กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1712: ไร้ยางอาย
หลังจากปรมาจารย์สุภูติโบกมือ ผลึกแก้วขาวด าก็
หายไปอย่างไร้ร่องรอย
อู่ อวี้ และเจ้าหงส์ระบ าเพลิงกลับมาที่ส านักถ ้าจันทร์
เสี้ยวไตรดารา บัดนี้พวกเขาทั้งสองได้ปรากฏตัวต่อ
หน้าทุกคน แต่สภาพของพวกเขาในยามนี้ช่าง
แตกต่างก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
ท่าทีของเจ้าหงส์ระบ าเพลิงในตอนแรกดูหยิ่งยโสไร้
ซึ่งความแยแสมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาดูหมิ่นเหยียด
หยาม ไม่เคยคิดว่าตนเองจะพ่ายแพ้
ทว่าปัจจุบันนางได้รับบาดเจ็บสาหัสปีกหงส์ทั้งคู่ของ
นางถูกเจาะเป็นรูด้วยพลัง ‘ทลายภพ’ ดวงตาทั้งคู่
ของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แฝงไปด้วยความ
ตกตะลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อ
อู่ อวี้ ที่เคยพ่ายแพ้ให้กับนางมาแล้วครั้งหนึ่ง ในที่สุด
เขาก็แก้แค้นล้างความอัปยศที่ตนเองได้รับจนส าเร็จ
ที่ส าคัญยิ่งไปกว่านั้นคือเขาสามารถเก็บอีกฝ่ายไว้
ข้างตัวได้นับหมื่นปี
ด้วยระยะเวลาดังกล่าวมากพอที่จะท าให้ อู่ อวี้ รู้ว่า
อีกฝ่ายได้รับ ‘โชคดีวาสนา’ อันยิ่งใหญ่อะไรมา
อู่ อวี้ ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้
ผลลัพธ์ที่ออกมาท าให้แทบไม่ต้องประกาศผล ทุกคน
ต่างทราบผลประจักษ์แก่สายตาตนเองอย่างชัดเจน
พวกเขาทั้งสองก้าวหน้ายกระดับขึ้นสู่ขอบเขต
จักรพรรดิเซียนทั้งคู่ แต่ดูเหมือนพลังการต่อสู้ของ อู่
อวี้ จะเหนือกว่าเจ้าหงส์ระบ าเพลิง ด้วยพลังที่ล้น
เหลือนี้จึงท าให้เขาสามารถเอาชนะเจ้าหงส์ระบ า
เพลิงได้
ผลลัพธ์ทั้งหมดทั้งมวลนี้ อู่ อวี้ คงต้องขอบคุณผู้มี
พระคุณหลาย ๆ คน
ไม่ว่าจะเป็นมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่น หรือมหา
จักรพรรดิกระบี่ปีศาจทลายฟ้า … แม้ว่าผู้อาวุโส
เหล่านี้จะไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ทว่าส่วนลึกในหัวใจ
ของ อู่ อวี้ ยังคงให้ความเคารพต่อพวกเขาอยู่เสมอ
หากไม่มีผู้อาวุโสทั้งหลาย อู่ อวี้ ก็คงไม่มีวันนี้
เช่นกัน
พวกเขาแต่ละคนขาดหายไปไม่ได้แม้แต่ผู้เดียว หาก
ผู้ใดผู้หนึ่งขาดหายไป คงยากที่ อู่ อวี้ จะมาถึงทุก
วันนี้
เดิมทีจักรพรรดิเซียนส่วนใหญ่ในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตร
ดารา ไม่ได้เทแต้มมาทาง อู่ อวี้ มากนัก เพราะเขา
เคยพ่ายแพ้มาแล้วครั้งหนึ่ง ถึงแม้เขาจะก้าวขึ้นสู่
ระดับจักรพรรดิเซียนแล้วก็ตาม แต่เจ้าหงส์ระบ า
เพลิงก็ก้าวขึ้นสู่ระดับเซียนเช่นกัน ซึ่งหมายความว่า
