กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1719: พลองทองสมปรารถนากลับมา
หลังจากเทียนไห่อวี้ฝูเหยาหรือหมิงซวงหายไป อู่ อวี้
กับคนอื่น ๆ ต่างก็มองหน้ากัน
พวกเขางงงวยเล็กน้อย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ท าให้พวก
เขามีความสุขกันเป็นอย่างยิ่ง แต่แล้วอยู่ ๆ เทียน
ไห่อวี้ฝูเหยาก็โผล่ออกมาโดยไม่คาดคิด ท าให้
สถานการณ์เปี่ยมไปด้วยความสุขต้องพังทลาย
” ไปตามหานางแถว ๆ นี้ดูว่าเราจะพบนางหรือไม่
หากพบเจอนาง ข้าจะขอความช่วยเหลือจาก
ปรมาจารย์สุภูติ เพื่อดูว่าท่านจะมีวิธีขับไล่เศษเสี้ยว
วิญญาณของเทียนไห่อวี้ฝูเหยาออกไปหรือไม่? ” อู่
อวี้ นี่คือสิ่งที่เขาคิด
ลั่วผินกับคนอื่น ๆ รู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน พวก
เขาจึงพยักหน้ารับทันทีแล้วรีบด าเนินการตามล าดับ
“ข้าจะไปดูบ่อน ้านิรันดร์ ถ้าเจอ..ข้าจะรีบหยุดนาง
แล้วแจ้งให้เจ้าทราบทันที”
หนานซานหวางเยว่นึกถึงบ่อน ้าชีวิตนิรันดร์เป็นที่
แรก ถ้าเทียนไห่อวี้ฝูเหยาต้องการออกจากสวรรค์
ฤทัย นางจะต้องเดินทางผ่านบ่อน ้านิรันดร์อย่าง
แน่นอน
“อืม…ล าบากทุกคนแล้ว”
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วเริ่มด าเนินตามแผนการอย่างไม่
ลังเล จากนั้นก็เริ่มปูพรมค้นหาหมิงซวงไปทั่วทั้ง
สวรรค์หฤทัย
เขาเรียกเมฆาตลบฟ้าออกมาแล้วใช้พลังอิทธิฤทธิ์
‘ชั่วพริบตา’ ค้นหาทั่วทุกตารางนิ้วของสวรรค์ฤทัย
พลังอิทธิฤทธิ์ ‘ชั่วพริบตา’ แค่ อู่ อวี้ กระโดดเพียง
ครั้งเดียวก็สามารถไปได้ไกลกว่าครึ่งสวรรค์ ดังนั้น
วิชานี้จึงเหมาะสมที่จะเอามาใช้ค้นหาตัวนางมาก
ที่สุด
ทางด้านของลั่วผินกับเย่ซีซี พวกนางแยกย้ายกัน
ค้นหาโดยหวังว่าจะพบร่องรอยของเทียนไห่อวี้ฝู
เหยา
ส าหรับหนานซานหวางเยว่เฝ้าคุมเชิงอยู่ใกล้ ๆ บ่อ
น ้านิรันดร์ โดยหวังว่าเมื่อใดก็ตามที่ฝ่ายตรงข้าม
ปรากฏตัวเขาจะรีบสกัดกั้นหยุดนางไว้ทันที อย่างไร
เสียสวรรค์ฤทัยก็เป็นอาณาเขตของปรมาจารย์สุภูติ
ส าหรับคนธรรมดาไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจากไป
กุญแจส าคัญคือตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเทียนไห่อวี้ฝูเหยา
มีลูกไม้อะไร ‘กายาศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์’ เพิ่งท าให้นาง
มีรูปร่างกายเนื้อขึ้นมา ที่ส าคัญพื้นฐานฝึกตนของ
นางยังอยู่แค่ระดับธรรมดา เช่นนั้นแล้วนางจะ
สามารถหลบหนีจากสายตาของพวกเขาได้อย่างไร?
