กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1751: จักรพรรดิหยก
เมื่อจักรพรรดิหยกเดินออกมาจากพระราชวังรุ่งอรุณ
พิสุทธิ์ เหล่าจักรพรรดิเซียนทั้งหลายก็เงียบกริบ
พร้อมคารวะด้วยความเคารพ
คนผู้นี้คือผู้ปกครองสวรรค์ทั้งหมด ถืออ านาจสูงสุด
ของแดนเซียนวังสวรรค์!
ทันทีที่จักรพรรดิหยกปรากฏตัวเบื้องหน้าจักรพรรดิ
เซียนทั้งหลาย ก็ท าให้บรรยากาศภายในพระราชวัง
รุ่งอรุณพิสุทธิ์เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน กลายเป็น
ความสงบเงียบอันยอดเยี่ยม
ส่วนผู้ที่ติดตามข้าง ๆ จักรพรรดิหยกก็คือราชินี
มารดร
นางคือสตรีที่งดงามที่สุดในโลกหล้า เป็นโฉม
สะคราญที่ท าให้ถึงเมืองล่มสลายได้ในคราวเดียว คิ้ว
โก่งประดุจหงส์ ดวงตาเฉลียวฉลาด สมแล้วที่ได้รับ
สมญานามว่ามงกุฎแห่งสวรรค์!
ต่อให้เป็นทั่วทั้งวังสวรรค์แปดพันชั้นจวบจนนรก
หมื่นขุม เกรงว่าคงไม่อาจหาสตรีงดงามเทียบเทียม
นางได้
นอกจากความงามเลิศล ้าเหนือผู้ใด ทุกท่วงท่าทุก
อิริยาบถล้วนเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดอย่างหาใดเปรียบ
ระหว่างสวรรค์แลปฐพี ทุกย่างก้าวของนาง ให้
ความรู้สึกถึงความจริงแห่งสวรรค์แลปฐพี
ส าหรับจักรพรรดิหยกและราชินีมารดร จักรพรรดิ
เซียนส่วนใหญ่ในนี้ล้วนคุ้นหน้าคุ้นตาพวกท่านทั้ง
สอง เคยพบเห็นมาหลายครั้งหลายคราแล้ว
แต่ทันใดนั้นก็ได้พบกับสตรีรูปโฉมงดงามผู้หนึ่งติด
ตามหลังราชินีมารดรมาด้วย ความงามของนาง
ดึงดูดความสนใจของจักรพรรดิเซียนรอบข้าง
มากมาย
สตรีผู้นี้เป็นผู้มาจากภพจักรพรรดิหงส์เซียนบุตรีของ
จักรพรรดิหงส์หยวนจู่ เจ้าหงส์ระบ าเพลิงนั่นเอง!
หรือว่าหนานกงเหว่ยในมุมมองของ อู่ อวี้
ยามนี้เจ้าหงส์ระบ าเพลิงสวมใส่อาภรณ์ชุดคลุมยาวสี
ด า มารยาทสง่างามสีหน้าไร้ซึ่งความแยแส แม้นาง
จะงดงาม แต่เมื่อเดินติดตามราชินีมารดรแล้ว ไม่มี
สิ่งใดเลยที่นางจะเทียบเคียงได้
เวลานี้จักรพรรดิเซียนทั้งหลายต่างอยู่ในอาการ
สับสนเล็กน้อย ว่าท าไมเด็กสาวอัจฉริยะจากภพ
จักรพรรดิหงส์เซียนถึงได้ติดตามราชินีมารดร?
ในสายตาของจักรพรรดิเซียนเหล่านี้เจ้าหงส์ระบ า
เพลิงเป็นสตรีค่อนข้างโดดเด่น เนื่องจากครั้งหนึ่งนาง
เคยเอาชนะ อู่ อวี้ ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน
มาแล้ว ยามนั้นเปลวเพลิงสีด าของนางแผ่กระจาย
ปกคลุมไปทั่ว สร้างความประทับใจให้แก่จักรพรรดิ
เซียนมากมาย
แม้ว่าหลังจากเขาก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนแล้ว
อู่ อวี้ จะทวงคืนชัยชนะจากนางได้อีกครั้งก็ตามที ถึง
กระนั้นนางก็ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
ท่ามกลางบรรดาจักรพรรดิเซียนรุ่นใหม่บนสวรรค์
ที่ส าคัญปัจจุบันนางกลับติดตามราชินีมารดรมาด้วย
แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่จักรพรรดิเซียนทั้งหลายได้
เห็นเจ้าหงส์ระบ าเพลิงปรากฏตัวอยู่เคียงข้างราชินี
มารดร แต่พวกเขาก็มิได้สงสัยอันใดเพียงแค่ก าลัง
คาดเดาว่าเจ้าหงส์ระบ าเพลิงมีความสัมพันธ์อันใด
กับราชินีมารดร?
