กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 202 : ถ้ําสรางแกนนภา
“ทวีปตงเสินแห่งนี้ ช่างยิ่งใหญ่โดยแท้!”
หลังจากที่ได้อ่านของกำนัลต้อนรับเข้านิกายทั้ง
หมดแล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่ใช่คนเดิมที่เหมือนกับเมื่อหนึ่ง
เดือนก่อนแล้ว
เขาเปิดประตูห้องที่ทำจากไม้ออกและยืนอยู่
ท่ามกลางหิมะ มองขึ้นไปบนที่ราบสูงที่ถูกปกคลุม
ด้วยหิมะ พร้อมมองตรงขึ้นไปบนท้องฟั้าที่เหนือ
เทือกเขาชิงเทียน จากนั้นเขาก็เริ่มคิดเกี่ยวกับ
อนาคตในภายภาคหน้า
“ไม่ว่าจะยังไง การฝึกฝนบ่มเพาะและยกระดับ
ขอบเขตขั้นก็ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ฝึกตน
ทุกคน”
“ถ้าหากฝึกฝนไม่พอ ความกว้างใหญ่ ความ
เจริญรุ่งเรือง ของนิกายเซียนซูซันแห่งนี้ ก็ย่อมไม่
สามารถช่วยอันใดแก่ข้าด้”
“อาจารย์ก็ได้หวังว่าข้าจะสามารถมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้
ที่ซึ่งเป็นความฝันของเขา ที่ที่มีเกียรติยศและ
ชื่อเสียง”
ในยามนี้เขาจึงอดคิดถึง เฟิง ซัวหยา นิกายกระบี่
สวรรค์ที่อยู่ในดินแดนตะวันออกอันแสนห่างไกล
และอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ของ อู่ หยู๋ ไม่ได้
“ในทุกๆปีสาวกแกนสามัญ ถ้าหากไม่ถูกสาวกมหา
วงจรสี่วิถีกระบี่พาออกไป ก็มีเวลาออกไปเพียงแค่
สามเดือนเท่านั้น ซึ่งหลังจากถึงเวลาสามเดือนแล้ว
จะต้องกลับเข้ามาสู่นิกายในทันที และด้วย
ระยะเวลาเพียงสามเดือนนั้นย่อมไม่เพียงพอที่ข้าจะ
สามารถกลับอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ได้อย่างแน้นอน
ดังนั้นเกรงว่าต้องรอให้ข้ากลายเป็นสาวกมหาวงจรสี่
วิถีกระบี่เสียก่อน ถึงจะสามารถกลับไปหาพวกเขาได้
”
หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้อ่านตำรากฎนิกายซูซันแล้ว เขา
จึงเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน
“ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการควบแน่น
สร้างแกนนภา ข้าควรจะปิดด่านฝึกตน ใช้ความ
พยายามทั้งหมดเพื่อสร้างแกนนภาให้จงได้! ”
สายตาของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความแน่วแน่
“การควบแน่นสร้างแกนนภา ภายในตำราบันทึก
บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน ก็ได้จดบันทึกถึงวิธีสามัญของ
