กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1710: เพลิงมาร อัคคีผลาญสวรรค์
ปรมาจารย์สุภูติ หกมหาจักรพรรดิหงส์กับจักรพรรดิ
เซียนคนอื่น ๆ ต่างมองไปที่ อู่ อวี้ ซึ่งปรากฏตัว
ออกมาอย่างแปลกประหลาด
หลายคนคาดเดาว่าเขาจะต้องท้าประลองเจ้าหงส์
ระบำเพลิงอย่างแน่นอน เพราะต้องการล้างอายจาก
ครั้งก่อน?
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง
เขาบินทะยานขึ้นไปหาเจ้าหงส์ระบำเพลิง จ้องมอง
เข้าไปในดวงตาไร้ความแยแสของนาง จากนั้นกล่าว
ด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมออกไปว่า ” ข้าต้องการท้า
ประลองกับเจ้า! เจ้ากล้าที่จะยอมรับการท้าประลองนี้
หรือไม่? ”
เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น เจ้าหงส์ระบำเพลิงก็ยิ้มเยาะ
เย้ยหยัน ” ช่างน่าขัน … ไหนเลยข้าถึงจะไม่กล้ายอม
รับคำท้าประลองจากผู้แพ้ด้วยเล่า? ”
” เช่นนั้น เจ้ากล้าที่จะเดิมพันหรือไม่? ”
อู่ อวี้ จ้องมองเข้าไปในดวงตาของนางแล้วกล่าว
ด้วยสีหน้าจริงจัง ” ถ้าการต่อสู้ครั้งนี้เจ้าพ่ายแพ้ เจ้า
จะต้องติดตามข้าเป็นเวลาหมื่นปี? ”
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ คิดขึ้นมาได้
หลังจาก อู่ อวี้ กลับมาเขาก็ติดตามสถานการณ์ ไถ่
ถามจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราจนรู้ว่า อีกฝ่ายให้
ความสำคัญเกี่ยวกับ ‘โชควาสนาอันใหญ่หลวง’ ที่
ได้รับเป็นอย่างมาก และผู้ที่รู้เรื่องนี้ก็มีเพียงหกมหา
จักรพรรดิหงส์ของภพจักรพรรดิหงส์เซียนเท่านั้น
นอกนั้นก็ไม่มีผู้ใดทราบข่าวใด ๆ
อย่างไรเสียอีกฝ่ายคงไม่ยินยอมที่จะบอกเล่ากล่าว
ออกมาอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงคิดหาวิธีประนีประนอมโดยให้นาง
ติดตามอยู่เคียงข้างเขาเป็นเวลาหนึ่งหมื่นปี หลังจาก
อยู่ด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งหมื่นปี อู่ อวี้ คิดว่าตนเอง
อาจจะเห็นอะไรบางอย่าง โดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถ
จับพิรุธหรือสงสัยในตัวเขา จุดประสงค์ของเขาก็คือ
เบี่ยงเบนความสนใจให้อีกฝ่ายสับสน
เมื่อเจ้าหงส์ระบำเพลิงได้ยินคำกล่าวคำเหล่านี้ นางก็
แสดงท่าทางตกตะลึงด้วยไม่คิดว่าเขาจะร้องขอเช่นนี้
แม้แต่หกมหาจักรพรรดิหงส์และปรมาจารย์สุภูติก็ยัง
รู้สึกประหลาดใจ โดยไม่รู้เจตนาว่าเหตุใด อู่ อวี้ ถึง
ตั้งเงื่อนไขเช่นนี้?
แม้แต่ปรมาจารย์สุภูติก็ยังไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริง
ของ อู่ อวี้!
