กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1802 : สามปรมาจารย์เต๋าตรัยวิสุทธิ์กับห้า
จักรพรรดิ
ณ แดนเซียนวังสวรรค์ จักรพรรดิหยกเรียกรวมพล
จักรพรรดิเซียนขั้นที่ห้า ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิเซียน
หรือจักรพรรดิมาร ทั้งหมดยืนประจัญอยู่ด้านหน้า
เส้นทางสีทองซึ่งปรากฏขึ้นในสวรรค์หมาป่าคราม
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งใจพุ่งตรงไปที่ทางเดินสีทอง
พยายามปิดกั้นเส้นทางระหว่างสองอาณาจักร
จักรพรรดิเซียนจากสวรรค์แลจักรพรรดิมารนรกที่
รวมพลทั้งหมดอยู่ในตอนนี้ เรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือ
สมบูรณ์แบบที่สุด!
เมื่อเห็นภาพดังกล่าวก็ทำให้ อู่ อวี้ นึกถึงตอนที่คน
เหล่านี้ไล่ล่าฉีเทียนต้าเซิ่น…
แต่ไม่ว่าจะเป็นการทำลายภพเทพปีศาจหรือติดตาม
ไล่ล่าสังหารฉีเทียนต้าเซิ่น จักรพรรดิเซียนจักรพรรดิ
มารทั้งหมดที่นี่ล้วนแล้วแต่ถูกควบคุมเป็นหุ่นเชิดโดย
บรรพชนแมว
ดังนั้นสิ่งที่จักรพรรดิหยก จักรพรรดิเซียน จักรพรรดิ
มาร กระทำตอนนี้เป็นแค่สัญชาตญาณเท่านั้น
พวกเขาไม่ต้องการให้แดนเซียนวังสวรรค์ถูกทำลาย
จึงลุกขึ้นต่อต้านปิดกั้นเส้นทางสีทองโดยสิ้นเชิง!
เนื่องจากตอนนี้จักรพรรดิหยกกับคนอื่น ๆ ล้วนเป็น
หุ่นเชิดที่ถูกอสูรร้ายนอกสวรรค์กลืนกิน จึงไม่มีความ
ทรงจำเกี่ยวกับแดนเซียนอรหันต์สวรรค์เลยแม้แต่
น้อย ไม่รู้เกี่ยวกับอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามารุกราน
แดนเซียนวังสวรรค์ของพวกเขาเลย และยิ่งเป็นไป
ไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้ถึงสาเหตุของการรุกรานครั้งนี้
อู่ อวี้ กับโพธิสัตว์กวนอิมซ่อนตัวอยู่ในความมืด
พยายามระมัดระวังตัวเพื่อไม่ให้ถูกจักรพรรดิหยก
และคนอื่น ๆ ค้นพบ
ด้วยเพราะจักรพรรดิหยกกับคนอื่น ๆ ยังคงเป็นศัตรู
กับ อู่ อวี้
เมื่อพวกเขาพบตัว อู่ อวี้ ไม่เพียง อู่ อวี้ จะสูญเสีย
อิสรภาพ ยิ่งไปกว่านั้นสงครามระหว่างสองแดน
เซียนคงไม่สามารถหยุดลงได้
จากที่ อู่ อวี้ สังเกตเห็นในตอนนี้จักรพรรดิเซียนและ
จักรพรรดิมารที่มารวมตัวกันมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย
ๆ
เรียกได้ว่าเป็นการรวมพลจักรพรรดิเซียนพร้อมหน้า
พร้อมตาอย่างแท้จริง!
ผู้ที่สะดุดตาเข้ามากที่สุดคงไม่พ้นจักรพรรดิหยกกับ
ราชินีมารดร จากนั้นก็สามปรมาจารย์สวรรค์ :
ปรมาจารย์สวรรค์บรมเต๋า , ปรมาจารย์สวรรค์ปฐม
กำเนิด , ปรมาจารย์สวรรค์วิญญาณวิสุทธิ์
ในกลุ่มพวกของปรมาจารย์สวรรค์บรมเต๋าคือ องค์ไท่
ซ่างเหล่าจวินผู้ครอบครองห่วงวัชระและเตาหลอม
แปดลิขิต
ขณะนี้ปรมาจารย์สวรรค์ทั้งสามเดินเคียงข้างกับ
จักรพรรดิหยกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม มองไปยังเส้นทาง
สีทองซึ่งมีอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ร่างทมิฬหลั่งไหลออกมา
อย่างต่อเนื่องด้วยสีหน้าจริงจัง
เบื้องหลังพวกเขาคือจักรพรรดิเซียนจตุรทิศ ซึ่งก็คือ
มหาเทพจื่อเว่ยสวรรค์แห่งทิศอุดร, มหาเทพนิรันดร์
แห่งทิศทักษิณ, มหาเทพฮัวชิงแห่งทิศบูรพา ,
มหาเทพไท่จี๋แห่งทิศประจิม เมื่อรวมกับจักรพรรดิ
หยกเข้าไปก็จะถูกเรียก ‘ห้าจักรพรรดิ’ ซึ่งนำโดย
จักรพรรดิหยก!
