กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1709: หนานกงเหว่ยออกมา
หลังจากสี่มหาวิธีพลังอิทธิฤทธิ์ของ อู่ อวี้ มาถึง
จุดสูงสุดก็ทำให้เขาแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นกว่าที่คิด
เอาไว้มาก
นับตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่ราชันเทวะเก้าสวรรค์จนถึง
ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ความแข็งแกร่งของเขา
ก็มากกว่าราชันเทวะคนอื่น ๆ แล้ว ยามนี้เขาได้
บรรลุถึงอาณาจักรจักรพรรดิเซียนทำให้ความ
แข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าผู้อื่นหลายเท่านัก
อาศัยเพียงเนตรเพลิง ‘อัคคีผลาญสวรรค์’ กับร่าง
อวตารนอกวิถีห้าล้านร่าง อู่ อวี้ สามารถเอาชนะโจ
วเนี่ยนชางหรือลุ่ยเทียนหยวนได้อย่างง่ายดาย
แม้แต่ผู้ที่มีความแข็งแกร่งอย่างหลี่เทียนจีหรือหยาง
เชียน อู่ อวี้ คิดว่าเขาสามารถจัดการพวกมันทั้งสอง
ได้ด้วยหมัดเดียว
ทั้งยังทำให้วิสัยทัศน์มุมมองของเขากว้างไกลขึ้นใน
ทันใด
แม้ว่าปัจจุบันจิตเซียนของเขาจะไม่มีพลังกฎสวรรค์
ทั้งเก้า แต่ประสิทธิภาพการต่อสู้ของ อู่ อวี้ ก็เพิ่มขึ้น
กว่าเดิมหลายเท่าตัว นี่คือความแตกต่างระหว่าง
ราชันเทวะไร้ลักษณ์กับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
แม้จะห่างกันเพียงก้าว แต่มันก็นำเขาไปสู่ชีวิตนิ
รันดร์ เคียงคู่ตะวันจันทรา อีกทั้งความแข็งแกร่งยัง
เพิ่มขึ้นมาก
เมื่อก้าวเข้าถึงระดับนี้พลังหลัก ๆ ก็คือ ‘พลังเซียน
ภพจักรพรรดิ’ ปริมาณของพลังเซียนภพจักรพรรดิ
เป็นตัวกำหนดขอบเขตอาณาจักรจักรพรรดิเซียน
“ต้องใช้เวลานับหมื่นปีกว่าจะทำความเข้าใจในสี่มหา
วิถีพลังอิทธิฤทธิ์! ตอนนี้ข้าอยากรู้ซะแล้วสิว่าเกิด
อะไรขึ้นกับหนานกงเหว่ย?”
อู่ อวี้ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ด้วย
ความรู้สึกเศร้าสร้อยเล็กน้อย
ยามนี้ชมพูทวีปโลกธาตุอยู่เบื้องหน้าของเขา
เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือ
สายธาร เหล่าพรรคนิกายหรือกองกำลัง สหายเก่า
เหล่านั้น บัดนี้ได้เลือนหายไปพร้อมกับสายน้ำแห่ง
กาลเวลา…
หมื่นปีสำหรับมนุษย์ นับเป็นการผลัดเปลี่ยนหลายชั่ว
อายุคน
อดีตราชวงศ์ในชมพูทวีปโลกธาตุสูญสลายกลายเป็น
เพียงความว่างเปล่า มิอาจยืนหยัดสืบทอดได้ถึงหมื่น
ปี
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังจะจากไป เขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่น
พลังแห่งความผันผวนในความเปล่า เขาจึงให้ความ
สนใจมันเล็กน้อยและตัดสินใจอยู่ในชมพูทวีป
โลกธาตุต่ออีกสักหน่อย เพราะเขาสัมผัสไม่ว่าต้นเหตุ
ที่ทำให้ความว่างเปล่าผันผวนเกิดจากกลิ่นอายของ
เซียนเหรินนั่นเอง
ปกติแล้วจะมีเซียนเหรินที่ไหนจะมายังชมพูทวีป
โลกธาตุ?
เพราะนี่ถือเป็นการละเมิดกฎสวรรค์ร้ายแรง
เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายเป็นเซียนผู้พิทักษ์ชมพูทวีป
โลกธาตุ!
