กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1715: เงื่อนไขการแลกเปลี่ยน
ณ ลานอารามเซียนของถ ้าประกายแสง ปรมาจารย์
สุภูติกับปรมาจารย์ไท่อี้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันและกัน
ขณะ อู่ อวี้ ยืนอยู่ข้างหลังปรมาจารย์สุภูติอย่าง
เคารพ
” ท่านไท่อี้… ถ ้าประกายแสงแห่งนี้งดงามประดุจ
ภาพวาดเซียน ทุกครั้งที่มาข้ารู้สึกเพลิดเพลินจนลืม
กลับอารามของตนเองเลยทีเดียว!”
ปรมาจารย์สุภูติยังคงชื่นชมของปรมาจารย์ไท่อี้ ด้วย
เพราะหากเปรียบเทียบสถานที่งดงามทั้งหมดของ
สวรรค์ ที่นี่งดงามไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะ
ดอกบัวจ านวนนับไม่ถ้วนและกลิ่นหอมละมุนที่ชวน
เคลิบเคลิ้มหลงใหล
” ปรมาจารย์สุภูติกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร ? สวรรค์
ฤทัยของท่านก็เป็นที่ต้องการมากเช่นกัน! อนิจจาข้า
หวังอย่างยิ่งว่าแดนสวรรค์จะมอบวังสวรรค์ให้ข้าได้
มากกว่านี้ คงดีไม่น้อยหากคนแก่ยังหาได้อยู่ใน
สถานที่ที่แตกต่างไปจากเดิม? เฮ้อ∼ ช่างน่าเสียดาย
จริงๆ! ” ปรมาจารย์ไท่อี้ส่ายศีรษะ พร้อมกับท า
ท่าทางข าขันเล็กน้อยซึ่งเหมาะกับลักษณะของชาย
หนุ่มผู้นี้
คงต้องบอกว่าบุคลิกของปรมาจารย์ไท่อี้น่าสนใจมาก
ทีเดียว แต่ทันทีที่ อู่ อวี้ เห็นเขาเป็นครั้งแรก กลับท า
ให้จิตใจของ อู่ อวี้ รู้สึกกังวลกระสับกระส่ายเป็น
อย่างยิ่ง
“เชิญชม”
เมื่อเขามาถึงจุดนี้ปรมาจารย์ไท่อี้ก็ยกมือขึ้น พร้อม
โบกสะบัดพัดลายดอกบัวในมือเล็กน้อย ปรากฏเป็น
รุ้งหลากขึ้นท่ามกลางท้องเวหา อยู่เหนือด้านบนของ
ลานที่เงียบสงบแห่งนี้
บนสายรุ้งเจ็ดสีมีภาพที่แผ่นภาพที่ค่อย ๆ ถูกคลี่ออก
อย่างช้า ภาพนั้นดูราวกับสามารถเคลื่อนไหวได้ มัน
คือภาพของ อู่ อวี้ ก าลังต่อสู้กับยอดฝีมือมากมายใน
บททดสอบจักรพรรดิเซียนเมื่อไม่นานมานี้
ภาพการเคลื่อนไหวที่ปรากฏในสายรุ้ง อู่ อวี้ ได้
เอาชนะลุ่ยเทียนหยวนบุตรชายของเจ้าแม้ฟ้าแล่บ
เตียนบ๊อกับเทพอัสนีลุ่ยกง ต่อมาก็เป็นภาพที่เขา
เผด็จศึกโจมตีโจวเนี่ยนชางบุตรชายของแม่ทัพเทียน
โย่ว จากนั้นก็เป็นภาพของนางเซียนเหยาอวิ๋น , หลี่
เทียนจีและหยางเชียน กล่าวได้ว่าทุกการต่อสู้ ไม่มี
ผู้ใดคาดคิดว่าเขาจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ในที่สุด
ตลอดบททดสอบจักรพรรดิเซียน อู่ อวี้ พัฒนาตนเอง
ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไปพร้อมกับพลองทองสม
ปรารถนาในมือของเขา เริ่มตั้งแต่การที่เขาสามารถ
