กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 2 : สามพันอาณาจักรสวรรค์
แดนเทพตงเสิ้ง (ทวีปของทวยเทพแห่งทิศบูรพา) ถูก
แบ่งออกเป็นทวีปสามพันอาณาจักรสวรรค์!
แต่ละอาณาจักร จะมีชาวสวรรค์พิทักษ์ปกป้องอยู่
ทุกอาณาจักรเฉกเช่น ฮ่าวเทียน เพื่อคอยปัดเป่า
ความชั่วร้าย
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เป็นหนึ่งในสามพันของ
อาณาจักรสวรรค์
ณ ราตรีหนึ่ง เมืองหลวงของอาณาจักรบูรพาเย่วอู่
ภายในพระราชวังหลวงอันโออ่า หากมองลึกลงไปจะ
มองเห็นต าหนักของนางสนมซีเฟย หลังจากสิ้นสุด
การตัดสินเนรเทศ อู่ อวึ้ ออกจากอาณาจักร เหล่า
เสนาบดี และ ข้าราชบริพาร ต่างแยกย้ายไปท า
หน้าที่ของตน
บัดนี้ทั้งต าหนักมืดมิด แสงสว่างเพียงอย่างเดียวที่
สามารถมองเห็นได้ ส่องสว่างมาจากเปลวเทียน ที่ถูก
จุดไว้เพียงเล่มเดียวเท่านั้น แม้แสงเทียนจะริบหรี่
เพียงไหน แต่ก็ยังสามารถแสดงให้เห็นถึงเงาตะคุ่ม ๆ
เงาหนึ่ง
เงานั้นดูราวกับว่า มันก าลังร่ายร าอยู่ภายในห้อง
หากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าเงานั้นเป็นของสตรีนาง
หนึ่ง ซึ่งดูราวกับปีศาจร้ายยามค่ าคืน
บัดนี้สนมซีเฟย ได้สวมใส่อาภรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นางยังคงมีใบหน้าอันเย้ายวนเช่นเคย สีหน้าของนาง
ไร้ซึ่งร่องรอย ของความโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์
ก่อนหน้า แต่เวลานี้มันกลับฉายแววของความ
อ ามหิตโหดเหี้ยม หากมองลึกลงไปภายในแววตาคู่
สวยของนาง จะเห็นประกายตาแห่งความตื่นเต้น อัน
เปี่ยมล้นไปด้วยความปิติยินดีอย่างยิ่ง
“ข้าคงต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ ส าหรับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวันนี้!” ซีเฟยกล่าว ขณะที่
นางคุกเข่าหมอบก้มค านับอยู่บนพื้น
“เขาเป็นศิษย์ของข้า แค่งานเล็ก ๆ น้อย ส าหรับชาว
สวรรค์ผู้ซึ่งอยู่ในวิถีแห่งเต๋า การขับไล่รัชทายาท
เพียงแค่นี้ ถือเป็นแค่เรื่องแค่เล็กน้อยเท่านั้น เอาล่ะ
…เรื่องนี้ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงมันอีก มาพูดเรื่อง
ของวันพรุ่งนี้จะดีกว่า เจ้าจงป่าวประกาศถ้อยค าของ
ข้าออกไปว่า ข้าจะแต่งตั้งหยวนฮ่าวขึ้นเป็นฮ่องเต้
องค์ใหม่”
แท้จริงแล้วภายในต าหนักของสนมซีเฟย มีนางอยู่
เพียงล าพังผู้เดียวเท่านั้น เสียงอันอ่อนเยาว์ ไร้ซึ่ง
ความแยแสของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ลอยตามมากับ
สายลมอันแผ่วเบา!
