กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1782 : ความจริงเบื้องหลัง
อู่ อวี้ ไต่ถามเป็นอันดับแรกว่าเหตุใดจักรพรรดิเซียน
แห่งแดนเซียนวังสวรรค์ถึงสูญเสียความทรงจำ?
“ เพราะเหตุใดจักรพรรดิเซียนบนแดนเซียนวัง
สวรรค์ จึงจดจำอะไรเกี่ยวกับฉีเทียนต้าเซิ่นไม่ได้เลย?
”
อู่ อวี้ ไต่ถาม
เขาพยายามครุ่นคิดเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ
เหตุใด
จากนั้นภิกษุหนุ่มชุดขาวตรงหน้าก็กล่าวด้วยเสียง
อ่อนโยนว่า ” จักรพรรดิหยกได้นำเหล่าจักรพรรดิ
เซียนบุกมาที่นี่ แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ทั้งหมดถูก
จักรพรรดิเซียนบดขยี้ทำลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ส่วนใจกลางแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ ‘ฤทัยพิภพ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์’ ก็ถูกเทพเซียนบนสวรรค์ทำลายใน
สงครามครั้งนั้น ซึ่งนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ถึงสูญเสีย ‘ฤทัยพิภพ’ ไป ทำให้เหล่า
อรหันต์แปรเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด
” ครั้นนั้นแดนเซียนอรหันต์สวรรค์เกือบถูกทำลายจน
สิ้น ข้าจึงใช้เคล็ดอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทำให้เทพเซียนล่า
ถอยไป ชั่วขณะนั้นเหล่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้
ใช้เคล็ดอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า ‘คำสาปลืมเลือน
ฤทัย’ ทำให้จักรพรรดิเซียนบนแดนสวรรค์ลืมเลือน
เรื่องราวเกี่ยวกับแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ไปจนหมด
สิ้น ”
” มีเพียงการทำให้พวกเขาลืมเลือนสงครามการต่อสู้
เท่านั้น พวกเขาถึงจะไม่มารุกรานที่นี่อีก ซึ่งสาเหตุที่
ทำให้เทพเซียนบนสวรรค์ปั่นป่วนโกลาหลถึงเพียงนี้ก็
เป็นเพราะ ‘คำสาปลืมเลือนฤทัย’ ”
หลังจากฟังคำบอกเล่าของพระสุคตเสวียนจั้ง อู่ อวี้
ก็รู้สึกตื่นตระหนกอย่างต่อเนื่อง
เขาไม่คาดคิดว่าแดนเซียนทั้งสองจะมีความขัดแย้ง
ดังกล่าว มันจะต้องเป็นความขัดแย้งที่ใหญ่หลวงมาก
จนเกือบทำให้แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ถูกทำลาย
เมื่อล้านปีก่อนฤทัยพิภพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ถูกบดขยี้
ทำลายเป็นเสี่ยง ๆ จึงเป็นผลพวงทำให้พิภพอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ในแดนอรหันต์สวรรค์
กลายเป็นสีดำ มีอุปนิสัยรุนแรงดุร้าย
ความจริงของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์และแดนเซียนวังสวรรค์ได้ถูกเปิดเผย
ให้ อู่ อวี้ ล่วงรู้เฉกเช่นดั่งการฉายภาพ
“แล้วภพเทพปีศาจเล่า?”
ตอนนี้ อู่ อวี้ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการล่มสลายของภพ
เทพปีศาจที่ยังเป็นปริศนาและติดค้างอยู่ภายในใจ
สำหรับเขานอกเหนือจากภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
โดยฉีเทียนต้าเซิ่นแล้ว ยังมีความเคียดแค้นของเหล่า
ผู้อาวุโสจักรพรรดิปีศาจของภพเทพปีศาจทั้งหมด
ดังนั้นเขาจำต้องค้นหาต้นสายปลายเหตุของการล่ม
สลายในภพเทพปีศาจ
“ภพเทพปีศาจเป็นที่อยู่ของเทพปีศาจในอาณาเขต
แดนเซียนวังสวรรค์ใช่หรือไม่? ”
น้ำเสียงอันอ่อนโยนของพระสุคตเสวียนจั้งยังคงตอบ
คำถามอย่างต่อเนื่อง ” เรื่องนั้นน่าจะเกิดขึ้นก่อนที่
เหล่าจักรพรรดิเซียนรุกรานมายังแดนเซียนอรหันต์
สวรรค์ ยามนั้นดูเหมือนว่าด้วยเป้าหมายบางอย่าง
ของจักรพรรดิหยก เขาจึงนำพาไพร่พลของตนเองไป
บดขยี้ทำลายสังหารจักรพรรดิปีศาจในภพเทพปีศาจ
อย่างบ้าคลั่ง! เมื่อบดขยี้ที่นั่นจนสำเร็จลุล่วงแล้ว ก็
มาคร่าล้างสังหารอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ในแดนอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ต่อ ”
” ไม่มีผู้ใดรู้ว่าจุดประสงค์ของจักรพรรดิหยกคืออันใด
อีกทั้งตอนนี้คำสาปลืมเลือนฤทัยยังทำให้เขาลืมเลือน
ไปแล้ว มิเช่นนั้นผู้คนในแดนเซียนอรหันต์สวรรค์คง
ตกตายไปมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน… ”
เมื่อได้ยินฝ่ายตรงข้ามกล่าวเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็กำหมัด
แน่น ดวงเนตรของเขาดูราวกับว่ามีโทสะลุกโชนขึ้น
ความจริงที่ออกมาจากปากของพระสุคตทำให้เขาอด
มีโทสะอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่คาดคิดเลยว่าจักรพรรดิ
หยกจะต่ำช้าเลวทรามถึงเพียงนี้!