หากเป็นเช่นนั้นจริง อู่ อวี้ ก็อยากทราบว่าเซียนคน
ใดกันที่มาพิทักษ์ปกป้องชมพูทวีปโลกธาตุ หลังจาก
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ไม่ช้าร่างที่ทำให้ความว่างเปล่าผันผวนก็ปรากฏ
ขึ้นอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ เมื่อเขาเห็นร่างนั้นอย่าง
ชัดเจน เขาก็อดไม่ได้ที่จะอึ้งตะลึง อย่างไม่คาดคิด
เพราะร่างปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้คือชายชรา
ร่างกายกำยำมีหนวดเครารกครึ้ม ปราณเซียนแผ่
กระจายออกมาทั่วร่าง นัยน์ตาดำดุดันแข็งก้าวราว
กับพยัคฆ์ มีร่องรอยกระบี่พาดอยู่บนใบหน้า ดู
ค่อนข้างโอหังอหังการ!
ทันทีที่เห็นชายชราย่างกำยำผู้นี้ อู่ อวี้ ก็จดจำเขาได้
อย่างรวดเร็ว
“จอมจักรพรรดิ?”
อู่ อวี้ ยังซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่า มิได้แสดงตน
สีหน้าของเขาแสดงความประหลาดใจออกมาอย่าง
เห็นได้ชัด ด้วยเพราะไม่เคยคาดคิดว่าอาวุโสที่เคารพ
นับถือปกป้องตนเองมาเป็นเวลานาน จะสามารถ
ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นเซียนอมตะได้ใน
ที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือเรื่องน่ายินดีมาก
เพียงใด!
กล่าวได้ว่าปัจจุบันจอมจักรพรรดิกลายเป็นเซียนผู้
พิทักษ์ชมพูทวีปโลกธาตุเช่นนั้นหรือ?
เมื่อจอมจักรพรรดิปรากฏตัว สายตาของเขาก็มองไป
ยังชมพูทวีปโลกธาตุ ในดวงตาอันแหลมคมเต็มไป
ด้วยความผันผวนสั่นสะท้าน
แต่เขาก็เพียงแค่มองเท่านั้น ครู่ต่อมาความว่างเปล่า
เกิดความผันผวนอีกครั้ง ต่อมาเขาก็หายไปจาก
สายตาของ อู่ อวี้
“ กลับไปสวรรค์แล้วหรือ? ”
อู่ อวี้ รู้สึกสับสนเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมาที่นี่
เพื่อตรวจสอบบางอย่างว่ามีอะไรสำคัญเกิดขึ้นกับ
ชมพูทวีปโลกธาตุหรือไม่ ถ้าไม่เซียนผู้พิทักษ์ก็จะต้อง
กลับไปยังวังสวรรค์แปดพันชั้น
แม้ อู่ อวี้ จะมิได้พบอีกฝ่ายได้ แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่เสียใจ
” การตามหาจอมจักรพรรดิบนสวรรค์มิใช่เรื่องยาก
อันใด สถานการณ์ตอนนี้ข้ายังไม่สะดวกที่จะไปพบ
กับเขา … ”
ขณะนี้ อู่ อวี้ กำลังแบกรับภารกิจอันใหญ่หลวงของ
ภพเทพปีศาจ มันเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยความ
เกลียดชังของสรรพชีวิตทั้งหมดในภพเทพปีศาจ ทั้ง
ยังมีความลับสาเหตุการตกตายของฉีเทียนต้าเซิ่นที่
เขายังต้องตรวจสอบ อันตรายที่เขาจะต้องเผชิญยาก
จะจินตนาการ
ซึ่งเขาไม่ต้องการดึงจอมจักรพรรดิมาเกี่ยวกับเรื่องนี้
” ข้าคิดว่าหลังจากผ่านไปหลายพันปี ทุกสรรพสิ่งที่
เคยมีมาล้วนเวียนว่ายตายเกิดแปรเปลี่ยนไปตาม
ความวัฏจักรแห่งชีวิต แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจอม
จักรพรรดิจะกลายเป็นเซียนอมตะได้ ”
เมื่อรู้ว่าจอมจักรพรรดิกลายเป็นเซียนอมตะ อู่ อวี้
ค่อนข้างโล่งใจ จอมจักรพรรดิเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสที่
เขาเคารพนับถือมากที่สุด เมื่อเห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่
ดีบนวังสวรรค์ เขาก็รู้สึกสบายใจ
ในตอนแรก อู่ อวี้ รู้สึกอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่
แต่ปัจจุบันเขาเริ่มมีความหวังริบหรี่ แอบคิดในใจว่า
นอกจากจอมจักรพรรดิแล้วคนอื่น ๆ จะสามารถ
ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นเซียนอมตะได้
หรือไม่?
