กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1766: สายธารแห่งกาลเวลา
อู่ อวี้ ปลอมตัวเป็นเทพเซียนสามัญธรรมดาท่องผ่าน
วังสวรรค์แปดพันชั้น
เมื่อขึ้นมาบนแดนสวรรค์เขาก็เห็นว่าเหล่าทหาร
ขุนพลสวรรค์กำลังค้นหาร่องรอยตัวเขาให้ควักอยู่ทุก
หนทุกแห่ง ทว่าช่างน่าเสียดายที่ตอนนี้เขาปลอมตัว
เป็นผู้อื่น อีกฝ่ายจึงจำเขาไม่ได้
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ยังคงระมัดระวังไม่กล้าจะประมาท
เขาเดินทางผ่านบ่อน้ำนิรันดร์ มุ่งหน้าไปยังทิศทาง
ตำแหน่งของบรรพชนมารกลืนสวรรค์อย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางเขาคอยสอบถามข่าวรอบตัวของตนเอง
จึงรู้ว่าตอนนี้คนทั้งสวรรค์กำลังตามหาเขากันให้ควัก
ไม่เพียงแค่นั้นแต่ยังมีเหล่าทหารขุนพลสวรรค์และ
เทพเซียนระดับธรรมดาอีกเป็นจำนวนมากพยายาม
ค้นหาร่องรอยเขาอยู่ทุกหนทุกแห่ง
เห็นได้ชัดว่าปัญหาของ อู่ อวี้ ในครั้งนี้มันใหญ่หลวง
เหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิหยกหรือราชินี
มารดร รวมถึงจักรพรรดิเซียนระดับสูงคนอื่น ๆ อีก
มากมายขุ่นเคืองกับวีรกรรมของเขาอย่างที่สุด
ไม่ว่าเทพเซียนคนใดประสบพบเจอหรือมีร่องรอย
ของ อู่ อวี้ คนผู้นั้นจะถูกตกรางวัลอย่างงาม นี่คือ
แรงกระตุ้นที่ทำให้ผู้คนบนสวรรค์ทั้งหมดรวมถึงเหล่า
ทหารขุนพลสวรรค์พยายามค้นหาตัวเขาอย่าง
สุดกำลัง
นอกจาก อู่ อวี้ แล้วยังมีอีกสามคนก็คือ ลั่วผิน ,
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซี
เพียงแค่เจอหนึ่งในพวกเขา ผู้ที่พบเจอก็จะสามารถ
ได้รับรางวัลอย่างงามจากจักรพรรดิหยก ทำให้เทพ
เซียนจำนวนนับไม่ถ้วนพยายามค้นหาตัวเขาให้ควัก
ระหว่างการเดินทาง อู่ อวี้ พยายามระมัดระวังตัวอยู่
ตลอด เขารู้ว่าตนเองนั้นเป็นอาชญากรอุกฉกรรจ์
เมื่อใดที่ถูกจับกุมตัว เขาจะถูกโยนลงไปใน ‘คุก
สวรรค์’ และนี่ก็คือจุดจบอันน่าสังเวชยิ่งของผู้ที่
หาญกล้ายั่วยุท้าทายผู้คนทั้งสวรรค์
ไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็ใช้ ‘เคล็ดล่าวิญญาณ’ ไล่ตามไป
ยังวังสวรรค์แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยหมอกปกคลุม
วังสวรรค์แห่งนี้ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางระหว่างวังสวรรค์
แปดพันชั้น จัดเป็นสถานที่ไม่ค่อยโดดเด่นสักเท่าไหร่
อู่ อวี้ เดินผ่านท่ามกลางห้วงแห่งม่านหมอก เขา
พบว่าวังสวรรค์แห่งนี้ไม่มีผู้ใดอยู่ เป็นไปได้หรือไม่ที่
บรรพชนมารกลืนสวรรค์จะหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เพื่อ
ย่อยสลายปราณวิญญาณเซียนจากผลลูกท้อ
จวบจนถึงตอนนี้ภายในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์
ของเขายังเต็มไปด้วยปราณวิญญาณเซียนจำนวน
