กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1803 : โศกนาฏกรรมอันสิ้นหวัง
อู่ อวี้ , โพธิสัตว์กวนอิม , ปรมาจารย์สุภูติ สะกดรอย
ตามจักรพรรดิหยก หลังจากกองทัพเทพมารตามมา
สมทบได้ไม่นาน พวกเขาก็เข้าสู่ท่องพระสุเมรุ
เมื่อเข้าสู่ทองพระสุเมรุก็พบว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬ
จำนวนมากกำลังดักรออยู่ที่นี่แล้ว
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬเหล่านี้อยู่ในรูปของกายาแท้
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ยืนเคียงข้างกับพิภพอรหันต์ของ
ตนเอง บรรยากาศที่แผ่ออกมาเต็มไปด้วยความ
โหดเหี้ยมดุร้ายถึงขีดสุด
คาดว่าพวกมันคงถูกพระสุคตเสวียนจั้งเรียกรวมพล
มาดักรอกันอยู่ที่เส้นทางเข้าสู่พิภพพระสุเมรุแห่งนี้
ก่อนที่จักรพรรดิหยกจะนำพลพรรคจักรพรรดิเซียน
จักรพรรดิมารเข้ามา
ทันทีที่จักรพรรดิเซียนจักรพรรดิมารบุกเข้ามาใน
เส้นทางสู่พิภพพระสุเมรุ อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬ
เหล่านี้ก็เปิดฉากโจมตีทันที!
เดิมทีพวกมันก็มีความดุร้ายรุนแรงอยู่ในใจอยู่แล้ว
เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามปลดปล่อยความเป็นอริศัตรู
ก็ตัดสินใจโจมตีแบบไม่ยั้งทันที!
ยิ่งตอนนี้ได้เห็นจักรพรรดิเซียนจักรพรรดิมาร
มากมายมาบุกเข้ามากัน พวกมันจะทนได้อย่างไร?
ทั้งสองฝ่ายทะยานเข้าปะทะโรมรันห้ำหั่น พลังน่าสะ
พรึงระเบิดแพร่กระจายไปทั่วทั้งเส้นทางสู่พิภพพระ
สุเมรุทันที!
ภายในค่ายกลของแดนเซียนวังสวรรค์สิ่งที่น่าตื่นตา
ตื่นใจที่สุดก็คือ ‘มหาเทพดาราเทียนหวง’ กับเหล่า
ขุนพลใต้อาณัติ ‘ห้าเทพสงครามอู่จี๋’!
เทพสงครามทั้งห้าเป็นสุดยอดจักรพรรดิเซียนที่มี
ชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ยิ่งพวกเขาทั้งห้าของ
ร่วมมือผนึกกำลังกันต่อสู้กับอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ จิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้ของพวกเขายิ่งทวีความรุนแรง
เป็นผู้นำทัพหน้ากวาดล้างศัตรูอย่างบ้าคลั่ง!
เทพสงครามฟ้าไร้ลักษณ์ , เทพสงครามปฐพี , เทพ
สงครามเหรินจง , เทพสงครามอุดร , เทพสงคราม
ทักษิณ เทพสงครามแต่ละคนมีเปี่ยมไปด้วยพลัง
เซียนพิภพจักรพรรดิอย่างไร้สิ้นสุด ขณะทะยานเข้า
ใส่อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬที่อยู่เบื้องหน้า พร้อม
ปลดปล่อยวิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์และเคล็ดเทวะ
จักรพรรดิเซียนสารพัดชนิดบดขยี้เข้าใส่ศัตรู!
และฝ่ายตรงข้ามที่ประจันหน้ากับพวกเขาก็คือ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์สีดำสามรูปซึ่งมีพิภพอรหันต์ใหญ่
กว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์สามัญทั่วไป
อรหันต์นมัสโศกศัลย์ , อรหันต์นมัสจันทราศรี ,
อรหันต์นมัสนารายณ์ อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม
เปรียบเสมือนตรีเอกภาพ เช่นเดียวกับอรหันต์นมัสวีร
เสนแลอรหันต์นมัสปิติอุทิศ ซึ่งสามารถร่วมมือกัน
ต่อสู้ในศึกสงคราม
ดวงตาของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามดูดุร้ายโหดเหี้ยม
อำมหิตเป็นอย่างยิ่ง แต่ทั้งสามก็ผนึกกำลังร่วมมือกัน
อย่างราบรื่น
พลังอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดมาพร้อมกับพิภพอรหันต์
ขนาดใหญ่ เวลานี้ฝ่ามืออรหันต์สีดำจำนวนนับบดขยี้
ลงมา ส่งผลให้ผืนฟ้าในเส้นทางสู่พิภพพระสุเมรุจน
แตกเป็นเสี่ยง ๆ !
