กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1716: ไม่เสียใจในภายหลัง
อู่ อวี้ สามารถตัดสินใจได้ในทันทีทันใด จึงตัดสินใจ
กลับมายังสวรรค์ฤทัยก่อน
ใช้เวลาไม่นานนักเขาก็มาถึงสวรรค์ฤทัย และมิได้
ออกไปไหน เพราะสิ่งส าคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือหมิ
งซวง นางมีความส าคัญกับเขาเหนือสิ่งอื่นใด
หลังจากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ลั่วผินฟัง นางก็ไม่
สามารถช่วยเขาตัดสินใจในเรื่องนี้ได้
ด้วยเพราะทางเลือกหนึ่งคือพลองทองสมปรารถนา
ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งคือหมิงซวง ทั้งคู่อยู่กับ อู่ อวี้
มาตั้งแต่เริ่มฝึกฝนในทางใดเขาก็ไม่อยากละทิ้งทั้งสิ้น
เขาได้ส่งยันต์เซียนสื่อสารไปแจ้งข่าวเรื่องนี้ให้แก่
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซี เมื่อรู้สถานการณ์พวก
เขาก็ไม่รู้ว่าควรท าเช่นใดเหมือนกับลั่วผิน กล่าวได้
เพียงว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดสามารถ
ช่วยเหลือเขาได้ อู่ อวี้ จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจเอง
มีเวลาเหลือไม่มากส าหรับ อู่ อวี้ แต่เขาก็ยังคงฝึกฝน
ตามปกติในสวรรค์ฤทัย ขณะเดียวกันเขาก็พูดคุย
กับหมิงซวงมากขึ้น
“ หมิงซวงเจ้าตายมานานแค่ไหนแล้ว? ” อู่ อวี้ ถาม
อย่างไม่แน่ใจ
” ข้า… จ าไม่ได้แล้ว… ” การตอบสนองของหมิงซวง
ค่อนข้างช้ามากทีเดียว แถมยังฟังดูคลุมเครือไม่
ชัดเจน เห็นได้ชัดว่าสติสัมปชัญญะของนางไม่เหมือน
เมื่อก่อนแล้ว
หลังจากหมิงซวงตกตายเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของ
นางก็อยู่ในพลองทองสมปรารถนามาโดยตลอด และ
นางไม่อาจรู้ได้ว่าวันเวลาผ่านมานานแค่ไหนแล้ว
การที่จิตวิญญาณของหมิงซวงยังอยู่รอดมาถึงทุก
วันนี้ได้เป็นเพราะพลองทองสมปรารถนา เรื่องนี้
นับเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง ทว่าปัจจุบันเวลา
ของนางใกล้จะหมดลงแล้ว
“ ครั้งหนึ่งข้าเคยสัญญากับเจ้าว่าจะต้องคืนชีพให้
เจ้า สัญญาก็คือสัญญาข้าจะท าให้ได้ ” อู่ อวี้
พยายามพูดคุยกับหมิงซวงเป็นระยะ ๆ แต่หลาย
ครั้งหมิงซวงไม่ตอบสนองต่อค าพูดคุยของเขา
หากนางฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ นางจะต้องต่อต้านอย่าง
รุนแรงแน่ ๆ
อู่ อวี้ อยู่ที่พ านักของตนเอง ยามนี้พลองทองสม
ปรารถนาวางอยู่ตรงหน้าของเขา เขารู้ชัดเจนว่าจิต
วิญญาณที่หลงเหลืออยู่ของหมิงซวงอยู่ในนั้น นางจะ
คืนชีพได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาว่าจะ
เลือกหนทางไหน การตัดสินใจครั้งนี้มันท าให้เขารู้สึก
ล าบากใจเป็นอย่างยิ่ง
” อย่ามอบพลองทองสมปรารถนาให้ผู้ใดเด็ดขาด! อู่
อวี้ … ที่ผ่านมาแม้ข้าผู้นี้จะกรีดร้องให้เจ้าฟื้นคืนชีพ
อยู่ตลอด แต่เมื่อถึงวาระที่จะต้องตกตายจริง ๆ ข้า
เองก็ไม่อยากมีชีวิตรอดต่อไป เจ้าไม่จ าเป็นต้องเอา
พลองทองสมปรารถนาไปแลกเปลี่ยนกับปรมาจารย์
ไท่อี้ผู้นั้น ”