นิกายเซียนซูซัน การที่จะหลอมรวมจุดบัญญัติ
ก่อกำเนิดทั้งสิบเพื่อที่จะสร้างเป็นแกนนภาจะต้องใช้
ความประณีตระมัดระวังเป็นอย่างมาก วิธีในการ
ควบแน่นแกนนภานั้นจะต้องได้รับการถ่ายทอดจาก
อาจารย์ หรือว่าใช้ค่าความสำเร็จในการแลกเปลี่ยน
เอา ซึ่งทั้งวิธีสามัญและวิธีที่ขั้นสูงในการนั้นจะมีผล
ต่อคุณสมบัติของแกนนภา”
ขอบเขตหลอมรวมลมปราณก็จะต้องใช้วิถีบ่มเพาะ
ขั้นหลอมรวมลมปราณ ขอบเขตสร้างแกนนภา
จะต้องหลอมรวมและทำการปรับแต่งจุดบัญญัติ
ก่อกำเนิดทั้งสิบ เพื่อสร้างเป็นแกนนภาขึ้น โดยการ
ใช้วิถีเร้นลับสร้างแกนนภา
อู่ อวี้ เกิดข้อกังขาเป็นอย่างยิ่ง มหาวงจรสี่วิถีกระบี่
และ จอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งซูซันรับศิษย์
เข้ามา พวกเขาจะส่งทรัพยากรเป็นจำนวนมากให้ลูก
ศิษย์ของเขาหรือไม่ อย่างน้อยในตอนนี้ จาง ฝูถู ก็
ยังไม่มีการส่งมอบวิถีเร้นลับสร้างแกนนภามาให้กับ
เขาเลยแต่อย่างใด
ถ้าหากว่า อู่ อวี้ นั้นไม่ได้พบเจอกับวิถีเร้นลับสร้าง
แกนนภาชั้นสามัญนี้เข้า เกรงว่าเขาคงจะต้องใช้ค่า
ความสำเร็จไปแลกมาเสียแล้ว
แต่ว่าการที่จะได้รับวิถีเร้นลับสร้างแกนนภาที่ดีมา
อย่างน้อยก็ต้องทำงานอย่างหนักอีกไม่รู้กี่ปีจึงจะ
สามารถนำค่าความสำเร็จไปแลกมาได้
แน่นอน วิถีเร้นลับสร้างแกนนภาชั้นสามัญ ภายใน
นิกายเซียนซูซัน เกรงว่าก็ยังคงดีกว่าที่พรรคนิกาย
อื่นมีแล้ว
“แต่ว่า มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ถือเป็นวิถีบ่มเพาะ
อันสมบูรณ์แบบ ด้วยการควบแน่นสร้างแกนนภา
โดย มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน จะทำให้ก่อกลายมา
เป็น มหาแกนนภา ไม่รู้ว่ามหาแกนนภาจะมี
อานุภาพขนาดไหน?”
โดยทั่วไปแล้ว แกนนภาจะแบ่งเป็นสีทองอ่อน สีทอง
และสีทองเข้ม ยิ่งมีสีที่เข้มขึ้นมากเท่าไหร่ ความ
แข็งแกร่งก็จะยิ่งดีขึ้นมากเท่านั้น แต่ถ้าหากมีเมฆ
หมอกลอยล้อมรอบ ก็จะยิ่งมีความแข็งแกร่งที่ดีขึ้น
ไปอีก
หลังจากที่กำหนดเปั้าหมายขึ้นในใจได้แล้ว อู่ อวี้ ก็
ไม่ต้องการที่จะไปทำความรู้จักกับสาวกอื่นๆที่อยู่ใน
วิหารฝูถู รวมทั้งศิษย์พี่ทั้งสามของเขาด้วย จากนั้น
เขาก็กลับเข้าไปในห้องเตรียมตัวที่จะหลอมรวมสร้าง
แกนนภา
เมื่อเดินกลับไปในห้องของเขา เขาก็ฉุกคิดได้!
