ
ต่อสู้อย่างยุติธรรมแล้ว เรียกว่าเขาไม่เคยพ่ายแพ้ผู้ใด
การพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าหงส์ระบำเพลิงครั้งนี้ ถือเป็น
ประสบการณ์ครั้งแรกบนเส้นทางแห่งการฝึกตน
ถ้าคิดว่าตนเองพ่ายแพ้ก็จะพ่ายแพ้อยู่วันยังค่ำ ไม่
สามารถฝ่าทะลวงไปสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ได้ เช่นดังที่ปรมาจารย์สุภูติได้กล่าวไว้ว่าตอนที่อยู่
ภายในแดนสงครามมารฟ้า ส่วนหนึ่งในร่างกายเขา
ได้กลายเป็นพิภพนิรันดร์ที่มองไม่เห็น ซึ่งถือเป็นส่วน
หนึ่งของจักรพรรดิเซียนเรียบร้อยแล้ว
เขาครอบครองตราประทับราชันเทวะขั้นที่สิบ แล้ว
ในดินแดนเทพอสูรเขายังครอบครองสมบัติทั้งหมดใน
สุสานจักรพรรดินิรันดร์
“ ท่านอาจารย์โปรดมั่นใจ ศิษย์จะพยายามอย่าง
เต็มที่ เพื่อทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
โดยเร็วที่สุดให้จงได้! ”
อู่ อวี้ ลุกขึ้นแล้วตัดสินใจ!
ปรมาจารย์สุภูติพึงพอใจกับความมุ่งมั่นของ อู่ อวี้
หลังจากนั้นจักรพรรดิหยั่งรู้ดาราแลศิษย์คนอื่น ๆ ก็
ค่อย ๆ จากไปทีละคน
พวกเขาทุกคนเข้าใจดีว่าสิ่งสำคัญสำหรับ อู่ อวี้ คือ
การปิดด่านฝึกฝึกฝนจนบรรลุเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์
สำหรับขั้นตอนนี้ต้องพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญ การ
ปลอบประโลมหรือกำลังใจจากคนอื่น ๆ หาได้ส่งผล
อันใด
ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงค่อย ๆ ทยอยจากไป ปล่อย
ให้ อู่ อวี้ อยู่อย่างสงบ
หลังจากนั้น อู่ อวี้, หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี ,
ลั่วผิน ก็ออกจากห้วงอเวจีมหาดารา กลับสู่อาราม
ของพวกเขา
“ เหล่าอู่… ตอนเจ้าต่อสู้กับหนานกงเหว่ยเจ้ารู้สึกได้
ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับนางหรือไม่?
” หนานซานหวางเยว่รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก
รู้สึกได้ว่านางเปลี่ยนไปตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน
นางดูแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ไม่เพียงแค่เปลวไฟสีดำที่นางใช้ออกมาเท่านั้น แต่ยัง
รวมถึงท่าทางบุคลิกตัวตนปัจจุบันของหนานกงเหว่ย
ด้วย นางดูเย็นชาเฉยเมยจนผิดปกติ อย่าว่าแต่พวก
เขาเลยแม้แต่คนอื่น ๆ ก็ยังรู้สึกได้ว่านางช่างแปลก
ประหลาด
” นางเปลี่ยนไปจริง ๆ นั่นแหละ แต่ข้าไม่รู้ว่าการ
เปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไร จนป่านนี้ข้ายังคิดไม่ออก
เลย ”
หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวสิ่งนี้เขาก็เหลือบไปที่ลั่วผิน เขา
รู้ว่าลั่วผินยังคงกังวลเรื่องของหนานกงเหว่ย จึง
ต่อต้านไม่ให้เขาเข้าหาหนานกงเหว่ยนั่นเอง
“ไม่เป็นไร แม้แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่าเกิดอะไรบางอย่าง
ขึ้นกับนาง”
ลั่วผินยิ้มแล้วกล่าวอย่างมีเหตุผล ” แต่เจ้าต้องรักษา
ระยะห่างจากนาง มิฉะนั้นข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้เช่นกัน
เข้าใจหรือไม่? ”
“เข้าใจแล้ว” อู่ อวี้ เกาศีรษะแล้วยิ้มตอบ
“ พี่ชายอวี้ ท่านจะทำเช่นใดต่อไป?” เย่ซีซีรู้สึก
เจ็บปวดใจเล็กน้อยที่ อู่ อวี้ พ่ายแพ้หนานกงเหว่ย
ทั้งยังรู้สึกไม่พอใจนาง หวังว่า อู่ อวี้ จะไล่ตามหนาน
กงเหว่ยได้ทัน แม้แต่บรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียน
นิรันดร์ได้ก่อนหนานกงเหว่ย มีเพียงวิธีนี้ถึงจะรักษา
เกียรติยศศักดิ์ศรีของ อู่ อวี้ เอาไว้ได้
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า ” หลังจากนี้ ข้า
คงต้องหาหนทางพยายามทะลวงขึ้นสู่อาณาจักรใหม่
ให้จงได้ ซึ่งที่พึ่งพิงสำคัญที่สุดของข้าคงเป็นหลุมศพ
จักรพรรดิปีศาจในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ดูเหมือน
ข้าต้องไปที่นั่นอีกครั้ง ”
ก่อนหน้านี้ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ เขาทำลายวง
เวทย์เซียนกำเนิดภพบอลวายุคมมีดเงิน จนสามารถ
ก้าวเข้าสู่หลุมฝังศพของมหาจักรพรรดิไร้ชีวา กลืน
กินซากศพขนาดใหญ่ของมหาจักรพรรดิไร้ชีวาได้
สำเร็จ
หลังจากนี้หาก อู่ อวี้ ต้องการยกระดับพื้นฐานฝึกตน
โดยเร็วที่สุด เขาต้องปลดวงเวทย์เซียนกำเนิดภพที่
ปกคลุมหลุมฝังศพจักรพรรดิปีศาจไว้ จากนั้นก็กลืน
กินซากศพของจักรพรรดิปีศาจเหล่านั้น
อู่ อวี้ ขอให้ลั่วผินกับพรรคพวกคนอื่น ๆ อยู่ใน
สวรรค์ฤทัย ก่อนชั่วคราว ส่วนเขาจะมุ่งหน้าไปที่
สุสานจักรพรรดินิรันดร์เพียงลำพัง
และในครั้งนี้เป้าหมายของเขาคือการบรรลุสู่นิรันดร์!
————————–