จากนั้นหมิงซวงพยายามหว่านล้อมให้ อู่ อวี้ เก็บ
พลองทองสมปรารถนาไว้
นี่คือรากฐานการฝึกตนของ อู่ อวี้ เขารู้ดีว่ามันมี
ความส าคัญมากเพียงใด ถ้าพลองทองสมปรารถนามี
ชีวิต อู่ อวี้ คงบอกว่ามันคือสหายที่ไม่สามารถละทิ้ง
ได้
แต่อย่างไรเสียพลองทองสมปรารถนาก็เทียบไม่ได้
กับหมิงซวง ในความคิดของ อู่ อวี้ เขาจะไม่ยอมแพ้
เรื่องหมิงซวงเด็ดขาด
ปรมาจารย์ไท่อี้คือความหวังเดียวส าหรับเขา
“ เจ้าก็รู้ดีว่าพลองทองสมปรารถนามีความส าคัญกับ
เจ้ามากเพียงใด ทั้งมันยังเกี่ยวข้องกับการสืบทอด
มรดกของฉีเทียนต้าเซิ่น ในบรรดาผู้สืบทอดพลอง
ทองสมปรารถนาในอดีต อู่ อวี้ เจ้าคือผู้ที่ท าได้ดีที่สุด
แล้ว ยิ่งไปได้ไกลมากเท่าใดอนาคตของเจ้าก็ไร้
ขีดจ ากัดมากเท่านั้น เจ้าอย่าได้มอบพลองทองสม
ปรารถนาเพื่อแลกกับการให้ข้ากลับมามีชีวิตเด็ดขาด
”
” ลองคิดดูสิ… แม้ว่าเจ้าจะช่วยให้ข้ามีชีวิตกลับคืน
มา แต่ตัวข้าก็ไม่ต่างจากตัวภาระ ไม่มีคุณค่า
เทียบเทียมเท่าพลองทองสมปรารถนา หากเจ้าขาด
พลองทองสมปรารถนาไปอนาคตของเจ้าจะเป็น
อย่างไร? ไหนจะความเกลียดชังที่เกิดขึ้นกับภพเทพ
ปีศาจอีกเล่า? เจ้าจะผ่านมันไปได้โดยที่ไม่มีพลอง
ทองสมปรารถนาได้อย่างไร? ”
หมิงซวงใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อโน้มน้าวพูดคุยกับ อู่
อวี้
นางไม่เคยต้องการให้ อู่ อวี้ เอาพลองทองสม
ปรารถนาไปแลกเปลี่ยนกับปรมาจารย์ไท่อี้ เพื่อให้
นางมีโอกาสถือก าเนิดใหม่
” อย่ากล่าวโง่ ๆ เช่นนั้น ”
อู่ อวี้ เอ่ยอย่างจริงจัง ” ถ้าเจ้าฟื้นขึ้นมา เจ้าจะเป็น
อีกคนที่ส าคัญที่สุดที่อยู่รอบตัวข้า จะเป็นแค่ตัวภาระ
ได้อย่างไร? ข้าไม่ยอมให้เจ้ากล่าวแบบนั้นเด็ดขาด!
” ถึงกระนั้นพลองทองก็มีความส าคัญต่อเจ้ามาก ข้า
จะมีชีวิตขึ้นมาเพื่อประโยชน์อันใด เจ้าควรรักษาต้น
พลองทองสมปรารถนาไว้จะดีกว่า ในภายภาคหน้า
เจ้าจะได้ล้างแค้นให้กับฉีเทียนต้าเซิ่นและภพเทพ
ปีศาจได้ ”
” ถ้าเจ้าสูญเสียพลองทองสมปรารถนาไป เจ้าจะยัง
คู่ควรเป็นผู้สืบทอดของฉีเทียนต้าเซิ่นอยู่อีกหรือ? ”
ท่าทีของหมิงซวงหนักแน่นมาก
อู่ อวี้ เห็นว่านางอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ เศษเสี้ยวจิต
วิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่ของนางก็อ่อนแอลงมาก
ขึ้นทุกขณะ ท าให้เขาไม่อยากจะกล่าวอันใดมากนัก
จุดยืนของนางชัดเจน อู่ อวี้ รู้ดีว่าเขาอาจไม่สามารถ
เปลี่ยนมุมมองความคิดของนางได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้
เช่นกันที่เขาจะตัดสินใจเลือกตามที่นางปรารถนา
อู่ อวี้ ศีรษะลงจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความสับสน
สองทางเลือกที่เขาต้องเลือกมันช่างยากเย็นเหลือเกิน
ที่ส าคัญคือท่าทีของหมิงซวงแน่วแน่จนเขาเริ่มรู้สึก
ลังเล
ไม่มีผู้ใดสามารถช่วย อู่ อวี้ ตัดสินใจในเรื่องนี้ได้
แม้แต่ปรมาจารย์สุภูติที่เขาเคารพนับถืออย่างสูง ก็ไม่
สามารถช่วย อู่ อวี้ ตัดสินใจได้ ครั้งนี้จะต้องเป็นตัว
