กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1720: พิภพพระพุทธรูป
อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อเห็นพลองทองสมปรารถนาปรากฏต่อหน้า พวก
เขาก็แทบไม่อยากจะเชื่อเลย
อย่างไรก็ตามด้วยการเชื่อมโยงระหว่าง อู่ อวี้ กับ
พลองทองสมปรารถนา ท าให้เขามั่นใจได้อย่าง
ยิ่งยวดว่านี่คือพลองทองสมปรารถนาจริง ๆ ส่วนอีก
สามคนที่เหลือก็มีสัมพันธ์เชื่อมโยงบางส่วนกับพลอง
ทองสมปรารถนาเช่นกัน และสิ่งที่พวกเขาเห็นในยาม
นี้เป็นเรื่องจริงแน่นอนมิใช่ภาพลวงตา
” ดูเหมือนพลองทองสมปรารถนาจะเปลี่ยนไป
เล็กน้อย ดูมิค่อยเสถียรมั่นคงสักเท่าใด เป็นไปได้
หรือไม่ว่าปรมาจารย์ไท่อี้จะปรับแต่งมัน? ”
เมื่อ อู่ อวี้ สังเกตพลองทองสมปรารถนาอย่าง
ละเอียด เขาก็อดสงสัยอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้เขา
ปล่อยวางเรื่องหมิงซวงกับหนานกงเหว่ยก่อน
ชั่วคราว เขายื่นมือไปจับพลองทองสมปรารถนาด้วย
ต้องการดูว่ามันเปลี่ยนไปอย่างไร
ซึ่งเวลานี้พลองทองสมปรารถนาอยู่นอกการควบคุม
ของ อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์ จากนั้นมันก็เริ่มดูดซับพลัง
เซียนพิภพจักรพรรดิของ อู่ อวี้ อย่างรุนแรง!
ท่าทางการแสดงออกของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไป แต่มันก็
สายเกินไปที่จะถอย
ลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี จงมองไปที่
พลองทองสมปรารถนาด้วยท่าทางสับสน หลังจาก
เห็นมันดูดซับพลังเซียนพิภพจักรพรรดิของ อู่ อวี้
ทันใดนั้นตัวพลองก็แปรเปลี่ยนเป็นกระแสวังวนสี
ทอง และมีเสียงแปลก ๆ กระซิบออกมาจากด้านใน
กระแสวังวน!
อู่ อวี้ คุ้นเคยกับเสียงเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง มันเป็นเช่น
เดียวการท่องสัจจะคาถาตอนที่บ่มเพาะกายยาเพชร
อมตะ!
ลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี ต่างคุ้นเคยกับ
เสียงบทสวดการท่องสัจจะคาถาเช่นกัน เพราะ
ในขณะที่พวกเขาก าลังฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์จากมรดก
พวกเขาก็เคยได้ยินเสียงบทสวดเช่นเดียวกันนี้มา
ก่อน
ดูเหมือนเสียงบทสวดสัจจคาถานี้จะมาจากสถานที่
พิเศษบางแห่ง เฉกเช่นเดียวกับมรดกที่ อู่ อวี้ สืบ
ทอดมาจากฉีเทียนตาเซิ่น เคล็ดบ่มเพาะพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่พวกเขาฝึกฝนบ าเพ็ญ ล้วนมีพลังแห่ง
พุทธะสัจจะคาถานี้
“ดูเหมือนมันจะเป็นพิภพใหม่?”
อู่ อวี้ ไม่สามารถหยุดยั้งหรือต่อต้านกระแสวังวนสี
ทองได้เลย ท าให้พวกเขามองเห็นพิภพภายในกระแส
วังวนได้อย่างเลือนราง
ระหว่างที่พวกเขาทั้งสี่ก าลังสังเกตสถานการณ์อย่าง
ละเอียด ทันใดนั้นพวกเขาทั้งสี่ก็ถูกกระแสวังวนสี
ทองดูดหายไปจากต าแหน่งเดิมที่พวกเขาอยู่แทบจะ
ในเวลาเดียวกัน จากนั้นพวกเขาก็หายไปจากสวรรค์
ฤทัยพร้อมกับพลองสมปรารถนาราวกับว่าไม่เคย
ปรากฏมาก่อน
กล่าวได้ว่าในเวลานี้ อู่ อวี้ กับพรรคพวกรวมถึง
พลองทองสมปรารถนา ถูกวังวนสีทองดูดกลืน
หายไปอย่างสมบูรณ์
อยู่ ๆ พวกเขาทั้งหมดก็หายไป!
