กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1765: เคล็ดโปรดนิทรา
หนึ่งพลองทะลวงสวรรค์ถูกใช้ออกอีกครั้ง
เวลานี้ อู่ อวี้ กำลังโจมตีปรมาจารย์สุภูติ!
ในสายตาของผู้อื่นการกระทำเช่นนี้ถือเป็นศิษย์
เนรคุณอย่างแท้จริง หลอกลวงทำร้ายผู้ซึ่งเป็น
อาจารย์ แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่เขาจะช่วยลั่วผินกับ
สหายออกไปจากที่นี่ได้สำเร็จ
อู่ อวี้ แสร้งเอาชนะปรมาจารย์สุภูติได้เท่านั้น ดังนั้น
เขาจึงจำเป็นต้องใช้พลังที่อยู่เหนือยิ่งกว่าระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่เจ็ด!
เมื่อพลองทองสมปรารถนาในมือถูกฟาดออกไปแสงสี
ทองก็ระเบิดออก ส่องทะลวงเข้าใส่ดวงตาทุกคนใน
บ่อน้ำนิรันดร์จนแสบพล่าไปหมด
ในขณะนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่ามีผู้แข็งแกร่งอยู่เหนือบ่อน้ำนิ
รันดร์
ผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นล้วนเป็นแม่ทัพขุนพลของ
กองทัพสวรรค์ ตอนนี้มีผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลัง
พุ่งทะยานลงมาจากบ่อน้ำนิรันดร์อย่างต่อเนื่อง
ทว่าเมื่อพวกมันมาถึงก็พบว่า อู่ อวี้ กำลังต่อสู้กับ
ปรมาจารย์สุภูติทุกคนจึงหยุด
เรื่องนี้ทำให้หัวใจของ อู่ อวี้ หม่นหมองเป็นอย่างยิ่ง
ท่ามกลางการจับตามองของเหล่าขุนพลสวรรค์ ต่อ
ให้ปรมาจารย์สุภูติแสร้งทำเป็นว่าพ่ายแพ้ แต่มันก็ยัง
เป็นเรื่องยากที่เขาจะหลบหนี
เมื่อถึงเวลานั้นเหล่าขุนพลกองทัพสวรรค์จะต้อง
ร่วมมือกันอย่างแน่นอน แม้ว่าทหารเหล่านี้จะเป็น
จักรพรรดิเซียนธรรมดาสามัญ แต่เมื่อกองกำลัง
ทั้งหมดรวมร่วมมือกันความน่าสะพรึงกลัวย่อม
แตกต่างออกไป
หากมีการต่อสู้เกิดขึ้นทหารเหล่านี้ก็สามารถปิดล้อม
ถ่วงเวลา อู่ อวี้ ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่มันก็มาก
พอที่จะทำให้เขาไม่สามารถหลบหนีได้
เมื่อนั้น อู่ อวี้ จะไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ กระทำ
ได้เพียงรอให้ผู้แข็งแกร่งบนสวรรค์มาถึงเท่านั้น…
แต่ในเวลานี้พลองทองสมปรารถนา อู่ อวี้ กำลังฟาด
ลงไปที่ปรมาจารย์สุภูติ
ขณะที่กองทัพสวรรค์มาถึงปรมาจารย์สุภูติได้กล่าว
พึมพำอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งไม่มีผู้ใดทำได้
สังเกตเห็น ทันใดนั้นพลังที่คุ้นเคยก็กวาดเข้าหาเหล่า
ขุนพลกองทัพสวรรค์
“เคล็ดตรึงกายเช่นหรือ?”
อู่ อวี้ ตกตะลึงเมื่อสัมผัสถึงพลังที่คุ้นเคย
แต่ช่วงเวลาคับขันเช่นนี้เขาไม่มีเวลามานั่งแปลกใจ
เมื่อพลองทองสมปรารถนาในมือฟาดตวัดลงบน
ปรมาจารย์สุภูติ ร่างของท่านก็ลอยละลิ่วปลิวละล่อง
ปลิวกระเด็นออกไป พลังอันน่าสะพรึงกลัว
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบ่อน้ำนิรันดร์!
