กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1810 : ถือกำเนิดขึ้นใหม่
อู่ อวี้ กลืนกินซากศพจักรพรรดิปีศาจต่อเนื่องเป็น
เวลาเจ็ดหมื่นปี
จนเวลาล่วงเลยมากว่าแสนปีเขาก็ยังคงกลืนกินร่าง
บรรพชนจักรพรรดิปีศาจต่อไปเรื่อย ๆ เริ่มตั้งแต่
จักรพรรดิปีศาจขั้นที่ห้าถึงขั้นที่แปด จากนั้นก็แปร
เปลี่ยนเป็นพลังอันบริสุทธิ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ
รากฐานการฝึกตนของเขา
ระหว่างกลืนกินฝึกฝนตลอดแสนปี เขาต้องทนแบก
รับความเจ็บปวดจากมนต์รัดเกล้ามานับครั้งไม่ถ้วน
ในที่สุดก็สร้าง ‘วงล้อนิรันดร์’ ได้เสร็จสมบูรณ์!
ยามนี้เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่โอบ
ล้อมไปด้วยพลังเซียนไร้สิ้นสุด วงล้อขนาดใหญ่ได้ถือ
กำเนิดขึ้นหมุนวนในพิภพจักรพรรดิ ส่งผลให้พิภพ
จักรพรรดิขยายไปยังพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ ได้รับมรดกนับไม่ถ้วนจากบรรพชนจักรพรรดิ
ปีศาจ ทำให้ พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ขยายใหญ่
ขึ้นจนมีขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งของภพเทพปีศาจ มี
สายโลหิตปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนถือกำเนิด!
ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าตอนไม่มีวงล้อนิ
รันดร์ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
เดิมทีภายในร่างกายของเขามีเทพเซียนสวรรค์อาศัย
อยู่ ยิ่งอยู่ภายใต้พลังอำนาจของวงล้อนิรันดร์ ก็ยิ่งทำ
ให้ปราณวิญญาณเซียนเสถียรมั่นคงมากยิ่งขึ้น
สามารถฝึกฝนบ่มเพาะไปยังระดับที่สูงขึ้นได้
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือหลังจากพื้นที่พิภพจักรพรรดิกลืน
สวรรค์ของเขาขยายใหญ่ขึ้น ปรากฏว่ามีอสูรปีศาจ
ถือกำเนิดจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน มีรูปลักษณ์สาย
พันธุ์เช่นเดียวกับเหล่าบรรพชนจักรพรรดิปีศาจใน
ภพเทพปีศาจที่เขากลืนกินเข้าไป บัดนี้ได้ถือกำเนิด
ขึ้นมาใหม่ในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์
ทั้ง ‘ราชสีห์เพลิงเก้าหัว’ หัวทั้งเก้าของมันที่มีเปลว
ไฟลุกโชน ซึ่งมีรูปลักษณ์เช่นเดียวกับมหาจักรพรรดิ
เก้าอัคคีจักรพรรดิปีศาจในภพเทพปีศาจ
หรือจะเป็นเสาศิลาอีกต้นหนึ่งที่สูงชะลูดทะลวง
เชื่อมต่อดวงตะวันแลฟากฟ้ากลายเป็นปีศาจ เตือน
ให้ อู่ อวี้ นึกถึง ‘จักรพรรดิศิลาทะลวงตะวัน’
นอกจากนี้ยังมีม้วนภาพวาดที่กลายเป็นปีศาจ ปีศาจ
ตนนี้พยายามฝึกฝนอย่างจริงจังอยู่ในพิภพจักรพรรดิ
กลืนสวรรค์ ทั้งยังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับ
‘มหาจักรพรรดิขุนเขาธารา’ ในภพเทพปีศาจผู้ซึ่ง
กลายเป็นปีศาจผืนภาพขุนเขาธารา
……
เผ่าพันธุ์อสูรปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนถือกำเนิดขึ้นใน
พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์
แม้ว่าอสูรปีศาจเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับ
จักรพรรดิปีศาจในอดีต แต่ดูเหมือนสายโลหิตของ
พวกเขาได้ถูกส่งต่อสืบทอดอยู่ในพิภพจักรพรรดิกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ไม่เคยคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น
” มรดกของภพเทพปีศาจได้ถือเกิดใหม่ในพิภพ
จักรพรรดิของเจ้า มีทั้งสมบัติและสายโลหิตมากมาย
มันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ”
แม้แต่โพธิสัตว์กวนอิมก็ยังประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
ขนาดนางเองก็ยังไม่เคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
การได้กลืนกินเลือดเนื้อของจักรพรรดิปีศาจสามารถ
ส่งต่อถือกำเนิดขึ้นภายในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์
ได้