เผิดผนึกแรกได้จนไปถึงผนึกที่สาม ท าให้เขาสามารถ
ใช้พลังอิทธิฤทธิ์สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น , เศียรวิงเวียน
, โล่วัชระ ท าให้เขามีความแข็งแกร่งเหนือกว่าราชัน
เทวะทั้งหมด แม้แต่ทายาทจักรพรรดิเซียนที่มีฝีมือ
สูงส่งอย่างหลี่เทียนจีกับหยางเชียน เขาก็ยังเอาชนะ
ได้
” เยี่ยม! เยี่ยมมาก!!! ”
ปรมาจารย์ไท่อี้เฝ้าดูการต่อสู้ของ อู่ อวี้ บนแผ่นภาพ
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มพร้อมกับค าชมเชย ”
อู่ อวี้ พลองทองในเมืองของเจ้านับว่าไม่ธรรมดาเป็น
อย่างยิ่ง หากมิใช่เพราะศาสตราเซียนก าหนดภพชิ้น
นี้ เจ้าคงไม่อาจคว้าชัยชนะในบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนมาได้ ”
“ สายตาและความเข้าใจของผู้อาวุโสส่องสว่างแจ่ม
ชัดประดุจคบเพลิง ท่านอาวุโสกล่าวถูกต้องแล้ว ” อู่
อวี้ พยักหน้าอย่างสุภาพ
จากนั้นภาพบนสายรุ้งเจ็ดสีก็เปลี่ยนเป็นฉากการต่อสู้
ระหว่าง อู่ อวี้ กับเจ้าหงส์ระบ าเพลิง เป็นภาพการ
ต่อสู้ก่อนและหลังที่พวกเขาก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ
เซียนตามล าดับ
ในการต่อสู้ครั้งแรก อู่ อวี้ ถูกบดขยี้โดยเจ้าหงส์ระบ า
เพลิง และการต่อสู้ที่สอง อู่ อวี้ สามารถเอาชนะเจ้า
หงส์ระบ าเพลิงด้วยพลังอิทธิฤทธิ์ที่ยอดเยี่ยมหลังจาก
ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียน ท าให้เขากู้ชื่อเสียง
เกียรติยศของตนเองกลับคืนมาได้!
ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน
หรือศึกการต่อสู้ระหว่างเขากับเจ้าหงส์ระบ าเพลิง อู่
อวี้ เป็นที่สนใจของผู้คนบนสวรรค์อย่างยิ่ง ซึ่งเป็น
เรื่องปกติที่ปรมาจารย์ไท่อี้จะสังเกตเห็นเรื่องนี้
เพียงแค่ อู่ อวี้ ไม่รู้จุดประสงค์ของปรมาจารย์ไท่อี้
เพราะเหตุใดถึงเอาภาพดังกล่าวออกมาในเวลานี้?
ปรมาจารย์สุภูตินั่งตัวตรงด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ขณะที่จิบชาหอม ๆ ของปรมาจารย์ไท่อี้ไปพลาง ๆ
โดยไม่กล่าวอันใดมีเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าเท่านั้น
จากนั้นปรมาจารย์ไท่อี้ก็เหลือบมองไปที่ อู่ อวี้ แล้ว
ถามด้วยรอยยิ้ม ” อู่ อวี้ ศักดิ์ฐานะแลชื่อเสียงบน
สวรรค์ของเจ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก แถมเจ้าก็ยังมี
ปรมาจารย์สุภูติคอยสั่งสอน ท าให้คนแก่อย่างข้า
สงสัยจริง ๆ ว่าจะมีสิ่งใดที่ข้าจะช่วยเหลือเจ้าได้
อีก?”