ในโลกชมพูทวีปโลกธาตุทั้งหมด มิได้มีเพียงกลุ่มคน
อู่ อวี้ ที่ให้การปกป้องเท่านั้นที่มีโอกาสบรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะเช่นนี้!
ทั้ง อู่หยู , องค์หญิงโยว่เสี่ย , ซูหยานหลี่ ยังคงฝึกฝน
บำเพ็ญเพียรมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ อู่ อวี้ ไม่ได้พาพวก
นางติดตามมากับเขาด้วย ด้วยเพราะการกระทำและ
พฤติกรรมของตนเองสามารถทำให้พวกนางตกอยู่ใน
อันตรายได้เสมอ
อย่างเช่นเวลานี้เขาต้องแบกรับความเกลียดชังอย่าง
สุดซึ้งของภพเทพปีศาจ แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็เหมือนกับ
นาวาที่สร้างจากไม้ไผ่กำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลาง
พายุใหญ่ ฉะนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงอู่หยูกับคนอื่น ๆ
ไม่มีทางที่พวกนางต้านทานพายุรุนแรงดังกล่าวได้
” แต่ข้าน่าจะพาพวกนางมาอยู่ที่สวรรค์ฤทัยได้ แค่
พักอาศัยอยู่ในสวรรค์ฤทัยภายใต้การปกป้องของ
ปรมาจารย์สุภูติ ย่อมปลอดภัยกว่าติดตามไปกับข้า ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดสักพักแล้วตัดสินใจเช่นนั้น
เขามองไปที่ชมพูทวีปโลกธาตุ ซึ่งแตกต่างจาก
เมื่อก่อนอย่างมาก จากนั้นเขาก็หันหลังกลับอย่างเด็ด
เดี่ยวหายไปกับความว่างเปล่า…
ณ วังสวรรค์ชั้นที่เจ็ดพันสองร้อย
สวรรค์ฤทัย
ภายในสำนักเซียนถ้ำจันทร์เสี้ยวไตรดารา หลังจาก
เวลาล่วงผ่านไปประมาณหมื่นปีในที่สุด อู่ อวี้ ก็
กลับไปมาหาลั่วผิน ฯลฯ กลิ่นอายที่ปกคลุมอยู่รอบ
ร่างของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ แม้ว่าจะถูกปิดบังยับยั้งเอาไว้แล้วก็ตาม แต่ก็
ทำให้ผู้คนก็สามารถสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว ทุกคนรู้
ทันทีว่าเขามีความก้าวหน้าขึ้น
เมื่อ อู่ อวี้ กลับมา จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราและคน
อื่น ๆ ก็ได้รับข่าวอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นพวกเขาก็
มาหา อู่ อวี้ ที่อารามเพื่อแสดงความยินดี
การฝ่าทะลวงขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ถือ
เป็นเหตุการณ์สำคัญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ อู่ อวี้ กลับมาพร้อมบรรลุ
กลายเป็นจักรพรรดิเซียน ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่ว
สวรรค์ฤทัย จากนั้นก็จะลุกลามไปจนทั่วสวรรค์แล
นรก
ท้ายที่สุด อู่ อวี้ เป็นบุคคลที่ได้รับความนิยมบนแดน
สวรรค์ เมื่อไม่นานมานี้มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ หลาย
อย่างเกี่ยวข้องกับเขา ทำให้ข่าวของเขาแพร่กระจาย
ออกไปทั่วสวรรค์อย่างรวดเร็ว
สำหรับ อู่ อวี้ เขามิได้รู้สึกอันใดกับชื่อเสียงของ
ตนเองที่ดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งสวรรค์และนรก เขา
กลับมาด้วยความตั้งใจที่จะท้าทายหนานกงเหว่ย
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นครั้งแรกที่เขาต่อสู้
พ่ายแพ้ให้กับคนที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักร
เดียวกัน
อีกทั้งยังตั้งใจผูกเงื่อนไข เพื่อให้อีกฝ่ายเปิดเผยว่า
ได้รับโชควาสนาอันใดมา?
