กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1811 : วงล้อสรรพชีวิต
ท่ามกลางความมืดมิดเงียบสงัดของแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์
ฉับพลันกระแสวังวนสีทองก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางท้อง
นภาอันว่างเปล่า เมื่อ อู่ อวี้ กับโพธิสัตว์กวนอิม
ปรากฏตัวกระแสวังวนสีทองก็หายไปอย่างรวดเร็ว
“ รู้สึกบรรยากาศมันจะดูแปลก ๆ ไป? ” อู่ อวี้
ขมวดคิ้วทันทีที่มาที่นี่
เขาได้ประสบการณ์ยากจนลืมเลือนจากครั้งล่าสุด
ที่มาเยือนแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ แต่ครั้งนี้ที่นี่กลับ
เงียบสงัดจนผิดสังเกต
” มองดูรอบ ๆ เหมือนทุกอย่างที่นี่ตายสนิท เราลอง
ไปดูที่แดนอรหันต์สูงสุดกันดีกว่า ” โพธิสัตว์กวนอิม
แนะนำ
“ก็ดีเหมือนกัน” อู่ อวี้ พยักหน้า จากนั้นก็กวาดตา
มองไปรอบ ๆ ก่อนจะมุ่งหน้าเดินทางไปยังเป้าหมาย
พร้อมกับโพธิสัตว์กวนอิม
ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึง ‘แดนวิปริต’
เมื่อครา อู่ อวี้ เหยียบก้าวเข้ามาในแดนเซียนอรหันต์
สวรรค์เป็นครั้งแรก แดนวิปริตจะมีพระธาตุอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์อยู่เป็นจำนวนมาก ครานั้นเขายังได้รับพระ
ธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์จากที่นี่ และเอาชนะอรหันต์ถุง
ผ้า
เวลานั้นภายในแดนวิปริตยังมีอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
จำนวนมากตามหาพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
ขนาดอยู่ด้านนอกแดนวิปริต ยังสามารถสัมผัสถึง
พลังบางอย่างของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาได้
อย่างชัดเจน มันคือพลังการต่อสู้ฉกฉวยแย่งชิง
แต่ตอนนี้กลับเงียบสนิทไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
เกิดขึ้นในแดนวิปริต ความเงียบสงัดนี้ราวกับดินแดน
ของคนตาย!
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ กับโพธิสัตว์กวนอิมก็ยังคงพยายาม
ค้นหาความเคลื่อนไหวจากบริเวณโดยรอบอยู่นาน
สองนาน แต่ทั้งสองก็ยังไม่พบเจอแม้แต่เงาหรือ
ร่องรอยของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด
มันให้ความรู้สึกราวกับว่าแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ถูกทิ้งร้างว่างเปล่ามานานแล้ว
“อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์หายไปไหนกันหมด” อู่ อวี้ กับ
โพธิสัตว์กวนอิมชักเริ่มสังหรณ์ไม่ดี
พวกเขาเริ่มมองมองหน้ากัน แล้วก็หันไปมองยัง
ทิศทางของแดนอรหันต์สูงสุด
ตลอดทางยังคงไร้วี่แววของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
เดิมทีแดนเซียนอรหันต์สวรรค์เต็มไปด้วยความ
โกลาหล มิได้เงียบสงัดเหมือนดั่งสุสาน บรรยากาศ
ปัจจุบันมันให้ความรู้สึกหดหู่วิเวกเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ มีพลังอิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้า ซึ่งมีความเร็วใน
การเดินทางค่อนข้างสูง และเพื่อเกาะติดสถานการณ์
ให้เร็วที่สุดเขาจึงเลือกใช้พลังนี้
ไม่นานเขาก็เดินทางมาถึงแดนอรหันต์สูงสุด แล้วก็
พบว่าบัดนี้แดนอรหันต์สูงสุดได้ถูกปิดผนึก!
“ นี่มัน… วงเวทย์เซียนกำเนิดภพชนิดหนึ่ง? ”
ท่าทีของ อู่ อวี้ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง
แดนอรหันต์สูงสุดถูกปิดผนึกด้วยวงเวทย์เซียน
กำเนิดภพชนิดหนึ่ง ซึ่งมีรูปลักษณะเป็นวงล้อสีดำ วง
ล้อสีดำนี้ยังคงหมุนวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ อู่ อวี้ ไม่
สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
ถึงแม้ที่นี่จะเป็นแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ แต่มันก็ดู
แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ด้านนอกไร้ซึ่งวี่แววอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแต่แดน
อรหันต์สูงสุดยังถูกปิดผนึกโดยวงเวทย์เซียนกำเนิด
ภพ แต่เขาไม่รู้ว่าพระสุคตเสวียนจั้งกำลังคิดทำอะไร
อยู่?