” หากเป็นเช่นนี้ บรรพชนจักรพรรดิปีศาจของภพ
เทพปีศาจคงสามารถพักผ่อนได้อย่างสงบแล้ว ” อู่
อวี้ กล่าวด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อน
สำหรับเขาแล้วภพเทพปีศาจได้ถูกทำลายไปแล้ว
ต่อให้เขาล้างแค้นให้กับบรรพชนจักรพรรดิปีศาจ
จำนวนมากที่ถูกสังหารได้สำเร็จ แต่พวกท่าน
เหล่านั้นก็ไม่สามารถฟื้นคืนชีพกลับมามีชีวิตได้อีก
ครั้ง
ทว่ายามสายนี้โลหิตของพวกท่านถูกส่งต่ออยู่ในพิภพ
จักรพรรดิกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ซึ่งถือเป็นเรื่อง
น่ายินดีอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ อู่ อวี้ ยามนี้คือ
การเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง
หลังจากกลืนกินซากศพจักรพรรดิปีศาจนับหมื่นที่ถูก
กลบฝังอยู่ภายในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ มรดกนับไม่
ถ้วนที่ได้รับมาจากบรรพชนเหล่านี้ทำให้เขาสามารถ
สร้างวงล้อนิรันดร์ขึ้นมาได้อย่างแท้จริง จนก้าวเข้าสู่
ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่แปด
เขาสัมผัสได้ถึงพลังเซียนพิภพจักรพรรดิอันล้มหลาม
อยู่ภายในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ อู่ อวี้ รู้ว่า
ความแข็งแกร่งของเขาได้รับการปรับปรุงขึ้นมาเป็น
อย่างมาก
ตอนนี้เขารู้สึกว่าความแข็งแกร่งของตนเองอาจจะ
เทียบเคียงได้กับโพธิสัตว์กวนอิมแล้ว หากเขาผนึก
กำลังร่วมกับโพธิสัตว์กวนอิม พลังรบของเขาคงไม่
สามารถมองข้ามอีกต่อไป
อย่างน้อยในแดนเซียนวังสวรรค์ นอกจากจักรพรรดิ
หยก เขาก็ไม่ต้องหวาดกลัวผู้ใดอีก
แน่นอนว่าสภาพของจักรพรรดิเซียนทั้งหมดในแดน
เซียนวังสวรรค์มิต่างจากหุ่นเชิดของอสูรร้ายนอก
สวรรค์ ซึ่งเกือบทั้งหมดล้วนต้องการสังหาร อู่ อวี้
เมื่อใดที่ อู่ อวี้ ปรากฏตัว คาดว่าเขาคงถูกจักรพรรดิ
เซียนบนแดนสวรรค์ปิดล้อมอย่างแน่นอน
ทว่าประเด็นสำคัญคือ อู่ อวี้ ไม่ต้องการต่อสู้กับ
จักรพรรดิเซียนเหล่านั้น เนื่องจากว่ามันเปล่า
ประโยชน์สิ้นดี ท้ายสุดแล้วพวกเขาก็มีสภาพไม่ต่าง
จากหุ่นเชิดที่ไร้ซึ่งความทรงจำ
การสังหารพวกเขาไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าจับกุมตัว
ไว้ บางทีในอนาคตเขาอาจจะมีโอกาสได้ปลดปล่อย
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ จากการควบคุมของอสูรร้าย
นอกสวรรค์กลับมามีสติเช่นเดียวกับโพธิสัตว์กวนอิม
ก็เป็นได้…
แน่นอนว่าการทำเช่นนั้นถือเป็นเรื่องยากเย็นยิ่ง
แม้กระทั่งตัวของโพธิสัตว์กวนอิมก็สามารถทำได้โดย
บังเอิญ ดังนั้นการช่วยเหลือจักรพรรดิหยกพวกเขาก็
ไม่รู้เช่นกันว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่
ส่วนปรมาจารย์สุภูติ ครั้นเมื่ออสูรร้ายนอกสวรรค์บุก
แดนสวรรค์ ท่านก็เลือกที่จะหลบหนีล่าถอยออกมา
จากวิกฤตครั้งนั้น
” คาดว่าโพธิสัตว์มัญชุศรีกับโพธิสัตว์สมันตภัทรก็
น่าจะหลบหนีไปซ่อนตัวในพิภพพระสุเมรุ ทว่าน่า
เสียที่… ”
เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็ตำหนิตัวเอง
โพธิสัตว์มัญชุศรีกับโพธิสัตว์สมันตภัทรมิได้ถูกอสูร
ร้ายนอกสวรรค์ควบคุม อีกทั้งพวกเขายังเป็นหนึ่งใน
สี่มหาโพธิสัตว์ เช่นนั้นแล้วทั้งสองคงมีพลังรบที่
แข็งแกร่งยิ่ง
พระสุคตเสวียนจั้งใช้เวลาสามสิบปีในการสังหาร
โพธิสัตว์ทั้งสองในพิภพพระสุเมรุ หากพวกเขายังมี
ชีวิตอยู่คงช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้มากทีเดียว
ทว่าช่างน่าเสียดาย…
อู่ อวี้ รู้สึกอึดอัดใจเพราะความผิดพลาดของตนเอง
จนทำให้พระสุคตเสวียนจั้งเข้าสู่พิภพพระสุเมรุ
สังหารโพธิสัตว์ทั้งสองอย่างไร้ปรานี ทั้งยังแย่งชิง
ฤทัยพิภพของพวกเขา แลสร้างเส้นทางเชื่อมต่อ
ระหว่างแดนเทียนทั้งสอง นานำไปสู่สงครามครั้ง
ใหญ่
” ดูเหมือนตลอดช่วงระยะเวลานี้พระสุคตเสวียนจั้ง
