กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1784 : พิโรธถึงขีดสุด
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินกล่าวอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็
มองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาเกลียดชังแล้วกล่าวด้วย
น้ำเสียงของขมขื่นว่า “ฝ่าบาท… เจ้าโจรน้อย อู่ อวี้
ช่างดื้อรั้นไร้ยางอายเหลือเกิน! ข้าปฏิบัติตามคำสั่ง
ของท่านด้วยการจับเขาไปสำนึกผิดอยู่ภายในเตา
หลอมแปดลิขิตเป็นเวลาสามหมื่นปี แต่กลายเป็นว่า
ความหวังดีนี้สร้างความเกลียดชังฝังแน่นอยู่ในใจ
ทันทีที่ออกมาเขาก็ทุบตีข้า อีกทั้งยังทำลายห่วงวัชระ
ของข้าอย่างอุกอาจ ช่างเป็นเด็กที่ไร้ยางอายสิ้นดี! ”
“เรื่องจริงงั้นหรือ?”
จักรพรรดิหยกกับราชินีมารดรรู้สึกประหลาดใจกับคำ
กล่าวที่ฟังดูทะแม่ง ๆ นี้
อู่ อวี้ ทำเรื่องผิดพลาดมหันต์มากมายหลายอย่าง แต่
ไม่คิดว่าเขาจะดื้อรั้นถึงเพียงนี้!
“มันเป็นเรื่องจริง”
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินกล่าวด้วยใบหน้าบึ้งตึง “ฝ่าบาท
หากข้ามุ่งมั่นหลอมสกัดเขาเป็นโอสถเซียนจริง ๆ ล่ะ
ก็ ด้วยความสามารถในการหลบหนีของเขามีหรือจะ
ออกมาจากเตาหลอมแปดลิขิตได้? คาดว่าเขาคงกลัว
จะถูกลงโทษหนักหนาสาหัสกว่านี้จึงคิดอุบายทุบตี
แล้วใส่ร้ายข้า! ”
พอจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ได้ฟังกล่าวขององค์ไท่
ซ่างเหล่าจวินก็ดูสมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก
จักรพรรดิเซียนต่างรู้ดีว่าเตาหลอมแปดลิขิตขององค์
ไท่ซ่างเหล่าจวินทรงพลังเพียงใด
ถ้าเขาต้องการหลอมสกัด อู่ อวี้ ให้เป็นโอสถเซียน
ขึ้นมาจริง ๆ มีหรือ อู่ อวี้ จะยืนลอยหน้าพูดคุยได้
เช่นนี้?
บรรยากาศที่ อู่ อวี้ แผ่ออกมาเริ่มเย็นยะเยือกมาก
ขึ้น
เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าองค์ไท่ซ่างเหล่าจวินจะเป็น
คนปลิ้นปล้อนน่ารังเกียจไร้ยางอายขนาดนี้
หากมิใช่เพราะหมิงซวงที่อยู่ในพิภพจักรพรรดิของ
เขาท่องสัจจคาถาหมื่นคำของกายาเพชรอมตะ จน
เขาควบแน่นพิภพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทองคำได้สำเร็จ
ป่านนี้เขาคงตกตายอยู่ภายในเตาหลอมแปดลิขิต
กลายเป็นโอสถเซียนไปแล้ว!
แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่นที่เขา
ได้รับ จึงไม่สามารถแพร่งพรายเอ่ยออกไปได้
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าจักรพรรดิหยกเป็นหัวโจกที่นำภัย
พิบัติมาสู่สองแดนเซียน หากความจริงที่ว่าเขาสืบ
ทอดมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่นแพร่งพรายออกไป แล้ว
จะเกิดอันใดขึ้นหากความทรงจำของจักรพรรดิหยก
กลับมา?
“ เป็นไปได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้จักรพรรดิหยกตั้ง
สมญานามให้เราเป็นฉีเทียนต้าเซิ่น เพราะความทรง
จำกลับคืนมาแล้ว?”