นี่คือเงื่อนไขที่จะทำให้ อู่ อวี้ บรรลุความต้องการ
สำหรับเงื่อนไขเช่นนี้ ในมุมมองของเจ้าหงส์ระบำ
เพลิงนางไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรเลย เพราะนางไม่
เคยคิดว่าตนเองจะพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้
แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าทำไม อู่ อวี้ ถึงร้องขอเช่นนั้น แต่
การที่จะต้องต่อสู้กับ อู่ อวี้ อีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
สำหรับนาง อีกอย่างนางก็อยากจะทดสอบดูว่า
ตนเองจะแข็งแกร่งแค่ไหนหลังจากเข้าสู่ขอบเขต
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์
” เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าสามารถเอาชนะข้าได้? เช่นนั้นก็
เอาตามที่เจ้ากล่าว ข้าให้สัญญา ในเมื่อเจ้าอยาก
ต่อสู้ก็รีบเข้ามาเสีย อย่ามาโอ้เอ้ให้เสียเวลา จะได้จบ
ๆ กันไป ”
เจ้าหงส์ระบำเพลิงกล่าวอย่างดูถูก เป็นเพราะนาง
เคยชนะ อู่ อวี้ มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยที่ อู่ อวี้ ไม่มี
ปัญญาตอบโต้นางกลับมาแม้แต่น้อย นางจึงมั่นใจใน
ความแข็งแกร่งของตนเองมาก
ทันใดนั้นบรรยากาศในสนามก็เริ่มคึกคักอีกครั้ง การ
ต่อสู้ในครั้งนี้จะต้องแตกต่างจากครั้งก่อนอย่าง
แน่นอน
อู่ อวี้ ท้าทายเจ้าหงส์ระบำเพลิงอีกครั้ง ตอนนี้ทั้งสอง
ฝ่ายได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ทุกคนอยากรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ใครจะแพ้ใครจะชนะ?
แต่คงต้องบอกว่าคนส่วนใหญ่มิได้หวังอันใดกับ อู่ อวี้
มากนัก เพราะการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ผ่านมา อู่ อวี้ ได้
พ่ายแพ้ให้กับเจ้าหงส์ระบำเพลิงอย่างไม่มีชิ้นดี แต่
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ บางทีเขาอาจได้รับพลังอิทธิฤทธิ์อันน่า
เหลือเชื่อ ซึ่งทำให้เขาสามารถล้างอายความอัปยศ
ก่อนหน้านี้ก็เป็นได้?
” เหล่าอู่จะทำได้หรือไม่? ” แม้แต่หนานซานหวาง
เยว่ที่เฝ้ามองอยู่ก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย ปกติเขาเคย
เชื่อมั่นใน อู่ อวี้ มาก แต่ อู่ อวี้ เคยพ่ายแพ้ให้กับเจ้า
หงส์ระบำเพลิงมาก่อน มันทำให้เขารู้ว่าต่อให้เป็น
ระดับจักรพรรดิเซียน อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถเอาชนะใน
ทุกการต่อสู้ได้
เย่ซีซีกำกำปั้นเล็ก ๆ ของนางแล้วกล่าวแค่นเสียงใน
ลำคอว่า ” พี่ชายอวี้ต้องทำได้แน่นอน แม้ว่าทั้งคู่จะ
ก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์เหมือนกัน
แต่พี่ชายอวี้มีมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่นเชียวนะ ยังไง
เขาก็ต้องเหนือกว่าเจ้าหงส์ระบำเพลิง! ”
สำหรับความมั่นใจที่ยากเกินจะบรรยายของเย่ซีซี ทำ
ให้หนานซานหวางเยว่ไม่รู้ว่าจะกล่าวอันใดออกมา
เลย เขาทำได้แค่เพียงยิ้มเยาะแล้วกล่าวว่า ” ข้าก็
หวังให้เป็นเช่นนั้น ต่อให้เหล่าอู่พ่ายแพ้ ก็อย่าได้พ่าย
แพ้จนหมดรูปอย่างครั้งที่แล้ว แม้ใจจริงข้าอยากให้
เหล่าอู่ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ทักษะ
ความสามารถของเจ้าหงส์ระบำเพลิงก็น่าสะพรึงกลัว
ไม่น้อยเลยทีเดียว ”
การสนทนาที่คล้าย ๆ กันนี้ได้แพร่กระจายไปอย่าง
รวดเร็วในสำนักเซียนถ้ำจันทร์เสี้ยวไตรดารา
เดิมทีจักรพรรดิเซียนเหล่านี้ไม่ได้สนใจว่าเจ้าหงส์
ระบำเพลิงจะออกมาเมื่อไหร่ แต่พอได้ยินข่าวว่า อู่
อวี้ จะท้าประลองเพื่อล้างแค้น พวกมันทุกคนก็รีบมา
ที่นี่ เพื่อมาดูการต่อสู้ล้างตาของ อู่ อวี้
โดยเฉพาะพวกเขาเหล่านี้ก็เป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุ
ภูติเช่นเดียวกับ อู่ อวี้!