ในที่สุดปรมาจารย์ไทอี้ก็กล่าวเข้าเรื่อง
อู่ อวี้ รู้สึกตึงเครียดอยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตามเขาก็ยัง
กล่าวด้วยความเคารพและสุภาพ ” ผู้อาวุโส ข้ามี
น้องสาวอยู่ผู้หนึ่ง ยามที่ข้าฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรช่วงปี
แรก ๆ นางเป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่ยัง
หลงเหลืออยู่ ข้าได้ยินมาว่าปรมาจารย์ไท่อี้มีวิธีชุบ
ชีวิตผู้คนให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ผู้อาวุโสโปรด
เมตตาช่วยชีวิตหมิงซวงน้องสาวของด้วย จะถือเป็น
พระคุณของข้าน้อยอย่างยิ่ง! ”
เขาอธิบายความสัมพันธ์ของตนเองกับหมิงซวง ซึ่ง
ความสัมพันธ์เช่นนี้สมเหตุสมผลและยอมรับได้
มากกว่า
“ ชุบชีวิตฟื้นคืนจากความตายเช่นนั้นหรือ? ”
ปรมาจารย์ไท่อี้ยังคงยิ้มอย่างนุ่มนวล ดวงเนตรของ
เขาไร้ซึ่งความผันผวนใด ๆ ราวกับว่ารับรู้ถึงเจตนา
ของ อู่ อวี้ มานานแล้ว หรือไม่เขาก็คงเดาไว้แล้วว่า
อู่ อวี้ ปรารถนาสิ่งใด เพราะอย่างไรเสียการชุบชีวิต
คนตายนั้นแม้กระทั่งปรมาจารย์สุภูติก็ยังท าไม่ได้
กล่าวได้ว่าทั่วทั้งแดนสวรรค์มีเพียงเขาเท่านั้นที่
สามารถท าได้
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดที่สาเหตุการมาในครั้งนี้ของ
อู่ อวี้ คือการขอร้องให้เขาใช้ ‘ดอกบัวนิรันดร์’ ชุบ
ชีวิตผู้คน
” ดอกบัวนิรันดร์ ถือเป็นวิญญาณเซียนชั้นสูงสุด
ท่ามกลางสวรรค์และปฐพีแห่งนี้ แม้แต่ตัวข้าก็ยังยาก
จะท าให้มันก าเนิดขึ้นมาได้ ”
พัดจีบลายดอกบัวในมือของปรมาจารย์ไท่อี้โบก
สะบัดอย่างแผ่วเบา หลังจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นอย่าง
สง่างามว่า ” อู่ อวี้ หากเจ้าต้องการให้น้องสาวของ
เจ้ารอด ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เจ้าต้องมอบศาสตรา
วุธชั้นยอดพลองทองให้แก่ชายชราผู้นี้ เช่นนั้นถึงจะ
นับเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า! ”
เมื่อได้ยินค ากล่าวของเขา หัวใจของ อู่ อวี้ ก็บีบรัด
ทันที
ต้องการพลองทองสมปรารถนาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
เช่นนั้นหรือ?
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ ตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย!
พลองทองสมปรารถนา อยู่กับเขาตั้งแต่ก้าวเข้าสู่
เส้นทางแห่งการฝึกฝนบ าเพ็ญตนในนิกายกระบี่
สวรรค์ จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้พลองทองสม
ปรารถนาตื่นขึ้นจากการปลดผนึกแรก ท าให้ อู่ อวี้
สามารถใช้พลังของพลองสมปรารถนาได้
คงต้องบอกว่าพลองทองสมปรารถนา มีความส าคัญ
กับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
นามเดิมของมันก็คือ ‘เสาเทวะค ้าธาราสวรรค์’
จนกระทั่งบัดนี้บนตัวพลองได้ถูกปลดผนึกไปแล้ว
สามผนึก จึงกล่าวได้ว่าพลองทองสมปรารถนาเป็น
เช่นดังแขนขาของ อู่ อวี้ หากสูญเสียมันไป ไม่
เพียงแต่ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ จะลดลงเท่านั้น
แต่มันยังเป็นศาสตราที่มีคุณค่าต่อจิตใจของเขาอย่าง
ยิ่งยวด
นี่คือสิ่งล ้าค่าที่เสิ่นอู๋เต๋ามอบให้แก่เขา เพราะชายชรา
ท าให้ อู่ อวี้ ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนบ าเพ็ญ
เพียรอย่างแท้จริง