อู่ อวี้ รู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเทียนไห่อวี้
ฝูเหยาตั้งใจที่จะหลบซ่อนตัวขึ้นมาจริง ๆ มันก็คง
เป็นเรื่องยากที่จะตามตัวนางพบ
ต่อให้อีกฝ่ายพยายามจะหลบซ่อนตัวแต่ก็คงจะได้แค่
เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ไม่สามารถหลบซ่อนตัวได้นาน
นัก ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะ
ค้นหาจนทั่ววังสวรรค์
หลายวันผ่านไวเหมือนโกหก ทว่า อู่ อวี้ ก็ไม่พบ
เบาะแสใด ๆ เกี่ยวกับเทียนไห่อวี้ฝูเหยาเลย
ไม่มีข่าวจากหนานซานหวางเยว่ ไม่มีร่องรอยของ
เทียนไห่อวี้ฝูเหยาอยู่ใกล้กับบ่อน ้านิรันดร์แม้แต่น้อย
เช่นเดียวกับลั่วผินและเย่ซีซี ในช่วงสองสามวันที่
ผ่านมาไร้วี่แววของนาง ผลที่ออกมาท าให้ห้วง
อารมณ์ของ อู่ อวี้ ด าดิ่งลงทันที
ท้ายที่สุดพวกเขาสามารถท าได้แค่เพียงกลับไปยังถ ้า
จันทร์เสี้ยวไตรดาราเท่านั้น เมื่อทุกคนมารวมตัวกัน
อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาต่างก็พากันส่ายหัว บอกว่า
ไม่มีผู้ใดพบร่องรอยของเทียนไห่อวี้ฝูเหยาเลยแม้แต่
น้อย
” มันชักไม่สนุกแล้วสิ เราจะท าอย่างไรถ้าเทียนไห่อวี้
ฝูเหยากลืนกินสติสัมปชัญญะของหมิงซวงเข้าไป ”
หนานซานหวางเยว่ส่ายศีรษะหน้านิ่วคิ้วขมวดโดย
หวังว่า อู่ อวี้ จะหาทางออกได้
น่าเสียดายที่จนป่านนี้เขายังคิดหาวิธีดี ๆ แก้ไข
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ออกเช่นกัน
ระหว่างที่ทุกคนก าลังวิตกกังวล ทันใดนั้นก็มียันต์
เซียนสื่อสารปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา ยิ่งท าให้ อู่
อวี้ รู้สึกกระวนกระวายใจมากขึ้น เขารีบเปิดดูเนื้อหา
ของข้อความจากยันต์เซียนสื่อสารที่ส่งมาทันที
“มันถูกส่งมาจากหมิงซวง”
อู่ อวี้ กวาดตามองอ่านข้อความแล้วกล่าวว่า ” นาง
บอกว่าตอนนี้นางอยู่บนสวรรค์ชั้นที่เจ็ดพันหนึ่งร้อน
เก้าสิบเก้า ซึ่งอยู่ต ่ากว่าเราหนึ่งชั้น นางบอกว่า
ตอนนี้นางต้องแบ่งปันใช้ร่างกายร่วมกับบรรพชน
มารกลืนสวรรค์อย่างเท่าเทียมกัน ที่ส าคัญพวกนาง
ยังไม่สามารถท าอะไรกันได้ ”
เมื่อใดที่หมิงซวงควบคุมร่างกายนางจะพยายาม
กลับมาหา อู่ อวี้
แต่เมื่อใดที่บรรพชนมารกลืนสวรรค์ได้ควบคุม
ร่างกายของนาง มันจะพยายามถอยห่างจากเขา
” แล้วนางส่งต าแหน่งในปัจจุบันให้พวกเราหรือไม่?