พวกเขาอยู่ในระดับเดียวกับห้าเทพสงครามอู่จี๋ ชั่ว
อึดใจต่อมาทั้งสองฝ่ายก็พุ่งทะยานเข้าโรมรันกัน
ทันที
ห้าเทพสงครามอู่จี๋มิได้มีร่างกายใหญ่โตเท่ากับเท่า
พิภพอรหันต์ แต่ทันใดนั้นเทพสงครามทั้งห้าก็
ปลดปล่อยวิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์ของตนเอง จนมี
ขนาดตัวเท่ากับพิภพขนาดเล็ก ศาสตราเซียนกำเนิด
ภพชนิดต่าง ๆ กวัดแกว่งอยู่ในมือ
พลังดารานับไม่ถ้วนระเบิดแสงสว่างปกคลุมฝากฟ้า
เจิดจ้าบานสะพรั่งไปทั่วทั้งเส้นทางพระสุเมรุ สร้าง
ความสั่นสะเทือนไปทั้งพื้นที่!
เมื่ออรหันต์ศักดิ์สิทธิ์สามร่วมมือกัน กล่าวได้ว่าแทบ
ไม่มีใครในแดนเซียนวังสวรรค์อยู่ในสายตาของพวก
มันเลย ในมุมมองของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอรหันต์
นมัสวีรเสนและอรหันต์นมัสปิติอุทิศเสียอีก
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ภายใต้การโจมตีที่รุนแรงราว
กับพายุของเทพสงครามทั้งห้า พิภพอรหันต์
พระพุทธรูปสีดำขนาดใหญ่ทั้งสามแตกเป็นเสี่ยง ๆ
อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้พวกมันได้กลืนกินมนุษย์ที่
อยู่ภายในพิภพอรหันต์แล้วแปรเปลี่ยนมาเป็นพลัง
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่กับตนเอง แต่ก็ยังไม่สามารถ
ต้านทานการผนึกกำลังมหาศาลของเทพสงครามทั้ง
ห้าได้
ชั่วอึดอัดใจต่อมาพิภพอรหันต์ขนาดใหญ่ทั้งสามก็
แตกเป็นเสี่ยง ๆ อรหันต์นมัสโศกศัลย์ , อรหันต์นมัส
จันทราศรี , อรหันต์นมัสนารายณ์ ถูกสังหารตกตาย
อย่างสมบูรณ์!
เทพสงครามทั้งห้าดูอึดอัดใจไม่น้อยเช่นกัน แต่ละคน
อยู่ภายใต้แรงกดดันของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม
อย่างหนัก โดยเฉพาะก่อนที่ทั้งสามจะตายได้ทำให้
พวกเขาทั้งได้รับบาดเจ็บสาหัสไปตาม ๆ กัน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดคิดว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง
สามจะแข็งแกร่งทรงพลังถึงเพียงนี้ ท่ามกลาง
กองทัพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามดูไม่ค่อยโดดเด่น
สะดุดตาเท่าใดนัก แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถ
ฟาดฟันประหัตประหารเทพสงครามทั้งห้าได้อย่างสูสี
ระหว่างที่การต่อสู้อยู่ในช่วงวิกฤต อีกด้านหนึ่งของ
สงครามมีอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ร่างสีดำแดง ผู้อยู่ในท่า
หัตถ์ขวาจรดพื้น หัตถ์ซ้ายแบออก กำลังปลดปล่อย
พลังอำนาจที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟ้าดิน!
นี่คืออรหันต์นมัสปัทมชโยติ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสิบห้า
อรหันต์ที่อยู่ใต้อาณัติของตถาคตในอดีต คอยท่อง
พุทธวจน ส่งเสริมศีลธรรมจรรยา ขจัดบาปกรรมทั้ง
เจ็ดในอดีตชาติ
เดิมทีร่างเป็นสีแดง แต่หลังจากฤทัยพิภพอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายลงไป มันก็กลายเป็นสีดำแดง
การท่องพุทธวจนไม่ได้ใช้ขจัดบาปกรรมทั้งเจ็ดใน
อดีตชาติอีกต่อไป แต่ใช้เพื่อสังหารคนชั่วช้าแทน
ณ ขณะนี้ท่องพุทธวจนจำนวนนับไม่ถ้วนปะทุออกมา
จากมือ ควบแน่นกลายเป็นฝ่ามืออรหันต์อันน่า
สะพรึงกลัว บดขยี้ความว่างเปล่าครั้งแล้วครั้งเล่า!
ผู้ที่เผชิญหน้ากับการโจมตีของอรหันต์นมัสปัทมชโย
ติก็คือเทพอัสนีลุ่ยกงกับเจ้าแม้ฟ้าแล่บเตียนบ๊อ
ทว่าต่อให้สองสามีภรรยาร่วมมือกันก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้
ของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์รูปนี้ ฝ่ามือสีดำแดงพวยพุ่งลง
มาจากทุกทิศทาง พลังการกดขี่ข่มเหงบดขยี้เขาใส่
พวกเขา พริบตาต่อมาพิภพจักรพรรดิของเทพอัสนี
ลุ่ยกงและเจ้าแม้ฟ้าแล่บเตียนบ๊อก็แตกสลายเป็น
เสี่ยง ๆ !