มาก
นี่คือทุนที่เขาตั้งใจเก็บไว้ใช้ในการฝึกฝนยกระดับ
ภายหลัง เขาจะไม่เอามันมาใช้เผาผลาญตอนต่อสู้อีก
เด็ดขาด
การต่อสู้ดุเดือดครั้งก่อนกับเทพสามตาและเทพนาจา
เขาได้ใช้ความสามารถในการเผาผลาญโดยดึงพลัง
จากผลลูกท้อที่เอ่อล้นจนแทบระเบิดจากในร่าง ถึง
อย่างนั้นก็ยังหลงเหลือปราณวิญญาณเซียนที่มีกัก
เก็บไว้อยู่ภายในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์อีก
จำนวนมาก
ต้องรู้ว่าปริมาณปราณวิญญาณเซียนของลูกท้อที่ อู่
อวี้ กักเก็บไว้ในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์คงใช้ไปได้
อีกนาน
เช่นนั้นหมายความว่าบรรพชนมารกลืนสวรรค์ย่อม
ไม่สามารถย่อยสลายให้มันหมดไปได้อย่างรวดเร็ว
อย่างแน่นอน
อู่ อวี้ ติดตามร่องรอยของ ‘เข็มล่าวิญญาณ’ ไปยัง
ทิศทางของบรรพชนมารกลืนสวรรค์อย่างเงียบ ๆ ซึ่ง
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายที่หลบซ่อนกายอยู่ภายในหมอก
คงไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะสามารถตามมันเจอ
หลังจาก อู่ อวี้ ยืนยันตำแหน่งของอีกฝ่ายได้เป็นที่
เรียบร้อย เขาก็ตัดสินใจลงมือใช้ออกด้วย ‘เคล็ด
โปรดนิทรา’ ทันที!
บทสวดจารึกเซียนวิงวอนปรารถนาถูกร่ายออกมา
จากปากของ อู่ อวี้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่งผลให้ภาพลวง
ตาแผ่ขยายปกคลุมบรรพชนมารกลืนสวรรค์ในบัดดล
ณ ขณะนี้บรรพชนมารกลืนสวรรค์ยังอยู่ในช่วงหัว
เลี้ยวหัวต่อทะลวงเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดินิรันดร์
มันจะคาดคิดถึงภาพลวงตาจำนวนนับไม่ถ้วนเหล่านี้
ได้อย่างไร?
ชั่วพริบตาต่อมาบรรพชนมารกลืนสวรรค์ก็ตกอยู่ใน
ภาพลวงตาไร้สิ้นสุด แววตาของมันหม่นหมอง
สูญเสียสติสัมปชัญญะไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นสถานการณ์ดังกล่าวเขาก็ไม่รอช้ารีบ
จัดนางเข้าสู่พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ทันที!
ตราบใดที่นางยังอยู่พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์และ อู่
อวี้ ก็ท่องจารึกเซียนวิงวอนปรารถนาไปด้วย นางจะ
ตกอยู่ในมองเห็นภาพลวงตา ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ มิ
อาจครุ่นคิดสิ่งใดได้
อู่ อวี้ จับร่างกายาศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์ของนางออก
จากแดนสวรรค์โดยตรง!
ส่วนเหล่าทหารขุนพลสวรรค์มากมายที่พยายาม
ค้นหาเขาไปทั่วทุกหนทุกแห่งอยู่ในตอนนี้ อู่ อวี้ หา
ได้สนใจพวกมันไม่ เพราะไม่มีทางที่พวกมันจะค้นหา
ตนเองพบไม่ว่าเวลาจะผันผ่านไปนานแค่ไหน
เว้นเสียแต่ว่าจักรพรรดิหยกจะมายังพิภพปีศาจด้วย
ตนเอง เมื่อถึงตอนนั้นจักรพรรดิหยกอาจจะหาที่ซ่อน
ของเขาเจอก็ได้
…….