“จุดประสงค์ที่ จาง ฝูถู พาข้ามาที่แห่งนี้ เป็น
เพราะว่าเขาสงสัยในตัวของข้า ตอนนี้ข้ากำลังโดน
เขาจับตามองอยู่ ถ้าหากว่าใช้มหาเคล็ดวิถีเทียน
เซียน ก็อาจจะทำให้เขาตัดสินใจเข้ายึดครองสมบัติ
ในตัวข้าก็เป็นได้”
ถึงแม้จะดูเหมือนว่า จาง ฝูถู ได้จากไปแล้ว แต่ อู่ อวี้
ยังคงเชื่อว่าเขาอาจจะหลบไปอยู่ในที่ใดที่หนึ่งและ
คอยจับตาดูเขาอยู่
ท่ามกลางการไตร่ตรอง ด้วยสัญชาตญาณเขาก็รับรู้
ได้ถึงความรู้สึกที่น่าหวาดกลัวจนขนลุก
“ตอนนี้เขากำลังอยากรู้เกี่ยวกับตัวของข้า และก็คง
จะเกิดข้อสงสัยขึ้น เมื่ออยู่ภายใต้สายตาของเขา ข้า
ไม่สามารถทำสิ่งใดได้อย่างโจ่งแจ้ง”
เพราะว่า จาง ฝูถู นั้นไม่เหมือนกับ เฟิง ซัวหยา
อู่ อวี้ ก้าวเดินเข้าไปในห้องไม้ และครุ่นคิดเกี่ยวกับ
สิ่งที่จะต้องทำต่อไป
“ใช่แล้ว ในตำราบันทึกนำวิถีแห่งเต๋า ดูเหมือนว่าจะ
ได้มีการจดบันทึกเกี่ยวกับสถานที่อยู่”
เขาเปิดตำราบันทึกนำวิถีแห่งเต๋าขึ้น และก็พบ
สถานที่ที่เรียกว่า ถ้ำสร้างแกนนภา
“นี่เป็นสถานที่ที่ทางนิกายได้จัดเตรียมไว้ให้กับเหล่า
สาวกที่จะหลอมรวมจุดบัญญัติเพื่อก่อร่างเป็นแกน
นภา สาวกส่วนใหญ่จะไปทำการสร้างสามารถเข้าไป
ปิดด่านในที่แห่งนี้เพื่อสร้างแกนนภาได้ ที่แห่งนี้มีผู้
อาวุโสจำนวนนับไม่ถ้วนได้ทิ้งเคล็ดลับ วิถีเร้นลับ
และประสบการณ์ต่างๆเอาไว้ การที่ถูกห้อมล้อมไป
ด้วยคนมากมายที่กำลังจะสร้างแกนนภา ทำให้
สามารถสื่อสารกันได้ง่าย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้ฝึก
ตนที่ระดับสูงกว่าสร้างแกนนภาไม่สามารถเข้าไปได้
เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนั้นจะทำให้ จาง ฝูถู ย่อมไม่
สามารถเข้าไปตรวจสอบข้าได้”
จากนั้นเขาจึงมุ่งค้นหาที่ตั้งของ ถ้ำสร้างแกนนภา
หลังจากที่อ่านรายละเอียดต่างๆจบแล้ว อู่ อวี้ ก็ทำ
ความสะอาดห้อง แล้วก็เดินตรงไปที่ยอดเขาเฉียนฝู
เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความสนใจของผู้อื่น เขาจึงไม่ได้
บินด้วยกระบี่บินจักรพรรดิ เขาเลือกที่จะเดินเท้า
แทน ก้าวผ่านเขาหิมะที่ขาวบริสุทธิ์ ผนวกกับดอกไม้
สดสีขาวราวกับหิมะเบ่งบานอยู่เต็มทุ่งกว้างแห่งนี้
“เทือกเขาฝูถูนี้มีความยิ่งใหญ่มากกว่าเทือกเขาคราม
ไม่รู้กี่เท่า แต่กลับมีคนอยู่เพียงแค่สามร้อยคนเท่านั้น
ส่วนหนึ่งออกไปภายนอก ส่วนหนึ่งก็กำลังทำการปิด
ด่านฝึกตน ส่วนหนึ่งก็ไปหาประสบการณ์ ในวันปกติ
สถานที่แห่งนี้จึงเหลือคนเพียงแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น”
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดในวิหารฝูถูเพียงแค่วิหารเดียว แต่ว่า
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วทั้งเขตแดนกระบี่สามัญ ในที่ดินที่
อุดมสมบูรณ์อันกว้างใหญ่นี้ เมื่อออกไปจาก
เทือกเขาฝูถูแล้ว การจะหาคนสักคนหนึ่งย่อมไม่ใช่
เรื่องง่ายนัก
“ถ้ำสร้างแกนนภา อยู่ภายใต้ ภูเขาตานหลาน ที่อยู่
ระหว่างวังกระบี่เมฆาสวรรค์ และวังกระบี่คลื่นมรกต
จากที่แห่งนี้ไป คาดว่าข้าจะต้องใช้เวลาสองสามวัน
จึงจะไปถึง”
อย่างไรก็ตามเมื่อไม่ได้ใช้กระบี่บินจักรพรรดิแล้ว อีก
ทั้งยังไม่คุ้นชินกับนิกายเซียนซูซันแห่งนี้ ถ้าหาก
บังเอิญบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของคนอื่น ก็อาจจะ
ก่อให้เกิดปัญหาได้ เขาจึงต้องระวังทุกฝีก้าว
เมื่อออกไปจากเทือกเขาฝูถูแล้ว คนเร่งมุ่งหน้าไป
ตามเส้นทางที่จะมุ่งสู้ถ้ำสร้างแกนนภา เมื่ออยู่บน
พื้นที่ที่โล่งกว้าง ความรู้สึกที่เหมือนกับว่ากำลังโดน
จ้องมองอยู่ ก็ชัดเจนยิ่งขึ้น!