สามปรมาจารย์เต๋าตรัยวิสุทธิ์กับห้าจักรพรรดิ ถือ
เป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดบนสวรรค์แล้ว
อู่ อวี้ แอบประเมินความแข็งตัวของตนเองอย่าง ๆ
ลับ ตอนนี้ฝีมือของเขาด้อยกว่าจักรพรรดิหยกมาก
เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจักรพรรดิหยกแม้แต่น้อย
ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจักรพรรดิหยก แต่ด้วย
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันเขาจะไม่ถูกอีกฝ่ายบดขยี้
ต่อไป
เมื่อไม่นานมานี้อาณาจักรอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เทิดหล้า
กับอาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์มีความก้าวหน้า
อย่างมาก ฝึกฝนจนถึงระดับขั้นที่เจ็ด มหาสมุทรเต๋า
สวรรค์กับมหาสมุทรบัญญัติอรหันต์ ทำให้ความ
แข็งแกร่งของเขาสูงขึ้นอย่างมาก
แต่ถ้าเผชิญหน้ากับชื่อผู้ที่มีฝีมือด้อยกว่าจักรพรรดิ
หยกอย่างโพธิสัตว์กษิติครรภ์ ด้วยความแข็งแกร่งใน
ปัจจุบันของ อู่ อวี้ เขาไม่มีทางตกเป็นฝ่ายเพลี่ยง
พล้ำอย่างแน่นอน
ส่วนจักรพรรดิมารจากนรกทั้งหมดรวมตัวกันอีกด้าน
หนึ่ง
นำโดยสิบยมบาล ยมบาลแหยนหลาวหวาง ,
ยมบาลฉินกวงหวาง, ยมบาลชิเจียงหวาง ฯลฯ สิบ
ยมบาลแข็งแกร่งที่สุดในนรก
นอกจากนี้ยังมียมทูตขาวดำ , เจ้าตำหนักชุย , เทพ
เมิ่งเหยา ฯลฯ จักรพรรดิมารและจักรพรรดิเซียน
ทั้งหมดที่มีพลังฝีมืออยู่ในระดับจักรพรรดิมารขั้นที่ห้า
ต่างมารวมตัวกันอยู่ในสถานที่แห่งนี้
ภาพฉากเทพเซียนกับเทพมารมากมายมารวมตัวกัน
อยู่ด้านหน้าเช่นนี้ ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่ามันช่างงดงาม
ยิ่ง
สัมผัสเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าได้พบเห็นภาพ
ฉากการทำลายล้างภพเทพปีศาจในสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์
ในเวลานั้นทั้งเทพเซียนบนสวรรค์และเทพมารใน
นรก ล้วนถูกส่งให้ไปทำลายล้างภพเทพปีศาจโดย
สิ้นเชิง
แต่ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ อสูรร้ายนอก
สวรรค์ที่เคยควบคุมจักรพรรดิเซียนสวรรค์แล
จักรพรรดิมารนรก ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากจ้าวแห่ง
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ จนหลับใหลอยู่ในห้วง
‘นิทรา’ ตราบจนปัจจุบัน
ด้วยเหตุนี้การที่จักรพรรดิเซียนและจักรพรรดิมาร
ทั้งหมดมารวมตัวกัน ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะ
สัญชาตญาณในการปกป้องแดนเซียนที่พวกเขา
อาศัยอยู่เท่านั้น
ภายในจิตสำนึกของเหล่าจักรพรรดิเซียนและ
จักรพรรดิมารเต็มไปด้วยแค้นเคืองแลเกลียดชัง
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬอย่างไรสิ้นสุด
ท้ายสุดแล้วในความคิดของจักรพรรดิเซียนกับ
จักรพรรดิมาร พวกเขาล้วนอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้
อย่างสงบ แต่เหล่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่บุกรุกเข้ามาใน
ดินแดนของพวกเขา ตั้งใจทำลายโลกที่พวกเขา
อาศัยอยู่อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการกระทำของฝ่ายตรง
ข้ามจึงไม่ต่างจากอสูรร้ายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ภาพฉากการรวมตัวของจักรพรรดิเซียนกับจักรพรรดิ
มาร ดูแล้วช่างอลังการยิ่ง!
แต่ อู่ อวี้ ที่มองไปยังภาพฉากเบื้องหน้า อดไม่ได้ที่จะ
นึกไปถึงการรวมตัวของเหล่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ในพิธี
บรรพชนอรุณหมื่นอรหันต์
ในพิธีบรรพชนอรุณหมื่นอรหันต์ ผู้ที่มีคุณสมบัติใน
การแย่งชิงพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็นอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในอาณาจักรอรหันต์
เทิดหล้าขั้นที่ห้า
หากเหล่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ปะทะกับจักรพรรดิเซียน
แลจักรพรรดิมาร คาดว่าแดนเซียนทั้งสองคงประสบ
กับความสูญเสียอย่างรุนแรง จนไม่อาจฟื้นคืนได้อีก!