แม้จะไม่รู้ว่าจักรพรรดิหยกต้องการอันใด ถึงได้
รวบรวมซากศพของจักรพรรดิปีศาจและอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์มากมายเพียงนี้ แต่เห็นได้ชัดว่ามิใช่เรื่องดี
อย่างแน่นอน
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ นึกถึงผู้ฝึกตนนอกรีตในโลกมนุษย์
วิธีการฝึกฝนที่โหดเหี้ยมทารุณถึงเพียงนี้ คนอย่าง
จักรพรรดิหยกคงไม่ทำเช่นนี้จริง ๆ ใช่หรือไม่?
ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องใช้ซากศพของจักรพรรดิปีศาจ
และอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ความบ้าคลั่งเสียสติเช่นนี้ ดู
ราวกับผู้ฝึกตนนอกรีตของเหล่ามาร ซึ่งโหดเหี้ยม
อำมหิตถึงขีดสุด
“ ที่แท้เหล่าจักรพรรดิเซียนบนแดนสวรรค์ ก็เป็นผู้
อยู่เบื้องหลังทุกสรรพสิ่ง ”
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ไขปริศนาที่ตามหลอกหลอนเขาได้
สำเร็จ
น่าเสียดายที่ตอนนี้จักรพรรดิหยกและจักรพรรดิ
เซียนสวรรค์ทั้งหมด ล้วนได้รับผลกระทบจาก ‘คำ
สาปลืมเลือนฤทัย’ จนสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงลังเลเล็กน้อย
แต่ไม่นานนัก ความมุ่งมั่นของเขาก็กลับคืนมา
ไม่ว่าพวกมันจะสูญเสียความทรงจำหรือไม่ แต่
บาปกรรมที่พวกเขาก่อขึ้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง มันก็
คือความจริงที่เต็มไปด้วยมหาสมุทรโลหิต!
” พวกมันสังหารฉีเทียนต้าเซิ่นกับพรรคพวก ทั้งยัง
ทำลายล้างภพเทพปีศาจและ ‘ฤทัยพิภพอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์’ ของแดนเซียนอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้แดน
เซียนแห่งนี้กลายเป็นขุมนรกบนดินซึ่งเต็มไปด้วย
ความปั่นป่วนโกลาหลถึงขีดสุด… หากมีโอกาสข้าจะ
ทำให้พวกมันต้องชดใช้!”
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ดูราวกับว่ากำลังลุกโชนไปด้วย
ความแค้น
เมื่อ อู่ อวี้ หวนนึกไปถึงภาพฉากที่ฉายในแผ่นหิน
ของสวรรค์ฉีเทียน ยามนั้นฉีเทียนต้าเซิ่นกับสหายทั้ง
สามถูกจักรพรรดิเซียนสวรรค์ปิดล้อม จนต้องเปล่ง
เสียงคำรามด้วยความสิ้นหวังในวาระสุดท้าย เขาก็
รู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อหวนนึกไปถึงหลุมศพจักรพรรดิปีศาจจำนวนนับ
ไม่ถ้วนในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ทั้งยังมีภาพของ
เหล่าจักรพรรดิปีศาจที่ถูกสังหารโดยจักรพรรดิหยก
กับเหล่าเทพเซียนชั้นสูงบนสวรรค์ เหตุการณ์ทั้งหมด
นี้ทำให้โทสะของเขาพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด!
“ ผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าตอนนี้จักรพรรดิหยกมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับใด? ”
อู่ อวี้ อดไต่ถามออกไปอย่างช่วยไม่ได้ เขาต้องการ
ยกระดับความแข็งแกร่งให้ไปถึงขั้นนั้น เพื่อที่ว่า
จักรพรรดิหยกจะมิใช่คู่ต่อกรของเขาอีกต่อไป
เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะสามารถล้างแค้นให้กับ
จักรพรรดิปีศาจแลฉีเทียนต้าเซิ่นกับสหายทั้งสาม
” มิต้องกังวล ตอนนี้ความแข็งแกร่งเจ้ายังห่างชั้น
จากจักรพรรดิหยกพอสมควร แม้แต่ตัวข้าก็ยังไม่ใช่คู่
ต่อสู้ของมหาจักรพรรดิเซียนผู้นั้น ”
พระสุคตเสวียนจั้งกล่าว ” ตอนนี้เหล่าจักรพรรดิ
เซียนสูญเสียความทรงจำ เจ้าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ
เพื่อแก้แค้น อู่ อวี้ ข้าสามารถติดตามเจ้าไปที่
พระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์ เพื่อช่วยเหลือพี่สาวของ
เจ้าได้! ส่วนพวกเจ้าทั้งสี่ในฐานะบุตรหลานของข้า
สามารถฝึกฝนเติบโตอยู่ในแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
เพื่อที่วันหนึ่งจักได้มีโอกาสล้างแค้นให้กับฉีเทียนต้า
เซิ่นและผู้อื่นในอนาคต ”
“ผู้อาวุโสกล่าวจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ตอนนี้เรื่องที่ อู่ อวี้ กังวลมากที่สุดก็คือพี่หญิงของ
เขาอู่หยู หากมิใช่เพราะอู่หยูตกอยู่ในกำมือของ
จักรพรรดิหยก เขากับลั่วผินคงซ่อนตัวอยู่ในภพเทพ
ปีศาจ โดยที่จักรพรรดิหยกไม่สามารถตามหาตัวพวก
เขาพบได้
ตราบใดที่ช่วยเหลืออู่หยูได้สำเร็จ เขาก็ยังมีเวลามาก
พอให้เติบโตแข็งแกร่งขึ้น จนไปถึงระดับสูงสุดของ
จักรพรรดิเซียน
หากพระสุคตเสวียนจั้งเต็มใจช่วยเหลือคงเป็นเรื่องดี
ยิ่ง ท้ายสุดแล้วด้วยพลังความแข็งแกร่งของพระสุคต
น่าจะพอต่อกรกับจักรพรรดิหยกได้
แม้จะไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แต่การหลบหนี
ฝ่ายตรงข้ามก็มิใช่ปัญหาอันใด
“ แน่นอน เจ้าก็ถือเป็นศิษย์หลานของข้า ข้าจะโกหก
เจ้าไปเพื่ออันใด? ”
พระสุคตเสวียนจั้งยิ้มอย่างอ่อนโยน ซึ่งมันทำให้ อู่
อวี้ หวนนึกไปถึงปรมาจารย์สุภูติ
พระภิกษุหนุ่มในชุดขาว ดูเปี่ยมไปด้วยความเมตตา
เอื้อนเอ่ยวาจาแต่ละคำอย่างสุภาพ ในมุมมองของ อู่
อวี้ บุคลิกภาพกับรูปลักษณ์เช่นนี้ คือสิ่งที่เหล่า
จักรพรรดิเซียนและอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ควรมี
ซึ่งโพธิสัตว์กวนอิมกับปรมาจารย์สุภูติก็เป็นเช่นนั้น
อย่างน้อยสำหรับ อู่ อวี้ ในตอนนี้ เขาก็สามารถ
ไว้วางใจปรมาจารย์สุภูติกับโพธิสัตว์กวนอิมได้
ซึ่งพระสุคตเสวียนจั้งก็ไม่น่าจะเลวร้ายอันใด
ประเด็นสำคัญก็คือ อู่ อวี้ พยายามพิจารณาถึงคำ
กล่าวของฝ่ายตรงข้ามอย่างรอบคอบ แต่เขาก็พบว่า
มันไร้ซึ่งช่องโหว่ใด ๆ ทุกอย่างล้วนสมเหตุสมผล
เป็นคำอธิบายเดียวที่เขาพอคาดคิดได้
ด้วยความแข็งแกร่งของพระสุคตเสวียนจั้ง เขาไม่
จำเป็นต้องสร้างเรื่องเพื่อโกหก อู่ อวี้ หากคิดจะบด
ขยี้เขาก็คงทำได้โดยตรง
ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าอย่างแน่วแน่พร้อมกล่าวตอบ
กลับไปว่า ” เช่นนั้นก็ลำบากผู้อาวุโสแล้ว ”
เดิมที อู่ อวี้ ไม่มีความมั่นใจในการไปที่พระราชวังรุ่ง
อรุณพิสุทธิ์เท่าใดนัก
แต่ด้วยความช่วยเหลือของพระสุคตเสวียนจั้ง เขา
รู้สึกว่าตนเองมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น อย่างน้อย ๆ ก็
สามารถยืนยันได้ว่าเขาจะช่วยเหลืออู่หยูได้อย่าง
ราบรื่น!
—————–