กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1713: ปรมาจารย์ไท่อี้
เมื่อสถานการณ์ออกมาในรูปนี้ อู่ อวี้ ไม่มีอะไรต้อง
ท าอีกต่อไป
ด้วยเพราะท่าทางเย็นชาอย่างแปลกประหลาดของ
หนานกงเหว่ย ท าให้ อู่ อวี้ บอกได้อย่างชัดเจนว่า
เกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับนาง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็น
เป้าหมายหลักของเขาชั่วคราว
เนื่องจากหกมหาจักรพรรดิหงส์ของตระกูลสัตว์
สวรรค์หงส์เพลิงไม่ยอมปริปากเผยความลับอะไร
ออกมาเลย ท าให้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อู่
อวี้ ครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง จึงรู้สึกว่าตนเองควรค้นหา
บันทึกโบราณดู บางทีเขาอาจจะพบเบาะแสในต ารา
บางเล่มก็เป็นได้
ดังนั้นเขาจึงออกจากสวรรค์ฤทัย เพื่อไปค้นหาบันทึก
โบราณบนสวรรค์ ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่อาจจะเกี่ยวข้อง
กับหงส์ หรือต่อให้ไม่ใช่ ตราบใดที่มันเกี่ยวข้องกับ
เปลวเพลิงทมิฬเขาก็อยากลองค้นหามันดู
หลังจากบททดสอบจักรพรรดิเซียนสิ้นสุดลง ชื่อเสียง
ของ อู่ อวี้ ก็โด่งดังเลื่องลือไปทั่วทั้งสวรรค์
ปัจจุบันนอกจาก อู่ อวี้ จะมีปรมาจารย์สุภูติคอย
สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง พื้นฐานฝึกตนของเขายังบรรลุ
ขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์แล้ว หลังจากเข้าสู่
ระดับนี้คนแรกที่เขาประมือด้วยก็คือเจ้าหงส์ระบ า
เพลิงจนได้รับชัยชนะล้างอายความอัปยศจากการ
ต่อสู้ครั้งก่อนหน้านี้ได้ส าเร็จ ท าให้ทั้งสวรรค์ต้องตก
ตะลึง
ส่งผลให้ในแดนเซียนวังสวรรค์ไม่มีผู้ใดหาญกล้าดูถูก
อู่ อวี้ อีก
เช่นผู้ที่พยายามสร้างปัญหาให้กับ อู่ อวี้ มาโดย
ตลอดอย่าง ท้าวธตรัฐมหาราช , เทพอสูรบรรพกาล
ฯลฯ ปัจจุบันพวกมันไม่กล้าโจมตีหรือหาเรื่อง อู่ อวี้
แบบสุ่มสี่สุ่มห้าอีก ด้วยเพราะชื่อเสียงของเขาโด่งดัง
ไปทั่วทั้งสวรรค์อยู่ท่ามกลางความสนใจของผู้คนนับ
ไม่ถ้วน
หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา การจะสืบหาว่าผู้ใดเป็นคน
ลงมือเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก
อย่างไรก็ตามท้าวธตรัฐมหาราช , เทพอสูรบรรพกาล
ฯลฯ ได้ตกลงกลับปรมาจารย์สุภูติก่อนหน้านี้แล้วว่า
ในเมื่อ อู่ อวี้ ยอมรับการลงโทษในแดนสงครามมาร
ฟ้าเป็นเวลาหมื่นปี พวกมันจะยอมปล่อยวาง
ความแค้นให้ความคับข้องใจที่เคยมีแต่เก่าก่อนจะถูก
ลบล้างออกไป
ซึ่งถ้าหากพวกมันตระบัดสัตย์ไม่รักษาสัจจะที่เคยให้
ไว้ ผู้อื่นจะไม่หัวเราะเยาะพวกมันเอาหรอกหรือ?