“ไป!”
หลังจากปรมาจารย์สุภูติเอ่ยผ่านกระแสเสียง เขาก็
พบว่าลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซีถูกปล่อย
ตัวออกมาหมดแล้ว
อู่ อวี้ พาพวกเขาทั้งหมดเข้าสู่พิภพจักรพรรดิกลืน
สวรรค์ จากนั้นเขาก็หันหลังกลับไปมอง
แล้วพบว่าเหล่าขุนพลกองทัพสวรรค์ทั้งหมดหยุดนิ่ง
ด้วยเคลดตรึงกาย กระทำได้เพียงเฝ้ามองเขาหลบหนี
ออกไปจากที่นี่เท่านั้น
” ไฉนท่านปรมาจารย์สุภูติถึงใช้เคล็ดตรึงกายได้? ”
อู่ อวี้ ไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาต้องรีบพาคน
ทั้งสามออกไปจากที่นี่ทันที
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เขาคงไม่สามารถ
ไปที่ แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ได้ สถานที่เดียวที่เขา
สามารถไปได้คือภพเทพปีศาจ
เมื่อข้ามผ่านคลื่นแห่งความผันผวน ทันใดนั้นภาพ
ฉากที่อยู่รอบตัวของ อู่ อวี้ ก็เปลี่ยนไป การรับรู้ของ
เขากลับมาเป็นปกติ ในที่สุดเขาก็กลับมาที่ภพเทพ
ปีศาจแล้ว…
อู่ อวี้ ทอดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เมื่อมาถึงภพเทพปีศาจอันตรายคงไม่กลับมาหาเขา
ในเร็ววัน ดังนั้นเขายังพอมีเวลาเหลือที่จะขบคิด
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
ปรมาจารย์สุภูติแสร้งทำเป็นต่อสู้กับเขา เมื่อเขา
โจมตีเอาชนะท่านปรมาจารย์สุภูติได้แล้ว เขาก็
สามารถพาลั่วผินกับคนอื่น ๆ มาได้
แต่กลายเป็นว่ากองทัพสวรรค์มาอย่างกะทันหัน แต่
พวกมันก็ถูกเคล็ดตรึงกายของท่านปรมาจารย์สุภูติ
ตรึงร่างไว้!
ท่านแสร้งทำเป็นพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ จากนั้นเขาก็มี
โอกาสพาคนทั้งสามหลบหนีมายังภพเทพปีศาจ
อู่ อวี้ พยายามวิเคราะห์ขั้นตอนนี้อย่างละเอียดใน
ที่สุดเขาก็พบประเด็นสำคัญ
นั่นก็คือเหตุใดปรมาจารย์สุภูติจึงใช้เจ็ดสิบสอง
รูปแบบอิทธิฤทธิ์มรดกของฉีเทียนต้าเซิ่นได้?
เคล็ดตรึงกายเหมือนกับสิ่งที่ อู่ อวี้ เรียนรู้ถูกใช้โดย
ปรมาจารย์สุภูติเพื่อหยุดเหล่าขุนพลกองทัพสวรรค์!
