กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1808 : พระสุเมรุแตกเป็นเสี่ยง ๆ
เปลวไฟสีเทาแผดเผาภายในพิภพพระสุเมรุ ราวกับ
ว่ามันจะเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง
เมื่อฤทัยพิภพพระสุเมรุสีทองถูกวานรหกหูทำลาย
ทั่วทั้งพระสุเมรุก็เกิดการสั่นสะเทือน
สิ่งนี้ทำให้พระสุคตเสวียนจั้งโกรธมาก ที่สำคัญแม้แต่
เขาเอิงก็ไม่สามารถหยุดยั้งสิ่งที่เกิดขึ้นได้
เมื่อฤทัยพิภพพระสุเมรุแตกสลาย พิภพพระสุเมรุ
ทั้งหมดก็จะพังทลาย รวมถึงเส้นทางพระสุเมรุที่
เชื่อมต่อระหว่างแดนเซียนวังสวรรค์กับแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์ก็จะพังทลายลงเช่นกัน
พระสุคตเสวียนจั้งต้องการให้จักรพรรดิเซียนของ
แดนเซียนวังสวรรค์กับอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ของแดน
เซียนอรหันต์สวรรค์ทั้งสองต่อสู้กัน แต่จุดประสงค์
ดังกล่าวกลับถูกวานรหกหูมองออกจนทะลุปรุโปร่ง
และพยายามหยุดมันด้วยพลองทองสมปรารถนา
แต่การหยุดยั้งนี้วานรหกหูต้องแลกมาด้วยชีวิต!
วานรหกหูเผาผลาญพลังชีวิตของตนเองไปจนหมด
สิ้นแล้วเวลานี้ อู่ อวี้ ทำได้เพียงกัดฟันเฝ้าดูร่างเล็ก
ๆ ของเขาถูกหมัดทองคำของพระสุคตเสวียนจั้งบด
ขยี้จนสลายกลายเป็นละอองธุลีหายไป
พลองทองสมปรารถนาที่บินอยู่ในพิภพพระสุเมรุอัน
วุ่นวาย ไม่นานนักก็กลับมาอยู่ในมือของ อู่ อวี้
ดังเดิม
พร้อมกับเสียงสั่งเสียครั้งสุดท้ายของวานรหกหู ” ข้า
ได้ปลดผนึกพลองทองสมปรารถนาทั้งหมดให้แล้ว! อู่
อวี้ จงจำไว้ว่าต้องล้างแค้นให้กับฉีเทียนต้าเซิ่น เขา
สร้างเจ้าขึ้นมา ฉะนั้นเจ้าจึงเป็นความหวังของเขา! ”
” ข้า… มันแน่นอนอยู่แล้ว ”
อู่ อวี้ กำหมัดแน่นขณะถือจับพลองทองสมปรารถนา
ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เขาเห็นร่างสีเทาของวานรหกหูแตกเป็นเสี่ยง ๆ ใน
พิภพพระสุเมรุ เฉกเช่นดั่งใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่
ท่ามกลางสายพิรุณโหมกระหน่ำ เพียงชั่วพริบตาก็
สลายหายไปต่อหน้าต่อตาของเขา บ่งบอกว่า
จักรพรรดิแห่งความโกลาหลจ้าวพิภพเทพปีศาจได้
สิ้นชีพไปอย่างสมบูรณ์
นับจากนี้วีรชนผู้ยืนหยัดปกป้องความเที่ยงธรรมของ
โลกใบนี้ได้ล้มหายไปอีกหนึ่งแล้ว!
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นฉากนี้ หัวใจของเขาก็เหมือนคมมีด
กรีดจนเลือดอาบโชก แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้
ขณะที่พิภพพระสุเมรุเริ่มแตกสลาย อู่ อวี้ ,โพธิสัตว์
กวนอิม ,ปรมาจารย์สุภูติก็ตระหนักว่าต้องรีบออกไป
จากที่นี่โดยเร็วที่สุด
พิภพอรหันต์พระพุทธรูปทองคำทั้งเก้าของพระสุคต
เสวียนจั้ง รีบถอนตัวออกจากพิภพพระสุเมรุที่กำลัง
ล่มสลายเช่นกัน เพราะเขารู้ว่ากระบวนการนี้คงไม่
สามารถย้อนกลับคืนมาได้อีก
นับจากนี้นอกจากพลองทองสมปรารถนาของ อู่ อวี้
แล้ว แดนเซียนทั้งสองก็ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อีก
ปัจจุบันต่อให้พระสุคตเสวียนจั้งต้องการครอบครอง
พลองทองสมปรารถนา แต่ก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี
เพราะหลังจากฤทัยพิภพพระสุเมรุแตกสลาย ก็
ปรากฏรอยแยกความว่างเปล่าขวางกั้นพวกเขาไว้ อู่
อวี้
แม้ว่าพระสุคตเสวียนจั้งจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่
สามารถข้ามรอยแยกความว่างเปล่านี้ไปได้
ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงถอยแยกจากกัน!