ส าหรับจักรพรรดิเซียนอย่างพวกมัน ต้องใช้ชีวิตอยู่
บนสวรรค์ตลอดไป ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือจึงเป็น
เรื่องส าคัญอย่างยิ่งส าหรับพวกมัน
เพื่อที่จะท านุรักษาชื่อเสียงความน่าเชื่อถือให้คงอยู่
ต่อไป พวกมันจ าต้องยับยั้งชั่งใจความปรารถนาที่จะ
แก้แค้น อู่ อวี้ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียว
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ได้กลายเป็นจักรพรรดิเซียนแล้ว เขา
จะมีชีวิตอยู่ไปชั่วนิรันดร์ ส าหรับผู้คนที่อยู่บนสวรรค์
มีเวลามากมายที่จะแข่งขันกับเขา ด้วยเหตุนี้ท้าวธต
รัฐมหาราช , เทพอสูรบรรพกาลและคนอื่น ๆ จึงไม่
รีบร้อน
ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อใดก็ตามที่ อู่ อวี้ ท าผิดพลาด พวก
มันจะไม่ยอมปล่อยโอกาสงาม ๆ เช่นนี้ให้ล่วงเลย
ผ่านไป เพียงแค่ยามนี้เขายังไม่ท าอะไรให้พวกมัน
โจมตีเขาได้เท่านั้นเอง
อู่ อวี้ เริ่มค้นหาบันทึกโบราณบนสวรรค์ทั้งหมด เขา
พยายามค้นหาเบาะแสลักษณะพิเศษของเจ้าหงส์
ระบ าเพลิงที่เปลี่ยนแปลงไป
ส าหรับหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีที่มีทักษะในการ
ปิดซ่อนอ าพรางกาย จึงช่วยออกค้นหาเบาะแสที่อื่น
ๆ บนสวรรค์อีกแรงโดยแยกทางกับ อู่ อวี้
นอกจากนี้พวกเขาทั้งสองยังหวังว่าจะได้สัมผัสกับ
ประสบการณ์ภายนอก เพื่อให้เป็นเองเข้าใกล้
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ อู่ อวี้ เอาชนะเจ้าหงส์ระบ าเพลิงได้ เขาก็
กลับไปที่พ านักของตนเอง เพื่อส่งต่อความเข้าใจที่
ได้รับจาก ‘ปีศาจกระบี่ทลายฟ้า’ ให้แก่ลั่วผิน ,
หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี ซึ่งท าให้พวกเขาแต่ละ
คนก้าวหน้าขึ้น
หลังจากได้รับการส่งต่อความเข้าใจ พวกเขาแต่ละ
คนต้องใช้เวลาในการย่อยสลายท าความเข้าใจ
ดังนั้นพวกเขาจึงแยกย้ายกันไปฝึกฝนในรูปแบบของ
ตนเอง ขณะเดียวกันก็ช่วย อู่ อวี้ ค้นหาเบาะแส
เกี่ยวกับเปลวเพลิงทมิฬ
ส าหรับหนานซานหวางเยว่ที่อดทนอดกลั้นมานาน
ในที่สุดเขาก็สามารถใช้ชีวิตส าเริงส าราญเช่นดั่งก่อน
หน้านี้ได้ นางเซียนรูปโฉมงดงามทั้งหมดบนสวรรค์
ล้วนเป็นเป้าหมายหลักในการหาประสบการณ์ของ
เขาทั้งสิ้น!
ส าหรับลั่วผินนางยังคงฝึกฝนอยู่ในสวรรค์ฤทัย
หลังจาก อู่ อวี้ ส่งต่อความรู้ความเข้าใจของปีศาจ
กระบี่ทลายฟ้า นางก็สัมผัสได้ถึงความก้าวหน้า
บางอย่าง และตัดสินใจปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลวงขั้น
ไม่ว่าจะเป็นลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่หรือเย่ซีซี
ทั้งสามคนล้วนก าลังก้าวไปสู่อาณาจักรจักรพรรดิ
เซียน
เป้าหมายของหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีคือการ
บรรลุขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ แม้วิธีการ
ฝึกฝนของพวกเขาทั้งสองจะแตกต่างกัน แต่ก็มี