ความแข็งแกร่งของนางก็จะเพิ่มขึ้นมาก
แต่ปัจจุบันพวกเขาทั้งหลายได้เห็น อู่ อวี้ แก้แค้น
ส าเร็จ ถือเป็นการต่อสู้ล้างอายความอัปยศอย่าง
แท้จริง
ในตอนแรก อู่ อวี้ เป็นผู้ชนะคว้าอันดับหนึ่งในบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน เขาควรมีความสุขไปกับเสียง
ไชโยโห่ร้องร่วมยินดีของผู้คนทั้งสวรรค์ น่าเสียดายที่
เจ้าหงส์ระบ าเพลิงมาแย่งความโดดเด่นในช่วงท้าย
ทว่าปัจจุบัน อู่ อวี้ พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ
เจ้าหงส์ระบ าเพลิงได้อีกครั้ง เรียกได้ว่าเขาสามารถ
ทวงคืนความรุ่งโรจน์ของตนเองกลับคืนมาได้ส าเร็จ
“ไม่ง่ายเลย”
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารามองเขาด้วยความรู้สึก
ความรู้สึกที่แสดงออกผ่านแววตา แสดงให้เห็นว่าเขา
เข้าใจความยากล าบากในการฝ่าทะลวงขึ้นสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนอย่างชัดเจน
แต่ อู่ อวี้ กลับฝ่าทะลวงขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนได้
ในเวลาสั้น อีกทั้งพลังความแข็งแกร่งของเขายัง
เปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง แล้วคนธรรมดา
ทั่วไปจะจินตนาการถึงสิ่งที่เขาต้องประสบพบเจอได้
อย่างไร?
เจ้าหงส์ระบ าเพลิงได้เข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ ท า
ให้นางได้รับความช่วยเหลือจากสรรพเทวะวิญญาณ
ที่อยู่ในนั้น แต่กลับกลายเป็นว่าความเร็วในการก้าว
เข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนของนางนั้นช้ากว่า อู่ อวี้
เสียอีก แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ มี
พรสวรรค์น่าทึ่งมากเพียงใด
วันนี้เขาสามารถเอาชนะเจ้าหงส์ระบ าเพลิงได้ ใน
บรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกันบนสวรรค์จะมีใครมา
เทียบเทียมเขาได้อีก
” ในเมื่อเจ้าพ่ายแพ้ให้กับข้าแล้ว เช่นนั้นก็ควรท า
ตามตกลงที่ให้กันไว้ เจ้าต้องติดตามข้าเป็นเวลาหมื่น
ปี ”
อู่ อวี้ ยืนอยู่เบื้องหน้าเจ้าหงส์ระบ าเพลิง มองไปที่
สตรีซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับหนานกงเหว่ย
แล้วกล่าวด้วยน ้าเสียงทุ้มลึก
เขารู้ดีว่าสตรีที่อยู่เบื้องหน้าเขามิใช่หนานกงเหว่ยอีก
ต่อไป และบางทีอาจมิใช่เจ้าหงส์ระบ าเพลิงด้วยซ ้า
หลังจากที่นางได้รับสิ่งที่เรียกว่า ‘มหาโชควาสนา’
บุคลิกของนางก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่จิตใจก็
ยังเปลี่ยนไป ยากเกินกว่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับ
นาง
ไม่ว่าจะเป็นหนานกงเหว่ยหรือเจ้าหงส์ระบ าเพลิง