“ เป็นไปได้หรือไม่ว่าปรมาจารย์สุภูติกับฉีเทียนต้า
เซิ่นมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน? ”
อู่ อวี้ คาดเดาเช่นนี้อย่างอดไม่ได้
ทว่านอกจากเคล็ดตรึงกายแล้วปรมาจารย์สุภูติ ก็ยัง
ไม่แสดงกระบวนท่าอื่น ๆ เลย
แค่เบาะแสชิ้นนี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุป
ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างปรมาจารย์สุภูติกับฉี
เทียนต้าเซิ่น เพราะมันเร็วเกินไป
อู่ อวี้ จำได้ว่าตอนที่เขาซ่อนตัวอยู่ในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์ ปรมาจารย์สุภูติเรียกตัวให้เขา
กลับมาที่สวรรค์ เพื่อมาเป็นศิษย์ทำให้เขามีโอกาส
จนถึงทุกวันนี้
ถ้ามองจากแง่มุมนี้ดูเหมือนปรมาจารย์สุภูติอาจมี
ความสัมพันธ์กับฉีเทียนต้าเซิ่นจริงๆ
“ช่างเถอะ… ลืมเรื่องนี้ไปก่อน ตอนนี้เรายังทำอะไร
ไม่ได้”
อู่ อวี้ สะบัดศีรษะ ถึงเขาจะคิดไปก็ไม่มีประโยชน์
แม้ว่าเบาะแสทั้งหมดจะเชื่อมโยงกัน แต่เขาก็ยังไม่
สามารถหาข้อสรุปใด ๆ ได้ เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่
น้อยเกินไป
“แต่เรื่องที่สามารถยืนยันได้ในตอนนี้ก็คือบนสวรรค์มี
แต่ปรมาจารย์สุภูติเพียงคนเดียวที่ไว้วางใจได้”
อู่ อวี้ ยืนยันเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน เมื่อมาถึงภพเทพ
ปีศาจเขาก็เตรียมตัวกลับไปยังสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์
อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ไม่สามารถกลับไปบนสวรรค์
ได้ ถ้าเขากลับไปคงต้องจบเห่แน่ ๆ เขาจะต้องถูกจับ
ถูกกล่าวโทษร้องแรกแหกกระเชอจากทุกผู้คน
เขารู้ว่าหายนะที่เขาก่อในครั้งนี้มันใหญ่หลวง
เพียงใด
เขากินลูกท้อในสวนทั้งหมด แม้ว่าเขาจะถูกควบคุม
จนไม่ได้สติก็ตาม แถมเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับหมิงซวง
แต่เขาก็ไม่มีทางยอมให้หมิงซวงเข้ามาพัวพันกับ
เรื่องนี้ได้
อู่ อวี้ จึงทำได้เพียงแบกรับอาชญากรรมครั้งนี้ไว้แต่
เพียงผู้เดียว
“ พระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์กับอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ถูก
กลืนกินไปหมดแล้วก่อนหน้านี้ หากต้องการยกระดับ
พลังฝีมือขึ้นไปอีก ข้าคงต้องกลืนกินซากศพ
จักรพรรดิปีศาจ ”
อู่ อวี้ กลับไปที่สุสานจักรพรรดินิรันดร์
ลำดับแรกต้องปล่อยพวกเขาทั้งสามคนก่อน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสามคงจะตื่น
ตระหนกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากฟังคำอธิบายของ อู่ อวี้ พวกเขาก็เข้าใจสิ่งที่
เกิดขึ้น
“ ไม่มีทาง? หมิงซวงผสานร่างอสูรกลืนสวรรค์จริง
งั้นหรือ? ”
ดวงตาของหนานซานหวางเยว่เบิกกว้างด้วยความไม่
อยากจะเชื่อ “ เป็นแบบนี้ได้อย่างไร? หมิงซวงเป็น
เทพธิดาของข้า … ”
” อย่ากังวลเกินไป ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาสิ้น
หวัง” อู่ อวี้ ยังนึกถึงตอนที่เขาได้พบกับบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ แววตาของนางมักจะแปรเปลี่ยนเป็น