“ถึงแม้ว่าจะมองไม่พบใคร แต่ว่านี่จะต้องเป็น จาง ฝู
ถู แน่นอน เขายังไม่ได้จากไป แต่ว่าจะต้องคอยซุ่ม
อยู่ใกลๆข้าอย่างแน่นอน!”
นี่ทำให้ อู่ อวี้ ยิ่งต้องเข้าไปที่ ถ้ำสร้างแกนนภา เพียง
แค่ไปถึงที่นั่นและไม่ได้ก้าวออกมาภายนอก อย่าง
น้อยเขาก็ปลอดภัยแล้ว
เขาเร่งความเร็วขึ้น จนกลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งอยู่
บนพื้นหิมะ เมื่อเขาบินผ่านไปที่ใด หิมะในที่แห่งนั้น
จะละลายลงอย่างน่าพิศวง
ฟิว……
กายเนื้อของเขามีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ความเร็วของเขาขณะที่อยู่บนพื้น เมื่อเทียบกับคน
ทั่วไปแล้วเขานั้นเร็วกว่าอยู่พอสมควร
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเร่งความเร็วขนาดนี้ เขาก็ยัง
สังเกตเห็นว่า จาง ฝูถู นั้นก็ยังคงไล่ตามเขาอยู่ทาง
ด้านหลัง
“ข้าในตอนนี้เป็นสาวกของนิกายเซียนซูซัน ภายใน
นิกายข้าจะไปไหนก็ตามต้องการ แต่เขานั้นได้ขึ้นไป
บนเทือกเขาชิงเทียนไปแล้ว ถ้าจะเข้ามาสกัดกั้น
ขัดขวางข้าแล้วกล่าวว่ามาเจอข้าโดยบังเอิญ มันก็คง
จะไร้เหตุผลเกินไป ดังนั้น ยามนี้เขาที่ยังไม่รู้ว่าข้ามี
จุดประสงค์อะไร ก็คงจะยังไม่ปรากฏตัวออกมาอย่าง
แน่นอน”
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่กังวลว่า จาง ฝูถู จะมาลากตัวเขา
กลับไป
เพราะยังไงแล้วในตอนนี้ จาง ฝูถู ก็ย่อมไม่สามารถ
คลายปมอันใดได้ อีกทั้งเขายังไม่ล่วงรู้ว่า อู่ อวี้ นั้น
ได้รู้ถึงเจตนาของเขาแล้วด้วย
เขายังไม่รู้ว่า อู่ อวี้ นั้นความรู้สึกไวกว่าที่เขาคิด
บัดนี้เขาเริ่มเข้าใกล้ ถ้ำสร้างแกนนภามากยิ่งขึ้น
ระหว่างทางก็ได้พบกับสาวกนิกายเซียนซูซันหลาย
คน ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในขอบเขตสร้างแกนนภา
บางทีอาจจะเป็นเพราะว่านิกายเซียนซูซันนั้นมีขนาด
ใหญ่เกินไป จึงเป็นเรื่องยากที่คนจะสามารถพบและ
ทำความคุ้นเคยกัน ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะพบเจอ
อู่ อวี้ ก็ไม่ได้เข้าไปพูดคุยหรือทักทายแต่อย่างใด
สาวกเหล่านี้ โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นผู้เยาว์
หนึ่งวัน สองวัน……
หลังจากผ่านไปหลายวัน อู่ อวี้ ก็เดินทางมาถึงจุด
กึ่งกลางระหว่าง วังกระบี่เมฆาสวรรค์ และ วังกระบี่
คลื่นมรกต เมื่อเดินทางเข้าไปเรื่อยๆตรงช่องที่อยู่
ระหว่างวังทั้งสองก็จะพานพบกับ ถ้ำสร้างแกนนภา
เมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็จะพบเห็นภูเขาตานหลาน ยอด