อู่ อวี้ สามารถคาดเดาได้อย่างเดียวว่าพระสุคต
เสวียนจั้งกำลังทำอะไรที่ไม่ชอบมาพากล
เนื่องจากปัจจุบันอสูรร้ายนอกสวรรค์ยังไม่ตื่นขึ้นมา
ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในแดนเซียนจึงมีเพียง
พระสุคตเสวียนจั้งเท่านั้นที่สามารถทำได้
อู่ อวี้ อยู่รอบ ๆ วงเวทย์เซียนกำเนิดภพเป็น
เวลานาน แต่ก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เกิดขึ้น ดู
เหมือนว่าพระสุคตเสวียนจั้งจะไม่อยู่ที่นี่ แต่ไม่รู้ว่า
เขาไปที่ใด
“ เช่นนั้นเราให้โพธิสัตว์กวนอิมลองศึกษารูปแบบ
ของวงเวทย์เซียนกำเนิดภพ บางทีท่านอาจจะรู้จัก
มัน! ”
อู่ อวี้ คิดอยู่พักหนึ่ง เขาจึงฉวยโอกาสในช่วงพระ
สุคตเสวียนจั้งไม่อยู่เรียกโพธิสัตว์กวนอิมมาสมทบกัน
ที่นี่ เพื่อช่วยคิดวิเคราะห์สถานการณ์
จากนั้นก็ใช้พลังอิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้าพาโพธิสัตว์
กวนอิมมาที่นี้
ตอนนี้โพธิสัตว์กวนอิมมีพลังการต่อสู้ใกล้เคียงกับเขา
แต่ท่านไม่มีพลังอิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้า ย่อมเดินทาง
ช้ากว่า อู่ อวี้ เล็กน้อย
เมื่อโพธิสัตว์กวนอิมมาถึงแดนอรหันต์สูงสุดแล้วเห็น
ว่ามันถูกปิดผนึก ท่านพินิจพิเคราะห์อยู่สักครู่จากนั้น
ก็กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ” นี่คือวงเวทย์เซียน
กำเนิดภพที่มีชื่อว่า ‘วงล้อสรรพชีวิต’! การที่พระสุคต
เสวียนจั้งสร้างวงเวทย์เซียนกำเนิดภพคงไม่ใช่เรื่องดี
”
” ท่านสามารถปลดมันได้หรือไม่? ” ท่าทีของ อู่ อวี้
เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ยิ่งได้ยินสิ่งที่โพธิสัตว์กวนอิมบอกว่าคงจะไม่ใช่เรื่องดี
เขาก็ยิ่งกังวลมากขึ้น
” ข้าจะต้องลองแก้ส่วนหนึ่งก่อน เพื่อดูว่าเกิดอะไร
ขึ้นด้านใน” โพธิสัตว์กวนอิมกล่าวอย่างเคร่งขรึม
จากนั้นก็ระเบิดพลังอรหันศักดิ์สิทธิ์สีขาวพร่างพรม
น้ำทิพย์กิ่งหยางออกมาจากแจกันพิสุทธิ์ น้ำทิพย์กิ่ง
หยางกลายเป็นหยาดพิรุณร่วงตกลงบนวงล้อสีดำที่
กำลังหมุนอย่างต่อเนื่อง แล้ววงล้อนี้ก็คือวงล้อสรรพ
ชีวิต!
หลังจากน้ำทิพย์กิ่งหยางซึ่งดูเสมือนดั่งหยาดพิรุณอัน
แสนบริสุทธิ์พร่างพรมลงบน ‘วงล้อสรรพชีวิต’
หลังจากนั้นบนพื้นผิวของวงล้อก็เริ่มกระจ่างใสขึ้น
เล็กน้อย นี้คือวิธีปลดวงเวทย์บางส่วนของโพธิสัตว์
กวนอิม
เมื่อมองเข้าไปในรอยแตกเล็ก ๆ นี้ สามารถแลเห็นได้
ว่ามีพิภพอรหันต์สีดำจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ด้านใน ดู
แออัดหนาแน่นจนแทบจะล้นทะลักวงล้อสรรพชีวิต!