อู่ อวี้ ต้องพิจารณาเรื่องนี้
ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถหักล้างสิ่งที่องค์ไท่ซ่างเหล่าจ
วินกล่าวอ้างได้
เมื่อเห็นว่าเขาเงียบไม่โต้ตอบอันใดจักรพรรดิเซียน
คนอื่น ๆ โดยรอบ จึงถือโอกาสนี้ยุยงให้สังหารเขาทิ้ง
ขณะที่ยังมีโอกาส!
คนแรกคือปรมาจารย์ไท่อี้เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ย
หยันขึ้นว่า ” อู่ อวี้ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยมาขอร้องให้ข้า
ช่วยเหลือน้องสาว แต่ผลที่ข้าได้รับคือเจ้าตระบัด
สัตย์ไม่ยอมส่งมอบพลองทองสมปรารถนา เรื่องนี้
สามารถยืนยันได้ว่าเจ้าน่ารังเกียจเพียงใด คำพูดของ
เจ้าไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด! ถ้าให้เชื่อคำพูดของเจ้า
ข้าขอเชื่อสุกรยังดีเสียกว่า! ”
เทพสามตาพยักหน้าเห็นด้วยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียง
เย็นชา ” ใช่แล้วฝ่าบาท อู่ อวี้ ผู้นี้ไม่เพียงกำเริบเสิบ
สานทุบตีองค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน เขายังบุกรุกคุกสวรรค์
อีกด้วย! ซ้ำร้ายก่อนหน้าเขายังขโมยกินลูกท้อจน
หมดสวน นับเป็นการก่ออาชญากรรมชั่วร้ายอย่าง
แท้จริง!
“ฝ่าบาทเราขอเสนอให้กักขังตัว อู่ อวี้ ไว้ใน ‘ทัณฑ์นิ
รันดร์’ ซึ่งเป็นส่วนลึกที่สุดของคุกสวรรค์”
‘ทัณฑ์นิรันดร์’ เป็นส่วนลึกที่สุดของคุกสวรรค์!
นี่เป็นการลงโทษที่น่ากลัวที่สุดของแดนเซียนวัง
สวรรค์ เมื่อถูกคุมตัวอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว
หมายความว่าตราบชั่วชีวิตนี้จะต้องทนทุกข์ทรมาน
ตลอดไปไม่มีวันออกมาได้
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวแม้แต่เทพสามตาหยาง
เจียน , ปรมาจารย์ไท่อี้และคนอื่น ๆ ก็พากันเออออ
เห็นด้วย เรื่องนี้ทำให้พระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์ต้อง
สั่นสะเทือน
จักรพรรดิเซียนทั้งหมดจ้องมองมาที่ อู่ อวี้ อย่างไร้
ความปรานี สายตาเต็มไปด้วยความไม่แยแส
จักรพรรดิเซียนคนอื่นเริ่มเห็นดีเห็นงามกับเทพสาม
ตาและปรมาจารย์ไท่อี้ เช่นเดียวกับจักรพรรดิเซียน
ระดับสูงอย่างท้าวหลี่มหาราช ที่เสนอแนะให้
จักรพรรดิหยกกักขัง อู่ อวี้ ตลอดไป กักขังไว้ในส่วน
ลึกที่สุดของคุกสวรรค์ซึ่งถูกเรียกว่า ‘ทัณฑ์นิรันดร์’
ต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล!
ภาพฉากนี้ทำให้ดวงตาของ อู่ อวี้ แปรเปลี่ยนเป็นสี
แดงก่ำ
เขารู้ดีว่าไม่มีจักรพรรดิเซียนบนสวรรค์คนใดเชื่อใน
คำพูดของตน ทุกคนย่อมต้องเชื่อในคำกล่าวขององค์
ไท่ซ่างเหล่าจวินกันทั้งนั้น!