รีบไปดูกันดีกว่า”
ลั่วผินรีบกล่าวทันที
” อืม… นางอยู่กลางภูเขาลึกในสวรรค์ชั้นถัดไป เดี๋ยว
ข้าจะรีบไปดูเอง”
อู่ อวี้ พยักหน้า จากนั้นก็ทะยานผ่านห้วงแห่งความ
ว่างเปล่าด้วยพลังอิทธิฤทธิ์ ‘ชั่วพริบตา’ ทันที
หนานซานหวางเยว่กับคนอื่น ๆ เฝ้ารอด้วยความ
วิตกกังวล แต่ไม่นานนักพวกเขาก็เห็น อู่ อวี้ กลับมา
พร้อมส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่าไม่พบหมิงซวง
” ดูเหมือนว่าก่อนที่ข้าจะพบนาง บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ก็เข้าควบคุมร่างของนาง แล้วพานางหลบหนี
ออกไปจากสถานที่แห่งนั้น ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” เราคงท าได้แค่รอให้
นางส่งยันต์เซียนสื่อสารมาขอความช่วยเหลืออีกครั้ง
เมื่อนั้นข้าจะรีบไปโดยเร็วที่สุด เพื่อดูว่าจะพบนาง
ก่อนที่บรรพชนมารกลืนสวรรค์จะควบคุมนาง
หรือไม่? ”
” ตกลง ”
ทุกคนพยักหน้า ด้วยเพราะเป็นเพียงหนทางเดียวที่
ท าได้ในยามนี้
จากนั้นพวกเขาก็ตั้งหน้าตั้งตารอข้อความจากนาง
หมิงซวงส่งยันต์เซียนสื่อสารมาหาพวกเขาหลายครั้ง
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็รีบเดินทางไปยังต าแหน่งนั้นแทบจะ
ในทันที แต่เมื่อ อู่ อวี้ ไปถึงเขาก็พบว่ามันเป็น
เช่นเดียวกับครั้งแรก ๆ คือนางหายไปอย่างไร้
ร่องรอย
ในทุกครั้ง ๆ อู่ อวี้ พยายามไปยังต าแหน่งนั้นโดยเร็ว
ที่สุด แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดยั้งบรรพชนมารกลืน
สวรรค์ได้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากท าเช่นนี้หลายครั้งเข้า อู่ อวี้ ก็ตระหนักว่า
เขาไม่สามารถตามจับบรรพชนมารกลืนสวรรค์หรือห
มิงซวงได้
เนื่องจากจิตส านึกของหมิงซวงกับบรรพชนมารกลืน
สวรรค์อยู่ในสภาวะสมดุล ท าให้ไม่สามารถก าจัดฝ่าย
ใดฝ่ายหนึ่งไปได้อย่างสมบูรณ์ กระท าได้เพียงผลัด
กันควบคุมร่างในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
เมื่อหมิงซวงเป็นฝ่ายควบคุมร่างกาย นางคงหวังว่า
จะกลับมาหา อู่ อวี้ แล้วให้เขาก าจัดบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ออกไปจากร่าง
แน่นอนว่าบรรพชนมารกลืนกินสวรรค์ก็รู้ทุกอย่าง
เกี่ยวกับ อู่ อวี้ เช่นกัน มันรู้ตัวดีว่าหากถูก อู่ อวี้ จับ
ตัว แล้วส่งไปให้ปรมาจารย์สุภูติ มันจะถูกก าจัดอย่าง
สมบูรณ์ ท้ายสุดแล้วปรมาจารย์สุภูติเป็นจักรพรรดิ
เซียนชั้นสูงสุดบนสวรรค์ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าท่านมีอิทธิฤทธิ์
วิเศษเพียงใด
แค่ดูจากความสามารถในการคืนชีพของปรมาจารย์
ไท่อี้แล้ว เพียงเท่านี้ก็ท าให้มันรู้แล้วว่ามิอาจประมาท
จักรพรรดิเซียนชั้นสูงได้
“ หมิงซวงกับหนานกงเหว่ย… ต่างมีปัญหา
เช่นเดียวกัน!”