ทันทีที่พวกเขาหายตัวไป บริเวณใกล้เคียงก็ปรากฏ
คลื่นความผันผวนในความว่างเปล่าขึ้น แล้วมีร่าง
สองร่างปรากฏตัวอยู่นอกอาราม
ทั้งสองคือปรมาจารย์สุภูติและปรมาจารย์ไท่อี้
“ปรมาจารย์ไท่อี้ ไฉนท่านถึงมาอยู่ที่นี่? ” ปรมาจารย์
สุภูติเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เพราะ
ท่านไม่คิดว่าอาจารย์ไท่อี้จะมา
“ข้าก าลังตามหา อู่ อวี้” ปรมาจารย์ไท่อี้กวาดตามอง
ไปรอบ ๆ ด้วยอาการหน้านิ่วคิ้วขมวด เนื่องจากเขา
ไม่พบร่องรอยของ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
“ท่านตามหาเขาท าไม?” ปรมาจารย์สุภูติไต่ถามด้วย
ความประหลาดใจ
” ปรมาจารย์สุภูติท่านพอรู้เรื่องเกี่ยวกับศาสตรา
เซียนก าเนิดภพของ อู่ อวี้ ที่มีชื่อว่า ‘พลองทองสม
ปรารถนา’ หรือไม่? ขณะที่ข้าก าลังศึกษามัน อยู่ ๆ
มันก็บินหายไปเอง!” ปรมาจารย์ไท่อี้กล่าวด้วยความ
เหลือเชื่อ เขาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“มันบินหนีไป!”
เมื่อปรมาจารย์สุภูติได้ยินก็รู้สึกตื่นตกใจไม่น้อย ”
ศาสตราเซียนก าเนิดภพสามารถรอดพ้นจากมือของ
ท่าน ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!”
“ข้าเองก็สงสัยเช่นกัน! คาดว่าพลองทองสม
ปรารถนาจะต้องกลับมาหา อู่ อวี้ ศิษย์ของท่าน ท่าน
รู้หรือไม่ว่าเขาอยู่ที่ใด? ” ปรมาจารย์ไท่อี้กล่าวกล่าว
ด้วยท่าทางวิตกกังวล
เขามีความสนใจกับสมบัติทุกชนิดบนสากลโลกนี้ ใน
ที่สุดเขาก็ได้พบกับศาสตราเซียนก าเนิดภพที่น่าสนใจ
แต่มันหลบหนีหลุดรอดจากเงื้อมมือเขาเสียนี่ เขาไม่
เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
“เช่นนั้นเราก็ไปตามหาเขากัน” ปรมาจารย์สุภูติช่วย
ค้นหารอบ ๆ อยู่พักใหญ่ ๆ ทว่าปรมาจารย์ไท่อี้ก็ไม่
เห็นแม้แต่เงาของเขา
“ แล้วจะท าอย่างไรดี? ” สีหน้าของปรมาจารย์ไท่อี้ดู
ไม่ค่อยดีนัก
ในความคิดของปรมาจารย์ไท่อี้ อู่ อวี้ ได้ท าการ
แลกเปลี่ยนพลองทองสมปรารถนากับตนเองแล้ว
ทว่าปัจจุบันมันก็บินหนีไปพร้อมกับ อู่ อวี้ นี่มันคือ
การเล่นตลกกับเขาไม่ใช่หรือ?