จะเก็บตัวเงียบมาตลอด ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใด ”
อู่ อวี้ กล่าว
หลังจาก อู่ อวี้ ก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ขั้นที่แปด เขาก็จำเป็นต้องปรับรากฐานการฝึก
ตนของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ให้เขากลืนกินแล้ว
หากยังอยู่ที่นี่ต่อไปคงไม่มีทางหาวิธีจัดการกับอสูร
ร้ายนอกสวรรค์ได้แน่
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงวางแผนที่จะไปเยือนแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์กับโพธิสัตว์กวนอิม
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาคือการ
ช่วยชีวิตทุกคน และพยายามระมัดระวังตัวกับทุกสิ่ง
ปัจจุบันสภาพของแดนเซียนวังสวรรค์ดูไม่ค่อยดี
เท่าใดนัก หลังจากต่อสู้กับอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อแสนปี
ก่อน จักรพรรดิหยกจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการพัก
ฟื้นอีกนานพอสมควร
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้สึกกังวลเล็กน้อยเมื่อนึกถึงแดน
เซียนอรหันต์สวรรค์ ท้ายสุดแล้วดูเหมือนว่าพระสุคต
เสวียนจั้งคงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ มีความเป็นไปได้สูงว่า
ตลอดระยะเวลาหนึ่งแสนปีที่ผ่านมา คงบังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแดนเซียนวังสวรรค์
“เจ้าต้องระวังตัวให้ดี”
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังจะจากไป ลั่วผินก็เอ่ยขึ้นด้วย
ความไม่ยินยอมเล็กน้อย
ในช่วงเวลานี้นางมักเฝ้าดู อู่ อวี้ ทนทรมานอยู่ภายใต้
มนต์รัดเกล้า เฝ้าดูเขากลืนกินซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง ที่เขายอมทำ
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเอาชนะอสูรร้ายนอกสวรรค์ให้จงได้
บางครั้งลั่วผินก็ไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ รับผิดชอบ
ภาระหน้าที่อันหนักหนาเช่นนี้ นางแค่อยากอยู่กับเขา
อย่างสงบ
แต่นางก็รู้ดีเช่นกันว่าหากพวกเขาไม่สามารถ
แก้ปัญหาเรื่องอสูรร้ายนอกสวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์
พวกเขาจะไม่มีทางมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต อีกทั้งมหา
แดนเซียนทั้งสองคงถูกทำลาย
เป็นผลให้เป้าหมายทั้งหมดของเขาพุ่งไปที่อสูรร้าย
นอกสวรรค์
ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้พวกเขาคงพึ่งพา อู่ อวี้ ได้
เพียงเท่านั้น ท้ายสุดแล้ว อู่ อวี้ ผสานหลอมรวมกับ
‘อสูรร้ายกลืนสวรรค์’ ตามคำบอกเล่าของโพธิสัตว์
กวนอิม เขาอาจมีต้นกำเนิดเดียวกับอสูรร้ายนอก
สวรรค์ในครานั้น เมื่อใดที่เขาเติบใหญ่ถึงขีดสุด เขา
อาจจะจัดการกับมันก็เป็นได้
” มิต้องกังวล ข้าจะกลับมาอย่างแน่นอน ”
อู่ อวี้ จับมือลั่วผินไว้แน่น ด้วยอารมณ์ความรู้สึก
ซับซ้อนอยู่ไม่น้อย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางคอย
ติดตามอยู่ข้างกายเขา คอยสนับสนุนให้กำลังใจโดย
ที่ไม่ปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย
นับตั้งแต่ที่เขาได้พบกับนางในชมพูทวีปโลกธาตุ นาง
ก็มอบความอบอุ่นให้แก่หัวใจของเขาเสมอ สตรี
เช่นนี้ อู่ อวี้ แทบไม่อยากจะทิ้งนางไปไหน
แต่เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เขารู้ว่าตนเองต้องไป
หลังโอบกอดกันด้วยความคนึงหา อู่ อวี้ กับโพธิสัตว์
กวนอิมก็มุ่งหน้าออกจากสุสานจักรพรรดินิรันดร์ โดย
มีเป้าหมายอยู่ที่แดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ดวงตาคู่งามจับจ้องมองแผ่นหลังของ อู่ อวี้ หยาด
น้ำตาเอ่อล้นขึ้นด้วยความเศร้าโศก จนกระทั่งร่าง
ของเขาหายลับไปในกระแสวังวนสีทองสะพานแดน
เซียน
———————