กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1805 : หากไม่ทำลายทิ้ง ก็มิอาจสร้างสรรพ
สิ่งขึ้นมาใหม่ได้
เมื่อพระสุคตเสวียนจั้งปรากฏกาย สีหน้าของคนทั้ง
สามก็เปลี่ยนไป
พวกเขาไม่คาดคิดว่าขณะที่คนทั้งสามโจมตีฤทัย
พิภพ พระสุคตเสวียนจั้งจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
และเรียบมุ่งหน้ามายังทิศทางนี้ทันที
ดังนั้นสถานการณ์ในพื้นที่ต่อสู้จึงตึงเครียดขึ้นมา
ทันที
” อย่าได้กระทำสิ่งไร้ประโยชน์เลย พวกเจ้ากำลังหยุด
ไม่ให้ข้าช่วยชีวิตผู้คน!” พระสุคตเสวียนจั้งพนมมือ
ขณะทะยานลงมาพร้อมกันพิภพอรหันต์พระพุทธรูป
ทองคำทั้งเก้าที่อยู่ด้านหลัง แต่ละองค์สายตาเต็มไป
ด้วยความเมตตา สาดส่องแสงสีทองเรืองรองไปทั่ว
” ช่วยคน? ” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ เขาไม่
เคยคิดว่าพระสุคตเสวียนจั้งอยากจะช่วยเหลือผู้คน
จริง ๆ
เปิดเส้นทางพระสุเมรุเพื่อเชื่อมต่อแดนเซียนวัง
สวรรค์และแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ ปล่อยให้อรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกทำลายฤทัยพิภพจนตกอยู่ในสภาพไร้
เหตุผลบุกเข้ามาในแดนเซียนวังสวรรค์ เข่นฆ่า
ประหัตประหารกับจักรพรรดิเสียจนสายโลหิตรินไหล
อาบนองเป็นสายธารา
พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการช่วยผู้คนได้อย่างไร?
ดังนั้นคำกล่าวของพระสุคตเสวียนจั้ง สำหรับตัวพวก
เขาทั้งสามแล้วช่างเป็นคำกล่าวที่ไร้สาระเพ้อเจ้อสิ้น
ดี
แต่ดูเหมือนพระสุคตเสวียนจั้งยังคงพูดเองเออเอง
ต่อไป หลังจากนั้นเขาก็ถอดถอนหายใจออกมาด้วย
ความเศร้าโศก พร้อมกล่าวว่า” สิ่งที่เคยมีจะกลับคืน
มาในไม่ช้า หากพวกท่านยังฝืนดึงดันต่อไป เมื่อถึง
เวลานั้นแดนเซียนทั้งสองจะถูกมันกลืนกิน ทำให้
สรรพชีวิตต้องตกตายไปจนสิ้น! ”
” หากทำตามที่ข้ากล่าว พวกเราจะสามารถจัดการ
กับอสูรร้ายนอกสวรรค์ และกอบกู้แดนเซียนทั้งสอง
ให้กลับคืนมาได้ในที่สุด ”
เขากล่าวถ้อยคำเหล่านี้ด้วยความเมตตา
อารมณ์ความรู้สึกของพิภพอรหันต์พระพุทธรูป
ทองคำทั้งเก้าที่อยู่เบื้องหลัง บรรยากาศเต็มไปด้วย
ความเศร้าโศกอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ไม่ได้ส่งผล
กระทบต่อ อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ แม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ สับสนอยู่ไม่น้อย
โพธิสัตว์กวนอิมขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า ” เหตุ
ใดเจ้าถึงกล่าวเช่นนั้น? ”
พระสุคตเสวียนจั้งทอดถอนหายใจ ” ท่านคงไม่รู้ว่า
สิ่งนั้นน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด มีเพียงซากศพ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์กับจักรพรรดิเซียนเท่านั้น ถึงจะ
สามารถสร้างพิภพฤทัยในแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ขึ้นมาใหม่ เมื่อนั้นข้าจะกลายเป็นเจ้าแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์ ทำให้ข้ามีพลังเทียบเท่ากับพระยูไล
และต่อสู้กับอสูรร้ายนอกสวรรค์อีกครั้ง! ”
” แดนเซียนอรหันต์สวรรค์กับแดนเซียนวังสวรรค์
สามารถเก็บไว้ได้แค่แห่งเดียวเท่านั้น ตอนนี้แดน
เซียนวังสวรรค์ได้ถูกทำลายไปแล้ว จักรพรรดิเซียน
เหล่านี้ล้วนเป็นเพียงแค่หุ่นเชิด ไร้ซึ่งความทรงจำใด
ๆ ทั้งสิ้น ”
“ เรียกว่า หากไม่ดับก็ไม่เกิด! หากแดนเซียนอรหันต์
