กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1752: ฉีเทียนต้าเซิ่น
หากว่ากันตามเหตุผลแล้ว พลองทองสมปรารถนา
ทรงพลังถึงเพียงนี้ ชื่อเสียงของมันน่าจะแซ่ซ้องไป
ทั่วทั้งแดนสวรรค์
แต่ อู่ อวี้ พบว่าไม่มีใครจดจ ามันได้เลย
เมื่อจักรพรรดิหยกเอ่ยถาม อู่ อวี้ จึงตอบกลับด้วย
ค าพูดที่เตรียมมาแล้วอย่างเคารพ ” ตอนที่อยู่บนโลก
มนุษย์ข้าน้อยฝันถึงมัน หลังจากนั้นพลองทองสม
ปรารถนาก็ปรากฏขึ้นในจิตส านึก ต่อมาข้าน้อยการ
ฝึกฝนเรียนรู้จากมรดกที่ได้รับมา จนบรรลุกลายเป็น
เซียนอมตะในที่สุด ”
ถ้อยค าที่เขาตระเตรียมมานับว่าไร้ที่ติ
แม้ว่าการได้รับศาสตราเซียนก าเนิดภพจากในฝัน จะ
ดูเป็นเรื่องตลกขบขันไปเสียหน่อย แต่เป็นเพราะ
พลองทองสมปรารถนาเปี่ยมไปด้วยพลังอันล้นหลาม
หาก อู่ อวี้ บอกว่าได้มันมาจากทางอื่น จักรพรรดิ
เซียนที่อยู่รอบ ๆ ย่อมไม่เชื่ออย่างแน่นอน
หากเปรียบกันแล้ว เรื่องที่เขาบอกว่าได้รับพลองทอง
สมปรารถนามาจากความฝัน ท าให้ดูลึกลับน่าเชื่อถือ
กว่ามาก
เมื่อได้ยินสิ่งที่เขากล่าวจักรพรรดิเซียนหลายคนก็
แอบทอดถอนหายใจ เพราะเขารู้สึกว่าไฉน อู่ อวี้ ถึง
มีโชควาสนาดีขนาดนี้ ได้รับสมบัติล ้าค่าจากในความ
ฝัน?
ต้องทราบด้วย ความสุดยอดของพลองทองสม
ปรารถนา แม้แต่เทพสามตา , ท้าวหลี่มหาราช
รวมถึงจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ต่างริษยาอยากได้มัน
มาครอบครอง ขนาดจักรพรรดิเซียนระดับสูงอย่าง
ปรมาจารย์ไท่อี้ ยังพยายามไล่ล่าติดตามมา
ครอบครอง นี่เป็นเสมือนการพิสูจน์ยืนยันว่ามันล ้าค่า
มากเพียงใด
จักรพรรดิหยกเอ่ยถามอย่างแผ่วเบาขึ้นอีกว่า ” อ้าย
ชิงบอกว่าเจ้าใช้พลองทองสมปรารถนาเพื่อ
แลกเปลี่ยนกับปรมาจารย์ไท่อี้ มาถึงตอนนี้เจ้าจะ
รักษาสัญญาแล้วมอบพลองทองสมปรารถนาคืนให้
เขาหรือไม่?”
เมื่อค าถามนี้ถูกถามขึ้นจักรพรรดิเซียนทั้งหลายต่างก็
ให้ความสนใจ เพราะเรื่องนี้คือสาเหตุหลักที่ท าให้
พวกเขาทุกคนมารวมตัวกันที่พระราชวังรุ่งอรุณ
พิสุทธิ์
” ถ้ากล่าวถึงเรื่องนี้ข้าน้อยคงต้องขออภัยปรมาจารย์
ไท่อี้อย่างสุดซึ้ง ไม่ทราบว่าจะมีวิธีอื่นพอจะแก้ไข
เรื่องนี้ได้หรือไม่? ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า ” ข้าน้อยสามารถให้
ค่าตอบแทนอื่น ๆ กับท่านไท่อี้ได้หรือไม่ ขอเพียง
ท่านเสนอมาข้าก็เต็มใจจะท า ”
เขาต้องการยุติข้อพิพาทและยังคงต้องการเก็บรักษา
พลองทองสมปรารถนาไว้ จึงเลือกวิธีนี้มาเจรจา
ด้วยการเสนอสิ่งอื่น ๆ ให้ปรมาจารย์ไท่อี้เพื่อแลกกับ
พลองทองปรารถนา
เมื่อได้ยินข้อเสนอดังกล่าวปรมาจารย์ไท่อี้รู้สึกไม่เห็น
ด้วย จากนั้นเขาก็ช าเลืองไปที่ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า “
ข้าต้องการพลองทองสมปรารถนา! ยกเว้นเสียแต่ว่า
เจ้าจะเอาดอกบัวนิรันดร์มาคืน เมื่อนั้นข้าจะยอมเห็น
ด้วย ”
ถึงปรมาจารย์ไท่อี้จะกล่าวเช่นนั้นออกไป แต่เขาก็
มั่นใจเป็นอย่างมากกว่า อู่ อวี้ ไม่มีทางหาดอกบัวนิ
รันดร์มาคืนให้เขาได้แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ดอกบัวนิรันดร์ได้ถูกเปลี่ยนรูปร่าง
เป็นมนุษย์ไปแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะกลับมา
เป็นดอกบัวนิรันดร์อีกครั้ง
แม้ว่า อู่ อวี้ จะเต็มใจ แต่ไม่มีผู้ใดสามารถท าได้อย่าง
แน่นอน
ปรมาจารย์ไท่อี้แค่ต้องการกวนประสาทเล่นเท่านั้น
แต่ อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าเขาพูดจริงหรือไม่?