สำหรับจักรพรรดิเซียนที่อยู่ภายในสวรรค์ฤทัย ต่าง
เข้าข้าง อู่ อวี้ ให้คาดหวังในการต่อสู้นี้กับเขา เพราะ
เขาคือพี่น้องศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน สำหรับก่อน
หน้านี้ที่เขาพ่ายแพ้ให้กับเจ้าหงส์ระบำเพลิง หลาย
คนก็รู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ฉะนั้นจักรพรรดิ
เซียนหลายคนจึงมาดูการต่อสู้ด้วยความหวัง
ฝูงชนเริ่มทยอยมาเฝ้าดูการต่อสู้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ปรมาจารย์สุภูติแนะนำว่า ” เช่นนั้นก็แลกเปลี่ยน
ฝีมือกันในนี้ ”
หลังสิ้นเสียงปรมาจารย์สุภูติก็ยกมือขึ้น ฉับพลันก็
ปรากฏแสงสีขาวกับสีดำสาดส่องไปทั่วทุกแห่งหน
กลายเป็นแก้วผลึกสีขาวดำท่ามกลางท้องเวหาเบื้อง
หน้า!
ลูกแก้วผลึกนี้เป็นพิภพความว่างเปล่าที่ถูกสร้างขึ้น
โดยปรมาจารย์สุภูติ ซึ่งพิภพแห่งนี้ก็มีความมั่นคง
เป็นอย่างยิ่ง การต่อสู้ของพวกเขาจะไม่มีทางเล็ด
ลอดไปสู่โลกภายนอก และไม่มีทางที่พิภพแห่งนี้จะ
ถูกทำลาย อีกทั้งฝูงชนยังสามารถมองเห็น
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในแก้วผลึกได้อย่างชัดเจน
ท้ายสุดแล้ว อู่ อวี้ กับเจ้าหงส์ระบำเพลิงต่างก้าวเข้า
สู่ขอบเขตจักรพรรดิเซียนกันทั้งคู่ หากพาพวกเขาไป
ที่ห้วงอเวจีมหาดารา เกรงว่าห้วงอเวจีมหาดาราคง
ถูกบดขยี้ทำลายจากการต่อสู้ของพวกเขาจนย่อยยับ
เมื่อแก้วผลึกสีขาวดำควบแน่นในพื้นที่แห่งนี้
ฉับพลัน อู่ อวี้ กับเจ้าหงส์ระบำเพลิงก็ถูกดูดเข้าไป
ทันที
เมื่อเข้ามา อู่ อวี้ ก็พบว่าตนเองเข้ามาในความว่าง
เปล่าที่ไม่มีสิ่งใดเลย พิภพความว่างเปล่าแห่งนี้
ประกอบขึ้นจากสีขาวและสีดำ เสมือนอยู่ใน
แผนภูมิหยินหยาง เป็นพิภพขนาดเล็กที่มีความมั่นคง
เป็นอย่างยิ่ง
โดยมีร่างที่แสนเย่อหยิ่งจองหองของเจ้าหงส์รำเพลิง
ปรากฏอยู่ห่างไม่ห่างจากเขา
ในเมื่อพวกเขาถูกส่งเข้ามาแล้ว ก็เป็นเฉกเช่นดั่งการ
ประกาศว่าการต่อสู้ได้เริ่มขึ้น
“เพลิงมาร!”
เจ้าหงส์ระบำเพลิงยังคงแสดงท่าทางเย่อหยิ่ง แม้ว่า
อู่ อวี้ จะก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียน
เช่นเดียวกับนาง แต่นางก็หาได้สนใจเขาไม่?
การต่อสู้ก่อนหน้านี้ นางแผดเผา อู่ อวี้ ด้วยเพลิง
ทมิฬจนพ่ายแพ้ย่อยยับ!
ครานี้นางก็คิดว่าตนเองไม่ต้องแสดงทักษะมากเกินไป
เหมือนเช่นเดิม เปลวเพลิงทมิฬโหมกระหน่ำลุกท่วม
ร่างของนาง พลังอันน่าสะพรึงกลัวแผดเผาความว่าง
เปล่ากลืนกินเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที
“เริ่มแล้ว”
ด้านนอกแก้วผลึกขาวดำ จักรพรรดิเซียนหลายร้อย
คน รวมถึงหกมหาจักรพรรดิหงส์กับปรมาจารย์สุภูติ
ต่างเฝ้าดูการต่อสู้อย่างใกล้ชิด
หกมหาจักรพรรดิหงส์ต้องการเห็นว่า หลังจากที่เจ้า
หงส์ระบำเพลิงก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียน นาง
จะแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด?