เมื่อเห็นสีหน้าของปรมาจารย์ไท่อี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก
ปรมาจารย์สุภูติจึงต้องเอ่ยปากอย่างไร้ทางเลือก ”
ท่านไท่อี้อย่าเพิ่งกังวลไป ที่เขาหายตัวไปเช่นนี้
อาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง ท่านไท่อี้โปรดมั่นใจได้
ว่าเราไม่ต้องการสิ่งของที่เป็นของท่านแล้ว ”
” อืม ”
แม้ว่าปรมาจารย์ไท่อี้จะรู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย แต่เขาก็
ท าได้เพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น เขารู้ดีว่า
ปรมาจารย์สุภูติไม่ต้องการสิ่งของที่ตนแลกเปลี่ยนไป
แล้วอย่างแน่นอน
ส่วนศิษย์อย่าง อู่ อวี้ หากเขากลับมาเมื่อไหร่
ปรมาจารย์สุภูติจะต้องช่วยน าพลองทองสม
ปรารถนากลับคืนมาให้แก่ปรมาจารย์ไท่อี้แน่นอน
หรือต่อให้ อู่ อวี้ อยากจะหลบหนี หรือแดนสวรรค์
กว้างใหญ่เพียงใด แต่เขาจะหลบหนีไปไหนได้?
ปรมาจารย์ไท่อี้เชื่อมั่นในตัวปรมาจารย์สุภูติ ในที่สุด
เขาก็ตัดสินใจออกจากถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา ไปเฝ้า
รอฟังข่าวในที่ของตนเอง
ส าหรับสถานการณ์เหล่านี้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ไม่รู้
เรื่องอย่างแน่นอน
ณ ขณะนี้พวกเขาทั้งสี่ถูกดูดเข้ามาในกระแสวังวนสี
ทองที่เกิดจากพลองทองสมปรารถนา หลังจากนั้น
พวกเขาก็มาปรากฏกายที่พิภพแห่งใหม่!
พิภพแห่งนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสวรรค์หรือนรก
อย่างสิ้นเชิง สถานที่แห่งนี้ดูใหญ่โตกว้างขวางเป็น
อย่างมาก มันคือพิภพอันมืดมิดมที่เต็มไปด้วยดวง
ดาราไร้ขอบเขต!
เมื่อพวกเขาทั้งสี่มาปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางท้องนภาที่
เต็มไปด้วยหมู่มวลดารา ต่างก็พากันตกตะลึงสงสัย
ว่าที่นี่คือที่ไหนกัน?
ขนาดในวังสวรรค์ อู่ อวี้ ยังสามารถใช้พลังอิทธิฤทธิ์
เมฆาตลบฟ้ากระโดดข้ามระยะทางกว่าครึ่งสวรรค์ได้
ภายในชั่วพริบตาเท่านั้น แต่ในพิภพที่เต็มไปด้วยหมู่
มวลดารานี้ขนาดเขาใช้ ‘ชั่วพริบตา’ กลับไปได้แค่
ระยะสั้น ๆ
มิใช่ว่าเขาเดนทางข้ามผ่านได้แค่ระยะสั้น ๆ แต่เป็น
เพราะว่าพิภพแห่งนี้มันกว้างใหญ่มากเกินไปต่างหาก
มันกว้างใหญ่จนเขาไม่สามารถคาดคะเนได้ว่า
ขอบเขตสิ้นสุดมันอยู่ที่ใด
“ดูนั่น…มันอะไร!?”
แต่แล้วทันใดนั้นเย่ซีซีก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความ
ประหลาดใจ พร้อมชี้นิ้วไปทางขอบเขตของนภามวล
ดาราสิ้นสุดตรงเบื้องหน้า
ทุกคนต่างมองไปที่มัน แล้วทุกคนก็ได้เห็นว่า
พระพุทธรูปสีด าขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
ของพวกเขา!
พระพุทธรูปสีด าองค์นี้ก าลังลอยคว้างอยู่บนท้องนภา
ที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดารา มีขนาดใหญ่เกือบเท่าเก้า
หมื่นพิภพขนาดเล็กในแดนเซียนวังสวรรค์ กล่าวได้
ว่าพระพุทธรูปองค์นี้เหมือนมหาพิภพก็มิปาน!