แม้ว่าเขาต้องการจะคืนดอกบัวนิรันดร์ให้แก่
ปรมาจารย์ไท่อี้ แต่ อู่ อวี้ ไม่มีทางท าเช่นนั้นอย่าง
เด็ดขาด เพราะหมิงซวงคือคนส าคัญในชีวิตของเขา
อีกอย่างตอนนี้นางกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ไม่มี
เหตุผลอันใดที่จะปล่อยให้นางตายอีก
” ท่านไท่อี้ นอกจากเรื่องนี้แล้ว พอมีอย่างอื่นที่จะ
ทดแทนได้อีกหรือไม่? ”
อู่ อวี้ รู้สึกล าบากใจอยู่ไม่น้อย
ปรมาจารย์ไท่อี้เป็นคนดื้อรั้นหัวแข็งยากที่จะรับมือ
เป็นไปได้หรือไม่ว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องจ ายอมมอบ
พลองทองสมปรารถนา?
ปรมาจารย์ไท่อี้พยักหน้า ” ไม่… ข้าไม่ต้องการอะไร
นอกจากพลองทองสมปรารถนา ”
เมื่อมาถึงจุดนี้ดูเหมือนการเจรจาจะมาถึงทางตัน
ไม่ว่าจะเป็นปรมาจารย์ไท่อี้หรือ อู่ อวี้ ไม่มีใครที่จะ
ยอมแพ้ให้กันและกัน
หากตอนนี้มีแค่ อู่ อวี้ เพียงล าพัง คาดว่าจักรพรรดิ
เซียนที่อยู่รอบข้างคงจะพยายามกดดันเขาอย่างหนัก
แต่ทว่าตอนนี้ อู่ อวี้ มีปรมาจารย์สุภูติอยู่ด้วย!
แม้ว่าปรมาจารย์สุภูติจะไม่ได้กล่าวอันใด ท่านเพียง
ยืนหลับตาอย่างสงบอยู่ข้าง ๆ แต่เพียงเท่านี้ก็มาก
พอที่จักรพรรดิเซียนทั้งหลายจะไม่กล้าจะเผชิญหน้า
กับท่านแล้ว
ดังนั้นจักรพรรดิหยกต้องตัดสินใจ
เมื่อจักรพรรดิเซียนมองไปทางจักรพรรดิหยก ก็เห็น
ว่าท่านก าลังยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
ท่านมองไปที่ อู่ อวี้ แล้วกล่าวอย่างแผ่วเบาขึ้นว่า “
เจ้าครอบครองตราประทับราชันเทวะขั้นที่สิบของข้า
แสดงว่าเจ้าเป็นคนมีพรสวรรค์มากความสามารถ
ดังนั้นเจ้าปรมาจารย์สุภูติ ท่านเต็มใจตัดสัมพันธ์
แล้วให้ อู่ อวี้ มาเป็นลูกศิษย์ของข้าแทนหรือไม่?
เดี๋ยวข้าจะชดใช้ให้กับปรมาจารย์ไท่อี้แทนเจ้าเอง!”
เมื่อได้ยินค ากล่าวนี้จักรพรรดิเซียนต่างก็พากันตก
ตะลึง
จักรพรรดิหยกถูกใจ อู่ อวี้ จนถึงขนาดต้องการรับ
เขาเป็นลูกศิษย์เช่นนั้นหรือ?