สวรรค์ไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ แล้วจะมีชีวิตใหม่
ได้อย่างไร? แม้ว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์กับจักรพรรดิเซียน
ทั้งหมดจะตกตายในพิภพพระสุเมรุ ตราบใดที่ข้า
สามารถสร้างฤทัยพิภพขึ้นมาได้ใหม่ ข้าจะสามารถ
สังหารอสูรร้ายนอกสวรรค์ได้สักวันหนึ่ง หลังจากนั้น
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์จะกลับคืนสู่สภาพเดิม! ”
สำหรับตอนนี้ราวกับว่าแดนสวรรค์ในสายตาของ
พระสุคตเสวียนจั้งได้ถูกทำลายไปแล้ว และไม่มีทางที่
จะช่วยกลับมาได้
คำกล่าวของเขาทำให้โพธิสัตว์กวนอิมและ
ปรมาจารย์สุภูติถึงกับขมวดคิ้ว
หลังจากทำลายแล้วหยัดยืนอยู่บนกองซากศพแดน
เซียนทั้งสอง เพื่อจะสร้างฤทัยพิภพบนแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์ ให้พระสุคตเสวียนจั้งกลายเป็นจ้าว
แห่งแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ จากนั้นก็ปล่อยให้เขา
ต่อสู้กับอสูรร้ายนอกสวรรค์ … การคิดเช่นนี้ก็ไม่ได้ไร้
เหตุผลเสียทีเดียว
แต่ความคิดของพระสุคตเสวียนจั้ง โพธิสัตว์กวนอิม
กับปรมาจารย์สุภูติไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าใดนัก
ปรมาจารย์สุภูติถามว่า ” หากเจ้ากลายเป็นจ้าวแห่ง
แดนเซียน เจ้ามีความมั่นใจมากแค่ไหนว่าจะเอาชนะ
อสูรร้ายนอกสวรรค์ได้ ”
พระสุคตเสวียนจั้งส่ายหัวแล้วตอบว่า ” ข้าก็ไม่มั่นใจ
แต่นี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้น! ไต้ซือ ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว
ข้าไม่เคยทรยศผู้ใด และต้องการล้างแค้นให้กับสาวก
ที่ตายไปแล้ว! ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมข้าถึงมีชีวิตรอด
ก็เพราะต้องการสังหารสิ่งนั้น! ”
” อู่ อวี้ อย่าหยุดข้าเลย สรรพชีวิตที่เป็นอมตะ หาก
ไม่ทำลายทิ้ง ก็ไม่มีทางสรรค์สร้างสรรพสิ่งขึ้นมาใหม่
ได้! ”
ขณะที่กล่าวเช่นนั้น พิภพอรหันต์พระพุทธรูปทองคำ
ทั้งเก้าที่อยู่เบื้องหลังพระสุคตเสวียนจั้ง ก็แสดงสีหน้า
อันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ แสงสีทองเปล่งประกายสาดส่อง
ไปทั่วทุกแห่งหน เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิตราว
กับข้ามผ่านสากลโลก
แล้วในช่วงเวลานี้เองเมื่อจับจ้องไปยังพิภพอรหันต์
พุทธรูปทองคำอันสูงส่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงโอวาทของ
พระสุคตเสวียนจั้ง อู่ อวี้ ก็ถึงกับหวั่นไหวไปชั่วขณะ
ตอนนี้จักรพรรดิเซียนกลายเป็นหุ่นเชิดหมดแล้ว
ส่วนอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็สูญเสียเหตุผลไปเช่นกัน
ดังนั้นพระสุคตเสวียนจั้งจึงต้องการให้พวกเขา
ทั้งหมดตกตายในพิภพพระสุเมรุ บางทีนี่อาจจะเป็น
วิธีการสร้างโลกขึ้นมาใหม่ก็เป็นได้
” มอบทุกสรรพสิ่งให้กับพระสุคตเสวียนจั้ง ล้างแค้น
ให้กับภพเทพปีศาจและอาวุโสฉีเทียนต้าเซิ่น ทั้งยัง
ถือเป็นการแก้แค้นให้กับ… เหล่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
และจักรพรรดิเซียนในมหาแดนเซียนทั้งสอง! บางที
อาจมีแค่วิธีนี้เท่านั้น… ”
แต่ในไม่ช้า อู่ อวี้ ก็ได้สติกลับคืนมาพร้อมส่ายศีรษะ
อย่างรวดเร็ว
เขาเกือบจะโดนพิภพอรหันต์พระพุทธรูปทองคำทั้ง
เก้าของอีกฝ่ายหลอกลวงเข้าให้แล้ว ยิ่งไม่ต้อง
กล่าวถึงว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของพระสุคต
เสวียนจั้งน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด
ด้วยเพราะอาณาจักรฝึกตนของ อู่ อวี้ ยังไม่อาจ
เทียบเคียงกับอีกฝ่ายได้ ดังนั้นเขาจึงแอบหวั่นไหว
เช่นกัน
โชคดีที่เขาถือพลองทองสมปรารถนาไว้ในมือ ทำให้
พลังแห่งความชอบธรรมอัดกระแทกเข้าใส่ใบหน้า
ของเขา จนเขาได้สติกลับคืนมา
อู่ อวี้ ไม่เคยเผชิญหน้ากับอสูรร้ายนอกสวรรค์มา
ก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่ามันน่าสะพรึงกลัวมาก
เพียงใด แล้วรู้สึกว่าต้องมีหนทางอื่นในการแก้ปัญหา
ไม่จำเป็นที่เหล่าจักรพรรดิเซียนและอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
จะต้องสละชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้นแดนเซียนวังสวรรค์ยังเป็นบ้านเกิดของ
เขา ตั้งแต่เล็กจนโต รวมถึงตอนที่เขาบรรลุกลายเป็น
เซียนอมตะ ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนิรันดร์ การเติบโต
ของเขาค่อย ๆ ขยับขึ้นไปทีละก้าวในแดนเซียนบาง
สวรรค์
จะให้เขาทนดูแดนเซียนวังสวรรค์ถูกทำลายไปต่อ
หน้าต่อตานั้น เขาทำไม่ได้จริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้นเขาเคยพิจารณาเรื่องนี้มาก่อนแล้ว
แม้ว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์กับจักรพรรดิเซียนจะสูญเสีย
ความทรงจำไป แต่มนุษย์และสรรพชีวิตที่อาศัยอยู่ใน
พิภพจักรพรรดิกับพิภพอรหันต์นั้นบริสุทธิ์ แล้ว อู่
อวี้ จะปล่อยให้พวกเขาตกตายไปอย่างสูญเปล่าได้
อย่างไร!
ในขณะนั้นเองโพธิสัตว์กวนอิมก็กล่าวขึ้นอย่างแผ่ว
เบาว่า “เสวียนจั้งเจ้าเสียสติไปแล้ว ต้องมีวิธีที่ดีกว่า
นี้ในการเอาชนะอสูรร้ายนอกสวรรค์ แม้ว่าจักรพรรดิ
หยกจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ จะไม่อาจหลบหนีจาก
การควบคุมของอสูรร้ายนอกสวรรค์ได้ แต่ครั้งหนึ่ง
ข้าที่เคยถูกควบคุม ก็สามารถหนีรอดออกมาได้ ”
ปรมาจารย์สุภูติพยักหน้า “ใช่แล้ว เจ้าแม่กวนอิม
สามารถหลบหนีจากการควบคุมของอสูรร้ายนอก
สวรรค์ได้! หากจักรพรรดิหยกกับคนอื่น ๆ ตกตาย
เราจะไม่มีโอกาสเอาชนะอสูรร้ายนอกสวรรค์ได้อีก
เสวียนจั้งวิธีคิดของเจ้ามันสุดโต่งเกินไป! ”
” เสวียนจั้ง เจ้าพยายามทำใจให้สงบก่อน สิ่งที่
สมควรทำในตอนนี้คือทำลายฤทัยพิภพ จากนั้นค่อย
วางแผนกัน ” โพธิสัตว์กวนอิมกล่าวยืนยัน จากนั้นก็
พยายามเตือนสติ เพราะอย่างไรเสียนางก็ถือเป็น
อาจารย์ของเสวียนจั้งครึ่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นว่าโพธิสัตว์กวนอิมกับคนอื่น ๆ
‘ยังดื้อดึงไม่ยอมรับ’ พระสุคตเสวียนจั้งก็มีโทสะ
เล็กน้อย
เมื่อเห็น อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ต้องการทำลายฤทัยพิภพ
พระสุเมรุต่อไป การแสดงออกของพระสุคตเสวียนจั้ง
ก็เปลี่ยนไป ทันใดนั้นพิภพอรหันต์ทองคำทั้งเก้าก็
ระเบิดแสงสีทอง แผ่ขยายเป็นคลื่นแห่งความพิโรธ
เข้ามาทันที
พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทั้งเก้า ทะยานลงมา
จากฟากฟ้าแลห่อหุ้มปกคลุมพวกเขาไว้ทันที!
ปรมาจารย์สุภูติเป็นคนแรกที่ต้องแบกรับความพิโรธ
นี้ ท่านถูกหัตถ์สีทองขนาดใหญ่คว้าจับไว้ทันที พลัง
อันน่าสะพรึงกลัวของพิภพอรหันต์พระพุทธรูป
ทองคำบดขยี้ลงมาเบื้องล่าง จนพิภพจักรพรรดิใน
ร่างของปรมาจารย์สิพูดแทบจะแหลกสลาย!
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น อู่ อวี้ กับโพธิสัตว์กวนอิมก็ตื่น
ตระหนกทันที ด้วยไม่คาดคิดว่าเจตนาสังหารพระ
สุคตเสวียนจั้งจะรุนแรงถึงเพียงนี้
————————-