เดิมทีสิ่งที่พระสุคตเสวียนจั้งปรารถนาก็คือแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์ ด้วยเพราะแดนเซียนวังสวรรค์ได้ถูก
สัตว์ร้ายนอกสวรรค์กลืนกิน ในสายตาของเขาที่นี่ได้
ถูกทำลายไปนานแล้วนั่นเอง
ดังนั้นเขาจึงถอยกลับไปที่แดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ส่วน อู่ อวี้ โพธิสัตว์กวนอิมกับปรมาจารย์สุภูติต่าง
พากันถอยกลับไปที่แดนเซียนวังสวรรค์ เมื่อตระหนัก
ว่าเส้นทางเชื่อมต่อ แดนเซียนพังทลายลง จักรพรรดิ
หยกก็นำเหล่าจักรพรรดิเซียนที่รอดชีวิตล่าถอย
กลับไปอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นก็ล่าถอยกลับไป
เช่นกัน เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากฝืนดึงดันไปที่แดน
เซียนวังสวรรค์ คงมีเพียงความสิ้นหวังเท่านั้นที่รออยู่
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเลือกที่จะกลับไปยังแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์ของตนเอง
สงครามในครั้งนี้ ทั้งจักรพรรดิเซียนแห่งแดนเซียนวัง
สวรรค์แลอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนอรหันต์สวรรค์
ต่างประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก แต่โชคยังดีที่
วานรหกหูรีบทำลายฤทัยพิภพพระสุเมรุ ความ
เสียหายที่อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์กับจักรพรรดิเซียนจึงมิได้
ส่งผลกระทบถึงรากฐานของแดนเซียนทั้งสอง
เมื่อพิภพพระสุเมรุแตกสลาย เส้นทางพระสุเมรุก็ถูก
ทำลายไปเช่นกัน!
ในที่สุดภัยพิบัติซึ่งพระสุคตเสวียนจั้งนำมายังแดน
เซียนทั้งสองก็ยุติลง
แน่นอนว่า อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ มิได้ติดตามจักรพรรดิ
หยกกลับไปด้วย แต่เลือกจะไปยังภพเทพปีศาจ
ตอนนี้ไม่มีสถานที่ใดในแดนเซียนวังสวรรค์ปลอดภัย
แม้กระทั่งพิภพทะเลทักษิณก็ยังถูกจักรพรรดิหยกพบ
แล้ว
ดังนั้นที่ซ่อนแห่งเดียวของพวกเขาคือภพเทพปีศาจ
แม้ว่าวิกฤตจะสงบลงชั่วคราว แต่โพธิสัตว์กวนอิมกับ
ปรมาจารย์สุภูติก็มิได้ผ่อนคลายความระมัดระวังลง
แม้แต่น้อย กลับกันการแสดงออกของพวกเขายิ่งดู
จริงจังมากกว่าเดิมเสียอีก
สำหรับพวกเขาเสวียนจั้งคงไม่เปิดศึกรุนรานแดน
เซียนด้วยความวิตกกังวลเช่นนี้ หากมิใช่เพราะอีก
ฝ่ายสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายการดำรงอยู่ของอสูรร้าย
นอกสวรรค์ว่ามันจะตื่นขึ้นมาในอีกไม่ช้า
ท้ายสุดแล้วพระสุคตเสวียนจั้งเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดใน
แดนเซียนทั้งสอง ดังนั้นสัญชาตญาณของเขาจึงทรง
พลังมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
“ ตอนนี้จักรพรรดิหยกกับคนในแดนเซียนวังสวรรค์
ทั้งหมดไม่สามารถช่วยเหลือเราได้แล้ว สิ่งที่พอจะทำ
ได้คือช่วยพวกเขาให้หลุดจากการควบคุมของอสูร
ร้ายนอกสวรรค์ แต่หากจะเรียกคืนสติกลับมาคงมิใช่
เรื่องง่ายอย่างแน่นอน พวกเราต้องหาวิธีแก้ปัญหา
กันด้วยตัวเองเท่านั้น ” ภายในภพเทพปีศาจ
ปรมาจารย์สุภูติทอดถอนหายใจพร้อมกล่าวขึ้น
โพธิสัตว์กวนอิมพยักหน้า ” โชคยังดีที่เสวียนจั้งมิ
อาจเดินทางมายังแดนเซียนวังสวรรค์เพื่อก่อความ
วุ่นวายได้ พวกเราจึงมีเวลาให้วางแผน ดูว่าจะ
สามารถทำอันใดได้บ้าง”
หลังจากกล่าวเช่นนั้น ดูเหมือนว่านางจะนึก
บางอย่างขึ้นมาได้จึงหันไปเอ่ยกับ อู่ อวี้ ว่า ” ก่อน
หน้านี้เจ้าเคยกล่าวถึงสุสานจักรพรรดินิรันดร์ใช่
หรือไม่? บางทีพวกเราอาจจะใช้สถานที่แห่งนั้นได้!”