พวกนางทั้งสองไม่เคยท าให้ อู่ อวี้ รู้สึก ‘เย็นเยียบ’
เช่นนี้
ท่าทีของนางท าให้ อู่ อวี้ ถึงตอนที่ไปพบกับจิ่วอิงใน
ภพเทพปีศาจครั้งแรก ตอนนั้นจิ่วอิงถูกเสี้ยว
วิญญาณที่เหลืออยู่ของโม่อิงดับโลการุกราน
แทรกแซง แถมยังโดนราชันมังกรโลกันตร์ควบคุมอีก
ด้วย
อย่างไรก็ตามสตรีที่อยู่เบื้องหน้าของเขา นางมี
สติสัมปชัญญะเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน อีกทั้งยังดู
เหมือนว่านางมีความทรงจ าของเจ้าหงส์ระบ าเพลิง
กับหนานกงเหว่ยอีกด้วย
อู่ อวี้ ไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไรกันแน่
เขาจึงต้องการให้นางมาอยู่ข้าง ๆ เพื่อจะได้รู้ว่าเกิด
อะไรขึ้นกับนาง
แม้ว่าสตรีผู้นี้เคยท าร้ายเขาตอนอยู่แดนจักรพรรดิ
มังกรเซียน แต่นางอาจจะกระท าโดยไม่ตั้งใจก็ได้
จวบจนบัดนี้เขาก็ยังไม่ต้องการเห็นหนานกงเหว่ย
ได้รับอันตรายใด ๆ ถ้าหากนางเจอสถานการณ์คล้าย
กับจิ่วอิงคงเป็นเรื่องที่แย่มาก
ด้วยเพราะจิตวิญญาณของสตรีที่อยู่ตรงหน้าดูไม่มี
อะไรผิดปกติ ถ้านางถูกรุกรานโดยจิตส านึกอื่น มันคง
หลบซ่อนตัวได้อย่างมิดชิดยิ่ง แสดงให้เห็นว่า
สถานการณ์ในปัจจุบันยากล าบากกว่าของจิ่วอิงนับ
หมื่นเท่า
อู่ อวี้ ต้องการพานางไป ส่วนอาการบาดเจ็บที่นาง
ได้รับท่านปรมาจารย์สุภูติจะช่วยรักษานางให้
อย่างไรก็ตามขณะนั้นหกมหาจักรพรรดิหงส์ ที่เฝ้าดู
การต่อสู้ก็ทะยานลงมาด้วยสีหน้าเย็นชา
ก่อนหน้านี้จักรพรรดิหงส์หยวนจู่อารมณ์ดีเป็นอย่าง
ยิ่งหลังเห็นเจ้าหงส์ระบ าเพลิงเอาชนะ อู่ อวี้ ได้ แต่
ผลลัพธ์การต่อสู้ที่ออกมาในวันนี้ท าให้นางไม่อยากจะ
เชื่อสายตา ไม่อยากจะยอมรับความจริงกับผลลัพธ์ที่
เกิดขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะนางคิดว่าบุตรสาว
ของตนเองได้รับมหาโชควาสนาเช่นนี้ จะมาพ่ายแพ้
ให้กับคู่ต่อสู้อย่าง อู่ อวี้ ได้อย่างไร?
จากปฏิกิริยาของหกมหาจักรพรรดิหงส์ ดูเหมือน
พวกมันจะไม่ต้องการให้เจ้าหงส์ระบ าเพลิงติดตาม อู่
อวี้ เป็นเวลาหมื่นปี!
” สาวน้อยผู้นี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ปีกเขานางถูกเจาะ
ทะลุเป็นรู จึงต้องใช้การรักษาพิเศษของตระกูลสัตว์
สวรรค์หงส์เพลิง เช่นนั้นเราขอน าตัวนางไปรักษา
ก่อน ”
หลังจากกล่าวจบจักรพรรดิหงส์หยวนจู่ก็รีบพาเจ้า
หงส์ระบ าเพลิงไปทันที “ท่านปรมาจารย์ พวกเราขอ
ตัวก่อน!”
สิ่งที่เกิดขึ้นท าให้ อู่ อวี้กับคนอื่น ๆ ต่างพากันตก
ตะลึง
หกมหาจักรพรรดิหงส์ช่างไร้ยางอายสิ้นดี พวกมันหา
ข้ออ้างเพื่อพาตัวเจ้าหงส์ระบ าเพลิงกลับไป ไม่ให้
นางรักษาสัญญาว่าจะติดตาม อู่ อวี้ เป็นเวลาหมื่นปี!