เขาของมันเป็นสีทองอร่าม เสมือนกับทองคำแท่ง
ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางระหว่างวังกระบี่ทั้งสองวัง
ถือได้ว่าเป็นดินแดนพิเศษแห่งหนึ่งของเขตแดน
กระบี่สามัญ
หลังจากที่มาถึงแล้ว พลันพบเห็นผู้คนรายล้อมอยู่
เป็นจำนวนมาก มีสาวกบางคนอยู่ข้างนอก บางคนขี่
กระบี่บินจักรพรรดิมาจากเขาตานหลาน สาวก
เหล่านั้นก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ เห็นได้ชัดว่า
คนเหล่านี้เพิ่งจะเคยบินเป็นครั้งแรก จึงชนไปรอบๆ
ทุกทิศทุกทาง
นอกจากนี้ก็ยังมีบางคนที่มีลักษณะเคร่งขรึม
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือ
ขั้นหลอมรวมลมปราณ ซึ่งมาจากวังกระบี่ และ
วิหารที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย จุดมุ่งหมายของพวกเขาที่
มายังถ้ำสร้างแกนนภาแห่งนี้เพื่อทะลวงเข้าสู่ขั้น
สร้างแกนนภา
พวกเขาส่วนใหญ่มักจะจับเป็นกลุ่มสองถึงสามคน
พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน อู่ อวี้ ที่มาเพียงคนเดียวจึงดู
เหมือนกับว่าเขานั้นโดดเดี่ยว
อย่างไรก็ตาม จาง ฝูถู ก็ไม่ได้ขัดขวางการเดินทาง
ของเขา เพียงแค่นี้เขาก็รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก
แล้ว
เมื่อมองไปแล้ว จะเห็นทุกคนต่างสวมเสื้อคลุมกระบี่
เกือบจะทุกคนดูมีสง่าราศีหรือไม่ก็จะเป็นคนหนุ่ม
สาวที่ชีวิตชีวาและพลังมุ่งมั่นอันเต็มเปียม ซึ่ง
เกือบจะทุกคนมีพลังวิญญาณอันสูงส่งอีกด้วย ทุกคน
นั้นราวกับว่าเป็นยอดคนโดยกำเนิด มีลักษณะ
เฉพาะตัว ต้องบอกก่อนว่า หวันเทียน หยู๋เซวีย นั้น
เป็นสาวกที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในนิกายกระบี่
สวรรค์ แต่ว่าไม่สามารถจะเทียบกับสาวกแกนสามัญ
เหล่านี้ที่ อู่ อวี้ พบพานได้เลย
สาวกรุ่นเยาว์เหล่านี้ ถึงแม้ว่าเป็นเพียงเด็กที่มีอายุ
สิบกว่าปี แต่เมื่อเดินอยู่ตามท้องถนน ก็ยังคงเป็น
มังกรในหมู่มังกรอยู่ดี เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขา
นั้นฝึกฝนจนลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่งแล้ว
ยอดฝีมือของขั้นหลอมรวมลมปราณส่วนใหญ่ เมื่อ
มองไปแล้วอายุก็มีใกล้เคียงกับตัวเขา แน่นอนว่า
ชื่อเสียงต่างๆนั้นจะถูกพิจารณาจากการอยู่ใน
ขอบเขตอะไรและมีอายุเท่าไหร่ ซึ่งกระทั่งเขาเองก็
นับได้ว่าไม่พิเศษอะไรมากมายภายในเขตแดนกระบี่
สามัญนี้
ยามที่แหวกฝูงชนและได้ก้าวเข้าสู่ถ้ำสร้างแกนนภา
เวลาได้ล่วงเลยไปสักพัก เขาก็เริ่มรู้สึกว่าแรงกดดันที่