ถึงกระนั้นเขาก็ยังอดทนกำหมัดแน่นไม่ทำผลีผลาม
เงยหน้าจ้องมองไปที่จักรพรรดิหยกดูว่าเขาจะ
ตัดสินใจอย่างไร
ในเวลานี้จักรพรรดิหยกกดฝ่ามือลง เป็นสัญญาณ
บอกให้จักรพรรดิเซียนทั้งหลายเงียบก่อน
หลังจากนั้นจักรพรรดิหยกกับราชินีมารดรก็หันมา
มองหน้ากันแล้วก็พยักหน้า
” เช่นนั้น อู่ อวี้ จงรับคำตัดสิน เจ้าได้ก่อเรื่องวุ่นวาย
ร้ายแรงหลายอย่างอีกทั้งยังละเมิดกฎสวรรค์อยู่หลาย
ครั้งหลายครา แต่เจ้าก็ยังดื้อรั้นไม่สำนึกผิดเช่นนั้นข้า
ขอสั่งให้นำตัวเจ้าไปจองจำไว้ใน ‘ทัณฑ์นิรันดร์’ ส่วน
ที่ลึกที่สุดของคุกสวรรค์เป็นเวลาล้านปี! เมื่อครบ
กำหนดหนึ่งล้านปีค่อยมาดูกันอีกทีว่าตัวเจ้านั้นสำนึก
บาปและควรได้รับอิสระหรือไม่! ”
คำกล่าวของจักรพรรดิหยกถือเป็นคำตัดสินชี้ขาด
ของ อู่ อวี้
เมื่อได้ยินคำตัดสินดังกล่าว จักรพรรดิเซียนที่อยู่รอบ
ๆ ต่างก็พากันถอดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่
งอก โดยเฉพาะศัตรูตัวฉกาจอย่างเทพสามตา , องค์
ไท่ซ่างเหล่าจวิน , ปรมาจารย์ไท่อี้ นอกจากจะโล่งอก
แล้วยังแอบยิ้มอ่อน ๆ กันอีกด้วย
แต่การตัดสินของจักรพรรดิหยก
เป็นแค่ช่วยบรรเทาหายนะที่เกิดขึ้นบนสวรรค์ได้
ชั่วคราวเท่านั้น
“ไท่ซ่างเหล่าจวิน จงพาตัวเขาไป!”
จากนั้นจักรพรรดิหยกก็กล่าวว่า ” ผู้กระทำผิด อู่ อวี้
ได้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงมากมาย ต้องไปรับโทษที่
ทัณฑ์นิรันดร์เป็นเวลาล้านปี ไท่ซ่างเหล่าจวินเป็น
ผู้รับผิดชอบ ”
” ขอบพระทัยฝ่าบาท ”
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินดีใจเป็นอย่างมากกับคำตัดสินนี้
จึงรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
สำหรับเขา อู่ อวี้ ช่างน่าชังนัก ใครใช้ อู่ อวี้ ทำลาย
ห่วงวัชระของเขากันเล่า?
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินได้รับความทุกข์ทรมานจากการ
ที่ศาสตราเซียนกำเนิดภพห่วงวัชรถูก อู่ อวี้ ทำลาย
ในที่สุดตอนนี้ก็มีโอกาสได้โต้ตอบเขาแล้ว
จักรพรรดิเซียนหงส์ระบำเพลิงหรือหนานกงเหว่ยที่
ยืนอยู่เคียงข้างราชินีมารดร ก็รู้สึกสะใจในคำตัดสินนี้
เช่นกันนานมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสีหน้าเย็นชา
ทุกคนรู้สึกว่า อู่ อวี้ สิ้นหวังแล้วจริง ๆ
สำหรับหนานกงเหว่ยในหัวใจของนางเต็มไปด้วย
ความสะใจเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ว่า อู่ อวี้ จะมีพรสวรรค์หรือความสามารถมาก
เพียงใด ไม่ว่าเขาจะก้าวหน้าพัฒนาได้รวดเร็วแค่ไหน
แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นอาชญากรร้ายแรงไม่ต่างจาก
คนบาป ที่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ภายในทัณฑ์นิรันดร์
ส่วนที่ลึกที่สุดของคุกสวรรค์?