อู่ อวี้ กับลั่วผินไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้
ลั่วผินอนุญาตให้ อู่ อวี้ พาเจ้าหงส์ระบ าเพลิงติดตาม
ไปด้วยเป็นเวลาหมื่นปี เพื่อค้นหาความจริงว่าเกิด
อะไรขึ้นกับนาง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันดูเหมือนว่าหกมหา
จักรพรรดิหงส์ไม่ต้องการให้นางติดตาม อู่ อวี้
บางทีคงไม่อยากให้ความลับเรื่อง ‘มหาโชควาสนา’
ถูกเปิดเผย…
“ ไปดีมาดี ”
ปรมาจารย์สุภูติไม่มีทางเลือกนอกจากผงกศีรษะ
ท่านไม่สามารถท าอะไรกับหกมหาจักรพรรดิหงส์
หรือบังคับให้เจ้าหงส์ระบ าเพลิงรักษาสัญญา ทั้งหมด
ทั้งมวลเป็นเพราะว่านี่เป็นเรื่องราวระหว่างคนรุ่น
หลัง อาวุโสอย่างท่านไม่สะดวกที่จะเข้าไปแทรกแซง
ทุกคนจึงท าได้แค่เพียงเฝ้าดูหกมหาจักรพรรดิหงส์
จากไปพร้อมกับเจ้าหงส์ระบ าเพลิง ไม่นานนักพวก
มันทั้งหมดก็ออกจากส านักถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา
อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
อีกฝ่ายคือหกมหาจักรพรรดิหงส์พลังการต่อสู้
เทียบเท่ากับจักรพรรดิมังกร ระดับอย่างเขาไม่มีทาง
จะหยุดยั้งพวกมันได้ ปรมาจารย์สุภูติก็ไม่สามารถ
ออกตัวแทน สกัดกั้นไม่ให้พวกมันพานางไป
เขาจึงท าได้แค่เพียงเฝ้ามองเจ้าหงส์ระบ าเพลิงลับ
สายตาไปเท่านั้น
โชคดีที่เขาเอาชนะเจ้าหงส์ระบ าเพลิงได้ในครั้งนี้ ซึ่ง
มันเป็นการพิสูจน์ตนเองอย่างชัดเจน
“การต่อสู้ครั้งแรกหลังจากเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียน
ถือว่าประสบความส าเร็จ!”
อู่ อวี้ ค่อนข้างพอใจกับการต่อสู้ครั้งนี้ การที่เขา
เอาชนะเจ้าหงส์ระบ าเพลิงได้ในครั้งนี้ยังท าให้เขา
เข้าใจในรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับพลังอิทธิฤทธิ์
ต่าง ๆ ของตัวเอง ซึ่งมันจะท าให้เขาสะดวกในการ
ใช้งานมากขึ้น
พลังอ านาจของพลังอิทธิฤทธิ์ก็เรื่องหนึ่ง ส่วนการใช้
งานมันได้ดีหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ท้ายที่สุด อู่ อวี้ ก็ชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ ท าให้เขา
เข้าใจพลังของเจ้าหงส์ระบ าเพลิงเพิ่มขึ้น บางทีเขา
อาจจะค้นหาข้อมูลเหล่านี้ได้จากคัมภีร์หรือต ารา
โบราณ ลองดูว่าจะมีบันทึกเกี่ยวกับเพลิงมารทมิฬ
บ้างหรือไม่ บางทีอาจจะได้เบาะแสบางอย่าง
หลังจากการต่อสู้จบสิ้นลง จักรพรรดิเซียนของ
สวรรค์ฤทัยก็เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับ อู่ อวี้
หลังจากเขาทะลวงฝ่าขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียน เขา
ก็สามารถเอาชนะเจ้าหงส์ระบ าเพลิงได้ส าเร็จ อาจ
กล่าวได้ว่านี่คือสัญญาณในการผงาดขึ้นของเขา ผู้ที่
ก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนจะถือว่าเป็นเทพเซียน
อย่างแท้จริง กลายเป็นบุคคลผู้อยู่ในจุดศูนย์กลาง
ของแดนเซียนวังสวรรค์
ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ทวีเพิ่มขึ้นอย่างน่า