ใช้เวลาไม่นานเขาก็กลับมายังสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ในพิภพเทพปีศาจ
เขาขังร่างของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ไว้ในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์ ถ้าหากนางไร้ซึ่งลูกทองสัมฤทธิ์
ชาตินี้ก็ไม่มีทางที่นางจะออกจากสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ได้
ถึงอย่างนั้น อู่ อวี้ ป้องกันความผิดพลาดด้วยการ
ปล่อยร่างอวตารนอกวิถีจำนวนนับหมื่นออกมาท่อง
จารึกเซียนวิงวอนปรารถนากรอกหูบรรพชนมารกลืน
สวรรค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรพชนมารสวรรค์ตก
อยู่ในสภาพเฉื่อยชาไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ
นางตกอยู่ในห้วงแห่งภาพลวงตาอันไร้สิ้นสุด ทำให้
นางไม่มีทางฟื้นคืนสติกลับมาได้
ซึ่งในระหว่างนี้ อู่ อวี้ ต้องหาวิธีแบ่งแยกจิตวิญญาณ
ทั้งสองออกจากกัน
สำหรับบรรพชนมารกลืนสวรรค์ แน่นอนว่ามันต้อง
ถูกกำจัดจนสิ้นซาก เนื่องจาก อู่ อวี้ ต้องการให้จิต
วิญญาณของหมิงซวงควบคุมร่างกายนี้เพียงลำพัง
ระหว่างที่อยู่ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ลั่วผิน ,
หนานซานหวางเยว่ และ เย่ซีซี พยายามครุ่นคิดหา
วิธีช่วย อู่ อวี้ แก้ปัญหาเรื่องนี้
น่าเสียดายที่ตอนนี้หมิงซวงตกอยู่ในสภาพย่ำแย่
พอสมควร อีกทั้งสถานการณ์ของนางยังซับซ้อนเป็น
อย่างยิ่ง
แม้ว่า อู่ อวี้ จะเคยแก้ปัญหาที่คล้าย ๆ กันมาแล้ว
แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ของหมิงซวงในปัจจุบัน เขา
ก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้เขาเคยแก้ปัญหาของหนานกงเหว่ยกับเจ้า
หงส์ระบำเพลิงด้วยเคล็ดสะบั้นจิต ซึ่งเขาก็เกือบจะ
ทำได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองตัดสินจะอยู่
ร่วมกัน
จนกระทั่งบัดนี้ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของหนานกง
เหว่ยก็อ่อนแอลงเช่นกัน ราวกับว่านางครอบครอง
พื้นที่ส่วนเล็ก ๆ ในร่างกายได้เพียงเท่านั้น
แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เขารู้สึกว่าตนเองทำได้สำเร็จ
มากที่สุด คือตอนที่ทำลายเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของ
โม่อิงดับโลกากับ กลืนวิญญาณของราชันมังกร
โลกันตร์ในร่างจิ่วอิง
แต่เขาก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากค่ายกลเซียน
ของตระกูลเทพมังกร
แต่สถานการณ์ของหมิงซวงในยามนี้แม้แต่ค่ายกล
เซียนคงไม่อาจทำอันใดได้ เนื่องจากสถานการณ์ของ
นางซับซ้อนกว่านั้นมาก
อาจกล่าวได้ว่าจิตวิญญาณของนางกับบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ถูกผสานหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ หาก
ใช้เพียงวิธีธรรมดาคงไม่สามารถแบ่งแยกจิต
วิญญาณทั้งสองออกจากกันได้แน่
“ ดูเหมือนจะไร้ซึ่งหนจริง ๆ … ”
อู่ อวี้ พยายามครุ่นคิดมาหลายร้อยปี แต่ก็ยังไม่พบ
วิธีแก้ปัญหา เขาจึงกระทำได้เพียงยอมแพ้ก่อน
ชั่วคราว
“ เช่นนั้นข้าจะกลับไปบนสวรรค์เพื่อหาข่าว บางที
อาจจะพบใครสักคนที่พอช่วยได้ ” เมื่อเห็น
สถานการณ์เป็นเช่นนี้ หนานซานหวางเยว่ก็ยกมือขึ้น
เสนอตัว
“ กลับไปบนสวรรค์จะไม่อันตรายงั้นหรือ?” เย่ซีซี