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าจักรพรรดิหยกไม่เคยยอมรับผู้ใด
เป็นศิษย์มาก่อน ดังนั้นหากปรมาจารย์สุภูติและ อู่
อวี้ ตกลงเห็นด้วยขึ้นมา แสดงว่านับจากนี้ไปเขาจะ
กลายเป็นศิษย์หลักของ จักรพรรดิหยก ศักดิ์ฐานะก็
จะพุ่งทะยานยิ่งกว่าเก่าได้รับความเคารพเป็นอย่าง
ยิ่ง
ปัจจุบันจักรพรรดิส่วนใหญ่ต่างก าลังหวาดกลัวว่า
ต่อจากนี้พวกเขาจะต้องแสดงความเคารพต่อ อู่ อวี้
ส่วนปรมาจารย์ไท่อี้รู้สึกเสียใจสีหน้าหมองหม่นเป็น
อย่างยิ่ง ด้วยเพราะไม่คาดคิดว่าจักรพรรดิหยกจะ
รู้สึกถูกชะตากับ อู่ อวี้
เทพเจดีย์หลี่จิ้งลอบกล่าวว่า ” อย่าได้ตื่นตระหนก
ไป แม้ว่าท่านจะมิอาจครอบครองพลองทองสม
ปรารถนาได้ แต่สิ่งที่จักรพรรดิหยกเป็นผู้น าออกมา
ไม่มีทางด้อยไปกว่าเจ้าเด็กนั่นอย่างแน่นอน ข้าเชื่อ
ว่าจักรพรรดิจะไม่ปฏิบัติกับท่านไท่อี้อย่างเลวร้าย ”
ปรมาจารย์ไท่อี้พยักหน้าอย่างช้า ๆ ยามนี้สีหน้าของ
เขาดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็มิได้มีความสุขเท่าใดนัก
ท้ายสุดแล้วเขามาที่นี่เพื่อกล่าวโทษลงทัณฑ์ แต่
ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด คงไม่มีผู้ใดชื่นมื่น
ยินดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรอกกระมั้ง
เว้นเสียแต่ว่าจักรพรรดิหยกจะมอบสมบัติที่สนอง
ความพึงพอใจให้แก่เขาได้ มิฉะนั้นแล้วปรมาจารย์ไท่
อี้จะไม่ยอมเด็ดขาด
เมื่อจักรพรรดิหยกกล่าวประโยคนี้ออกมา ผู้ที่ตก
ตะลึงมากที่สุดก็คือ อู่ อวี้
เขาเหลือบมองไปที่ปรมาจารย์สุภูติ แต่ปรมาจารย์สุ
ภูติยังคงหลับตาเข้าฌาน พร้อมกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
อันอ่อนโยนว่า ” เขายินดีจะคารวะจักรพรรดิหยก
เป็นอาจารย์หรือไม่นั้น ควรถาม อู่ อวี้ ด้วยตนเอง
ตราบใดที่ อู่ อวี้ เต็มใจ ชายชราอย่างข้าย่อมไม่
คัดค้าน ”
ปรมาจารย์สุภูติเป็นคนดีและอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าท่านจะถูกแย่งศิษย์ไปซึ่ง ๆ หน้า แต่ท่านก็มิได้
โกรธเคืองแม้แต่น้อย ทั้งยังคิดถึง อู่ อวี้ เป็นหลัก
ท้ายที่สุดแล้ว หาก อู่ อวี้ ต้องการเก็บพลองทองสม
ปรารถนาไว้ เขาก็ต้องคารวะจักรพรรดิหยกเป็น
อาจารย์
ด้วยเหตุนี้สิทธิ์ในการตัดสินใจจึงอยู่ในมือของ อู่ อวี้
เขาอยู่ในอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง
ตราบจนปัจจุบัน ปรมาจารย์สุภูติคืออาจารย์ที่เขา
เคารพนับถือสุดหัวใจ ระหว่างเส้นทางการบรรลุ
กลายเป็นจักรพรรดิเซียน ท่านช่วยเหลือเขาไว้
มากมายเหลือเกิน
ไม่ว่าจะเป็นแดนสงครามมารฟ้า บททดสอบ
จักรพรรดิ หรือแม้กระทั่งค าเทศนาเต๋าของ
ปรมาจารย์สุภูติ ทั้งหมดล้วนเป็นประโยชน์กับเขา
อย่างยิ่ง
อาจกล่าวได้ว่าหากไม่มีปรมาจารย์สุภูติ ก็คงไม่มี อู่
อวี้ ในวันนี้
อู่ อวี้ ไม่มีทางลืมความเมตตาของปรมาจารย์สุภูติ
เขาเหลือบมองไปที่ปรมาจารย์สุภูติ แล้วพบว่าท่าน
ยังคงหลับตาด้วยท่าทางที่ดูสงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง ราว
กับว่ามิได้รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อยว่าจักรพรรดิหยก
จะรับ อู่ อวี้ เป็นศิษย์หรือไม่?