เมื่อจักรพรรดิหยกกับราชินีมารดรนั่งลงบนบัลลังก์
เจ้าหงส์ระบ าเพลิงที่ติดตามพวกท่านทั้งสองมาก็ท า
การคารวะต่อราชินีมารดรแล้วกล่าวว่าท่าน
‘อาจารย์’ จากนั้นนางก็นั่งลงข้าง ๆ
หลังจากได้ยินนางกล่าว เหล่าจักรพรรดิเซียนก็ต่าง
คาดเดาได้ว่าความสัมพันธ์ของเจ้าหงส์ระบ าเพลิงกับ
ราชินีมารดรเป็นแบบใด
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเจ้าหงส์ระบ าเพลิงจะกลายมาเป็น
ศิษย์ของราชินีมารดรได้ เพราะนางไม่เคยรับใครเป็น
ศิษย์มาก่อนเลย
” มิน่าล่ะหกมหาจักรพรรดิหงส์แห่งภพจักรพรรดิ
หงส์เซียน ถึงได้เก็บซ่อนเรื่องโชควาสนาอันใหญ่
หลวงไว้สนิท นั่นเป็นเพราะนางได้เป็นศิษย์ของราชินี
มารดรนี่เอง ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก! ”
“เยี่ยมมาก ช่างน่าทึ่ง! การที่นางกลายเป็นศิษย์ของ
ราชินีมารดรมันมิได้หมายความว่านางมีศักดิ์ฐานะ
ระดับเดียวกันกับพวกเรางั้นหรือ? ”
” ใช่… ถึงแม้ในตอนนี้พลังของนางจะไม่ได้อยู่ใน
ระดับเดียวกับพวกเรา ทั้งยังต้องใช้เวลาในการฝึกฝน
กว่าจะตามพวกเราทัน แต่ก็คงอีกไม่ช้าก็เร็วเพราะ
นางได้เป็นศิษย์ของราชินีมารดร แทบไม่ต้องนึกเลย
ว่าความส าเร็จในอนาคตจะเป็นอย่างไร? ”
จักรพรรดิเซียนหลายคนเริ่มหารือกัน
ระหว่างพูดคุยหารือกันอยู่ จักรพรรดิเซียนเหล่านี้
ยังคงให้ความเคารพต่อจักรพรรดิหยกและราชินี
มารดรเช่นเดิม เพียงแต่รู้สึกริษยาที่เจ้าหงส์ระบ า
เพลิงได้กลายเป็นศิษย์ของราชินีมารดร
อย่างที่รู้กันดีว่าจักรพรรดิเซียนเหล่านี้ล้วนมีทายาท
ไม่ต่างจากจักรพรรดิหงส์หยวนจู่อย่างเช่น หยาง
เชียนบุตรชายของเทพสามตา , หลี่เทียนจีบุตรชาย
ของเทพนาจา ฯลฯ
ทว่าเทียบกับเจ้าหงส์ระบ าเพลิงแล้ว เหล่าทายาท
ของพวกเขาล้วนถูกความสามารถของนางบดบังจน
หมดสิ้น
เดิมทีหยางเชียนกับหลี่เทียนเป็นที่โปรดปรานของ
จักรพรรดิเซียนหลายคน แต่เมื่อเทียบชั้นกับเจ้าหงส์
ระบ าเพลิงตอนนี้พวกมันทั้งสองยังถือว่าห่างชั้นกับ
นางมากเกินไป ไม่มีทางที่ในอนาคตจะไล่ตามได้ทัน
ยิ่งตอนนี้นางได้กลายเป็นศิษย์ของราชินีมารดร
ความสามารถของนางจะพุ่งทะยานไปถึงระดับไหน
กัน?
ศิษย์ที่ได้รับการฝึกฝนจากราชินีมารดรจะต้อง
เก่งกาจอย่างแน่นอน!