และที่ส าคัญยิ่งไปกว่านั้นคือมันมีมรดกของฉีเทียนต้า
เซิ่นอยู่ มรดกที่เขาได้รับล้วนอยู่ภายในพลองทองสม
ปรารถนานี้ เป็นรากฐานความส าเร็จของเขาใน
เส้นทางแห่งการฝึกฝนบ าเพ็ญตราบจนปัจจุบัน
ทั้งยังเป็นหนึ่งในเบาะแสส าคัญที่จะช่วยค้นหา
ความลับของฉีเทียนต้าเซิ่นในอนาคต หากสูญเสีย
พลองทองสมปรารถนาไป เขาคงไม่มีทางค้นพบ
ความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการตายของฉีเทียนต้าเซิ่น
และการบดขยี้ท าลายล้างภพเทพปีศาจอย่าง
แน่นอน
ไม่ว่าเหตุผลใดพลองทองสมปรารถนาก็มี
ความส าคัญกับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
หากเขาต้องมอบพลองทองสมปรารถนาให้
ปรมาจารย์ไท่อี้ อู่ อวี้ สามารถจินตนาการได้ทันทีว่า
ตนเองไม่มีทางได้รับมันกลับคืนมาอย่างแน่นอน บาง
ทีเขาอาจจะเสียมันไปตลอดกาล
แต่…
อู่ อวี้ หวนนึกไปถึงหมิงซวงเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่อยู่
กับเขามาตั้งแต่แรก บัดนี้นางหลับใหลมาอย่าง
ยาวนาน เป็นไปได้ว่านางอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย
อู่ อวี้ ไม่มีทางทนดูเศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่
ของหมิงซวงสลายหายไปได้อย่างแน่นอน
แต่พลองทองสมปรารถนาก็ส าคัญกับเขามากเช่นกัน
ท าให้เขาตัดสินใจได้ยากยิ่ง
ภายในใจของเขาเอนเอียงไปทางการมอบพลองทอง
สมปรารถนาให้กับฝ่ายตรงข้าม ท้ายสุดแล้วไม่ว่าจะ
ส าคัญมากเพียงใดมันก็เป็นเพียงสิ่งของ แต่หมิงซวง
คือคนที่จะอยู่เคียงข้างเขาเสมือนญาติพี่น้องไปตราบ
นานเท่านาน
แต่เมื่อคิดได้ดังนั้น น ้าเสียงซึ่งเต็มไปด้วยความ
อ่อนแอระโหยโรยราก็ดังขึ้น “ อู่ อวี้ อย่า ”
เสียงที่อ่อนแอนี้กลับกลายเป็นหมิงซวง ซึ่งไม่ได้
ปรากฏกายมานานแล้ว!
อาจเป็นเพราะค ากล่าวของ อู่ อวี้ ท าให้นางตื่นจาก
การหลับใหล ดูเหมือนนางจะตระหนักถึงสถานการณ์
เบื้องหน้า จึงหันมากล่าวกับ อู่ อวี้ ในใจ ” อย่าแลก
พลองสมปรารถนาเด็ดขาด… หากเจ้าบังอาจมอบมัน
ให้ผู้อื่น ท่านย่าผู้นี้… จะไม่มีทางมีความสุข แม้ข้าจะ
ฟื้นคืนชีพมาแล้วก็ตาม ข้า…ข้าจะไม่มีทางอภัยให้
เจ้าอย่างแน่นอน! ”
นางยังคงข่มขู่ อู่ อวี้ ด้วยท่าทางดุร้ายเหมือนเช่นดั่ง
เก่าก่อน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้นางอ่อนแอเกินไป แม้
จะรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นางก็ไร้ซึ่งก าลังจะ
ห้ามปราม
อู่ อวี้ อดรู้สึกเศร้าเสียอย่างช่วยไม่ได้ เขากล่าวว่า ”
อย่าออกมา พักผ่อนไปเสีย ”
ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ของหมิ
งซวงอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ค าพูดของนางยังไม่
ต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สัญญาณทั้งหมดดูเหมือนเป็นการบ่งบอกว่าหมิงซวง
เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ราวกับว่าเศษเสี้ยว
วิญญาณที่เหลืออยู่ของนางสูญสลายไปได้ทุกเมื่อ
หากเป็นเช่นนั้นหมิงซวงจะสูญสลายไปจากโลกใบนี้
อย่างสิ้นเชิง แล้วในที่สุดการคงอยู่ของนางก็จะถูกลบ
เลือนไปตามกาลเวลา
อู่ อวี้ รู้สึกตะลึง
ท่ามกลางลานเงียบสงบซึ่งเต็มไปด้วยดอกบัว ท าให้
อู่ อวี้ สูญเสียความมุ่งมั่นที่เคยมีไปจนสิ้น
พลองทองสมปรารถนาหรือหมิงซวง? นับเป็น