เป้าหมายเดียวกัน พวกเขาทุกคนพยายามอย่างหนัก
เพื่อก้าวเข้าสู่ ‘ชีวิตนิรันดร์’
ส าหรับคนอื่น ๆ อย่างเช่น อู่หยู , องค์หญิงโยว่เสี่ย ,
ซูหยานหลี่ พื้นฐานฝึกตนของพวกนางค่อนข้างต ่าไป
สักหน่อย แต่พวกนางก็พยายามอย่างยิ่งเพื่อไล่ตาม
พวกเขาให้ทัน
พวกนางกลายเป็นเทพเซียนด้วยความช่วยเหลือของ
อู่ อวี้พวกนางย่อมหวงแหนโอกาสนี้เป็นธรรมดา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกนางรู้ว่า อู่ อวี้ กลับไปที่
ชมพูทวีปโลกธาตุมา แล้วพบว่าที่นั่นเปลี่ยนไป
ตามวัฏจักรของเวลา บ้านเกิดเมืองนอนที่พวกนาง
แต่ละคนเคยถือก าเนิดได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ
อยู่ภายใต้กฎของเวลาอันไร้สิ้นสุด ท าให้พวกนางรู้สึก
โศกเศร้าเสียใจอยู่ไม่น้อย ในเมื่อยามนี้พวกนางมี
โอกาสมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ พวกนางจะต้องไม่ท าให้
อู่ อวี้ ผิดหวังอย่างเด็ดขาด
ขณะที่อยู่บนสวรรค์ฤทัย แต่ละคนใช้เวลาส่วนใหญ่
ไปกับการฝึกฝนและปิดด่านฝึกตน บางครั้งก็ออกไป
พบปะเหล่าศิษย์ปรมาจารย์สุภูติเพื่อผ่อนคลายพัก
สมอง ศิษย์หลายคนดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี เมื่อมี
เวลาว่างเพียงพอก็จะคอยชี้แนะพวกเขาเกี่ยวกับการ
ฝึกตน ซึ่งท าให้พวกเขาก้าวหน้าได้เร็วขึ้น
พวกเขาใช้ชีวิตเช่นนี้วนเวียนไปมา เพียงชั่วพริบตา
เวลาก็ร่วงเลยผ่านไปพันปี
อู่ อวี้ เดินทางผ่านวังสวรรค์หลายแห่ง แต่เขาก็ไม่
พบเบาะแสใด ๆ เกี่ยวกับหงส์เพลิงที่ใช้เพลิงทมิฬ
เลย ทั้งหมดทั้งมวลอาจเป็นเพราะวังสวรรค์แปดพัน
ชั้นนั้นกว้างใหญ่เกินไป แต่วังสวรรค์มีขนาดใหญ่กว่า
ชมพูโลกธาตุในอดีตหลายเท่า
บันทึกต าราโบราณจ านวนมากถูกเก็บรวบรวมโดย
จักรพรรดิเซียน ซึ่งถ้าหาก อู่ อวี้ ต้องการเยี่ยมชม
ตรวจสอบพวกเขาจะต้องพูดคุยสนทนากัน
แต่เพราะปัจจุบันชื่อเสียงของ อู่ อวี้ เลื่องลือ
แพร่กระจายไปทั่วทั้งสวรรค์ เมื่อเขาต้องการยืม
บันทึกโบราณหรืออะไรที่คล้ายๆกันนี้ โดยพื้นฐาน
แล้วไม่มีเทพเซียนคนใดล าบากใจที่จะให้เขาหยิบยืม
หรือตรวจสอบ แค่อย่าท าให้พวกเขาอารมณ์เสียก็พอ
บางครั้งเทพเซียนเหล่านั้นก็แนะน าผู้เยาว์ของตนเอง
ฝากฝังกับ อู่ อวี้ ให้พวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
บางคนถึงขนาดแนะน าฮูหยินนางสนมให้กับเขาเลย
ทีเดียว ส่วนจักรพรรดิเซียนบางคนก็รุกหนัก ขนาด
ต้องการมั่นหมายบุตรสาวของตนเองให้กับ อู่ อวี้
เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้เขาก็ถึงกลับผงะไป
เลยทีเดียว
จนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทักษะความสามารถที่เขา
แสดงให้เห็นในบททดสอบจักรพรรดิเซียน มันน่า
ประทับใจถึงขนาดนั้นเชียวงั้นหรือ? ทั่วทั้งแดนเซียน
วังสวรรค์ชื่อเสียงของ อู่ อวี้ โด่งดังเลื่องลือเป็นอย่าง
ยิ่ง โดยทั่วไปแล้วหากเทพเซียนได้ยินนามของ ‘อู่
อวี้’ ทุกคนจะยิ้มทักทายต้อนรับพร้อมปรบมือ
