กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1754: สวนลูกท้อ
จักรพรรดิหยกกับราชินีมารดรเป็นบุคคลส าคัญของ
แดนเซียนวังสวรรค์ เป็นประมุขของเหล่าจักรพรรดิ
เซียนทั้งหมด
ทั้งสองไม่เคยรับใครเป็นศิษย์มาก่อน
ไม่คาดคิดว่าครั้งนี้จะรับศิษย์พร้อม ๆ กัน
จักรพรรดิหยกรับ อู่ อวี้ ศิษย์แล้วมอบสมญานามให้
ว่า ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ ส่วนราชินีมารดรรับสัตว์สวรรค์
หงส์เพลิงบุตรสาวของจักรพรรดิหงส์หยวนจู่นามว่า
เจ้าหงส์ระบ าเพลิงเป็นศิษย์
ปัจจุบันนางมีสมญานามว่า ‘จักรพรรดิหงส์ระบ า
เพลิง’ เพราะนางได้ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียน
แล้ว
แต่เวลานี้แดนเซียนวังสวรรค์ทั้งหมดก าลัง
สั่นสะเทือน
ไม่นานนักข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งแดนเซียนวัง
สวรรค์ก็ได้รับข่าวนี้ ทุกแห่งหนร่วมเต็มไปด้วย
เสียงพูดคุยไถ่ถามเกี่ยวกับ ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ และ ‘เจ้า
หงส์ระบ าเพลิง’
เหตุผลหลักที่เหล่าเทพเซียนพูดคุยกันนั้นก็เพื่อ
ป้องกันความผิดพลาดในอนาคต ไม่ให้เกิดความขุ่น
เคืองไม่พอใจกับบุคคลทั้งสอง
ส าหรับจักรพรรดิเซียนระดับสูงบางคนยามนี้ ส่วน
ใหญ่ก าลังตื่นเต้นกับงานเลี้ยงลูกท้อที่จะถูกจัดขึ้น
ทุกครั้งที่งานเลี้ยงลูกท้อถูกจัดขึ้น พื้นฐานการฝึกตน
ของพวกเขาจะปรับปรุงพัฒนาขึ้นมาก นี่คือสิ่งที่พวก
เขาก าลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิเซียนทั้งหลายจึงรู้สึกขอบคุณ อู่
อวี้ กับหนานกงเหว่ย เนื่องจากงานเลี้ยงลูกท้อครั้งนี้
ถูกจัดขึ้นเป็นพิเศษส าหรับพวกเขาทั้งสอง
ข่าวเรื่องดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วทั้งแดนเซียนวัง
สวรรค์ และ อู่ อวี้ เป็นตัวเอกของเหตุการณ์ ภายใต้
การน าของนางเซียนเดินทางผ่านพระราชวังรุ่งอรุณ
พิสุทธิ์ในที่สุดก็มาถึงสวนลูกท้อ
อู่ อวี้ จะปกป้องสวนลูกท้อไปอีกสิบปี
นางเซียนที่น าทาง อู่ อวี้ มาที่นี่คือนางเซียนของ
พระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์ซึ่งคอยปรนนิบัติจักรพรรดิ
หยก อีกทั้งยังเป็นนางเซียนระดับจักรพรรดิเซียน
นามว่า ‘นางเซียนนภาเหมันต์’
นางเซียนผู้นี้สวมกระโปรงยาวผ้าโปร่งสีหิมะ มีความ
งดงามชนิดที่ว่าหนึ่งในล้าน ทรวดทรงงดงามสมส่วน
ผิวพรรณละเอียดอ่อน ดวงตาเปล่งประกายกระจ่าง
ใส นับเป็นโฉมงามชั้นเลิศบนสรวงสวรรค์เลยก็ว่าได้
ระหว่างทางนางเซียนนภาเหมันต์ดูสนอกสนใจ อู่ อวี้
เป็นอย่างมาก คอยซักถามพูดคุยกับเขาไปตลอดทาง
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าปัจจุบัน อู่ อวี้ เป็นศิษย์
ของจักรพรรดิหยก มีศักดิ์ฐานะโดดเด่นสูงส่งบน
สวรรค์แห่งนี้
ด้วยตัวตนของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ท าให้นางเซียนนภา