หยวนฮ่าวเป็นบุตรคนโตของสนมซีเฟย
“โปรดน้อมรับค าขอบคุณจากข้าอีกครั้ง เสี่ยวซีจะ
ปรนบัติต่อท่านเป็นอย่างดี!” ร่างของซีเฟยสั่น
สะท้านด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่สวยของนางฉาย
แววระยิบระยับออกมา
“แม้ว่าหยวนฮ่าว จะไม่เชี่ยวชาญในด้านวรยุทธ แต่
ภายในกายของเขาก็ยังมีสายเลือด ของชาวสวรรค์
อย่างข้าไหลเวียนอยู่ ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้เขาสูญ
สิ้นหนทาง ข้าจะท าให้เขากลายเป็นฮ่องเต้ …
อาาาาา∼∼∼ มันช่างเป็นความคิดล้ าเลิศอะไร
เช่นนี้ !”
หากบทสนทนาของพวกเขาทั้งสอง เกิดแพร่งพราย
หรือ เล็ดลอดออกไปล่ะก็ มันคงจะสร้างความ
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งปฐพี หากมีผู้ใดล่วงรู้ว่าหยวน
ฮ่าวเป็นบุตรชาย ของฮ่าวเทียน ซ่างเซียน !
ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นน่าสับสนอลหม่านจริงๆ
“ท่านอาจารย์ ข้ายังไม่คลายกังวล ตั้งแต่เยาว์วัย อู่
อวี้ มักสร้างปาฏิหาริย์ เขามีพรสวรรค์กระท าสิ่งต่าง
ๆ ให้ส าเร็จลุล่วงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้ว่าบัดนี้เขา
จะสูญเสียวรยุทธไปจนสิ้น และ โดนเนรเทศไปแล้วก็
ตาม แต่ข้าก็ยังหวั่นใจ เกรงว่าเขาจะหวนกลับมา
อีก!”
ภายใต้แสงเทียนสลัว ดวงตาของซีเฟยกลายเป็นสี
แดงของความกระหายเลือด นางต้องการขจัดเสี้ยน
หนามให้สิ้นซาก อู่ อวี้ จะต้องตาย!
“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าได้ส่งหว่านชิงไปลอบสังหารมัน
แล้ว เจ้าแน่ใจได้เลยว่ายังไงมันก็ไม่มีทางที่จะรอด
พ้นคืนนี้ไปอย่างแน่นอน”
“ท่านผู้อาวุโสหว่านชิง!”
ซีเฟยร่างกายสั่นสะท้าน เพียงนางได้ยินชื่อของหว่าน
ชิง นางก็มีทีท่า … หวาดกลัวอย่างยิ่ง
ตามต านานเล่าว่าภายในต าหนักนี้ได้มีอสรพิษยักษ์
หลบซ่อนอยู่ในเงามืด บางครามันจะออกมาจาก
สถานที่หลบซ่อนตัว เพื่อกลืนกินชีวิตผู้คน
……………
“กึ่ก กึก! กึ่ก กึก!
ถ้าฟังจากเสียงการสั่นสะเทือนของรถม้า อู่ อวี้ ก็
สามารถคาดเดาได้ทันทีว่า ขณะนี้เขาก าลังอยู่ใน
เส้นทางของภูเขา
หลังจากที่เขากลืน“ ผงพรากวิญญาณ” ไปแล้ว เมื่อ
ถึงยามราตรี เขาก็สัมผัสได้ว่าวรยุทธของตนสูญสลาย
ไปจนสิ้นแล้ว
เพื่อให้วรยุทธบรรลุถึงระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 5 หนึ่ง
จะต้องหลอมรวมกล้ามเนื้อทั้งหมด บดขยี้เส้นเอ็น
ล้างกระดูก สร้างอวัยวะภายในขึ้นมาใหม่ และ
เปลี่ยนถ่ายเลือดทั้งหมด หลังจากเปลี่ยนถ่ายเลือด อู่
อวี้ จะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เขาจะมีพละก าลัง
ต่อสู้ม้าศึก 50 ตัว ได้ในคราเดียว ต่อให้ม้าศึกของ
ศัตรูนั้นยอดเยี่ยมที่สุดในสนามรบ ก็ไม่สามารถรอด
พ้นเงื้อมมือของเขาไปได้!