เขาต้องถูกกักขังอยู่ในนั้นจนครบกำหนดล้านปี
หนานกงเหว่ยไม่เชื่อว่าตนเองยังด้อยกว่าเขาอีก!
ยิ่งไปกว่านั้นด้วยนิสัยใจคอของ อู่ อวี้ มีความเป็นไป
ได้สูงที่จะเกิดความผิดพลาดบางอย่างขึ้น ระหว่างที่
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินพาตัวเขาไปกักขัง เขาอาจ
พยายามหลบหนีจากทัณฑ์นิรันดร์หรือกระทำการอื่น
ๆ
ถ้าเป็นเช่นนั้นชะตากรรมของเขาจะยิ่งแย่ลง
แต่สำหรับ อู่ อวี้ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องเหลวไหล
สิ้นดี
เขากำหมัดแน่นแล้วกล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำ “คำ
ตัดสินเช่นนี้ข้าไม่ยอมรับ!”
จักรพรรดิเซียนระดับสูงที่อยู่บนพระราชวังรุ่งอรุณ
พิสุทธิ์ ต่างมองมาที่เขาแล้วหัวเราะเยาะเย้ย
ไม่พอใจแล้วอย่างไร?
สถานการณ์เช่นนี้เขามีสิทธิ์อะไรที่จะเห็นด้วยหรือไม่
เห็นด้วย?
ในใจของจักรพรรดิเซียนเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ถ้ารู้ว่าตนเองจะมีจุดจบเช่นนี้ แล้วเหตุใดถึงต้อง
ขโมยลูกท้อในสวน? จะมาตีอกชกตัวร้องโวยวายหลัง
จะขโมยกินลูกท้อไปแล้วงั้นหรือ?
เขายังทุบตีจักรพรรดิเซียนอาวุโสอย่างองค์ไท่ซ่าง
เหล่าจวิน บุกคุกสวรรค์ เขาเคยเห็นกฎสวรรค์อยู่ใน
สายตาบ้างหรือไม่?
” องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินพา อู่ อวี้ ไปเถอะ ” จักรพรรดิ
หยกโบกมือ
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินโค้งคำนับหันไปรอบ ๆ เตรียม
พา อู่ อวี้ ไปยังคุกสวรรค์
ภายในใจของ อู่ อวี้ รู้สึกโกรธเคืองอย่างที่สุด!
สถานการณ์ที่เขาได้รับทำให้อดคิดถึงภาพฉากตอน
ภพเทพปีศาจถูกบดขยี้ทำลาย และเรื่องราวเลวร้ายที่
เกิดขึ้นแก่ฉีเทียนต้าเซิ่นกับสมัครพรรคพวกอย่าง
ช่วยไม่ได้ รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแดนเซียนอรหันต์
สวรรค์จนปัจจุบันตกอยู่ในสภาพวุ่นวายไม่ต่างจาก
โรงฆ่าสัตว์
และตัวต้นเหตุของโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าทั้งหมดก็
คือจักรพรรดิหยก เขาทำร้ายผู้คนอย่างไร้เหตุผล การ
ดำรงชีวิตของเขาคือหายนะอย่างแท้จริง!
“ จักรพรรดิหยกแล้วยังไง? ”
อู่ อวี้ เริ่มมีความคิดดื้อรั้นขัดขืน ทันใดนั้นเขาก็
ระเบิดความแข็งแกร่งออกมา พร้อมกัดฟันแน่นแล้ว
กล่าวว่า “ จักรพรรดิหยกคนอย่างเจ้าไม่มีคุณสมบัติ
เพียงพอที่จะมาตัดสินข้า! ข้าคือ อู่ อวี้ ข้าคู่ควรกับ
โลกนี้ ข้าสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายแล้วจะทำไม!? ”
ทันทีที่เขากล่าวทั่วทั้งพระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์ก็เงียบ
สงัดลง
ไม่เคยมีผู้ใดกล่าวเช่นนี้บนพระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์
การกระทำของเขาคือการไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาเลย
แม้แต่คนเดียว
———————–