เหมันต์รู้สึกริษยาไม่น้อย
” ท่านต้าเซิ่น ถ้าให้เปรียบเทียบปราณวิญญาณเซียน
บนสวรรค์ทั้งหมด สวนลูกท้อคือจุดที่ปราณวิญญาณ
เซียนทรงพลังที่สุด หากท่านฝึกฝนอยู่ที่นั่นจะท าให้
ท่านก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ”
นางเซียนนภาเหมันต์กล่าวพร้อมหัวเราะคิกคัก และ
รู้สึกชื่นชมริษยาไปในคราเดียวกัน
” อันที่จริงส่วนลูกท้อแห่งนี้ไม่มีอะไรให้ท่านต้องเฝ้า
ระวัง ถ้าให้ข้าเดาคงเป็นเพราะจักรพรรดิหยกอยาก
ให้ท่านฝึกฝนอยู่ในสถานที่ที่ดีที่สุด คาดว่าพื้นฐานฝึก
ตนของท่านจะต้องพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
แน่นอน แม้ว่าจะได้อยู่ที่นี่แค่สิบปี แต่ผลลัพธ์ที่ท่าน
ได้จากการฝึกฝนต้องน่าประทับใจมาก ”
อู่ อวี้ พยักหน้าขณะรับฟัง
แม้ว่าศักดิ์ฐานะตัวตนของเขาจะเป็นที่เคารพและ
ยอมรับมากขึ้นบนสรวงสวรรค์ แต่เหตุผลและ
แรงจูงใจของจักรพรรดิหยกยังไม่ค่อยชัดเจน เท่ากับ
ว่าสถานการณ์ที่เขาก าลังพบเจออยู่ในตอนนี้มิต่าง
จากการเดินอยู่บนชั้นน ้าแข็งบาง ๆ
ส าหรับนางเซียนนภาเหมันต์เขายังคงเคารพและให้
เกียรตินาง เนื่องจากนางปฏิบัติรับใช้จักรพรรดิหยก
ซึ่งก็หมายความว่านางจะรู้เรื่องของจักรพรรดิหยก
มากมาย
ดังนั้นเขาจ าเป็นต้องมีสหายไว้ แน่นอนเพื่อป้องกันมิ
ให้นางพูดจาใส่ร้ายเขาต่อหน้าจักรพรรดิหยก ถ้าเป็น
เช่นนั้นคงไม่ดีแน่ ๆ
ตามค ากล่าวของนางเซียนนภาเหมันต์ อู่ อวี้ จึงรู้ว่า
สวนลูกท้อแห่งนี้เป็นของราชินีมารดร และเป็น
สถานที่ที่มีปราณวิญญาณเซียนแข็งแกร่งทรงพลัง
มากที่สุดอีกด้วย ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าท าไมสถานที่แห่ง
นี้ถึงมีลูกท้อถึงเติบโตขึ้นได้
ส าหรับสถานที่อื่นลูกท้อไม่สามารถผลิดอกออกผลได้
เช่นนี้
ซึ่งมันท าให้ อู่ อวี้ ตั้งหน้าตั้งตารอไปถึงสวนลูกท้อ
เมื่อไม่นานมานี้เขาใกล้จะก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ขั้นที่สี่แล้ว เพียงแต่เขายังสร้าง ‘คุก
จักรพรรดิวัฏสงสาร’ ในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์
ไม่ส าเร็จ
ดังนั้นเขาจึงต้องการปราณวิญญาณเซียนเป็นจ านวน
มากเพื่อฝึกฝน
เมื่อมาถึงจุดนี้ แม้ว่าเขาจะชดเชยได้ด้วยการกลืนกิน
พระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์หรือซากศพจักรพรรดิปีศาจ
ไป ทว่าก่อนหน้านี้เขากลืนกินพวกมันเป็นจ านวน
มากซึ่งก็เกิดผลข้างเคียงขึ้นอย่างชัดเจน
ภายในพิภพกลืนสวรรค์ของเขาเต็มไปด้วยปราณสี
ด าและไม่เสถียรมั่นคง
อู่ อวี้ ไม่อยากประมาทเลินเล่อจนท าให้มนุษย์ที่เขา
สร้างขึ้นตกตายไปอีก และถ้าเลวร้ายที่สุดดีไม่ดีพิภพ
กลืนสวรรค์ของเขาอาจจะล่มสลายไปเลยก็ได้ ฉะนั้น
ความเสี่ยงครั้งนี้เป็นอะไรที่ได้ไม่คุ้มเสียจริง ๆ
ดังนั้นส าหรับ อู่ อวี้ ปราณวิญญาณเซียนที่มากมาย
มหาศาลนี้ เป็นเสมือนดั่งของขวัญ เช่นดั่งมีคนส่ง