บนพื้นผิวของพระพุทธรูปองค์นี้ มีมนุษย์อยู่จ านวน
นับไม่ถ้วนอาศัยอยู่ ไม่เพียงแค่ปุถุชนเท่านั้น แต่ยังมี
สิ่งมีชีวิตระดับเซียนอมตะอีกด้วย ดูเหมือนพิภพ
พระพุทธรูปนี้จะไม่มีความแตกต่างระหว่างมนุษย์
ประชาชนกับเทพเซียน
สถานที่นี้คืออะไร?
พวกเขาทั้งสี่คนไม่สามารถหาค าตอบได้ว่าท าไม
พลองทองสมปรารถนาจึงพาพวกเขาเข้ามาในโลกนี้?
“ลองดูนั่นสิ”
อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ค่อย ๆ เข้าไปใกล้พระพุทธรูปสี
ด า ไม่นานนักพวกเขาก็เข้าไปด้านในพิภพที่มี
รูปลักษณ์เป็นพระพุทธรูป
หลังจากสังเกตการณ์พวกเขาพบว่ามนุษย์และเซียน
ที่อยู่ในพิภพพระพุทธรูป ไม่ได้ฝึกฝนในรูปแบบเซียน
เต๋า แต่เป็นการฝึกฝนกายาทุกประเภท ซึ่งแตกต่าง
อย่างสิ้นเชิงกับมนุษย์ในแดนเซียนวังสวรรค์
มันเหมือนกับเคล็ดบ่มเพาะกายเนื้อที่ อู่ อวี้ กับคน
อื่น ๆ ได้รับการฝึกฝน คล้ายคลึงกับกายาเพชรอมตะ
ของ อู่ อวี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่ามนุษย์หรือเซียน
เหล่านี้จะฝึกฝนกายเนื้อ แต่เคล็ดบ่มเพราะของพวก
เขาก็มิได้ทรงพลังเท่ากับกายาเพชรอมตะ
มนุษย์ภายในพิภพพระพุทธรูปฝึกฝนกายเนื้อ จน
บรรลุถึงระดับ ‘อรหันต์อมตะกายเนื้อ’ เมื่อพวกเขา
กลายเป็น ‘อรหันต์’ เทียบเท่าได้กับระดับของ ‘เซียน
อมตะ’ ในสวรรค์ ซึ่งจะท าให้อายุขัยของพวกเขา
เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
แน่นอนว่าในสายตาของจักรพรรดิเซียนอย่าง อู่ อวี้
แล้ว ‘อรหันต์’ ธรรมดา ๆ เหล่านี้มิได้มีอะไรเลย
อย่างน้อยในพิภพพุทธธรรมทมิฬเขายังไม่เห็นผู้ใดที่
แข็งแกร่งเหนือกว่าตนเอง
อรหันต์ทุกคนก็เหมือนกับเซียนอมตะบนแดนเซียนวัง
สวรรค์ ที่ยังไม่ได้ขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียน ซึ่งมี
ความแข็งแกร่งอยู่ในอาณาจักรฝึกตนทุกประเภท
พวกเขาอาศัยการฝึกฝนกายเนื้อทะลวงผ่านขึ้นสู่ทีละ
ขั้น
อู่ อวี้ เริ่มสงสัยเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ท าให้เขาอดไม่ได้ที่อยากจะตรวจสอบความทรงจ า
ของ ‘อรหันต์’ บางคน ในที่สุดก็พบว่าพิภพแห่งนี้ถูก
เรียกว่า ‘แดนเซียนอรหันต์สวรรค์’ ซึ่งมันก็เหมือน
‘แดนเซียน’ ที่อยู่ในระดับเดียวกับแดนเซียนวัง
สวรรค์!