แต่บัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ เลือด เส้นเอ็น
กระดูก อวัยวะภายในทั้งหมดของเขา ความ
แข็งแกร่งที่เคยมีในอดีตกลับสลายหายไปจนสิ้น
เหลือเพียงร่างกายอันอ่อนแอ ไม่เหมาะแก่การฝึก
ยุทธ หรือ ต่อสู้อีกต่อไป
อู่ อวี้ พยายามเปิดตาอย่างสะลึมสะลือ เมื่อแสงแรก
ของตะวันยามเช้าสาดส่องเข้ามา ขณะที่มันยังไม่
ลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าอย่างสมบูรณ์ สภาพแวดล้อม
โดยรอบยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกมืดครึ้ม แต่เขาก็
ยังเหลือบเห็นเค้าโครงลาง ๆ ของทหารคุ้มกัน
นักโทษกว่า 100 นาย ทหารเหล่านี้ได้รับมอบหมาย
ให้ส่งตัวเขาไปยังพรมแดนของสนามรบอันห่างไกล
ผู้น าหน้าขบวนรถม้าขนนักโทษ และ เหล่าทหารกว่า
100 นาย คงจะเป็นหัวหน้า เขาเป็นบุรุษผู้มีผิวสี
น้ าตาล มีลักษณะท่าทางไม่แยแสต่อสิ่งใด ถึงจะเป็น
เช่นนั้น แต่เขาก็คอยจับตาดู อู่ อวี้ อยู่ตลอดเวลา
เพื่อให้แน่ใจว่า อู่ อวี้ ไม่ได้คิดหลบหนี หรือ มีลูกไม้
อะไรอีก
ขบวนรถม้ายังคงเคลื่อนตัวอย่างต่อเนื่อง ในอีกไม่ช้า
มันจะเข้าถึงชายป่า แต่ทันใดนั้น มันก็เหมือนกลับว่า
เข้ามาในขุมนรก รถม้าส่ายไปมาอย่างรุนแรง!
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่าง
กระทันหันนี้ เขารีบยกศีรษะขึ้น เพื่อมองว่าเกิด
เหตุการณ์อะไรขึ้น ตอนนี้รถม้าก าลังอยู่ในเส้นทางที่
คับแคบ และ เต็มไปด้วยหินน้อยใหญ่ ส่งผลให้รูป
ขบวนต้องกระจายออก อีกทั้งท้องฟ้ายามนี้มืดคลึ้ม
ไปด้วยหมอกหนาไม่โปร่งใสเท่าไหร่นัก ส่งผลให้ อู่
อวี้ ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางด้านหน้าได้
“กลิ่นสาบนี่มัน!”
กลิ่นสาบนี้ ยังคงอยู่ในความทรงจ าของ อู่ อวี้ มัน
เป็นกลิ่นสาบของปีศาจที่หลบซ่อนอยู่ใต้ต าหนัก มัน
จะออกมา เมื่อถึงเวลาล่าเหยื่อของมัน แน่นอนว่า
เขาเคยต่อสู้กับปีศาจ และสามารถสังหารมันลงได้ใน
ที่สุด เมื่อปีศาจพวกนี้ตายไป มันจะเผยร่างจริง
ออกมา ในครานั้นร่างแท้จริงของมันก็คือแมงมุม
“ปีศาจ!” มันจะต้องเป็นปีศาจ! ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด จะมี
กลิ่นสาบเช่นนี้ได้ !
“งู! งู!”