ถ่านหินให้ท่ามกลางหิมะอันหนาวเย็น
ระหว่างทาง อู่ อวี้ ยังคงซักถามนางเซียนนภา
เหมันต์เกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างรวมถึงสถานการณ์
ของหนานกงเหว่ย
เขาถามว่า ” นางเซียนนภาเหมันต์รู้หรือไม่ว่า
จักรพรรดิหงส์ระบ าเพลิงกลายเป็นศิษย์ของราชินี
มารดรได้อย่างไร? ”
อู่ อวี้ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ความ
เคลื่อนไหวของหนานกงเหว่ยมากนัก อีกทั้งบุคลิก
ของนางยังแตกต่างกับหนานกงเหว่ยและเจ้าหงส์
ระบ าเพลิงอย่างสิ้นเชิง
อู่ อวี้ จึงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของนางมากกว่า
หลังจากได้ยินเช่นนั้น นางเซียนนภาเหมันต์ก็ส่ายหัว
แล้วกระซิบเบา ๆ ว่า “เรื่องนี้ข้าก็มิแน่ใจนัก”
ท่าทางของนางเซียนในตอนนี้ดูเหมือนว่า
เตรียมพร้อมจะซุบซิบนินทา จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้น
ด้วยความสนอกสนใจว่า ” ข้าได้ยินว่าระหว่างพวก
ท่านทั้งสองมีความบาดหมางกัน? ”
” ก็นิดหน่อย ” อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร จึงตอบ
กลับไปอย่างคลุมเครือ
” อันที่จริงข้าคิดว่าพวกท่านทั้งสองนั้นเหมาะสมกัน
จริง ๆ ไม่เพียงแต่เป็นอัจฉริยะสูงสุดบนแดนเซียนวัง
สวรรค์ แต่คนหนึ่งยังเป็นศิษย์ของจักรพรรดิหยก
ส่วนอีกคนก็เป็นศิษย์ของราชินีมารดร เฉกเช่นดั่งกิ่ง
ทองใบหยกก็มีปาน ” นางเซียนนภาเหมันต์ปิดปาก
ของนางแล้วหัวเราะคิกคัก
” ข้าแต่งงานแล้ว ” แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ปล่อยให้
นางพูดไร้สาระ
ค ากล่าวไร้สาระของนางเซียนนภาเหมันต์มิใช่เรื่อง
ส าคัญ แต่ถ้ามันแพร่กระจายออกไป คงไม่เป็นผลดี
กับเขาแน่
” ข้ารู้ ท่านอย่าได้จริงจังไป ข้าแค่หยอกล้อเล่น
เท่านั้น ตอนนี้ทั่วทั้งแดนสวรรค์ก าลังซุบซิบเรื่องของ
ท่านกับจักรพรรดิหงส์ระบ าเพลิง แล้วข้าจะอดใจ
ไหวได้อย่างไร ”
หลังจากนางเซียนนภาเหมันต์กล่าวจบ ดวงเนตรของ
นางก็เปล่งประกายในที่สุด
ยามนี้เบื้องหน้าของนางกับ อู่ อวี้ ปรากฏสวนท้อ
ขนาดใหญ่ขึ้น
ในสวนลูกท้อแห่งนี้ มีพฤกษาสูงใหญ่ตั้งตระหง่านไป
ทั่วทุกแห่งหน ซึ่งมันก็คือ ‘ต้นลูกท้อราชินีมารดร’ ต้น
ลูกท้อแต่ละต้นมีขนาดใหญ่กว่าพฤกษาบนโลก
ปราณวิญญาณเซียนที่อยู่โดยรอบ ให้ความรู้สึกเช่น
ดังก าลังเหยียบยืนอยู่บนแดนสวรรค์จริง ๆ
แค่ได้มองก็ท าให้จิตใจรู้สึกหลงใหลเคลิบเคลิ้มตามไป
ได้ด้วยแล้ว
“นี่คือสวนท้อ”
นางเซียนนภาเหมันต์กล่าวแนะน า ด้วยสายตาซึ่ง
เปี่ยมไปด้วยความอิจฉาริษยา
ท้ายสุดแล้วนางก็ถือเป็นจักรพรรดิเซียนผู้หนึ่งเช่นกัน
ซึ่งนางก็รู้ดีว่าการได้รับเกียรติให้ฝึกฝนในสวนท้อนั้น
ช่วยยกระดับพื้นฐานการฝึกตนได้มากเพียงใด
หากนางสามารถฝึกฝนอยู่ที่นี่ได้แล้วล่ะก็ ผลที่ได้รับก็
ไม่ต่างจากการกินลูกท้อราชินีมารดรเลยทีเดียว!