ปรมาจารย์สุภูติเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาเปล่งประกายว่า
“ใช่แล้ว สิ่งที่ไต้ซือกวนอิมเชี่ยวชาญที่สุดก็คือค่ายกล
เซียนกำเนิดภพ บางทีนางอาจจะสามารถปลดปล่อย
ซากศพทั้งหมดที่ถูกผนึกไว้ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์
ก็เป็นได้ ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อย
เพราะอย่างไรเสียด้วยความแข็งแกร่งในระดับ
ปัจจุบันของเขาตอนนี้ หากไม่พึ่งพาความสามารถใน
การกลืนกินของอสูรกลืนสวรรค์ เขาคงไม่มีทาง
ก้าวหน้าไปมากกว่านี้ได้ ทั้งยังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาไป
อีกนานแค่ไหน
แต่การกลืนกินซากศพจักรพรรดิปีศาจก็มีข้อจำกัดอยู่
เช่นกัน หนึ่งก็คือวงเวทย์เซียนกำเนิดภพที่ผนึกหลุม
ศพเอาไว้
สำหรับเขาแล้วการปลดวงเวทย์เซียนกำเนิดภพต้อง
ใช้เวลานานพอสมควร แม้ว่าเขาจะมีวิถีจักรพรรดิ
เชื่อมสวรรค์ ‘เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ’ แต่การปลด
วงเวทย์เซียนกำเนิดภพก็มิใช่เรื่องง่ายเลย
ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งก็คือพลังปราณอันดุร้ายจาก
ซากศพของจักรพรรดิปีศาจ
ซึ่งนี่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับของ อู่ อวี้
เพราะอย่างไรเสียหากเขากลืนกินซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจกับพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์มากเกินไป พลัง
ปราณอันดุร้ายจะก่อตัวขึ้นภายในพิภพจักรพรรดิ
กลืนสวรรค์ของเขา ทำให้พิภพจักรพรรดิของเขาเริ่ม
ไม่เสถียรมั่นคง จนเสียมากกว่าได้
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้โพธิสัตว์กวนอิมดูเหมือนจะมี
หนทางแก้ไขปัญหา
ด้วยวิธีนี้สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ถ้าเขาปรารถนาจะกลืน
กินซากศพทั้งหมดในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ย่อม
มิใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับ อู่ อวี้
“ บางทีเจ้าอาจจะบรรลุถึงอาณาจักรจักรพรรดิเซียน
นิรันดร์ขั้นที่ 8! ”
อู่ อวี้ รู้สึกเครียดจริงจังยิ่ง
อย่างไรก็ตามโพธิสัตว์กวนอิมกับปรมาจารย์สุภูติคือ
คนที่ อู่ อวี้ สามารถไว้วางใจได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น
เขาจึงพาผู้อาวุโสทั้งสองไปที่สุสานจักรพรรดินิรันดร์
ทันที
หลังจากเดินทางมาถึงสุสานจักรพรรดินิรันดร์ แลจับ
จ้องไปยังหลุมฝังศพกับวงเวทย์เซียนกำเนิดภพที่
ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา โพธิสัตว์กวนอิม
กับปรมาจารย์สุภูติก็รู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย
” แม้ว่าอาวุโสจักรพรรดิปีศาจเหล่านี้จะตกตาย
ภายใต้เงื้อมมือของจักรพรรดิหยก แต่ผู้ที่ดูเบื้องหลัง
การฆ่าล้างสังหารนี้ก็คืออสูรร้ายนอกสวรรค์!”
” แต่พวกเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้อสูรร้ายนอกสวรรค์
ทำสำเร็จ ด้วยการเก็บซ่อนซากศพจักรพรรดิปีศาจมิ
ให้มันได้กลืนกิน ทั้งยังทิ้งต้นตอแห่งความแค้นไว้
เบื้องหลัง!”
เสียงซึ่งเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมสง่างามดังออกมา
จากโพธิสัตว์กวนอิม
สำหรับนางจักรพรรดิปีศาจเหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลที่
ควรค่าแก่การเคารพนับถือ ทุกคนยอมทิ้งซากศพ
ของตนเองไว้เพื่อการแก้แค้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นสิ่ง
สำคัญที่ช่วยให้พื้นฐานการฝึกตนของ อู่ อวี้ ยกระดับ
คือ
ตอนนี้ อู่ อวี้ เป็นเพียงความหวังเดียวที่จะเอาชนะ
อสูรร้ายนอกสวรรค์อย่างสมบูรณ์
—————–