สะพรึงกลัว จนสามารถเอาชนะเจ้าหงส์ระบ าเพลิงได้
ในหมัดเดียว เหตุการณ์ในครั้งนี้จะท าให้ชื่อเสียงของ
เขากระฉ่อนเลื่องลือไปทั่วแดนเซียนวังสวรรค์
เหตุการณ์นี้จะท าให้ชื่อเสียงของสวรรค์ฤทัยขจร
ขจายไปด้วย เดิมทีสวรรค์ฤทัยที่อยู่ภายใต้
ปรมาจารย์สุภูติมีเพียงจักรพรรดิเซียนแค่ไม่กี่คนที่มี
ชื่อเสียงเลื่องลือ โดยเฉพาะมนุษย์ที่ฝึกฝนบ าเพ็ญ
เพียรจนกลายเป็นเซียนอมตะ สามารถก้าวหน้า
กลายเป็นจักรพรรดิเซียนระดับสูงไม่เคยมีปรากฏมา
ก่อน ความส าเร็จทั่วไปของพวกเขาค่อนข้างธรรมดา
เหล่าศิษย์พี่น้องรวมส านักภายใต้การดูแลของ
ปรมาจารย์สุภูติ ทุกคนต่างพากันยินดีเมื่อเห็น อู่ อวี้
ยืนหยัดได้อีกครั้ง ทั้งยังหวังว่าเขาจะก้าวสู่อาณาจักร
ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ …
หลังจากแสดงความยินดีกันเสร็จสิ้น อู่ อวี้ , ลั่วผิน ,
หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี ก็พากันกลับไปพักผ่อน
ที่อาราม
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ยังรู้สึกกังวล แต่หลังจากทุกอย่าง
เสร็จสิ้นเขาก็เริ่มผ่อนคลายขึ้นมาก
หนานซานหวางเยว่กล่าวพร้อมกับดึงหูตนเอง ”
บัดซบจริงๆ! หกมหาจักรพรรดิหงส์ช้างไร้ยางอายสิ้น
ดี ในฐานะผู้อาวุโส แต่กลับหาญกล้าก็ท าเรื่องไร้
ยางอายเช่นนี้ พฤติกรรมของพวกมันไม่สมกับเป็นผู้
อาวุโสเลยจริงๆ!”
เย่ซีซีกระซิบเบา ๆ ” ไม่เป็นไร… แม้ว่าเจ้าหงส์ระบ า
เพลิงจะไม่ได้มาอยู่กับเรา แต่พี่ชาย อู่ อวี้ เองก็
อาจจะไม่ทราบสิ่งใดเลยก็ได้ ดีไม่ดีหากนางมาอยู่กับ
เรา อาจจะน าพาความเดือดร้อนมาให้พวกเรา ”
ความจริงนางไม่เห็นด้วยที่จะพาเจ้าหงส์ระบ าเพลิง
ติดตามมา แต่เป็นเพราะลั่วผินเห็นด้วยกับเรื่องนี้
นางจึงไม่สามารถกล่าวอะไรได้
ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาปัจจุบันนั่นคือสิ่งที่นางต้องการ
พวกเขาพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระอยู่สักพัก หลังจาก
นั้นก็พูดคุยเรื่องที่ อู่ อวี้ ก้าวขึ้นสู่อาณาจักร
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ โดยที่ประเด็นหลักก็คือพวก
เขาค่อนข้างอยากรู้เกี่ยวกับ ‘พิภพจักรพรรดิสูงสุด’
ภายในร่างกายของ อู่ อวี้
หลังจาก อู่ อวี้ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ เขายังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับ ‘พิภพจักรพรรดิ
กลืนสวรรค์’ ของตนเองสักเท่าใดนัก แน่นอนว่า
เทียบไม่ได้กับที่เจ้าหงส์ระบ าเพลิงเข้าใจใน ‘ภพ
จักรพรรดิเพลิงมาร’ ของนาง
ด้วยเพราะระหว่างการต่อสู้เจ้าหงส์ระบ าเพลิง ได้
ปลดปล่อยภพจักรพรรดิเพลิงมารกลายเป็นความจริง
ส่งผลให้พลังอิทธิฤทธิ์ของนางแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ปัจจุบัน ‘พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์’ ของ อู่ อวี้ ยัง
ไม่มีความสามารถเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องศึกษาพิภพ