เขาเองเท่านั้นที่ตัดสินใจ
เขาใช้เวลาเจ็ดทิวาราตรีครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ภายใน
สวรรค์ฤทัย
ในช่วงเจ็ดทิวาราตรีนี้เขาหวนร าลึกถึงประสบการณ์
ที่เคยฝันผ่านใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับหมิงซวงตั้งแต่เริ่มต้น
จวบจนปัจจุบัน
หลังจากที่เขากลายเป็นเทพเซียนก้าวขึ้นสู่สวรรค์
เวลาของเขาที่มีกับหมิงซวงก็ลดน้อยลงจริง ๆ
นับตั้งแต่นั้นมาหมิงซวงก็เอาแต่หลับใหล แทบไม่ได้
ออกมาพูดคุยกับ อู่ อวี้ เลย
ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบัน อู่ อวี้ มีเป้าหมาย
ชัดเจนเสมอ เขาฝึกฝนอย่างหนักระหว่างนั้นก็ต้อง
พยายามเอาชีวิตรอดมาโดยตลอด ท าให้เขาละเลย
ต่อหมิงซวง แต่บางครั้งเขาก็แอบสงสัยว่าไฉนนางถึง
ไม่ปรากฏตัวมาเป็นเวลานาน
แต่ตอนนี้ อู่ อวี้ รู้ค าตอบแล้วว่าท าไมนั่นเป็นเพราะ
เศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ของนางก าลังจะ
หายไป…
ตอนแรกที่ อู่ อวี้ ได้รับพลองทองสมปรารถนา เขา
ยังไม่เข้าใจมรดกของพลองทองสมปรารถนานี้มาก
พอ แล้วในตอนนั้นหมิงซวงคือคนที่สอนพลัง
อิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ให้แก่เขา
หมิงซวงจะเป็นคนตลกขี้เล่นอย่างมาก นางมักคิดว่า
ตนเองเป็นท่านย่าท่านยายอยู่เสมอ เมื่อหวนกลับไป
คิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ อู่ อวี้ ก็รู้สึกดีมากจริง ๆ
เขาพิจารณาอยู่เจ็ดทิวาราตรีในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ
“หมิงซวงรอก่อนนะ ข้าจะคืนชีพให้เจ้า”
อู่ อวี้ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับถือพลองทองสมปรารถนา
ไว้ในมือ แล้วประกาศการตัดสินใจของเขาให้แก่หมิ
งซวงรับทราบ
” กระไรนะ?ท าไมช่างเจ้าโง่นัก!”
หมิงซวงอดไม่ได้ที่จะก่นด่าสาปแช่ง ” คิดว่ากว่าที่
ท่านย่าอย่างข้าจะเคี่ยวกร าเจ้าจนกลายเป็นเทพ
เซียนมันง่ายดายนักหรือไร? เหตุใดถึงยอมละทิ้ง
พลองทองสมปรารถนาไปเช่นนี้?”
ดูท่าทางตอนนี้นางก าลังโกรธและฉุนเฉียวมาก
ส าหรับหมิงซวงที่เฝ้าดู อู่ อวี้ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ท า
ให้นางก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็น อู่ อวี้ บรรลุ
กลายเป็นจักรพรรดิเซียนได้ง่ายที่สุด นางก็รู้สึกว่า
ความพยายามหลายปีที่ผ่านมาของนางมิได้สูญเปล่า
แต่เมื่อ อู่ อวี้ ตัดสินใจที่จะสละพลองทองสม
ปรารถนาเพื่อนาง นางก็รู้สึกราวกับว่า อู่ อวี้ ก าลัง
จะทิ้งมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่น
แม้ว่า อู่ อวี้ จะฝึกฝนสี่มหาวิถีอิทธิฤทธิ์ของฉีเทียน
ต้าเซิ่นส าเร็จแล้วก็จริง ทว่าพลองทองสมปรารถนาก็
เป็นสัญลักษณ์การสืบทอดของฉีเทียนต้าเซิ่น ไหนจะ
ผนึกที่ยังไม่ได้ปลดอีก หากเขาสามารถปลดผนึกได้
ในอนาคต พลังอิทธิฤทธิ์เหล่านี้จะต้องช่วยเหลือ อู่
อวี้ ได้อย่างแน่นอน
แล้วท าไม อู่ อวี้ ถึงยอมสละพลองทองสมปรารถนา
ไปง่าย ๆ เช่นนี้ ?