หลังจากราชันเทวะก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิ
เซียน ความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นจะเปลี่ยนแปลง
อย่างใหญ่หลวง
ไม่เพียง อู่ อวี้ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเจ้าหงส์ระบำ
เพลิงด้วยเช่นกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับเพลิงทมิฬที่โหมกระหน่ำปกคลุม
ผืนฟ้า อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ว่าพลังของมันเหนือกว่าก่อน
หน้านี้หลายเท่า และในครั้งนี้เพลิงทมิฬสามารถแผด
เผาพิภพขนาดเล็กให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ในทันที!
“ อัคคีผลาญสวรรค์! ”
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย ฉับพลันอัคคี
ทองคำก็โหมกระหน่ำลุกโชนขึ้นในดวงเนตรของเขา
ทันใดนั้นเปลวเพลิงทองคำก็พวยพุ่งไปเบื้องหน้า
แรงกดดันซึ่งเทียบเคียงได้กับเปลวเพลิงทมิฬก็ระเบิด
ออกไปทันที!
เปลวเพลิงทมิฬกับเพลิงทองคำพวยพุ่งปะทะเข้าใส่
กันท่ามกลางความว่างเปล่าในแก้วผลึก บังเกิดเป็น
อำนาจทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ต้านทานได้จริงๆ!
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ สำแดงเดชพลังอิทธิฤทธิ์อัคคี
ผลาญสวรรค์ นี่คือขอบเขตขั้นสูงสุดของเนตรเพลิง
ภายใต้การสนับสนุนจากพลังเซียนพิภพจักรพรรดิใน
ร่างกายของเขา ระเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงทองคำที่
สามารถเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง!
ก่อนหน้านี้ที่ อู่ อวี้ ใช้กฎสวรรค์เนตรเพลิง พลังของ
มันมิอาจต้านทานเพลิงทมิฬของเจ้าหงส์ระบำเพลิง
ได้แม้แต่น้อย
ทว่าตอนนี้พลังอิทธิฤทธิ์ ‘อัคคีผลาญสวรรค์’ ของ อู่
อวี้ ในที่สุดก็สามารถต้านทานเพลิงทมิฬของนางได้
ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงอำนาจสยบที่เหนือกว่าพลังของ
ฝ่ายตรงข้ามเล็กน้อย
หลังก้าวเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิเซียนความ
แข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ก็ยกระดับขึ้นหลายเท่า เฉกเช่น
ดั่งการพลิกชะตาฟ้าฝืนลิขิตปลดปล่อยอำนาจ
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟ้าดินแห่งนี้
“หืม?”
เมื่อเปลวเพลิงของทั้งสองปะทะกัน เจ้าหงส์ระบำ
เพลิงก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย นางขมวดคิ้ว
จากนั้นก็เอ่ยออกมาอย่างเย็นชาว่า “หลอมเซียน!”
หลอมเซียนคือพลังที่นางได้มาหลังบรรลุเข้าสู่
อาณาจักรจักรพรรดิเซียน นี่คือวิถีจักรพรรดิเชื่อม
สวรรค์ที่นางฝึกฝนจนสำเร็จ!
ชั่วขณะที่นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทันใดนั้น
พลังเซียนพิภพจักรพรรดิก็ระเบิดพวยพุ่งออกมาจาก
ร่างของนาง หลอมรวมกับเพลิงทมิฬบนฟากฟ้า ทำ
ให้เปลวเพลิงทมิฬลุกโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นหลาย
เท่า!
วิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์หลอมเซียน มีอำนาจในการ
เผาผลาญร่างของจักรพรรดิเซียนจนกลายเป็นเถ้า
ถ่าน อำนาจทำลายล้างของมันเหนือยิ่งกว่าเพลิง
ทมิฬหลายขุม!
เมื่อเจ้าหงส์ระบำเพลิงแสดงพลังอิทธิฤทธิ์หลอม
เซียน อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในทันที
ส่งผลให้พลังของอัคคีผลาญสวรรค์ที่เดิมทีแล้ว
สามารถต้านเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ได้ ถูกกลืนกินใน
ฉับพลัน
“ร่างอวตารนอกวิถี!”