จักรพรรดิกลืนสวรรค์อย่างละเอียด
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ลั่วผินพร้อมกับคนอื่น ๆ ต่างเฝ้า
สังเกตท าความเข้าใจ ‘พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์’
ในร่างกายของเขา
ปัจจุบันพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของเขามีเพียงแค่
ดวงตะวัน , ดวงดารา , ผืนปฐพี, มหาสมุทร เท่านั้น
ทั้งหมดที่กล่าวมาคือสิ่งที่เขาสามารถสร้างขึ้นมาได้
แต่ไม่ว่าจะเป็นในมหาสมุทรหรือผืนปฐพีจวบจนทุก
วันนี้ยังไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต
ทั้งพื้นดินหรือภูผา รวมถึงล าธารธาราทั้งหมดเป็นสี
น ้าตาลแกมเหลือง ไร้ซึ่งสีเขียวที่บ่งบอกถึงความอุดม
สมบูรณ์
ทว่า อู่ อวี้ ไม่รีบร้อน เพราะเขารู้ดีว่าขั้นตอนการ
สรรค์สร้างต้องใช้เวลายาวนานมาก ส าหรับผู้ที่เพิ่ง
ก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนหากต้องการที่จะสรรค์
สร้างสิ่งมีชีวิตย่อมไม่สามารถท าได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
ต่อให้กังวลไปก็ไร้ประโยชน์
พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์นั้นกว้างใหญ่มาก ขนาด
ของมันกว้างใหญ่กว่าชมพูทวีปโลกธาตุเสียอีก แต่น่า
เสียดายที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในนั้น ท าให้บรรยากาศ
ภายในพิภพเต็มไปด้วยความเงียบสงัดวังเวง
หากพิภพแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตถือก าเนิดขึ้น มันต้องน่า
ตื่นเต้นยิ่งเสียกว่าชมพูทวีปโลกธาตุอย่างแน่นอน
เมื่อหนานซานหวางเยว่มองไปที่พิภพจักรพรรดิกลืน
สวรรค์ ท าให้เขารู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย จนอดใจไม่
ไหวที่อยากจะสร้างพิภพขึ้นมาในร่างของตนเอง
” ไม่ได้แล้ว… ไม่ได้แล้ว ข้าจะต้องฝึกฝนให้หนัก ต้อง
รีบทะลวงขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ให้ได้
ไม่เช่นนั้นข้าจะไล่ตามเหล่าอู่ไม่ทันจริง ๆ แน่ ”
หนานซานหวางเยว่กล่าวด้วยความรู้สึกหดหู่
เล็กน้อย
ปัจจุบัน อู่ อวี้ สร้างร่างอวตารได้มากมาย ท าให้
ช่องว่างระหว่างพวกเขายิ่งนับวันก็ยิ่งห่างไกลกันมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ ความห่างชั้นนี้ท าให้หนานซานหวาง
เยว่อดคิดไม่ได้ว่า เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้รับมรดกมา
จากแม่ทัพเทียนเผิง ซึ่งไม่น่าจะด้อยไปกว่าฉึเทียนต้า
เซิ่น
” เมื่อข้าบรรลุอาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ข้า
จะสร้างพิภพจักรพรรดิบุปผาดอกท้อ ทั่วทั้งพิภพเต็ม
ไปด้วยสตรีแสนงดงาม ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เมื่อนึกถึงสถานที่น่าดึงดูดรัญจวนใจ หนานซาน
หวางเยว่ก็ถึงกับน ้าลายไหล ไม่แยแสสายตาของ อู่
อวี้ และคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้างซึ่งเต็มไปด้วยความดู
หมิ่น
——————-