* อั่ค!!! อ๊ากก!!!!! *
เสียงกรีดร้องโหยหวน ของทหารที่อยู่ด้านหน้าดัง
ระงมไปทั่ว ส่งผลให้ขบวนส่งตัวนักโทษ เกิดความ
โกลาหลขึ้นทันที
“ มันก็แค่สัตว์ป่าเท่านั้น พวกเจ้าไม่ต้องหวาดกลัวไป
พี่น้องของข้า จงตามข้ามา ข้าจะพาพวกเจ้าไปฆ่ามัน
เอง!” ผู้น าขบวนทหารกว่า 100 นาย ที่อยู่ด้านหน้า
ของ อู่ อวี้ ก าลังร้องตะโกนบอกเหล่าทหาร จากนั้น
เขาก็ชูดาบกับโล่ขึ้น เพื่อเรียกทหารที่ก าลังสับสนกับ
สถานการณ์ให้มารวมตัวกัน การกระท าของเขาท าให้
สถานการณ์เริ่มสงบลง แต่ทว่าเสียงกรีดร้องนั้นยังคง
ดังระงมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแท้จริงแล้วสถานการณ์
ในตอนนี้ พวกทหารเริ่มบาดเจ็บล้มตายเพิ่มมากขึ้น
เรื่อย ๆ
การเคลื่อนไหวของมันนั้นรวดเร็วมาก อู่ อวี้ รีบลุก
ขึ้นยืน ฉับพลันรูม่านตาของเขาก็ขยายกว้างขึ้นทันที
… จากนั้นเขาก็ได้เห็นมัน!
งูตัวนี้มีความยาวกว่าห้าสิบเซียะ ความกว้างของ
ล าตัวมีขนาดเท่ากับล าต้นของต้นไม้ ลิ้นสองแฉกของ
มันยาวร่วมสามเซียะ พิษสีด าไหลย้อยลงมาจาก
ปลายเคี้ยวอันแหลมคมของมัน หรือ พื้นดิน พิษของ
มันมีฤทธิ์กัดกร่อนต่อทุกสิ่งที่สัมผัส ฤทธิ์กัดกร่อน
ของมันช่างรุนแรง เมื่อพิษหยดกระทบลงบนโขดหิน
มันจะสร้างรอยหลุมเล็ก ๆ จ านวนมากไว้เบื้องหลัง
กลิ่นอายปีศาจแผ่กระจายออกมาอย่างรุนแรง กลิ่น
อายพิษของมันลอยแทรกซึมมากับอากาศ และ
กระแสลม สิ่งที่หวาดน่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือ กลิ่น
อายที่แทรกซึมมานี้สามารถกัดกร่อนผิวหนังของ
มนุษย์ได้
* แคว๊กกกก! *
* ฉั๊วะ!!! ฉึ่ก!!! *
ทหารถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม พวกเขาต่างใช้หอก
ดาบเฉือนตัดชิ้นส่วนร่างกายที่โดนไอพิษกัดกร่อน
ทันที แต่มันก็ไร้ผล! การดิ้นรนของพวกเขานั้นไร้ผล
อย่างสิ้นเชิง การกระท าเหล่านั้นกลับกลายเป็นการ
ไปขยายบาดแผลให้เปิดกว้างมากกว่าเดิม ส่งผลให้
พวกเขาได้บาดเจ็บมากยิ่งขึ้น! ซึ่งตรงกันข้ามกับงู
ปีศาจ มันพัฒนาสติปัญญาเยี่ยงมนุษย์ มันสามารถ
เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วฉับไวจนไร้ที่ติ ทันใดนั้น!
อสรพิษร้ายพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มทหารหมายฉีกกระชาก
ร่างกายของพวกเขา ให้แหลกเป็นเสี่ยง ๆ เพียงชั่ว
ไม่กี่อึดใจ ทหารกว่า 100 นาย บ้างก็ถูกกิน บ้างก็
ตาย บ้างก็ถูกหางของงูปีศาจ ฉีกกระชากร่างกาย
เสียจนไม่เหลือชิ้นดี
“วิ่งงงง วิ่งงงงง !!”
ออกไปจากนรกบนดินนี่เสีย!
แม้แต่ทหารกว่า 100 นาย ยังถูกมันกินจนตายแทบ
ไม่เหลือ!