สรรเสริญให้แก่เขา
อย่างที่ทราบกันดีว่าทั่วทั้งแดนเซียนวังสวรรค์
จ านวนของมนุษย์ที่ฝึกฝนจนส าเร็จกลายเป็นเซียนมี
อย่างน้อยกว่า 9 ใน 10 ส่วน คนส่วนใหญ่ล้วนต้อง
พึ่งพาตนเอง ประสบพบเจอกับความยากล าบากผ่าน
เหตุการณ์เลวร้ายมาแล้วหลายพันครั้ง
ในฐานะที่ อู่ อวี้ เป็นมนุษย์ซึ่งส าเร็จกลายเป็นเซียน
เช่นเดียวกับพวกเขา แต่กลับสามารถประกาศศักดา
บดขยี้เหล่าทายาทจักรพรรดิเซียนคนแล้วคนเล่าใน
บททดสอบจักรพรรดิเซียน ท าให้พวกเขารู้สึกชื่นมื่น
ยินดีไปด้วย
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้การค้นหาบันทึกโบราณของ
อู่ อวี้ ด าเนินไปอย่างราบรื่น เทพเซียนบางคนได้เก็บ
รวบรวมบันทึกโบราณซึ่งเกี่ยวข้องกับความลับหลาย
แสนปีก่อนไว้ แต่ช่างน่าเสียดายที่ อู่ อวี้ ไม่พบ
เบาะแสอันใดเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของหนานกง
เหว่ยในปัจจุบันเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามมีบันทึกโบราณบางเล่มบันทึกเกี่ยวกับ
หงส์เพลิงทมิฬหรือเพลิงทมิฬไว้ แต่หลังจาก อู่ อวี้
ตรวจสอบมันแล้ว เขาก็พบว่าบันทึกเหล่านั้นดูไม่
ค่อยสอดคล้องกับสถานการณ์ของหนานกงเหว่ย
เท่าใดนัก จึงกระท าได้เพียงปล่อยผ่านมันไป
สามพันปีต่อมา อู่ อวี้ ยังคงค้นหาไปทั่วทั้งวังสวรรค์
แปดพันชั้น ได้พบกับผู้คนมากมาย แม้จะมีศักดิ์ฐานะ
ต้อยต ่าแต่พวกเขาก็ดูน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เทพเซียน
เหล่านี้ให้ความเคารพนับถือเขามาก และหวังว่า
ตนเองจะได้ติดต่อพูดคุยกับเขามากขึ้นในอนาคต
แน่นอนว่า อู่ อวี้ มิได้ปฏิเสธการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีนี้
เขาเพิ่งบรรลุเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียน หากต้องการ
ก้าวหน้ามากกว่านี้ เขาก็ควรติดต่อกับจักรพรรดิ
เซียนคนอื่นเอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาให้ความ
สนใจในยามนี้คือการค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับ
สถานการณ์ของหนานกงเหว่ย จึงมิได้ทุ่มเทเวลาไป
กับการฝึกฝนบ าเพ็ญตนมากนัก
มีอยู่วันหนึ่งหลังจาก อู่ อวี้ ตรวจสอบบันทึกโบราณ
จนเสร็จสิ้น เขาก็ได้รับข้อความจากหนานซานหวาง
เยว่
หนานซานหวางเยว่บอกว่า เมื่อไม่นานมานี้ตนเองก็
ค้นหาเบาะแสของหงส์เพลิงทมิฬไปทั่วทั้งวังสวรรค์
เช่นกัน แต่เขาก็ไม่พบเบาะแสใด ๆ
แต่แล้วในที่สุดเขาก็ได้รับข่าวที่พอจะเป็นประโยชน์
แม้ว่าเบาะแสนี้จะมิได้เกี่ยวข้องกับหนานกงเหว่ย
โดยตรง แต่หนานซานหวางเยว่ก็ได้รู้ข่าวคราวส าคัญ
เช่นกัน!
ข้อมูลนี้หนานซานหวางเยว่ได้ยินมาจากนางเซียนผู้
หนึ่ง โดยร ่าลือกันว่าบนถ ้าประกายแสงทอง ณ
สวรรค์ก าเนิดฟ้า มีเทพเซียนน่าเคารพนับถืออยู่ผู้
หนึ่ง ตัวตนของท่านเก่าแก่โบราณมีชีวิตยืนยาว
เทียบเคียงกับปรมาจารย์สุภูติเลยทีเดียว ท่านเป็นที่
รู้จักกันในนามว่า ‘ปรมาจารย์ไท่อี้’ !