กล่าวด้วยความวิตกกังวล
แม้ว่าปกตินางจะแสดงท่าทางเช่นนั้นกับหนานซาน
หวางเยว่ แต่อันที่จริงแล้วนางก็เป็นห่วงใยเขา
เช่นกัน เนื่องจากคนทั้งสองฝึกฝนบำเพ็ญตนด้วยกัน
มานานแล้ว
” อย่าได้กังวลไป ข้าคือบุรุษผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
แพรวพราว จะถูกจับตัวง่าย ๆ ได้อย่างไร?” หนาน
ซานหวางเยว่ยิ้ม เขาไม่ได้สนใจเหล่าทหารขุนพล
สวรรค์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้เขาได้บรรลุสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนแล้ว
พลังอิทธิฤทธิ์ที่เขาเคยฝึกฝนมาแต่เดิม ได้ถูก
เสริมสร้างขึ้นใหม่จนกลายเป็นวิถีจักรพรรดิเชื่อม
สวรรค์แล้ว
เช่นเดียวกับพลังอิทธิฤทธิ์ของ อู่ อวี้ วิชาทั้งหมดได้
ถูกฝึกฝนยกระดับจนถึงขีดสุด จนบังเกิดเป็นผลลัพธ์
ที่น่าทึ่งยิ่ง
หนานซานหวางเยว่ต้องการกลับไปที่สวรรค์เพื่อหา
ข่าว โดยพึ่งพาวิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์ที่ทรงพลัง
ที่สุดของเขาหรือก็คือ ‘เขตแดนสวรรค์ไร้รอย’
เมื่อเขตแดนสวรรค์ไร้รอยสำแดงเดช แม้แต่ อู่ อวี้ ยัง
ไม่อาจสัมผัสถึงการดำรงอยู่ของเขาได้ แน่นอนว่าเท
พนาจากับเทพสามตาก็มิอาจสัมผัสได้เช่นกัน
ซึ่งมันเทียบเท่าได้กับการล่องหนหายตัวไปอย่าง
สมบูรณ์
แม้กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกอิจฉาวิชาของเขาเล็กน้อย
ภายใต้เขตแดนสวรรค์ไร้รอยเขาสามารถเดินทาง
ท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสวรรค์โดยไม่ถูกผู้ใดค้นพบ
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังใช้เคล็ดแปลงกายขั้นพื้นฐานได้
อีกด้วย แม้ว่ามันจะมิได้ส่งทรงพลังเท่ากับ
ความสามารถในการ ‘จำลอง’ ของอสูรกลืนสวรรค์
แต่มันก็สามารถหลอกลวงตัวตนระดับสูงได้เช่นกัน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อู่ อวี้ คงปล่อยให้เขากลับไปที่แดน
สวรรค์ได้เพียงเท่านั้น แน่นอนว่าเขาต้องดำเนินการ
อย่างระมัดระวัง หากผิดพลาดแม้เพียงนิดทุกอย่าง
คงจบสิ้น
” ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าได้กังวลไป รอข้าแจ้งข่าวดีกลับมาได้
เลย! นอกจากนี้การออกไปข้างนอก ข้ายังมีโอกาสได้
เสพสมกับเหล่านางเซียนตัวน้อยอีกด้วย ซึ่งเป็นไปได้
ว่าในอนาคตข้าจะไม่มีโอกาสเช่นนี้อีก… ” หนานซาน
หวางเยว่ยิ้มขึ้นอย่างยียวน
ทันใดนั้นสีหน้าของเย่ซีซีก็แปรเปลี่ยนเป็น
เคร่งเครียดขึ้นมาในทันที “ข้าเกรงว่านี่คือเป้าหมาย
เดิมของเจ้า ช่างต่ำช้ายิ่งนัก!”
” เหตุใดเจ้าถึงบอกว่าข้าต่ำช้า? ทั้ง ๆ ที่มันช่าง
อ่อนโยนและสวยงามมากแท้ ๆ !” หนานซานหวาง
เยว่หัวเราะ จากนั้นก็เดินทางออกจากพิภพเทพ
ปีศาจ
เมื่อเขาจากไป ลั่วผินกับเย่ซีซีก็แยกกันฝึกฝน
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็จดจ่ออยู่ท่ามกลางห้วงแห่งการฝึกฝน
บำเพ็ญเช่นเดียวกัน
หลังจากกลับมาในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ยังเหลือ
ซากศพจักรพรรดิปีศาจอีกจำนวนมากให้เขากลืนกิน
เพื่อยกระดับความแข็งแกร่ง อีกทั้งภายในพิภพ
จักรพรรดิกลืนสวรรค์ของเขายังหลงเหลือปราณ
วิญญาณเซียนจากผลลูกท้ออีกพอสมควร ซึ่งมันมาก
เพียงพอแล้วที่จะให้เขาปิดด่านฝึกตนไปได้อีกสักพัก
ดังนั้นเขาจึงมุ่งมั่นฝึกฝนต่อไป