อู่ อวี้ ค่อนข้างหนักใจกับปัญหาของคนทั้งสอง
ล าดับแรกทางฝั่งของหนานกงเหว่ยกับเจ้าหงส์ระบ า
เพลิง เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่ และโชค
วาสนาอันใหญ่หลวงที่นางได้รับคืออันใด
ทว่าส าหรับบรรพชนมารกลืนกินสวรรค์กลับเป็น
ปัญหาใหญ่ยิ่งกว่า
อย่างน้อยแม้ว่าสถานการณ์ของหนานกงเหว่ยยังคง
เป็นปริศนา แต่มันก็มิได้สร้างผลกระทบกับเขา
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่จ าเป็นต้องใส่ใจนัก
แต่ส าหรับบรรพชนมารกลืนกินสวรรค์ หากนางเปิด
โปงความลับทุกอย่างของ อู่ อวี้ จักน ามาซึ่งอันตราย
ที่มองไม่เห็นให้แก่เขา ทั้งเรื่องราวของฉีเทียนต้าเสิ่น
และพิภพเทพปีศาจ นี่คือสิ่งที่เขามิอาจแพร่งพรายให้
แดนสวรรค์รับรู้ได้
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ รู้สึกวิตกกังวลมากที่สุดในยามนี้
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็เป็นห่วงหมิงซวงมากเช่นกัน หาก
จิตส านึกของหมิงซวงถูกบรรพชนมารกลืนสวรรค์
กลืนกิน อู่ อวี้ สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีทางปล่อย
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ไปแน่ เขาจะท าให้มันต้อง
ลิ้มรสกับความเจ็บปวดชนิดที่เรียกว่าตายไปเสีย
ดีกว่าอยู่!
หลายครั้งที่ อู่ อวี้ ไม่สามารถมาถึงก่อนที่บรรพชน
มารกลืนสวรรค์จะหลบหนีไป หลังจากนั้นหมิงซวงก็
ส่งยันต์เซียนสื่อสารมาเขา บอกว่าไม่ต้องตามหานาง
แล้ว
” มิต้องกังวล บรรพชนมารกลืนสวรรค์ข้าจะจัดการ
เอง จงรอท่านย่าผู้นี้กลับมา! ”
เมื่อส่งยันต์เซียนสื่อสารแผ่นสุดท้ายมาหาเขา นางก็
หายตัวไปอย่างสมบูรณ์ ทิ้งให้ อู่ อวี้ จนปัญญาไร้ซึ่ง
หนทางอื่นจะช่วยเหลือ
เห็นได้ชัดว่าหมิงซวงรู้สึกว่าการที่ อู่ อวี้ วิ่งไล่ตามจับ
นางไปมาเช่นนี้มิได้เกิดประโยชน์อันใด ในทาง
กลับกันมันจะท าให้เขาเสียเวลาไปโดยเปล่า ๆ แต่
การที่นางกล่าวเช่นนี้ก็แสดงให้เห็นว่านางมีความ
มั่นใจอยู่บางส่วน
ซึ่ง อู่ อวี้ รู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีทางที่นางจะแก้ปัญหานี้
ได้ในเวลาสั้น ๆ อย่างแน่นอน
ต่อให้มีวิธีก าจัดบรรพชนมารกลืนสวรรค์ก็คงต้องใช้
เวลานานมากทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันดูเหมือน
จิตส านึกของบรรพชนมารกลืนสวรรค์จะแกร่ง
มากกว่านางเล็กน้อย ถึงสามารถควบคุมร่างกาย
ของหมิงซวงได้นานเช่นนี้
ท าให้ อู่ อวี้ อดเป็นห่วงมันไม่ได้ ถ้าหากหมิงซวงไม่
ส่งต าแหน่งที่อยู่ของนางมาเขาคงไม่ทราบว่านายอยู่
ไหนกันแน่
ถ้าเขาต้องการตามหาร่องรอยของนางไปทั่วทั้งแดน
สวรรค์ มันยากเย็นยิ่งกว่าการปีนป่ายขึ้นสวรรค์เสีย
อีก ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าวังสวรรค์แปดพันชั้น
มันกว้างใหญ่เหลือเกิน สถานที่หลายแห่งตั้งอยู่นอก
เส้นทางรกร้างห่างไกลเป็นอย่างมาก หากบรรพบุรุษ
ชนมารกลืนสวรรค์ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่เหล่านั้น ต่อ
ให้ผ่านไปนับหมื่นปี อู่ อวี้ คงไม่สามารถตามหานาง
ได้พบ
ภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นท าให้ อู่ อวี้ ไม่มี
สมาธิในการฝึกตนแม้แต่น้อย ด้วยเพราะเขาต้อง
สนใจกับทั้งสองสิ่งนี้
แต่วันหนึ่งเขาก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ นั่นคือ
พลองสมปรารถนาที่เขามอบให้แก่ปรมาจารย์ไท่อี้
มันก าลังพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูงมาก!