เวลานี้เหลือทหารเพียงแค่ 15 นายเท่านั้น พวกเขา
ต่างปลด อาวุธของตนเอง เพื่อหลบหนีให้เร็วที่สุด
ส่วนทหารคนอื่นยังคงถูกงูปีศาจโจมตี มันทิ้งไว้เพียง
เศษซากชิ้นส่วนร่างกาย ที่มันฉีกร่างกายพวกเขา
ออกเป็นชิ้น ๆ บนพื้นดินเจิ่งนองไปด้วยเลือดสีแดง
สด และ ชิ้นส่วนร่างกายอันไร้วิญญาณของพวกเขา
“มันเล็งมาทางข้า”
อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่า แม้งูตัวนี้มันจะโจมตี หรือ เข่น
ฆ่าพวกทหารอย่างบ้าคลั่ง แต่มันก็มักเบนความสนใจ
มาทางเขาเสมอ
และ แน่นอนว่ามันจะต้องไม่ไล่ตาม พวกทหารที่วิ่ง
หลบหนีไป เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของมันก็คือ อู่
อวี้
ภายในอาณาจักรมนุษย์ นอกจากมนุษย์แล้วยังมีชาว
สวรรค์ ผู้ที่ถูกส่งตัวลงมาจากสวรรค์ เพื่อลงทัณฑ์
และ เข่นฆ่าพวกคนบาป
ภายในอาณาจักรมนุษย์ ยังมีสัตว์อสูรที่คอยดูดซับ
แก่นแท้ของสวรรค์ และ ปฐพี จากนั้นพวกมันก็
พัฒนากลายเป็นปีศาจร้ายคอยระรานผู้คน อสรพิษ
ตัวนี้จะต้องเป็นหนึ่งในพวกมัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามัน
อาศัยอยู่บนโลกมาเป็นเวลาช้านานแล้ว
เมื่องูยักษ์เริ่มเลื้อยเข้ามาใกล้ กลิ่นสาบของมันพุ่งเข้า
ใส่จมูกเขาอย่างรุนแรง กลิ่นเหม็นของมันน่า
สะอิดสะเอียนอย่างน่าเหลือเชื่อ จนอู่อวี้แทบจะ
อาเจียนออกมา
“ฟ่อ!”
ทันใดนั้น ปีศาจงูก็กลายร่างเป็นมนุษย์ อู่ อวี้ แทบ
จะไม่เชื่อสายตาของตนเองว่ามันจะเกิดขึ้นจริง !
งูเขียวตัวใหญ่ ค่อย ๆ หดตัวลง เนื้อ และ เกล็ดของ
มัน ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง แล้วในท้ายที่สุดมันก็เป็น
สตรีนางหนึ่ง สวมใส่ชุดคลุมสีเขียวอ่อนปรากฏตัวต่อ
หน้าต่อตาของเขา ผมของมันยาวสยาย แต่ดูยุ่งเหยิง
เล็กน้อย ใบหน้าเรียวยาว คางแหลม ดวงตาเชิดขึ้น
และ คมกริบ แม้ว่าร่างกายของมันจะดูบอบบาง
อ้อนแอ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามของอิสตรี
ปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ยังคงปล่อยกลิ่นอายที่น่า
สยดสยองออกมา
“หว่าน ชิง!”
อู่ อวี้ จ านางได้ในทันทีตั้งแต่แรกเห็น นั่นเพราะนาง
เป็นลูกศิษย์ของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เขามักเห็นนาง
อยู่ข้างกายของฮ่าวเทียนอยู่บ่อยครั้ง เมื่ออู่อวี้รู้ความ
จริงที่ว่านางเป็นปีศาจ ร่างกายของเขาก็แทบสิ้น
เรี่ยวแรง
“ผู้พิทักษ์ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน มีหน้าที่ปกป้องมวล
มนุษย์ และ เข่นฆ่าปีศาจงั้นเรอะ! แม้แต่ข้าเองก็ยัง
ไม่คาดคิด ว่าเขาจะชุบเลี้ยงปีศาจงูกินคนอย่างเจ้า!”