“หมิงซวงเจ้าไม่จ าเป็นต้องหว่านล้อมข้าอีกแล้ว”
อู่ อวี้ กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ” ตลอดเจ็ดทิวาราตรีที่
ผ่านมา ข้าได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรอบคอบ
แล้ว ข้ายอมรับว่าระหว่างชีวิตของเจ้ากับพลองทอง
สมปรารถนานับเป็นเรื่องที่ยากจะตัดสินใจอย่าง
แท้จริง ข้า อู่ อวี้ ตัดสินใจแล้วก็จะไม่เสียใจที่หลัง!
หากข้าละทิ้งเจ้าไปในครั้งนี้ ในภายภาคหน้าข้าคง
โทษตนเองอย่างแน่นอน ฉะนั้นการฟื้นคืนชีพให้เจ้า
กลับมามีชีวิตอีกครั้งจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ”
” เจ้ายอมมอบพลองทองสมปรารถนาให้กับผู้อื่น เจ้า
จะไม่เสียใจหรือ?” หมิงซวงหัวเสียเป็นอย่างมาก
“มันแตกต่างกัน”
อู่ อวี้ อธิบาย ” แม้ว่าพลองทองสมปรารถนาจะถูก
ส่งมอบให้กับปรมาจารย์ไท่อี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า
ในอนาคตจะไม่มีโอกาสได้รับมันกลับคืนมาเสียหน่อย
บางทีเจ้าอาจถามปรมาจารย์ไท่อี้ว่ามีสิ่งใดที่สามารถ
แลกเปลี่ยนได้บ้างหรือไม่? แต่ส าหรับเจ้าแล้วนี่ถือ
เป็นโอกาสสุดท้าย ”
หลังจากผ่านไปเจ็ดทิวาราตรี อู่ อวี้ ก็คิดเรื่องนี้ออก
หากปล่อยให้เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของหมิงซวงสูญ
สลายไป นางจะหายไปตลอดกาลไม่สามารถฟื้น
คืนกลับมาได้อีก
ทว่าส าหรับพลองทองสมปรารถนา แม้จะถูกส่งมอบ
ให้กับปรมาจารย์ไท่อี้ แต่มันก็ยังคงอยู่ในโลกนี้ตลอด
กาล
แม้ว่าอาจจะเป็นเรื่องยากที่เอามันกลับคืน แต่ตราบ
ใดที่มันยังอยู่เขาก็ยังมีหวัง
ถึงแม้การตัดสินใจครั้งนี้จะท าให้ฉีเทียนต้าเซิ่นเสียใจ
เล็กน้อย แต่ส าหรับ อู่ อวี้ นี่เป็นการตัดสินใจเพียง
ครั้งเดียวที่จะท าให้เขาที่ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
หลังจากกล่าวจบ เขาก็ไม่สนใจกับอาการต่อต้าน
อย่างรุนแรงของหมิงซวง เขาน าพลองทองสม
ปรารถนาไปหาปรมาจารย์สุภูติทันที
เพื่อให้เข้าพบปรมาจารย์ไท่อี้ เขาจ าต้องได้รับ
ค าแนะน าจากปรมาจารย์สุภูติ เฉพาะค ากล่าวของ อู่
อวี้ เองคงยากที่จะได้พบปรมาจารย์ไท่อี้
ณ โถงอารามของปรมาจารย์สุภูติ ท่านก าลังนั่ง
หลับตาเข้าฌานฝึกสมาธิ
เมื่อ อู่ อวี้ มาหาท่าน พร้อมบอกเล่าการตัดสินใจของ
ตนเองให้ปรมาจารย์สุภูติได้รับทราบ ท าให้ท่านอด
ไม่ได้ที่จะลืมตาพร้อมกับแสดงสายตาประหลาดใจ
เล็กน้อย “เจ้าจะมอบศาสตราเซียนก าเนิดภพงั้นหรือ
?นี่คือศาสตราเซียนก าเนิดภพระดับสูงสุด เจ้าเสีย
มันไปตลอดกาล! ”
” ขอรับ… ศิษย์ทราบในเรื่องนี้ แต่ศิษย์ได้ตัดสินใจ
แล้ว ที่ส าคัญการตัดสินใจครั้งนี้ศิษย์มีสติสัมปชัญญะ
ชัดเจน จะไม่มีวันเสียใจในภายหลัง ” อู่ อวี้ กล่าว