หลังจากนั้นจักรพรรดิเซียนทั้งหลายก็แสดงความ
ยินดีกับราชินีมารดรทีละคน ๆ ร่วมยินดีที่นางมีศิษย์
มากความสามารถ
เห็นได้ชัดว่าราชินีมารดรพอใจกับเจ้าหงส์ระบ าเพลิง
เป็นอย่างยิ่ง หลังจากนางได้รับค าแสดงความยินดี
จากจักรพรรดิเซียนทั้งหลายแล้ว นางก็ยิ้มชื่นมื่นแล้ว
กล่าวอย่างเคร่งขรึมออกมาว่า ” ขอบขอบคุณทุก
ท่านที่ร่วมแสดงความยินดี ”
ยามนี้เจ้าหงส์ระบ าเพลิงก็กลายเป็นจุดสนใจของ
เหล่าจักรพรรดิเซียนทั้งหลาย พวกเขาพูดคุยเรื่อง
ของนางพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว
ในระหว่างนั้นเอง อู่ อวี้ กับปรมาจารย์สุภูติก็ปรากฏ
ตัวขึ้น!
อู่ อวี้ ต้องต่อสู้กับเทพอสูรบรรพกาลจึงท าให้มาถึงที่
นัดหมายล่าช้า กว่าพวกเขาจะมาถึงเหล่าจักรพรรดิ
เซียนทั้งหลายก็มาครบกันหมดแล้ว
เมื่อ อู่ อวี้ มาถึงก็พบว่าเหล่าจักรพรรดิเซียนก าลัง
พูดคุยเกี่ยวกับ ‘จักรพรรดิหงส์ระบ าเพลิง’ ในตอน
แรกเขาก็ยังงุนงงอยู่เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นสตรีผู้
หนึ่งสวมใส่อาภรณ์สีด ายืนอยู่ไม่ไกลจากราชินีมารดร
“จักรพรรดิหงส์ระบ าเพลิงก็คือเจ้าหงส์ระบ าเพลิง!
หรือก็คือหนานกงเหว่ย!”
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็เข้าใจ
หลังจากหนานกงเหว่ยบรรลุเป็นจักรพรรดิเซียน ชื่อ
ของนางก็เปลี่ยนไปเช่นกันจากเจ้าหงส์ระบ าเพลิงก็
เปลี่ยนเป็น ‘จักรพรรดิหงส์ระบ าเพลิง’
กล่าวได้ว่าสตรีผู้นี้มักมีบทบาทในช่วงเวลาส าคัญ ๆ
ในชีวิตของ อู่ อวี้
แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกเช่นนั้น ช่างเป็น ‘โชคชะตาที่
เลวร้าย’ จริง ๆ หลังจากวิญญาณของหนานกงเหว่ย
กับเจ้าหงส์ระบ าเพลิงผสานรวมเข้าด้วยกัน นางมัก
ปรากฏกายอยุ๋ฝั่งตรงข้ามกับ อู่ อวี้ เสมอ
ทุกครั้งที่นางปรากฏตัว อู่ อวี้ ก็มักจะเจอแต่เรื่อง
เลวร้ายไม่มีเรื่องดี ๆ เลย
อย่างเช่นเวลานี้ก็เหมือนกัน
ทันทีที่ อู่ อวี้ เห็นนาง เขาก็รู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดี
อย่างไรชอบกล หลังจากได้ยินเหล่าจักรพรรดิเซียนที่
อยู่รอบ ๆ พูดคุยกัน เขาก็ได้รู้ว่าหนานกงเหว่ยกลาย
เป็นศิษย์ของราชินีมารดรแล้ว!
นี่คือสถานะที่มีเกียรติ?
แม้ว่า อู่ อวี้ จะเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ แต่ก็ไม่
สามารถเทียบกับนางได้!
ฉะนั้นแทบไม่ต้องพูดถึงว่าวันนี้ อู่ อวี้ มารับ ‘การ
ตัดสิน’ เขาต้องเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ไท่อี้ ตอนนี้
ตัวตนของเขาเทียบเท่ากับ ‘วายร้ายที่ไม่น่าไว้วางใจ’
แถมสถานการณ์ของกลุ่มจักรพรรดิเซียนที่มาเฝ้าดู
การตัดสิน ก็ดูไม่ค่อยเอื้ออ านวยให้กับเขาสักเท่าไหร่
เขาเงยหน้าขึ้นมองจักรพรรดิหยก ไม่ว่าจะเป็น
อารมณ์ความรู้สึกหรือบรรยากาศที่แผ่ออกมามันช่าง
คุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักเขาก็เริ่มจ าได้ว่าบรรยากาศ
เช่นนี้ช่างเหมือนกับพระสุคตเสวียนจั้ง มีหน้าตาหล่อ
เหลาอ่อนเยาว์ ภายในดวงตาไปด้วยความฉลาดล ้า
ลึก?
“ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจักรพรรดิหยกมีความเชื่อมโยง
เกี่ยวข้องกับเสวียนจั้ง? ”
อู่ อวี้ คิดกับตัวเอง
ถึงกระนั้นก็ยังคงมีความแตกต่างระหว่างคนทั้งสอง
ในสายตาของเขาจักรพรรดิหยกดูอ่อนโยนเป็นอย่าง
ยิ่ง ซึ่งต่างจากท่าทีของพระสุคตเสวียนจั้งผู้ที่ไร้ซึ่ง
ความแยแส
“ อาจเป็นเพราะข้าอ่อนไหวเกินไป พวกเขาทั้งสอง
ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนสวรรค์ คง
เป็นเพราะทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกันจึงมีเอกลักษณ์
เช่นนี้?” อู่ อวี้ ไม่สามารถเข้าใจเช่นกัน
เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากได้เจอกับจักรพรรดิหยกแล้ว
เขาอาจจะได้เบาะแสบางอย่าง
แต่เท่าที่เห็นในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีเงื่อนง าใด ๆ
เลย
ปรมาจารย์สุภูติเดินน า อู่ อวี้ ไปคารวะจักรพรรดิ
หยกละราชินีมารดร นอกจากนี้ยังต้องกล่าวทักทาย
จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ตามมารยาท
หลังจาก อู่ อวี้ มาถึงจักรพรรดิหยกละราชินีมารดร
ไม่ได้แสดงท่าทางหรือแสดงออกใด ๆ ออกมา เขาจึง
ไม่ทราบว่าทั้งสองคิดอย่างไรกันแน่
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงท าได้เพียงค่อย ๆ นับทีละก้าวเท่านั้น
เมื่อเขากล่าวคารวะทักทายปรมาจารย์ไท่อี้ เขาไม่
คาดคิดว่าปรมาจารย์ไท่อี้จะไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย
เขารีบกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ” อู่ อวี้ เจ้ารู้แล้ว
ใช่หรือไม่ว่าท าไมวันนี้ข้ากับเจ้าถึงต้องมาอยู่ที่
พระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์ ฉะนั้นเจ้าต้องกล่าวอย่าง
ตรงไปตรงมาว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่? ”
เมื่อเห็นจักรพรรดิหยกผยักหน้า ปรมาจารย์ไท่อี้ก็เริ่ม
เล่าเรื่อง
เริ่มจาก อู่ อวี้ มาขอร้องเขาให้ช่วยชุบชีวิตน้องสาว
โดยตกลงแลกเปลี่ยนกับศาสตราเซียนก าเนิดภพ แต่
แล้วอยู่ ๆ ศาสตราเซียนก าเนิดภพชิ้นดังกล่าวก็บิน
กลับมาหา อู่ อวี้!
แน่นอนว่าข่าวที่แพร่กระจายออกมาล้วนเป็นฝีมือ
ของปรมาจารย์ไท่อี้ แล้วจักรพรรดิเซียนหลายคนก็
ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี
หลังจากปรมาจารย์ไท่อี้เริ่มบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น
จักรพรรดิเซียนหลายคนก็เฝ้าดูสถานการณ์อย่างเย็น
ชา ทั้งยังอดไม่ได้ที่จะต าหนิกล่าวโทษ อู่ อวี้
หลัก ๆ ก็เทพสามตากับท้าวหลี่มหาราช!
ส าหรับเทพสามตาบุตรชายของมันหยางเชียน น่าจะ
คว้าชัยชนะบททดสอบจักรพรรดิเซียนแล้วกลายเป็น
จักรพรรดิเซียนได้ ถ้าไม่ติดที่ อู่ อวี้ มีความแข็งแกร่ง
เหนือกว่า มันจึงรู้สึกไม่พอใจ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
ส าหรับท้าวหลี่มหาราช อู่ อวี้ เป็นต้นเหตุท าให้
หลานชายของมันหลี่เทียนจีตกอยู่ในสภาพน่าสังเวช
การต่อสู้ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน อู่ อวี้ ได้ไปท า
ร้ายความภาคภูมิใจของหลี่เทียนจีที่มีมาอย่าง
ยาวนาน เขาบดขยี้ท าลายจิตวิญญาณการฝึกฝน
บ าเพ็ญเพียร!