สิ่งที่เกิดขึ้นท าให้เขาประหลาดใจ
พลองทองสมปรารถนากลับมาได้อย่างไร?
เขาเดินออกจากอารามด้วยความรู้สึกสงสัย เมื่อเดิน
ออกมาก็พบ ลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ และ เย่ซีซี
ยืนอยู่เช่นกัน
เมื่อลั่วผินเห็นเขาแสดงท่าทางประหลาดใจ นางก็
รู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งจึงรีบไต่ถามขึ้นมาว่า ” มีข่าว
ของหมิงซวงแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“เปล่า”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” มีเรื่องแปลก
ประหลาดนิดหน่อย ดูเหมือนพลองสมปรารถนา
ก าลังกลับมาหาข้า บางทีข้าจะรู้สึกไปเอง?”
แม้เขาจะกล่าวอย่างนั้น แต่เขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจน
ว่ากลิ่นอายที่คุ้นเคยของพลองทองสมปรารถนา
ก าลังเข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อย ๆ
“หืม? ข้าเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่าเนี่ย?”
หนานซานหวางเยว่ตะลึงไปชั่วขณะ ” เหล่าอู่เจ้า
มอบพลองทองสมปรารถนาให้กับมือของปรมาจารย์
ไท่อี้แล้วมิใช่หรือ? หากมันอยู่ในมือของท่านผู้นั้นไป
แล้วมันจะกลับมาได้อย่างไร? เหล่าอู่เจ้าก าลังเห็น
ภาพลวงตาอยู่หรือไม่? ”
หากค ากล่าวของเขาถูกส่งไปถึงหูของปรมาจารย์ไท่อี้
ก็คงจะดีไม่น้อย แต่ผู้ที่ได้ยินมีแค่พวกเขากันเองเข้า
นั้น ซึ่งแน่นอนว่าปรมาจารย์ไท่อี้ไม่มีทางได้ยินเรื่อง
นี้
อย่างไรก็ตามทันทีที่เสียงของเขาเงียบลง แสงสีทองก็
ระเบิดออกมาจากฟากฟ้า ทันใดนั้นพลองทองก็พุ่ง
ทะยานลงมาเบื้องล่าง อัดกระแทกลงสู่พื้นปฐพี
ด้านหน้า อู่ อวี้ อย่างแม่นย า!
หนานซานหวางเยว่ตกตะลึง
“ มันกลับมาหาข้าจริง ๆ ”
ลั่วผินกับเย่ซีซีก็ลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของพวกนาง
เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างยิ่งยวด
พวกเขาทุกคนคุ้นเคยกับพลองทองสมปรารถนา นี่
คือสมบัติล ้าค่าที่ อู่ อวี้ น าติดตัวไปด้วยทุกแห่งหน
มันคือศาสตราเซียนก าเนิดภพระดับสูงสุด แม้กระทั่ง
จักรพรรดิเซียนชั้นสูงอย่างปรมาจารย์ไท่อี้ก็ยังอยาก
ได้มัน
พวกเขาจึงจดจ าได้ทันทีหลังจากพลองสีทองปรากฏ
ขึ้นเบื้องหน้า มันคือพลองทองสมปรารถนาของ อู่
อวี้ อย่างแน่นอน!
“นั่น ๆ ๆ เหล่าอู่ เจ้าได้ท าอันใดหรือไม่ เหตุใดมันถึง
กลับมาเช่นนี้? ปะ… เป็นไปไม่ได้!”
หนานซานหวางเยว่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ว่า
พลองสมปรารถนาจะกลับมาหาเจ้านายมันด้วย
ตนเอง
———————