” ทั่วทั้งสวนลูกท้อ มี ‘ค่ายกลซีหวังหมู่สังหารสู่สุคติ’
ถูกจัดวางเอาไว้อยู่ นอกจากผู้ที่มี ‘กุญแจค่ายกล’
แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดสามารถเข้ามาได้อีก ”
นางเซียนนภาเหมันต์กล่าว ขณะส่ง ‘กุญแจค่ายกล’
ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยปราณวิญญาณเซียนให้กับ อู่
อวี้
ตราบใดที่มีกุญแจค่ายกล ค่ายกลซีหวังหมู่สังหารสู่
สุคติจะไม่ถือว่าคนผู้นั้นเป็นผู้บุกรุกและสามารถเข้าสู่
สวนท้อได้อย่างปลอดภัย
” ขอบคุณนางเซียนที่น าทาง ”
อู่ อวี้ รับกุญแจค่ายกล จากนั้นก็กล่าวขอบคุณนาง
เซียนนภาเหมันต์อย่างสุภาพ
” ยินดีเสมอเจ้าค่ะท่านต้าเซิ่น ”
นางเซียนนภาเหมันต์ปิดปากของนางแล้วหัวเราะคิก
คัก ด้วยรอยยิ้มงามล้มเมืองเลยทีเดียว ” เมื่อมีโอกาส
เข้ามาอยู่ในสวนดอกท้อแล้ว ท่านต้าเซิ่นก็ไม่ต้องคิด
อันได้ให้มากความ แค่พยายามฝึกฝนอย่างหนัก
ในช่วงสิบปีนี้ เพราะอย่างไรเสียปราณวิญญาณเซียน
ในสวนดอกท้อก็หนาแน่นทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ไม่มี
สถานที่ใดเหมือนที่นี่ ”
” อืม ” อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในสวนดอก
ท้อ
” อ้อ อีกอย่างท่านอยากได้ขโมยกินลูกท้อเด็ดขาด ”
นางเซียนนภาเหมันต์เม้มปาก แล้วกล่าวเตือนพร้อม
เสียงหัวเราะคิกคัก ” ราชินีมารดรรู้ว่ามีลูกท้ออยู่ใน
สวนลูกท้อกี่ลูก และในงานเลี้ยงลูกท้ออีกสิบปีต่อจาก
นี้ ห้ามขาดไปแม้แต่ลูกเดียว ”
” ข้าเข้าใจ ” อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างจริงจัง
เขามองไปที่สวนลูกท้อ สัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณ
เซียนของที่นี่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นเหตุการณ์
ที่หาได้ยากยิ่งส าหรับเขาจะได้ฝึกฝนในสถานที่ซึ่ง
เปี่ยมไปด้วยปราณวิญญาณเซียนเช่นนี้
ส่วนเรื่องลูกท้อ แน่นอนว่าเขาไม่มีความคิดที่จะ
ขโมยมัน
แม้ว่าเขาจะเพิ่งกลายเป็นศิษย์ของจักรพรรดิหยก แต่
เขาก็รู้ดีว่ากฎของแดนสวรรค์เข้มงวดเพียงใด
ถ้าเขากินลูกท้อของราชินีมารดรไปจริง ๆ ผลที่
ตามมาอาจเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นนางเซียนนภาเหมันต์ก็เดินจากไป
คงต้องบอกว่านางเซียนนภาเหมันต์ในวังสวรรค์แห่ง
นี้ทรงเสน่ห์เย้ายวนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งหมดล้วนน่าดึงดูด
และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์
” ไม่แปลกใจว่าเหตุใดหนานซานหวางเยว่ ถึงชอบ
มาเด็ดดอกบุปผาที่นี่” อู่ อวี้ ยิ้มแล้วส่ายหัว จากนั้น
ก็เดินไปทางสวนลูกท้อ
ด้วย ‘กุญแจค่ายกล’ ที่เขาถือไว้ในมือ ท าให้ไม่ถูก
โจมตีจากค่ายกลซีหวังหมู่สังหารสู่สุคติ
และสามารถเข้าสู่สวนลูกท้อได้อย่างราบรื่น
ตอนแรกอยู่นอกสวนเขายังไม่คิดอะไรมาก แต่เมื่อ
ก้าวเข้ามากลิ่นหอมเย้ายวนของลูกท้อที่สุกเต็มที่มัน
ช่างชวนดึงดูดใจของเขาเป็นอย่างยิ่ง
กลิ่นหอมหวนของมันรุนแรงยิ่งกว่าที่ อู่ อวี้ คาดคิด
ไว้ตอนแรกเสียอีก
เขาจ้องมองไปยังลูกท้อราชินีมารดาขนาดใหญ่ที่อยู่
บนต้น พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยอารมณ์ความรู้สึก
ซับซ้อนเล็กน้อย “ ไม่แปลกใจว่าท าไมเหล่า