ด้วยท่าทีจริงจังหนักแน่น
เมื่อเห็น อู่ อวี้ มีความเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก
ปรมาจารย์สุภูติก็ไม่คิดโน้มน้าวเขาอีกต่อไป เพียงแค่
ท่านรู้สึกจนปัญญากับเรื่องนี้
อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจไปแล้ว ปรมาจารย์สุภูติเข้าใจว่าไม่
ว่าท่านจะกล่าวอันใดออกมาก็คงจะไร้ประโยชน์ ยิ่ง
ไปกว่านั้นท่านยังเข้าใจในสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าว ถ้าเขาไม่
ยอมมอบศาสตราเซียนก าเนิดภพ เขาจะต้องเฝ้ารอดู
เศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ของหมิงซวงสูญสลาย
หายไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งเขาจะต้องเสียใจมากอย่าง
แน่นอน
แทนที่จะปล่อยให้เรื่องราวเป็นเช่นนั้น มันย่อมดีกว่า
ที่ตัดสินใจให้หมิงซวงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
” ก็ได้… เช่นนั้นก็มากับข้า”
ทันทีที่ปรมาจารย์สุภูติยกมือขึ้น ท่านก็พา อู่ อวี้ ออก
จากสวรรค์ฤทัย มุ่งหน้าตรงไปที่ถ ้าประกายแสง
สวรรค์ก าเนิดฟ้าเพื่อไปหาปรมาจารย์ไท่อี้อีกครั้ง
อู่ อวี้ ใช้เวลาในการตัดสินใจเป็นเวลาเจ็ดทิวาราตรี
ซึ่งถือว่าไม่นานนัก กับเทพเซียนมันแค่ช่วงเวลาเพียง
พริบตาเท่านั้น
เมื่อปรมาจารย์สุภูติกับ อู่ อวี้ เดินทางไปที่ถ ้า
ประกายแสงสวรรค์ก าเนิดฟ้าอีกครั้ง ปรมาจารย์ไท่อี้
ก็ออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยตนเอง จากนั้นก็พา
พวกเข้าไปที่อารามอันเงียบสงบอีกครั้ง
“ มาหาครั้งนี้ แสดงว่ายอมมอบศาสตราเซียนก าเนิด
ภพให้ข้าแล้วใช่หรือไม่?” ปรมาจารย์ไท่อี้ทักทายทั้ง
สองด้วยรอยยิ้ม
” ใช่… ผู้เยาว์ยินดีมอบศาสตราเซียนก าเนิดภพให้ผู้
อาวุโส แลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือน้องสาวของข้า
หมิงซวงให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง!” อู่ อวี้ กล่าวอย่าง
ตั้งใจ
“ดีมาก”
ปรมาจารย์ไท่อี้ยิ้มด้วยความพึงพอใจ เห็นได้ชัดว่า
เขามีความสุขมาก แต่ในฐานะผู้อาวุโสเขาก็วางตัวได้
ดีมากเช่นกัน เพราะเขาไม่ได้ขอพลองทองสม
ปรารถนาจาก อู่ อวี้ ก่อน เพียงแค่โบกมือ ” ตามข้า
มา ข้าจะสร้างร่างกายให้กับน้องสาวของเจ้า เมื่อถึง
ตอนนั้นเจ้าค่อยมอบศาสตราเซียนก าเนิดภพให้ข้าก็
ได้ ”
เขาเป็นจักรพรรดิเซียนชั้นสูงบนสวรรค์ เขาย่อมไม่
กลัวว่า อู่ อวี้ จะกลับค า
ต่อให้ อู่ อวี้ ต้องการตระบัดสัตย์ แต่ปรมาจารย์สุภูติ
คงไม่สามารถปกป้องเขาได้ ดังนั้นปรมาจารย์ไท่อี้จึง
ไม่รีบร้อน
ภายใต้การน าของปรมาจารย์ไท่อี้ ไม่นานนักพวกเขา
ก็มาถึงสถานที่ที่เรียกว่า ‘สระบัวนิรันดร์’
——————