แม้ว่ามันจะหยุดยั้งการฆ่าตัวตายของหลี่เทียนจีได้
แล้วก็ตาม แต่ความพ่ายแพ้ที่มันไม่รับท าให้จิตใจ
ของมันถูกบดขยี้แหลกสลายอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเทพสามตาหยางเจียนหรือเทพ
เจดีย์หลี่จิ้ง ทุกครั้งที่ประสบพบหน้ากับ อู่ อวี้ สีหน้า
ของมันจึงเป็นไปด้วยความไม่พอใจ
โดยเฉพาะสถานการณ์ในตอนนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดี
ส าหรับพวกมันที่จะล้างแค้น
เทพสามตาหยางเจียนรีบกล่าวขึ้นเป็นคนแรกว่า ”
องค์จักรพรรดิหยก อู่ อวี้ เป็นคนชั่วช้าตระบัดสัตน์
ไม่ยอมส่งมอบศาสตราเซียนก าเนิดภพคืนให้กับ
ปรมาจารย์ไท่อี้ เรื่องเช่นนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นบนสวรรค์
ดังนั้นข้าจึงขอเสนอว่าควรลงโทษสถานหนัก! ”
จากนั้นท้าวหลี่มหาราชหรือหลี่จิ้งก็รีบเติมเชื้อไฟเข้า
ไปสมทบ มันกล่าวด้วยน ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความ
เกลียดชัง ” เรื่องเลวร้ายของเขาไม่ได้มีเพียงนี้! ข้าได้
ยินมาว่า อู่ อวี้ กลับไปยังแดนจักรพรรดิมังกรเซียน
แล้วไปท้าทายจักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์ต่อ
หน้าเหล่าเทพมังกร จนชนะ! ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่
เหมาะสมอย่างยิ่ง! หากไม่ลงโทษให้สาสมไม่รู้ว่าต่อ
จากนี้เขาจะกระท าผิดซ ้าอีกกี่ครั้ง!”
เมื่อได้ยินค าพูดดังกล่าวจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ต่าง
พยักหน้าเห็นด้วย
จักรพรรดิเซียนหลายคนที่นี่ไม่รู้จักมักจี่กับ อู่ อวี้ มา
ก่อน จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะออกตัวแทน เมื่อได้
ยินค าพูดของปรมาจารย์ไท่อี้ , เทพสามตา , ท้าวหลี่
มหาราช พวกเขาจึงรู้สึกไม่พอใจตามไปด้วย
ฉะนั้นแทบไม่ต้องพูดถึงเรื่อง อู่ อวี้ เพิ่งกระท าผิดมา
หมาด ๆ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จักรพรรดิเซียนคนอื่น
ๆ จะช่วยพูดออกตัวแทน
แน่นอนว่าจักรพรรดิเซียนที่แสดงความคิดเห็นมิได้มี
ส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่ประการใด
ณ พระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์ยามนี้ หลังจากได้ยินค า
กล่าวของเทพเจดีย์หลี่จิ้งกับเทพสามตา จักรพรรดิ
เซียนบางคนก็เริ่มแสดงความคิดเห็น เห็นชอบให้
ลงโทษ อู่ อวี้ สถานหนัก แต่ก่อนอื่น อู่ อวี้ ต้องคืน
พลองทองสมปรารถนาให้กับปรมาจารย์ไท่อี้
หลังจากฟังความคิดเห็นของจักรพรรดิเซียนมากมาย
แล้ว ในที่สุดจักรพรรดิหยกก็พยักหน้า
เสียงของเขานุ่มลึกกระจ่างใส ดั่งวารีไหลริน แต่ละ
ค าพูดนั้นแฝงไปด้วยความลึกล ้าท่ามกลางสวรรค์
ปฐพีอย่างไร้สิ้นสุด
เขาจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วยท่าทางสุภาพสง่างาม
จากนั้นก็เอ่ยถาม ” อู่ อวี้ ศาสตราเซียนก าเนิดภพ
พลองทองสมปรารถนาเจ้าไปได้มันมาจากไหน?
ท้ายสุดแล้วบนแดนสวรรค์แห่งนี้ ไม่เคยมีศาสตรา
เซียนก าเนิดภพเช่นนั้นปรากฏขึ้นมา!”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินค ากล่าวของจักรพรรดิหยก เขาก็
ตระหนักได้ในทันทีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการ
‘พิพากษา’
หากเขาไม่ระวัง ผลที่ตามมาอาจเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นเขาจึงรวบรวมสติ คิดว่าจะตอบค าถามของ
จักรพรรดิหยกอย่างไร
———————–