จักรพรรดิเซียนถึงได้ปรารถนาลูกท้อราชินีมารดรนัก
เพราะในลูกท้อนั้นมีปราณวิญญาณเซียนอัดแน่นอยู่
เช่นเดียวกับพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว! ”
การล่อลวงครั้งใหญ่ตรงเบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ยามนี้
ไม่สามารถท าให้จิตใจของเขาหวั่นไหวได้แม้แต่น้อย
กว่าเขาจะมาถึงทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ฉะนั้นเขา
จะไม่ท าลายชีวิตของตนเองด้วยความโลภชั่วขณะ
อย่างเด็ดขาด
จากสถานการณ์ปัจจุบัน อู่ อวี้ อาจเข้าใกล้จักรพรรดิ
หยกได้ มากขึ้นเพื่อค้นหาเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับ
ปริศนาต่าง ๆ ที่ยังค้างคา
ถ้าเขาหน้ามืดแล้วขโมยลูกท้อกินทุกอย่างก็จะจบสิ้น
อู่ อวี้ จะไม่หลงกลกับความโลภในใจอย่างเด็ดขาด
ความอดทนอดกลั้นของเขานั้นแข็งแกร่งมาก ตราบ
ใดที่เขายังมีสติเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะท าผิดพลาด
สวนลูกท้อของราชินีมารดร มีปราณวิญญาณ
หนาแน่นเข้มข้นเป็นอย่างมาก
อู่ อวี้ นั่งลงใต้ต้นลูกท้อราชินีมารดรแล้วหลับตาลง
จากนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกถึงปราณวิญญาณเซียนที่ท่วม
ท้นเป็นอย่างยิ่ง
“ ปราณวิญญาณเซียนแข็งแกร่งจริง ๆ หากสามารถ
ฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่สักหมื่นปี เทียบเท่ากับการ
กลืนกินพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์หลายปี ต่อให้อยู่ใน
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์เป็นเวลานับหมื่นปีก็ยังไม่
แน่ว่าจะได้พระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์มาครอบครอง
นอกจากนี้ผลข้างเคียงจากการกลืนกินพระธาตุ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็ค่อนข้างรุนแรงมากเกินไป”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเรื่องนี้ในใจ จากนั้นก็เริ่มระงับสติ
อารมณ์จมดิ่งสู่ห้วงแห่งการฝึกฝน
ตอนนี้เขามาถึงจุดวิกฤติของการฝึกฝนแล้ว ‘คุก
จักรพรรดิวัฏสงสาร’ ในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์
เริ่มก่อรูปสร้างเป็นวัฏสงสารหยินหยาง เมื่อใดที่เขา
ก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ 4
พลังเซียนพิภพจักรพรรดิและความแข็งแกร่งโดยรวม
ของเขาจะพุ่งทะยานขึ้นอีกหลายเท่า
แม้ว่าอันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ จะมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง
เช่นเดียวกับเทพสามตาหยางเจียน แต่ความ
แข็งแกร่งของเขาก็ยังห่างชั้นกับมันมาก
ปัจจุบัน อู่ อวี้ สามารถเอาชนะจักรพรรดิเซียนขั้นที่
5 เช่น จักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์และเทพอสูร
บรรพกาลได้เพียงเท่านั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ
จักรพรรดิเซียนที่มีอาณาจักรพลังสูงกว่าระดับ
ดังกล่าว เขาก็มิใช่คู่ต่อกรของพวกมัน
แน่นอนว่าสิ่งนี้ท าให้เขาไม่เคยคร้านจะฝึกฝน
เขารู้ดีว่าหากต้องการล้างแค้นให้ฉีเทียนต้าเซิ่น อย่าง
น้อยอาณาจักรฝึกตนของเขาต้องยกระดับขึ้นสู่
จุดสูงสุด
มิฉะนั้นแล้วต่อให้เขารู้ความจริงไป แต่ก็ไม่สามารถ
แก้แค้นได้อยู่ดี
——————-