เมื่อถึงตอนนั้น จะมีจักรพรรดิเซียนจักรพรรดิมาร
หรืออรหันต์ศักดิ์สิทธิ์คนใดที่มีชีวิตรอดไปได้?
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าตอนนี้ไม่มีผู้ใดรู้ถึงเจตนาที่
แท้จริงของเสวียนจั้ง จากสถานการณ์ในปัจจุบันดู
เหมือนว่าพระสุคตเสวียนจั้งตั้งใจทำลายล้างแดน
เซียนทั้งสอง
ส่วนที่ว่าพระสุคตเสวียนจั้งจะได้ประโยชน์อันใดนั้น
ไม่ต้องกล่าวถึง อู่ อวี้ แม้แต่โพธิสัตว์กวนอิมกับ
ปรมาจารย์สุภูติก็ยังไม่รู้แน่ชัด
” คนที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ต้องเป็นเจ้าเด็กน้อย อู่
อวี้ ผู้ไปมาไร้ร่องรอยประดุจภูตพรายอย่างแน่นอน
หากท่านจับมันได้เมื่อใด ต้องสังหารมันทิ้งให้สิ้น
ซาก!” ราชินีมารดรผู้เลอโฉมยืนอยู่ข้าง ๆ จักรพรรดิ
หยกพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยความเย็นชา
” สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้คือการหยุดยั้งผู้รุกรานไม่ให้
เข้ามาในแดนเซียนวังสวรรค์ได้อีกต่อไป เหตุการณ์
ในครานี้เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของพวกเรา
ทั้งหมดในแดนเซียน จงอย่าได้ประมาทเด็ดขาด”
ยมบาลฉินกวงหวางผู้สวมใส่ชุดคลุมสีดำเปี่ยมไป
ด้วยพลังปราณทมิฬอันแข็งกร้าวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียง
ล้ำลึก
ในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งจักรพรรดิเซียนและ
จักรพรรดิมาร ต่างอยู่ในสภาพตึงเครียดยิ่ง
ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ได้พบเห็นอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬบุก
เข้ามาในแดนเซียนวังสวรรค์ เปิดฉากเข่นคร่าสังหาร
สรรพชีวิตทั้งมวล พวกเขาล้วนหายใจหายคอไม่ทั่ว
ท้องปรารถนาจะโจมตีสวนกลับไปทันที
อย่างไรก็ตามก่อนจะโจมตีสวนกลับ จักรพรรดิหยก
กระตุ้นขวัญกำลังใจของพวกเขา ด้วยการเอ่ยขึ้น
อย่างจริงจังว่า ” บัดนี้แดนเซียนวังสวรรค์ของเราอยู่
ในช่วงเวลาวิกฤต ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะทุ่มเททุก
สรรพสิ่งที่มี ขับไล่ศัตรูผู้รุกราน ปิดกั้นเส้นทางที่
เชื่อมต่อแดนเซียนเบื้องหน้าของพวกเจ้าเสีย!”
ขณะที่กล่าวเช่นนั้นเขาก็ใช้ออกด้วยเคล็ดเทวะ
จักรพรรดิเซียน เสริมสร้างขวัญกำลังใจกระตุ้นจิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้ของคนทั้งหมด ทำให้ห้วง
อารมณ์ของจักรพรรดิเซียนกับจักรพรรดิมารเดือด
พล่านถึงขีดสุด
ในเส้นทางสีทองมีอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬหลั่งไหล
ออกมานับไม่ถ้วน ทว่าในสายตาของจักรพรรดิเซียน
กับจักรพรรดิมารแล้ว มีเพียงความสิ้นหวังเท่านั้นที่
รอผู้บุกรุกเหล่านี้อยู่
ชั่วอึดใจต่อมา ภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิหยก ใน
ที่สุดกองทัพสวรรค์ก็รวมตัวกันพร้อมพุ่งทะยานเขา
ใส่เส้นทางสีทองเบื้องหน้าทันที
ขณะที่กองทัพสวรรค์ทั้งหมดทะยานเข้าไปนั้น ก็เป็น
เสมือนแตรศึกประกาศก้องว่าสงครามครั้งใหญ่ได้เริ่ม
ขึ้นแล้ว
ขณะที่จักรพรรดิเซียนกับจักรพรรดิมารเคลื่อนพล
เข่นคร่าสังหารอย่างบ้าคลั่ง อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็มิได้
นิ่งเฉย
และในครั้งนี้โพธิสัตว์กวนอิมนำพิภพอรหันต์พุทธรูป
สีขาวมาด้วย ปรารถนาให้ทุกอย่างยุติลง และปิด
ผนึกเส้นทางสู่พิภพพระสุเมรุ!
————————