ทางเลือกที่ยากล าบากยิ่ง! โดยเฉพาะสิ่งที่หมิงซวง
กล่าวกับเขา ท าให้เขารู้ว่าเมื่อเทียบกับชีวิตของนาง
แล้ว หมิงซวงหวังว่าจะได้เห็นตัวเขากับพลองทอง
สมปรารถนา ทะยานขึ้นไปบนจุดสูงสุดของแดน
เซียนวังสวรรค์ หรือแม้กระทั่งล้างแค้นให้กับฉีเทียน
ต้าเซิ่นและพรรคพวก
ยิ่งไปกว่านั้นเศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ของหมิ
งซวง ยังอาศัยอยู่ในพลองทองสมปรารถนามานาน
แล้ว ท าให้นางรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านของตนเอง
บางทีส าหรับหมิงซวงแล้วแม้ว่าจะต้องหายไปอย่าง
สมบูรณ์นางก็ยินดี แต่นางไม่ยินยอมให้ ‘บ้าน’ ของ
ตนเองตกไปอยู่ในมือผู้อื่น
ทางเลือกนี้ยากล าบากเป็นอย่างยิ่ง จน อู่ อวี้ ลังเล
อยู่พักหนึ่ง
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเฝ้าดูจิตวิญญาณของหมิงซวง
สลายหายไป แต่เขาก็ไม่อยากเสียพลองสมปรารถนา
ไปเช่นกัน แต่ถ้าต้องเลือกสักทาง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
เขาเลือกจะช่วยชีวิตหมิงซวง
“ มันยากที่จะตัดสินใจใช่หรือไม่ ชายชราอย่างข้า
เข้าใจความยากล าบากของเจ้าดี ”
ปรมาจารย์ไท่อี้ยิ้มเล็กน้อยแล้วเขาว่า “ ในโลกนี้ไม่มี
การค้าใดไร้ต้นทุน ในเมื่ออยากได้อะไรก็ต้องยอมเสีย
บางอย่าง เท่าก็นี้ก็นับว่าสมเหตุสมผลแล้วมิใช่หรือ?
ที่ส าคัญทั้งตัวของเจ้ามีเพียงสิ่งเดียวที่ท าให้ชายชรา
อย่างข้าสนใจ ”
เขากล่าวถูกต้อง แต่ถ้า อู่ อวี้ ตัดสินใจที่จะ
แลกเปลี่ยน คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะอธิบายเรื่องนี้
ให้หมิงซวงเข้าใจ
แม้ว่าตอนนี้หมิงซวงจะอยู่ในสภาวะอ่อนแอเป็น
อย่างมาก แต่มุมมองความคิดของนางยังคงมุ่งมั่น
นางไม่มีทางเห็นด้วยกับ อู่ อวี้ ที่จะยอมมอบพลอง
ทองสมปรารถนาให้แก่ผู้อื่น
สีหน้าของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความตึงเครียดกังวล ”
ผู้อาวุโสส าหรับการแลกเปลี่ยนนี้ ผู้น้อยเกรงว่าคง
ต้องขอเวลาคบคิดอีกสักหน่อย”
“ไม่มีปัญหา”
ปรมาจารย์ไท่อี้มีบุคลิกเรียบง่ายสบาย ๆ เขาโบกมือ
อย่างผ่อนคลาย ไม่ได้เร่งเร้าให้ อู่ อวี้ ตัดสินใจ
อย่างไรก็ตามเขามองมาที่ อู่ อวี้ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
ว่า ” จะว่าไป… เหตุใดเจ้าถึงไม่ให้ข้าลองดูก่อนว่า
น้องสาวของเจ้าอาการเป็นอย่างไร?นอกจากนี้มัน
ยังช่วยให้เจ้าและข้าเตรียมความพร้อมรับมือกับเรื่อง
นี้ด้วย”
“ขอรับ”
อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็รีบแสดงสภาพการณ์ของหมิ
งซวง ให้ปรมาจารย์ไท่อี้ได้ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว
จากอาการท าให้ปรมาจารย์ไท่อี้เห็นชัดว่าเศษเสี้ยว
จิตวิญญาณของนางอ่อนแอเป็นอย่างมาก ทันทีที่ได้
เห็นเขาจึงส่ายศีรษะ ” นางคงเหลือเวลาอีกไม่มาก
แล้ว อู่ อวี้ ถ้าเจ้าไม่ต้องการเห็นจิตวิญญาณของ
น้องสาวเจ้าแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา ก็รีบตัดสินใจ
ให้เร็วที่สุด ”
ค ากล่าวเหล่านี้ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกหนักใจมากยิ่งขึ้น
เขารู้อยู่แก่ใจดีว่าหมิงซวงอยู่ในสภาพที่อ่อนแอเป็น
อย่างมาก แม้จะหลับใหลยาวนานหลายหมื่นปี แต่
เมื่อได้ยินค ากล่าวของปรมาจารย์ไท่อี้ อู่ อวี้ ก็
ตระหนักถึงสถานการณ์เร่งด่วนในตอนนี้
———————–