อ่อนโยนเป็นครั้งคราว
แน่นอนว่านั่นคือแววตาของหมิงซวง ไม่ใช่บรรพชน
มารกลืนสวรรค์
ซึ่งหมายความว่าหมิงซวงยังไม่ได้ถูกบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์กลืนกินอย่างสมบูรณ์ แค่พาตัวนาง
กลับมาอาจจะมีวิธีกำจัดบรรพชนมารกลืนสวรรค์
ออกไปก็ได้
อู่ อวี้ เองก็เคยประสบเหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้
มาแล้วหลายครั้ง
ในอดีตจิ่วอิงถูกเศษเสี้ยววิญญาณของโม่อิงดับโลกา
ยึดครองร่าง และในครั้งนั้นเขาต้องพึ่งพาค่ายกล
เซียนของตระกูลเทพมังกร จิ่วอิงจึงหายเป็นปกติ
ทว่าสถานการณ์ของหมิงซวงมีความซับซ้อน
มากกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับนางในปัจจุบันแก้ไขได้ยาก
กว่าจิ่วอิงในเวลานั้น
” โชคดีที่ก่อนหน้านี้ใช้เข็มล่าวิญญาณฝังไว้ในร่าง
ของนาง ”
ถือว่า อู่ อวี้ ค่อนข้างโชคดี
ยามนั้นเขาปาเข็มล่าวิญญาณเข้าใส่ร่างบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ ทำให้สามารถติดตามตำแหน่งของอีก
ฝ่ายได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ที่ใด อู่ อวี้ ก็สามารถพึ่งพา
เข็มล่าวิญญาณตามหานางได้
เจ็ดสิบสองรูปแบบอิทธิฤทธิ์ ‘เคล็ดล่าวิญญาณ’ มี
ความสามารถที่น่าทึ่งยิ่ง
จนถึงตอนนี้ อู่ อวี้ สามารถรับรู้ตำแหน่งของบรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ได้ตอลดเวลา
แต่เป็นเพราะตอนนี้เขาอยู่ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์
ตำแหน่งของบรรพชนมารกลืนสวรรค์จึงไม่ค่อย
ชัดเจนสักเท่าใด
ทว่าเมื่อใดก็ตามที่กลับสวรรค์เขาจะรู้ตำแหน่งของ
อีกฝ่ายได้ทันทีว่าอยู่ที่ใด
“ ต่อให้รู้ตำแหน่งก็เถอะ แต่จะให้จับตัวนางมันไม่
ง่ายเลยอย่าลืมว่านางมีเมฆาตลบฟ้าด้วย… ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วในที่สุดก็พบว่ายังพอมี
หนทาง เพราะหนึ่งในเจ็ดสิบสองรูปแบบอิทธิฤทธิ์ มี
รูเคล็ดวิชาที่เหมาะสมอยู่ ชื่อของมันก็คือ ‘เคล็ดโปรด
นิทรา’ !
เคล็ดโปรดนิทราคือการควบคุมคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว
ด้วยการสวดภาวนา ‘จารึกเซียนวิงวอนปรารถนา’
ส่งผลให้เป้าหมายจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งภาพลวงตา
อย่างไรสิ้นสุด ทำให้สูญเสียประสิทธิภาพการต่อสู้ไป
ชั่วขณะ
เมื่อถูกจารึกเซียนวิงวอนปรารถนาควบคุม อีกฝ่าย
จะตกอยู่ในภาพลวงตาอย่างสิ้นเชิง จิตใจจะว่าง
เปล่าไร้ซึ่งการป้องกันใด ๆ
หากเขาสามารถฝึกฝนเรียนรู้เคล็ดโปรดนิทรา ก็จะ
สามารถควบคุมบรรพชนมารกลืนกินสวรรค์ด้วย
จารึกเซียนวิงวอนปรารถนา ทำให้ อู่ อวี้ มีโอกาสพา
นางกลับมาได้สำเร็จ
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เขาก็เริ่มฝึกฝนเคล็ดโปรดนิทราทันที
เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันค่อนข้างเร่งด่วน ถ้าไม่
รีบก็กลัวว่าจะไม่ทันการณ์ ดีไม่ดีจักรพรรดิหยก
อาจจะพาเหล่าทหารกองทัพสวรรค์มายังภพเทพ
ปีศาจได้
อย่างที่รู้กันดีว่าภพเทพปีศาจมาถูกบดขยี้มาแล้วครั้ง
หนึ่ง
ถ้าจะโดนอีกครั้งก็คงไม่แปลก?