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าควรท าอย่างไร
ในสายตาของเขาปรมาจารย์สุภูติเป็นผู้อาวุโสที่
ลึกลับมาก มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าท่านก าลังคิดอันใด
อยู่
ในแดนสวรรค์แห่งนี้ อู่ อวี้ สัมผัสได้เสมอว่า
ปรมาจารย์สุภูติแตกต่างจากจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ
แต่ถ้าถามว่าแตกต่างกันตรงไหนนั้น เขาเองก็ไม่
ทราบเช่นกัน
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ตัดสินใจ จากนั้นก็ประสานมือคารวะ
จักรพรรดิหยกแล้วกล่าวว่า ” หากท่านคงสถานะ
ศิษย์อาจารย์ระหว่างข้ากับปรมาจารย์สุภูติไว้
ข้าน้อยก็ยินดีคารวะท่านเป็นอาจารย์!”
เขาตัดสินใจหลังจากครุ่นคิดพิจารณาแล้ว
ปัจจุบันเขาพยายามค้นหาความจริงของเหตุการณ์
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงจ าเป็นต้อง
ขึ้นไปสูงมากกว่านี้เพื่อเข้าใกล้ความจริงมากยิ่งขึ้น
ในแดนสวรรค์ทั้งหมดจักรพรรดิหยกคือผู้ที่ใกล้เคียง
กับความจริงนั้นมากที่สุด
อู่ อวี้ ครุ่นคิดกับตนเองว่า ถ้าเขากลายเป็นศิษย์ของ
จักรพรรดิหยก ได้อยู่ข้าง ๆ ท่าน บางทีเขาอาจจะรู้
ความลับที่ไม่เคยทราบมาก่อนเลยก็ได้?
ความลับเกี่ยวกับภพเทพปีศาจ ฉีเทียนต้าเซิ่น หรือ
แม้กระทั่งแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ ทั้งหมดล้วนเป็น
ความลับที่ อู่ อวี้ ต้องหาค าตอบให้จงได้
ระหว่างเดียวกันเขาก็ไม่ต้องการเนรคุณปรมาจารย์สุ
ภูติ ดังนั้นจึงร้องขอให้คงสถานะศิษย์อาจารย์กับ
ปรมาจารย์สุภูติไว้
แค่สถานะมิใช่เรื่องสลักส าคัญอันใด แน่นอนว่ามันจะ
มิท าให้จักรพรรดิหยกล าบากใจ
เมื่อได้ยินสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าว ทันใดนั้นจักรพรรดิหยกก็
หัวเราะขึ้น ” ดี ดี ดีมาก! เช่นนั้น เจ้าก็คารวะข้าใน
ฐานะอาจารย์ ส าหรับปรมาจารย์สุภูติเขายังเป็น
อาจารย์ในนามของเจ้า และจะไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลง
สิ่งนี้ได้ ”
ค าตอบนี้หมายความว่าจักรพรรดิหยกเห็นด้วย ท าให้
อู่ อวี้ รู้สึกมีความสุขอย่างมาก
เดิมทีแล้วเขาคิดว่าด้วยตัวตนของจักรพรรดิหยก
ท่านอาจจะไม่ยินยอมรักษาสถานะระหว่างศิษย์
อาจารย์ของเขากับปรมาจารย์สุภูติไว้
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจักรพรรดิหยกจะค่อนข้างใจ
กว้าง ท่านจึงมิได้สนใจเรื่องนี้นัก
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่มีอะไรให้ต้องลังเล และสามารถยืด
อกคารวะท่านเป็นอาจารย์ได้อย่างเต็มปาก
คนเดียวที่รู้สึกไม่มีความสุขก็คือปรมาจารย์ไท่อี้
แต่จักรพรรดิหยกก็มิได้เพิกเฉยกับเขา ท่านหันไป
กล่าวกับปรมาจารย์ไท่อี้ว่า ” ปรมาจารย์ไท่อี้ เพื่อ
ชดเชยกับความสูญเสียของเจ้า ข้าจะมอบ ‘โอสถ
จักรวาล’ ให้ เจ้าคิดว่าอย่างไร? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของปรมาจารย์ไท่อี้ก็ดูมี
ความสุขขึ้นมาในทันที
“ ขอบพระทัยจักรพรรดิหยก”
ปรมาจารย์ไท่อี้ยิ้มอย่างมีความสุข
เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจกับค่าชดเชย ‘โอสถจักรวาล’ นี้
มาก ส าหรับเข้าแล้วคุณค่าของโอสถจักรวาลสูงส่ง
กว่าพลองทองสมปรารถนาอย่างแน่นอน
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าโอสถจักรวาลคืออันใด แต่ตอนนี้มิใช่
เวลาที่เขาจะมาสนใจมัน
ด้วยเพราะปัจจุบัน สิ่งส าคัญที่สุดส าหรับเขาคือการ
คารวะอาจารย์!