“ ภายในเมืองหลวงของอาณาจักรบูรพาเย่ว อู่ มี
พลเมืองสูญหายไปกว่า 1,368 คน ทุกคนหายไป
อย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าจะพยายามค้นหาผู้ที่ลักพา
ตัวอย่างหนักสักแค่ไหน ก็ยากที่จะติดตามตัวมันมา
รับโทษทัณฑ์ได้ พลเมืองผู้บริสุทธิ์เหล่านั้น ล้วนถูกใช้
มาเป็นอาหารให้แก่เจ้า หว่าน ชิง!”
การที่ อู่ อวี้ ได้เห็นร่างแท้จริงของ หว่าน ชิง ท าให้
เขาเข้าใจทุกอย่างได้ถ่องแท้ว่า การที่ฮ่าวเทียนซ่าง
เซียนปรารถนาให้เขาตายนั้น ก็เพื่อขจัดเสี้ยนหนาม
อย่างเขาออกไปให้สิ้นซาก
นางมารเลื้อยตัวขึ้นมาบนรถม้า มันปล่อยกลิ่นอาย
ปีศาจอันน่าสยดสยอง กลิ่นอายปีศาจอันเข้มข้น เริ่ม
ก่อรูปร่างเป็นฝ่ามือคู่มือหนึ่ง จากนั้นนางก็ใช้มันข่ม
เหง อู่ อวี้ ด้วยการลูบไล้ไปตามร่างกายของเขาอย่าง
ต่อเนื่อง
“ชะตาของเราทั้งสองต้องกันจริง ๆ ว่ามั้ย อู่ อวี้
โชคชะตาเหวี่ยงเราทั้งคู่ให้มาพบกันอีกคราจนได้ ”
หว่าน ชิงกล่าว ขณะที่นางก าลังแลบลิ้นอันยาว
เหยียดออกมา เพื่อเลียคราบเลือดที่ติดอยู่บนริม
ฝีปากนาง นางจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาสีเขียว
มรกต ราวกับว่าเขาเป็นของว่างอันโอชะ ที่นางก าลัง
จะเขมือบเข้าไป
เมื่อนางมารสังเกตเห็นว่า เขายังคงสุขุม และ ไม่
แยแส นางจึงฉีกยิ้มอย่างน่าสยดสยองออกมา พร้อม
กับกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันตายของเจ้า เจ้าควรจะ
ขอบคุณในน้ าใจของอาจารย์ข้าซะนะ เพราะตอนนี้
เจ้าจะได้ไปแม่น้ าหวางเหอ ไปอยู่กับพ่อของเจ้าไง
ล่ะ! โถ ๆ ๆ ๆ เจ้าคงยังไม่รู้สินะว่าข้าเป็นคนสังหาร
เขาเอง รู้ว่ามั้ยว่าข้าต้องใช้เม็ดยา และ โอสถของ
ท่านอาจารย์ สิ้นเปลืองไปมากแค่ไหน.”
“โอ้!”
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าท าไมท่านพ่อของข้า ถึงได้
ร่างกายทรุดโทรม และ แก่ชราลงอย่างรวดเร็ว เพียง
จากนั้นไม่นานพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ด้วยเวลาเพียง
แค่หนึ่งปีเท่านั้น
ความเกลียดชังที่มีต่อฮ่าวเทียน และ ผู้เกี่ยวข้องใน
การร่วมปลิดชีพบิดาของเขา ท าให้เลือดภายในกาย
ของเขาพลุ่งพล่าน ราวกับทะเลเดือดก็ไม่ปาน เขา
ทุบตีร่างกายของตนเอง เพื่อปลดปล่อยความเคียด
แค้น และ ความอัดอั้นนี้ออกไป
“ฮ่าวเทียน สนมซีเฟย เจ้าสองคนอ ามหิตยิ่งนัก
… อาาาา…ไม่น่าแปลกใจเลย”
แม้ท่านพ่อของเขาจะเป็นถึงองค์ฮ่องเต้ มีสนม และ
บุตรธิดามากมาย ดังนั้นความรักที่ อู๋ อวี้ ได้รับย่อม
ได้อย่างจ ากัด แต่ถึงอย่างไรท่านพ่อ ก็คือ ท่านพ่อ
พระองค์ให้เขาเป็นผู้ครองบัลลังก์ นี่แหละคือความ
รัก!