ปรากฏว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์สีดำจำนวนนับไม่ถ้วนถูก
ขังอยู่ภายใน ‘วงล้อสรรพชีวิต’ อีกทั้งพวกเขากำลัง
ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เศษซากพิภพอรหันต์สีดำแตก
กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดลอยคว้างอยู่บนท้อง
เวหาไปทุกหนทุกแห่ง กล่าวได้ว่าภายในวงล้อสรรพ
ชีวิตเต็มไปด้วยซากศพของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์จำนวน
นับไม่ถ้วน
“นี่มัน … ” เมื่อ อู่ อวี้ เห็นภาพฉากดังกล่าวรูม่านตา
ก็หดเล็กลง
เขาไม่คาดคิดว่าจะมีภาพอันน่าเศร้าเช่นนี้เกิดขึ้น
ภายในวงเวทย์เซียนกำเนิดภพวงล้อสรรพชีวิต!
ท่ามกลางการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในวงล้อสรรพชีวิต จะ
ปรากฏพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเป็นครั้งคราว
แล้วช่วงเวลาต่อมาอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่
ถ้วนก็ต่อสู้ห้ำหั่นแลกชีวิตเพื่อแย่งชิงมัน จน
สถานการณ์ในปัจจุบันแค่พระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
ชิ้นเดียว ก็ก่อให้เกิดสงครามระหว่างอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
นับพันได้แล้ว
ท่ามกลางการต่อสู้อันยาวนาน จำนวนอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ที่ตกตายไปนั้นอยู่เหนือยิ่งกว่าจะ
จินตนาการได้
“นี่คือฝีมือของเสวียนจั้ง”
โพธิสัตว์กวนอิมถอนหายใจแล้วกล่าวว่า: ” ดูเหมือน
เสวียนจั้งต้องการใช้ ‘วงล้อสรรพชีวิต’ เพื่อดับจับ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
แล้วปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กันเอง หลังจากนั้นเสวียน
จั้งก็จะนำเศษซากชิ้นส่วนอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์แลพิภพ
อรหันต์มาได้อย่างง่ายดาย”
” ข้าไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดแดนเซียนอรหันต์
สวรรค์ถึงได้เงียบสงบเพียงนี้ ทั้งยังไร้ซึ่งร่องรอยของ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ที่แท้พวกเขาก็ถูกกักขังไว้ภายในวง
ล้อสรรพชีวิต … ” อู่ อวี้ สูดลมหายใจเข้าอย่างหนัก
หน่วง
เขาจับจ้องไปยังวงล้อสรรพชีวิต บัดนี้อรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังต่อสู้กันอย่าง
บ้าคลั่ง อีกทั้งเขายังสัมผัสได้ว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูก
กักขังอยู่ภายใน ‘วงล้อสรรพชีวิต’ รู้สึกสิ้นหวังมาก
เพียงใด
พวกเขาไม่สามารถหลบหนีจากวงเวทย์เซียนกำเนิด
ทั้งยังไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้ เมื่อ
ถูกกระตุ้นอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่สูญเสียฤทัย
พิภพไป ก็จะทะยานเข้าห้ำหั่นประหัตประหารกันจน
ตกตายกันไปข้าง
” ไม่คาดคิดว่าสาเหตุที่พระสุคตเสวียนจั้งไม่ยอม
ปล่อยให้อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ตกตายไปในพิภพพระ
สุเมรุ เพราะเขาต้องการใช้วิธีนีทำให้อรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ต่อสู้กันจนตายในแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ช่างเป็นวิธีที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก ” อู่ อวี้ กล่าว
ขึ้นด้วยเสียงต่ำ
” หลังจากนั้นพระสุคตเสวียนจั้งก็จะนำซากศพของ
เหล่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ใช้สร้างเป็นส่วนหนึ่งของฤทัย
พิภพ แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขา
แข็งแกร่งขึ้น” โพธิสัตว์กวนอิมจับจ้องไปยังภาพฉาก
เบื้องหน้าด้วยความเมตตาสงสารอย่างสุดแสน
ทั้งโพธิสัตว์กวนอิมและ อู่ อวี้ ต่างไม่คาดคิดว่าพระ
สุคตเสวียนจั้งใจยังคงยืนกรานใช้วิธีสังเวยสรรพชีวิต
เพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น
แม้ว่าเจตนาของพระสุคตคือต้องการเอาชนะอสูรร้าย
นอกสวรรค์ แต่วิธีนี้มันก็เหี้ยมโหดอำมหิตเกินไป มัน
คือการทำให้อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ในแดนเซียนอรหันต์
สวรรค์ต้องสูญเสียความหวังไปอย่างสิ้นเชิง
—————–