เขาคุกเข่าลงจากนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างจริงจังทันทีว่า ”
ศิษย์ อู่ อวี้ กราบคารวะอาจารย์ นับแต่นี้ไปศิษย์จะ
ปฏิบัติตามค าสอนของอาจารย์อย่างดี ท าตามกฎ
สวรรค์ พยายามฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อมิให้อาจารย์
ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง! ”
” อู่ อวี้ โปรดยืนขึ้น ”
จักรพรรดิหยกยิ้มอย่างสง่างามอ่อนโยน หลังจากยก
มือ อู่ อวี้ ก็ลุกขึ้นยืน
แม้พิธีคารวะอาจารย์จะมิได้ยิ่งใหญ่ แต่ทุกคน
สามารถมองเห็นได้ถึงความจริงจังของ อู่ อวี้
ระหว่างกระบวนการนี้ หนานกงเหว่ยหรือจักรพรรดิ
หงส์ระบ าเพลิง มิได้กล่าวอันใดออกมาสักค า กระท า
เพียงมองภาพฉากตรงหน้าด้วยสีหน้าเย็นชาอย่างสุด
แสน
ส าหรับเทพเจดีย์หลี่จิ้งกับเทพสามตาหยางเจียน
แน่นอนว่าพวกมันรู้สึกไม่มีความสุขเท่าใดนัก
เดิมทีพวกมันต้องการใช้โอกาสนี้สั่งสอนบทเรียน
ให้แก่ อู่ อวี้ เพื่อให้เขารู้ว่าผู้ที่ท าให้พวกมันขุ่นเคือง
ไม่พอใจต้องตกอยู่ในสภาพเช่นใด
แต่ในชั่วอึดใจต่อมาจักรพรรดิหยกกลับยอมรับ อู่ อวี้
เป็นศิษย์!
สิ่งที่เกิดขึ้นเฉกเช่นดั่งการตบหน้าพวกมันเข้าฉาด
ใหญ่ ท าให้สีหน้าของพวกมันมืดมน เจ็บปวดใจ และ
รู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่ง
แต่นี่คือการตัดสินใจของจักรพรรดิหยก ดังนั้นพวก
มันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกระท าได้เพียง
ยอมรับ เฝ้าดู อู่ อวี้ เข้าพิธีกราบคารวะอาจารย์
กลายเป็นศิษย์อาจารย์กับจักรพรรดิหยกอย่าง
แท้จริง
” อู่ อวี้ ถือเป็นศิษย์คนแรกของข้า เช่นนั้นเราควรตั้ง
สมญานามให้เขาอย่างเป็นทางการ เหล่าสหายเซียน
ทั้งหลายคิดว่าอย่างไร ”
จักรพรรดิหยกยิ้มขึ้น จากนั้นก็หันไปถามจักรพรรดิ
เซียนที่อยู่โดยรอบ
ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าจักรพรรดิเซียนทั้งหลายย่อมมิกล้า
ปฏิเสธ ทุกคนจึงพยักหน้าเห็นด้วย แล้วเอ่ยถามด้วย
ความสงสัยว่า “ท่านจะตั้งว่าอันใดเช่นนั้นหรือ? ”
จักรพรรดิหยกมองไปที่ อู่ อวี้ สายตาเปี่ยมไปด้วย
ความอ่อนโยน จากนั้นก็กล่าวว่า “ ฉีเทียนต้าเซิ่น!
”
————————