เทพอัสนีลุ่ยกงและเจ้าแม้ฟ้าแล่บเตียนบ๊อลอย
กระเด็นออกไปอย่างสมบูรณ์ โลหิตรินไหลกระจายไป
ทั่วทั้งเส้นทางพระสุเมรุ
แต่ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน ภายในสนามรบอันดุเดือดนี้
ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นพวกเขาแม้แต่น้อย
พิภพจักรพรรดิของเทพอัสนีลุ่ยกงและเจ้าแม้ฟ้าแล่บ
เตียนบ๊อแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ หลังจากพ่ายแพ้ลอย
กระเด็นออกไปอย่างสิ้นเชิง มหาเทพฮัวชิงแห่งทิศ
บูรพาพุ่งทะยานเข้ามารับช่วงต่อ
มหาเทพฮัวชิงแห่งทิศบูรพาหรือที่เรียกว่าปรมาจารย์
สวรรค์ไท่อี้โปรดทุกข์ ประทับบนบัลลังก์ดอกบัวเก้าสี
โดยมีราชสีห์มรกตเก้าหัวอยู่ใต้บัลลังก์ มันเป็นสัตว์
สวรรค์ขนาดใหญ่มีเปลวเพลิงสีน้ำเงินพวยพุ่งออกมา
จากปาก ห้อมล้อมอยู่รอบบัลลังก์ แสงศักดิ์สิทธิ์เก้าสี
กระจายอยู่โดยรอบ ทุกท่วงท่าการโจมตีเปี่ยมไปด้วย
ความความศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขาม!
วิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์ , เคล็ดเทวะจักรพรรดิ
เซียน ล้วนมีพื้นฐานมาจากเปลวเพลิงสีคราม ผนวก
กับราชสีห์เขียวเก้าหัว ทำให้มันเปี่ยมไปด้วยพลังที่
สามารถทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง!
ถึงกระนั้นความแข็งแกร่งระหว่างอรหันต์นมัสปัทม
ชโยติกับมหาเทพฮัวชิงแห่งทิศบูรพาก็ยังดูสูสี
ใกล้เคียงกันมาก ไม่สามารถฟันธงได้ว่าฝ่ายไหนจะ
พ่ายแพ้หรือฝ่ายไหนจะชัยชนะ
สิ่งนี้ทำให้มหาเทพฮัวชิงแห่งทิศบูรพาตื่นตกใจเป็น
อย่างยิ่ง
ไม่รู้ว่าผู้รุกรานเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร? เหตุใดถึง
ได้ทรงพลังพอจะต่อกรกับเขาได้? ความแข็งแกร่ง
เช่นนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าอรหันต์นมัสปัทมชโยติ มิใช่
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั่ว ๆ ไป
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ในอดีต เขาคืออรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์อีกผู้หนึ่ง ที่นั่งเคียงข้างพระยูไล และได้รับ
การยกย่องว่าเป็นอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์อันดับต้น ๆ ของ
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ทันใดนั้นก็มีมหาเทพนิรันดร์แห่งทิศทักษิณอีกผู้หนึ่ง
ก็ทะยานออกมาจากความว่างเปล่าพร้อมกับแสงสี
แดงเจิดจ้า นี่คือจักรพรรดิระดับสูงที่มีความ
แข็งแกร่งก็พอ ๆ กับมหาเทพฮัวชิงแห่งทิศบูรพา
เขาทะยานเข้าร่วมผนึกกำลังกับมหาเทพฮัวชิงแห่ง
ทิศบูรพา เปลวเพลิงสีครามกับแสงสีแดงสาด
ประกายก็หลอมผสาน กลายเป็นพลังรุนแรงเผา
ผลาญพื้นที่ความว่างเปล่า ช่วงเวลาต่อมาอรหันต์
นมัสปัทมชโยติก็ถูกปิดล้อมห่อหุ้มด้วยพลังดังกล่าว
ก็ถูกหลอมละลายในเวลาต่อมา!
จักรพรรดิเซียนทั้งสองโจมตีกันอยู่ชั่วครู่ อรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์สีดำแดงก็ไม่สามารถต้านรับได้อีกต่อไป
ภายในพิภพอรหันต์สีดำแดงได้ถูกพลังพิภพ
จักรพรรดิหลอมละลายกลายเป็นขี้เถ้า
ภาพที่โหดร้ายเช่นนี้ทำให้ดวงตาของ อู่ อวี้ ที่เฝ้า
มองด้านหลังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิเซียนหรืออรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิต!
แม้ว่าตอนนี้ฝ่ายหนึ่งจะเป็นหุ่นเชิดของอสูรร้ายนอก
สวรรค์จนทำให้สูญเสียความทรงจำในอดีตไปหมด
ส่วนอีกด้านหนึ่งสูญเสียเหตุผลเพราะฤทัยพิภพ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลาย ถ้าไม่ใช่เพราะพระสุคต
เสวียนจั้งทั้งสองฝ่ายก็คงไม่ปะทะกันเช่นนี้
ภาพฉากดังกล่าวเป็นเพียงการต่อสู้ขนาดเล็กจาก
สนามรบทั้งหมด…
—————