เหตุผลที่หนานซานหวางเยว่ให้ความสนใจกับ
ปรมาจารย์ไท่อี้ เพราะปรมาจารย์ไท่อี้คืออาจารย์
ของเทพนาจา ‘มหาเทพสยบสมุทรซานถัน’ ร ่าลือ
กันว่าครั้นเมื่อเทพนาจาประสบกับหายนะ สามจิต
เจ็ดวิญญาณแตกสลายหลงเหลือเพียงเศษเสี้ยว
วิญญาณ
ปรมาจารย์ไท่อี้ผู้นี้ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือใช้รากบัว
วิเศษ สร้าง ‘กายาเทวะบัวอัคคี’ เพื่อให้เทพนาจาฟื้น
คืนชีวิตกลับคืนมา อาจกล่าวได้ว่านี่คือวิธีชุบชีวิตคน
ตาย
“ ต่อให้เป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ หากต้องการชุบ
ชีวิตคนตาย สร้างเลือดเนื้อเชื้อไขขึ้นมาใหม่ก็ยังถือ
เป็นเรื่องที่ยากล าบากยิ่ง มีเพียงไม่กี่คนบนแดนเซียน
วังสวรรค์ที่ท าได้ และปรมาจารย์ไท่อี้ก็คือหนึ่งในนั้น!
”
นี่คือข่าวที่หนานซานหวางเยว่หามาได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์กับ อู่ อวี้ มาก
เพียงใด ท้ายสุดแล้วเขายังมีปมในใจอยู่อย่างหนึ่งซึ่ง
ไม่สามารถปลดเปลื้องมันออกไปได้ นั่นก็คือหมิงซวง
ช่วงเริ่มต้นของเส้นทางแห่งการฝึกฝนบ าเพ็ญในทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง หมิงซวงคอยช่วยเหลือไขข้อ
สงสัยติดตามเขาไปตลอดเส้นทาง ช่วยเขารอดพ้น
จากวิกฤตอันตรายนับครั้งไม่ถ้วน กล่าวได้ว่าหากไม่
มีค าแนะน าของหมิงซวงก็คงไม่มีเขาในวันนี้เช่นกัน
ต าแหน่งของหมิงซวงภายในใจของ อู่ อวี้ เป็นเฉก
เช่นดังผู้มีพระคุณของตนเองเทียบเท่า อาจารย์เฟิง
ซัวหยาม , ลุงเสิ่นอู๋เต้า ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยให้สัญญา
กับนางว่า ตราบใดที่เขาบรรลุกลายเป็นเทพเซียน
เขาจะท าให้หมิงซวงกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง!
น่าเสียดายที่หลังจากบรรลุกลายเป็นเทพเซียน อู่ อวี้
กับหมิงซวงพบว่าการท าให้ผู้คนกลับมามีชีวิตใหม่
มิใช่เรื่องง่ายเลย
จนถึงตอนนี้แม้ว่าเขาจะบรรลุกลายเป็นจักรพรรดิ
เซียนแล้ว แต่ อู่ อวี้ ก็พบว่าด้วยก าลังของตนเองก็
ยังมิอาจช่วยเหลือหมิงซวงได้ โชคดีที่หนานซาน
หวางเยว่ได้ยินข่าวนี้ ปรมาจารย์ไท่อี้อาจเป็นโอกาส
ที่ท าให้หมิงซวงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
“ เมื่อไม่นานมานี้หมิงซวงหลับใหลเข้าสู่นิทราไป
แล้ว ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของนางจะเป็นเช่นใด ”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็อดวิตกกังวลอย่างช่วยไม่ได้
หมิงซวงมีเพียงเสี้ยววิญญาณที่หลงเหลืออยู่ภายใน
พลองทองสมปรารถนา บางครั้งนางก็จะหลับใหล
แต่ครั้งนี้นางหลับไปนานมากแล้ว
ครั้งสุดท้ายที่หมิงซวงปรากฏตัว คือเมื่อหลายหมื่นปี
ก่อนตั้งแต่ที่เขาอยู่ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์แห่งภพ
เทพปีศาจ
” เพื่อป้องกันมิเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น ข้าควรไปหา
ปรมาจารย์ไท่อี้โดยเร็วที่สุด เพื่อขอร้องให้ท่านชุบ
ชีวิตนาง ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าไม่น่าจะสายเกินไป
หมิงซวงหลับใหลไปนานแล้ว ตอนนี้กลิ่นอายของ
นางอ่อนแอลงเรื่อย ๆ บางครั้งบางคราวมันก็แทบจะ
หายไป ด้วยเศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่นางก็แทบ
จะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว ไม่มีผู้ใดรับประกันได้ว่า
เศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ของนางจะอยู่ได้นาน
มากเพียงใด!
ดังนั้นสิ่งส าคัญที่ อู่ อวี้ ควรท าในยามนี้คือการ
ขอร้องปรมาจารย์ไท่อี้ และปล่อยวางเรื่องของหนาน
กงเหว่ยไปก่อนชั่วคราว
——————