อู่ อวี้ ไม่สงสัยเลยว่าจักรพรรดิหยกจะสามารถ
ตามมาเขาที่หลบซ่อนตัวอยู่ในภพเทพปีศาจได้
หรือไม่
แน่นอนแล้วอีกฝ่ายอาจจะไม่รู้ เพราะคนทั้งสวรรค์ไม่
มีความทรงจำเกี่ยวกับการบดขยี้ทำลายภพเทพ
ปีศาจหลงเหลืออยู่
หากจักรพรรดิหยกไม่มีความทรงจำดังกล่าวเช่นกัน
เขาก็คงจะหลบซ่อนตัวอยู่ภายในภพเทพปีศาจได้
อย่างปลอดภัย…
แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถฝากความหวังอันริบหรี่นี้ได้
ไม่ว่าเขาคิดทำอะไรก็ควรรีบ ๆ ทำ
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มท่อง ‘จารึกเซียนวิงวอน
ปรารถนา’ ทั้งกลางวันกลางคืน พยายามฝึกฝนเคล็ด
โปรดนิทราท่องจำจนปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมด
เพราะขนาดตัวเขาก็ยังติดอยู่ในภาพลวงตาของจารึก
เซียนวิงวอนปรารถนา
เมื่อมีอาการดังกล่าวเขาก็ทำได้เพียงหยุดนิ่งไป
ชั่วขณะ
ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมเสียเวลาแม้กระทั่งช่วง
พักผ่อน เขาต้องอาศัย ‘เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ’
เพื่อศึกษาวงเวทย์เซียนกำเนิดภพในสุสานจักรพรรดิ
นิรันดร์
และตอนนี้เขาไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อยนิด
เพราะสถานการณ์ปัจจุบันมันตึงเครียดเหลือเกิน
เขาทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะฟื้นจากภาพลวง
ตา หลังจากนั้นเขาก็ท่องจารึกเซียนวิงวอนปรารถนา
ทั้งวันทั้งคืนต่อไปเรื่อย ๆ
เขาฝึกฝนเช่นนี้มาสามพันปีแล้ว!
ตลอดสามพันปีมานี้เขายังคมท่องจารึกเซียนวิงวอน
ปรารถนาเพื่อฝึกฝน ‘เคล็ดโปรดนิทรา’ อย่างต่อเนื่อง
เมื่อตกอยู่ในภาพลวงตา เขาจะหยุดชั่วขณะแล้วหัน
มาศึกษาวงเวทย์เซียนกำเนิดภพแทน
จนกระทั่งผ่านไปสามพันปี หลังจากท่องจารึกเซียน
วิงวอนปรารถนาหลายร้อยล้านครั้ง ในที่สุดเขาก็
ฝึกฝน ‘เคล็ดโปรดนิทรา’ ได้สำเร็จ!
” ในที่สุดก็ได้เวลาลงมือแล้ว ”
หลังจาก อู่ อวี้ ฝึกฝนเทคนิคเคล็ดโปรดนิทราได้
สำเร็จ การไล่ล่าติดตามเพื่อจับบรรพชนมารกลืน
สวรรค์ก็ไม่น่าจะสายเกินไป
เพราะอย่างไรเสียจิตวิญญาณของหมิงซวงก็ยังคงอยู่
ดังนั้นเขาต้องพานางกลับมาให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นแล้ว
หากพบเจอนางครั้งหน้า หมิงซวงอาจจะตกตายไป
อย่างสมบูรณ์
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้หมิงซวงหายไป
แบบนี้เด็ดขาด!
“แปรเปลี่ยน!”
ขณะที่ อู่ อวี้ เตรียมออกไล่ล่า เขาก็ใช้ความสามารถ
ในการจำลองของอสูรกลืนสวรรค์ กลายเป็นเทพ
เซียนธรรมดา
จากนั้นเขาก็กลับสู่แดนสวรรค์อย่างเงียบ ๆ พร้อมตั้ง
สมาธิเพื่อรับรู้ตำแหน่งของอสูรกลืนสวรรค์
ไม่นานนักเขาก็รู้สึกว่า ‘เข็มล่าวิญญาณ’ กำลัง
เคลื่อนไหวอยู่ในวังสวรรค์ อู่ อวี้ พบตำแหน่งของ
ฝ่ายตรงข้ามแล้ว!
ต่อมาเขาก็รีบมุ่งหน้าไปที่วังสวรรค์ชั้นนั้นโดยไร้ซึ่ง
ความลังเลแม้แต่น้อย
———————–