สำหรับเรื่องนี้ไม่เพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่อยากรู้ ทุกคน
ต่างก็สงสัยเช่นกัน
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราก็กล่าวว่า ” จนป่านนี้ก็ยัง
ไม่มีข่าวออกมาเลยว่าตระกูลสวรรค์หงส์เพลิงได้รับ
โชควาสนาใหญ่หลวงอันใดมา ขนาดจักรพรรดิเซียน
บนสวรรค์บางคนถ่อไปไต่ถามจนถึงภพจักรพรรดิ
หงส์เซียน แต่หกมหาจักรพรรดิหงส์ก็เอาแต่ปิดปาก
เงียบ ไม่ยอมปริปากอันใดเกี่ยวกับโชควาสนาที่นาง
ได้รับเลย ”
” อืม ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดสักพัก ด้วยรู้ว่าไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะ
เปิดเผยความจริงต่อหน้าธารกำนัลอย่างแน่นอน
ท้ายสุดแล้วภพจักรพรรดิหงส์เซียนพยายามปิดบัง
ความลับนี้ยังสุดกำลัง เห็นได้ชัดว่ามันต้องมี
บางอย่างซ่อนอยู่แน่นอน
ถ้าเป็นเช่นนี้คงต้องใช้วิธีอื่นเท่านั้น …
อู่ อวี้ คิดหารือกับลั่วผิน ซึ่งนางก็พยักหน้าเห็นด้วย
ลั่วผินเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนาน
กงเหว่ยกันแน่ ไฉนหยกนางถึงลุกขึ้นมาต่อต้านเป็น
ปรปักษ์กับ อู่ อวี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ในแดน
จักรพรรดิมังกรเซียน เหตุใดนางถึงทำเช่นนั้นจน อู่
อวี้ เกือบจะถูกเทพอสูรบรรพกาลกับพรรคพวก
ทรมานจนตาย?
เมื่อ อู่ อวี้ กลับมา เขาก็ได้รับรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับ
หนานกงเหว่ย แต่นางก็ยังไม่ออกมาจากแดน
สงครามสู่นิรันดร์
อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวว่า ปรมาจารย์สุ
ภูติได้ส่งเทียบเชิญไปแจ้งข่าวให้แก่หกมหาจักรพรรดิ
หงส์ให้มารับเจ้าหงส์ระบำเพลิง จากเวลาที่ล่วงเลย
น่าจะใกล้ถึงเวลาที่นางจะออกมาจากแดนสงครามสู่
นิรันดร์
เขาไม่รู้ว่ากว่าสองหมื่นปีในแดนสงครามสู่นิรันดร์
นางจะบรรลุกลายเป็นอาณาจักรจักรพรรดิเรียนนิ
รันดร์ได้หรือไม่?