ตอนนี้ภายในพิภพจักรพรรดิของเขา มีทั้งวัฏสงสาร
นรก ภพสวรรค์ และเทพเซียนกับเทพมาร
ซึ่งมันทำให้พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของเขา
เทียบเท่าได้กับพิภพขนาดเล็กเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามในพิภพจักรพรรดิขึ้นสวรรค์ของเขาใน
ปัจจุบัน ยังคงพัฒนาอย่างเชื่องช้า เนื่องจากมนุษย์ที่
ฝึกฝนจนกลายเป็นเทพเซียนและเทพมารไม่มีเคล็ด
บ่มเพาะสำหรับการฝึกฝนบำเพ็ญตนมากนัก จึง
จำเป็นต้องอาศัยปราณวิญญาณเซียนอันล้นหลาม
เพื่อเร่งความเร็ว
เพราะอย่างไรเสียพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของ อู่
อวี้ ก็คือสถานที่ที่เอาไว้ใช้เก็บปราณวิญญาณเซียน
อันล้มหลามจากการกลืนกินผลลูกท้อของเขา
โดยเฉพาะยามนี้พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของเขา
แทบจะเต็มเปี่ยมไปด้วยปราณวิญญาณเซียนจากผล
ลูกท้อ
” อาณาจักรจักรพรรดินิรันดร์ขั้นที่ 6 มีชื่อว่า : สาย
ธารแห่งกาลเวลา! ”
อู่ อวี้ เริ่มปลดวงเวทย์เซียนกำเนิดภพมากขึ้นเรื่อย
ๆ จากนั้นก็กลืนกินซากศพของจักรพรรดิปีศาจ
ส่งผลให้ไม่นานนัก เขาก็พบกุญแจที่จะก้าวสู่
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนขั้นที่หก หรือก็คือการสร้าง
สายธารแห่งกาลเวลาขึ้นในพิภพจักรพรรดิของเขา
การดำรงอยู่ของสายธารแห่งกาลเวลา สามารถ
แปรเปลี่ยนอัตราการไหลเวียนของเวลาในพิภพ
จักรพรรดิได้
หากทำให้เวลาในพิภพจักรพรรดิเร็วขึ้นสิบเท่า
ความเร็วของมนุษย์ในการบรรลุกลายเป็นเซียน
อมตะก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าเช่นกัน
หากเขาเพิ่มความเร็วขึ้นเป็นร้อยเท่า เช่นนั้น
ความเร็วของมนุษย์ที่บรรลุกลายเป็นเซียนอมตะก็จะ
เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าเหมือนกัน!
แน่นอนว่าสำหรับจักรพรรดิเซียนแล้วนี่ถือเป็นการ
ยกระดับความแข็งแกร่งเช่นกัน เพราะอย่างไรเสียยิ่ง
มนุษย์ในพิภพจักรพรรดิกลายเป็นเซียนอมตะมาก
เท่าใด ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิเซียนก็ยิ่ง
เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
เมื่อมีเซียนอมตะปรากฏขึ้นในพิภพจักรพรรดิมากขึ้น
เรื่อย ๆ พลังความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ก็จะเพิ่มขึ้น
เขาปลดปล่อยร่างอวตารออกไป จากนั้นก็ให้พวกมัน
ท่องจารึกเซียนวิงวอนปรารถนาใช้เคล็ดโปรดนิทรา
ใส่บรรพชนมารกลืนสวรรค์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มัน
ตกอยู่ในสภาพสิ้นสติหลับใหลอยู่ท่ามกลางห้วงแห่ง
ภาพมายา
ส่วนเขาเองก็พยายามทำจิตใจให้สงบ จดจ่อไปกับ
การสร้าง ‘สายธารแห่งกาลเวลา’
ภายในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ มีซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์มากพอให้เขากลืนกิน
นอกจากนี้ภายในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของเขา
ยังมีพลังปราณวิญญาณเซียนจากผลลูกท้อกักเก็บไว้
มากพอให้เขาใช้ฝึกฝนในอนาคต
การปิดด่านฝึกตนของเขาในครั้งนี้ กินเวลาไปถึงหนึ่ง
แสนปี!
ตลอดระยะเวลาหนึ่งแสนปีภายใต้การศึกษาทำความ
เข้าใจอย่างต่อเนื่อง ในที่สุด ‘สายธารแห่งกาลเวลา’
ก็ถูกสร้างขึ้นในพิภพจักรพรรดิของเขา!
———————