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ นึกถึงพลังอิทธิฤทธิ์นานาชนิดที่พวก
เขาทั้งสี่ฝึกฝนกันมา โดยเฉพาะเคล็ดบ่มเพาะกาย
เนื้ออย่างกายาเพชรอมตะ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นวิธีการ
ฝึกฝนจากพิภพแห่งนี้
” มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน คือเคล็ดบ่มเพาะของเซียน
อมตะบนแดนเซียนวังสวรรค์ ขณะที่กายาเพชรอมตะ
เป็นเคล็ดบ่มเพาะอรหันต์ใน ‘แดนเซียนอรหันต์
สวรรค์’! และฉีเทียนต้าเซิ่นมีวิธีการบ่มเพาะทั้งสอง
ชนิดนี้ คาดว่าเขาจะต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับ ‘แดน
เซียนอรหันต์สวรรค์’ อย่างแน่นอน”
เรื่องนี้ท าให้ อู่ อวี้ นึกถึงฉีเทียนต้าเซิ่น , แม่ทัพเทียน
เผิง , ขุนพลเจวี่ยนเหลียน , มังกรสวรรค์แปดลักษณ์
ว่าพวกเขาน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ‘แดนเซียน
อรหันต์สวรรค์’ ไม่เช่นนั้นเคล็ดบ่มเพาะกายเนื้อของ
พวกเขาคงไม่คล้ายคลึง ‘แดนเซียนอรหันต์สวรรค์’
เช่นนี้
” จิ๊จิ๊ มิเท่ากับว่าเคล็ดบ่มเพาะกายเนื้อของข้ากายา
จักรพรรดิเซียนเก้าแปรเปลี่ยนอยู่ใน ‘แดนเซียน
อรหันต์สวรรค์’ นี้หรอกหรือ?” หนานซานหวางเยว่
ประหลาดใจมาก เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เข้ามาใน
พิภพมหัศจรรย์เช่นนี้
นอกจากนี้ยังมีกายาวัฏจักรแดนอเวจีของเย่ซีซี กา
ยามังกรสวรรค์แปดลักษณ์ของลั่วผิน ก็เป็นเคล็ดบ่ม
เพาะกายเนื้อใน ‘แดนเซียนอรหันต์สวรรค์’ ด้วย
เช่นเดียวกัน
มรดกของพวกเขาทั้งสี่คล้ายคลึงกับมรดกเคล็ดบ่ม
เพาะอรหันต์เซียนคู่ของพิภพพระพุทธรูป ซึ่งมีทั้ง
เคล็ดบ่มเพาะจิตเซียนของแดนเซียนวังสวรรค์ และ
เคล็ดบ่มเพาะกายาของแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
เมื่อเทียบกับกายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้ และกา
ยาวัฏจักรแดนอเวจีของเย่ซีซี หลังจากฝึกฝนบ่ม
เพาะจนส าเร็จแล้วพวกเขาก็ถือเป็น ‘อรหันต์’
เช่นกัน เพียงแต่รูปแบบอรหันต์ของที่นี่จะโน้มเอียง
ไปทางความมืดมิดมากกว่า
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ดูเหมือนจะเล็กกว่าแดน
เซียนวังสวรรค์เล็กน้อย ท้ายสุดแล้วในแดนเซียนวัง
สวรรค์นั้น มีทั้งวังสวรรค์และนรกอเวจี ทั้งยังมีภพ
เทพปีศาจซึ่งถูกท าลายล้างไปแล้วอีกด้วย รวมถึงเก้า
หมื่นพิภพขนาดเล็ก ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ
แดนเซียนวังสวรรค์
ภายในแดนเซียนอรหันต์สวรรค์แห่งนี้ ยังมีมนุษย์
ประชาชนและ ‘อรหันต์’ อยู่จ านวนนับไม่ถ้วน ซึ่ง
ตัวตนที่อยู่เหนือกว่า ‘อรหันต์’ ธรรมดาสามัญถูก
เรียกว่า ‘อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งเป็นการด ารงอยู่ที่
เทียบเท่าได้กับจักรพรรดิเซียนใดแดนเซียนวันสวรรค์
เป็นบุคคลผู้อยู่ในอาณาจักรแห่งนิรันดร์ที่ฝึกฝนกาย
เนื้อจนถึงจุดสูงสุด!
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้คือบรรพจารย์ของแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์ทั้งหมด
ขณะที่ อู่ อวี้ รับรู้เรื่องนี้ ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ในพิภพพระพุทธรูป น ้าเสียงนี้ดูเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง
“พวกเจ้าทั้งสี่รออันใดอยู่ รีบออกไปจากร่างข้า
เดี๋ยวนี้!”
——————-