ส่วนข่าวเรื่อง อู่ อวี้ ต้องการท้าทายเจ้าหงส์ระบำ
เพลิงทันทีที่นางออกมา ก็แพร่กระจายออกไปอย่าง
รวดเร็ว
แม้ว่าเขาจะเคยพ่ายแพ้ให้กับเจ้าหงส์ระบำเพลิงมา
ก่อน แต่เขาก็สามารถบรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียน
นิรันดร์ได้เร็วกว่านาง แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
อู่ อวี้ มีพรสวรรค์น่าสะพรึงกลัวเพียงใด เขาไม่ได้
ล้มเหลวแล้วกลายเป็นคนขี้แพ้ถอดใจ
ข่าวดังกล่าวทำให้ราชันเทวะคนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมการ
แข่งขันบททดสอบจักรพรรดิเซียนมีความ
กระตือรือร้นเป็นอย่างมาก แทบไม่ต้องกล่าวถึงเหล่า
ทายาทจักรพรรดิเซียนอย่างหลี่เทียน นับตั้งแต่พ่าย
แพ้การแข่งขันมันก็เอาแต่เก็บตัวเงียบ จนปัจจุบันก็
ยังไม่มีข่าวคราวของมันเลย นอกจากนี้ก็ยังมีหยาง
เชียนที่พ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ ทำให้มันรู้สึกอัปยศอย่าง
สุดแสน จนกลับไปฝึกฝนอย่างหนัก
แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าในบรรดาราชันเทวะที่เข้า
ร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียน ตอนนี้มีเพียง อู่ อวี้
คนเดียวที่ก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์
หากเมื่อใดที่เจ้าหงส์ระบำเพลิงออกมา แล้วผล
ปรากฏว่านางบรรลุอาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ก็จะหมายความว่ามีผู้บรรลุสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ถึงสองคนในเวลาเดียวกัน!
ภายในแดนเซียนวังสวรรค์ การถือกำเนิดของ
จักรพรรดิเซียนนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง นับประสา
อะไรกับบรรลุสองคนในเวลาเดียวกัน? ยิ่งไปกว่านั้น
ผู้บรรลุเป็นจักรพรรดิเซียนทั้งสองดูเหมือนจะมีความ
ขัดแย้งเป็นปฏิปักษ์กัน ยิ่งทำให้เหตุการณ์ดูน่า
ตื่นเต้นเข้าไปใหญ่
แล้วเรื่องนี้ทำให้จักรพรรดิเซียนหลายคนบนสวรรค์
คิดจะกลับไปเยี่ยมเยียนสวรรค์ฤทัยอีกครั้ง ว่ามีอะไร
สนุก ๆ ให้ดูให้ชมอีกหรือไม่
หลังจาก อู่ อวี้ กลับมาได้ไม่นาน หกมหาจักรพรรดิ
หงส์ของตระกูลสัตว์สวรรค์หงส์เพลิงก็เดินทางมาที่
สวรรค์ฤทัยอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันนั้นปรมาจารย์สุ
ภูติก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าฝูงชน พร้อมหมุนวง
ล้อหยินหยางปลดปล่อยคนที่อยู่ภายในออกมา
ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างของหงส์เพลิงทมิฬสยายปีกโผ
บินออกมาจากแดนสงครามสู่นิรันดร์ ทะยานขึ้น
เหนือสวรรค์เก้าชั้น เปลวเพลิงทมิฬราวกับจะแผด
เผาผืนฟ้า!
ในช่วงเวลานี้ทั้ง อู่ อวี้ , ลั่วผิน จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้
ดาราแล้วคนอื่น ๆ ต่างเฝ้ามองอยู่
เมื่อหลายคนเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สีหน้าของ
พวกเขาก็แปรเปลี่ยนไปทันที คนทั้งหมดต่างสัมผัส
ให้อย่างชัดเจนว่าเจ้าหงส์ระบำเพลิงได้บรรลุเข้าสู่
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์แล้ว อีกทั้งจาก
บรรยากาศที่แผ่ออกยังเหนือกว่า อู่ อวี้ เสียอีก เปลว
เพลิงทมิฬที่โหมกระหน่ำแผดเผาผืนฟ้า ทำให้
จักรพรรดิเซียนอาวุโสหลายคนรู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้ว
หัวใจ!
หกมหาจักรพรรดิหงส์เฝ้าดูนางโผบินทะยานออกจาก
สนามรบสู่นิรันดร์ด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มปรากฏ
ขึ้นบนใบหน้า
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ก้าวไปเบื้องหน้า เผชิญหน้ากับ
เจ้าหงส์ระบำเพลิงผู้เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันทรงพลัง
“ช้าก่อน!”
การปรากฏตัวของเขาทำให้หกมหาจักรพรรดิหงส์
ต้องขมวดคิ้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าหงส์ระบำเพลิงหรือหนานกง
เหว่ย ก็จับจ้องไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาเย็นชา พร้อม
กล่าวขึ้นว่า ” ชายผู้พ่ายแพ้อย่างเจ้า ต้องการอันใด?
”
——————-