ช่วงเวลาที่อัคคีทองคำถูกเพลิงทมิฬกลืนกิน ในที่สุด
อู่ อวี้ ก็สำแดงเดชพลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่ 2 หรือก็คือร่าง
อวตารนอกวิถีที่บรรลุสู่ขอบเขตสูงสุด!
ชั่วขณะต่อมาร่างอวตารห้าล้านตนก็ปรากฏขึ้น
ภายในแก้วผลึก ห้อมล้อมร่างของเจ้าหงส์ระบำเพลิง
ไว้ตรงใจกลาง
” เอานี่ไปกินซะ พลังอิทธิฤทธิ์อัคคีผลาญสวรรค์! ”
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความลังเล ทันใดนั้นอัคคีทองคำก็ระเบิด
ออกจากดวงเนตรของร่างอวตารทั้งห้าล้านตนใน
เวลาเดียวกัน โหมกระหน่ำแผดเผาเพลิงทมิฬหลอม
เซียนที่ทรงพลังขึ้นหลายเท่า!
ภาพฉากนี้ช่างงดงามเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางสายตา
ของฝูงชนที่อยู่โดยรอบ ดูราวกับว่าร่างอวตารของ อู่
อวี้ ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายในลูกแก้วผลึกขาวดำ
จนสิ้น ทันใดนั้นก็ปลดปล่อยเพลิงทองคำโหม
กระหน่ำแผดเผาสยบเพลิงทมิฬ ‘หลอมเซียน’ ไว้อีก
ครั้ง!
“น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!”
หนานซานหวางเยว่ถอดถอนหายใจออกมาอย่างช่วย
ไม่ได้ นอกจากสีหน้าซึ่งเปี่ยมไปด้วยความตกตะลึง
เขายังสัมผัสได้ว่าร่างอวตารห้าล้านร่างของ อู่ อวี้ มี
บรรยากาศกลิ่นอายที่เทียบเคียงได้กับตัวเขา
หรือจะกล่าวว่าร่างอวตารห้าล้านร่างซึ่งมีความ
แข็งแกร่งเทียบเท่ากับราชันเทวะแปดสวรรค์ กำลัง
โจมตีเข้าใส่เจ้าหงส์ระบำเพลิงในเวลาเดียวกัน!
ยิ่งไปกว่านั้นร่างอวตารห้าล้านร่างของ อู่ อวี้ ยัง
สำแดงเดชพลังอิทธิฤทธิ์ ‘อัคคีผลาญสวรรค์’ ด้วย
เช่นกัน พลังอิทธิฤทธิ์เพลิงทองคำเกิดจากความ
เข้าใจในขอบเขตสูงสุดของเนตรเพลิง อัคคีที่
สามารถเผาผลาญสวรรค์จนสิ้น!
เปลวเพลิงทองคำโหมกระหน่ำปกคลุมเพลิงทมิฬ ทำ
ให้ทั่วทั้งพิภพแก้วผลึกขาวดำถูกปกคลุมไปด้วยเปลว
เพลิงสีทองนี้
บัดนี้เงาร่างทั้งสองยืนหยัดท่ามกลางเปลวเพลิงของ
ตนเองอย่างภาคภูมิใจ ชั่วขณะนั้นการโจมตีของทั้ง
สองแทบจะปะทะกันอย่างสู่สีท่ามกลางความว่าง
เปล่า!
หลังจากเจ้าหงส์ระบำเพลิงสำแดงเดชวิถีจักรพรรดิ
เชื่อมสวรรค์ นางก็รู้สึกว่าวิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์
ของตนเองมิอาจต้านทานหรือเอาชนะ อู่ อวี้ ได้อย่าง
ง่ายดายเหมือนเช่นดั่งก่อนหน้านี้
” เกิดอันใดขึ้น? ”
นางพบว่า อู่ อวี้ ที่ฝ่าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ มีการเปลี่ยนแปลงอาณาจักรแห่งชีวิต
และความแข็งแกร่งไปอย่างใหญ่หลวง ซึ่งมันทำให้
นางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ ยังมิอาจ
เอาชนะนั่งได้
นางแค้นเสียงเย็นชา พร้อมเปิดฉากโจมตีด้วยท่าทาง
จริงจังมากยิ่งขึ้น
————————-
เริ่มเอาคืนแล้ว