“แต่น่าเสียดาย ที่เจ้าไม่มีโอกาสได้ช าระหนี้แค้น
เพื่อแสดงความกตัญญู.”
หว่านชิงไร้ซึ่งเมตตา
“จงตายซะเถอะ!”
นางกางฝ่ามือทั้งสองมือข้างออก หมายจะใช้มันบด
ขยี้ อู่ อวี้ มือทั้งสองข้างนี้มีน้ าหนักกว่า 10,000 ชั่ง!
พลังของมันมากเพียงพอที่จะบดร่างขยี้ของ อู่ อวี้ ให้
แหลกเป็นชิ้น ๆ !
“เจ้าปีศาจ!”
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากท้องฟ้า ฉับพลัน
แสงสีทองอ าพันได้ส่องประกายพาดผ่านลงมา
“ เต๋าแห่งสวรรค์!”
ณ เวลานั้นเอง สีหน้าของนางมาร หว่าน ชิง ก็ซีด
เผือดลงทันตา โดยไม่ต้องเอ่ยวาจาใดอีก นางมารรีบ
โกยเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต ด้วยความเร็วอันน่า
เหลือเชื่อ ราวกับว่าลืมเรื่องที่นางจะต้องปลิดชีพ อู่
อวี้ ไปจนหมดสิ้น หว่านชิงหนีหัวซุกหัวซุนจนมาถึง
แม่น้ าหวางเหอ นางมารก็รีบกระโดดลงไปในแม่น้ า
และ พยายามด าลึกลงไปให้มากสุดเท่าที่นางจะท าได้
เพื่อหลบซ่อนตัว
จนในที่สุดก็ด ามาถึง ระดับความลึกอันมืดมิด
ร่างกายของนางมารสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
นางต้องหลบหนีเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป!
ขณะ อู่ อวี้ ก าลังเผชิญความตายอย่างเฉียดฉิว เขาก็
ต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์อันพลิกผันที่เกิดขึ้น
“ชะล้าง!”
ฉับพลันดวงตาของ อู่ อวี้ ก็เห็นภาพของนักพรตเต๋า
ผู้หนึ่ง ก าลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เขามีอายุรุ่น
ราววัยกลางคน รูปร่างผอมบาง ผมสีด าขลับก าลัง
โบกสะบัดไปตามกระแสลม เขามีรูปโฉมงดงาม หาก
มองลึกลงไปในแววตาชายผู้นี้ จะเห็นปราณกระบี่
จ านวนมากก าลังกวัดแกว่งอยู่ ปราณกระบี่นับไม่
ถ้วนหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นล้อมรอบกายของบุรุษผู้
นี้ ส่งผลให้ฝุ่นละออง และ เศษดิน เศษหิน ใน
บริเวณใกล้เคียงเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นไป
เส้นทางของตามปราณกระบี่
“นังมารชั่ว ข้าจะไม่ยอมปล่อยมารร้ายอย่างเจ้า ให้
หลุดรอดเงื้อมมือไปได้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าไปสร้าง
เภทภัยแก่มวลมนุษย์ได้อีกเป็นอันขาด!”
ความหวังของข้า!
อู่ อวี้ มองเห็นแสงแห่งความหวังสาดส่องลงมา!
เป็นเพราะนางมารหว่านชิงแท้ ๆ ชาวสวรรค์ถึงได้ลง
มา! ข้าต้องรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้!
…………………………………….
ღゝ◡╹)ノ♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