อยู่บนร่างกายของเขาได้เบาบางลง
“ในที่สุดก็ไม่ได้ตามเข้ามาจริงๆ”
จาง ฝูถู ก็ไม่ได้ตามเข้ามา แต่บางที่เขาอาจจะยืนอยู่
ที่เดิม และคาดว่าคงจะยังไม่จากไปในเร็วๆนี้
“ข้าต้องอยู่ภายในถ้ำสร้างแกนนภา เมื่อข้าสร้างแกน
นภาได้สำเร็จ จาง ฝูถู ก็คงจะจากไปแล้ว” ยามนั้น
อู่ อวี้ จึงตัดสินใจที่จะออกมา
ในเวลานี้ เบื้องหน้าภูเขาตานหลานที่อยู่เบื้องหน้า
เป็นหลุมลึกเข้าไปราวกับอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่มี
ลักษณะเป็นวงกลมจนดูค่อนข้างธรรมดาเป็นอย่าง
มาก ซึ่งภายในถ้ำได้ปรากฎแสงสีทองส่องประกาย
อยู่ จนทำให้ถ้ำทั้งหมดเป็นเหมือนกับนภาที่ส่องแสง
สะท้อนออกมายามอัสดง
“นี่คือสร้างแกนนภา นิกายเซียนซูซัน ดำรงอยู่มา
ล้านปีแล้ว มีสาวกมากมายนับไม่ถ้วนเข้ามาสร้าง
แกนนภาในที่แห่งนี้ ผู้คนเหล่านี้ล้วนเป็นตัวตนฝืน
ลิขิตพลิกสวรรค์ แน่นอนว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่
ถูกจารึกอยู่บนผนัง และได้ทิ้งประสบการณ์มากมาย
เอาไว้”
เพียงแค่เป็นสาวกของนิกายเซียนซูซัน ไม่ว่าจะอยู่ใน
ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่เก้า หรือ ระดับที่สิบ
ก็สามารถเข้ามาได้
หลังจากที่ อู่ อวี้ เข้ามาภายในถ้ำแล้ว ก็แทบจะไม่
รู้สึกถึงการดำรงอยู่ของ จาง ฝูถู อีก เมื่อยืนอยู่
ตำแหน่งนี้แล้วมองเข้าไป ก็จะรู้สึกเหมือนกับว่า
กำลังยืนอยู่บนทะเลมรกต รู้สึกเหมือนกับว่ากำลัง
เผชิญหน้ากับคลื่นกระแสของประวัติศาสตร์ที่ไหลบ่า
เข้ามา ข้างในนี้เต็มไปด้วยแสงสีทองอร่าม ซึ่งดึงดูด
ความสนใจของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าอย่ามัวแต่ตกตะลึงสิ รีบเดินต่อ” ด้านหลังก็มี
สาวกหญิงที่สวยงามผู้หนึ่งกล่าวขึ้น สตรีนางนี้ดูแล้ว
น่าจะมีอายุไม่เกินยี่สิบปี อีกทั้งยังมีความงามไม่น้อย
ไปกว่าพวก ซู หยานหลี่
อู่ อวี้ จึงรีบเดินต่ออย่างรวดเร็ว
ในถ้ำสร้างแกนนภาแห่งนี้ มีหลายคนเข้า มีคนออก
เข้ามาพร้อมกับความคาดหวัง ออกไปพร้อมกับความ
ยินดี
หลังจากที่เข้าไปข้างใน ก็พบว่าถ้ำสร้างแกนนภาแห่ง
นี้มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก ราวกับเป็นพระราชวัง
ใต้ดินก็มิปาน เมื่อมาอยู่ด้านหน้าปากทางจะพบเห็น
กิ่งก้านสาขาของมันขยายออกไปเรื่อย ถ้ำแห่งนี้ยิ่ง
เข้าไปลึกมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
อู่ อวี้ สังเกตว่าจะมีห้องเล็กๆเป็นจำนวนมากอยู่ทั้ง
สองฝังในแต่ละกิ่งก้านสาขาของถ้ำ ห้องขนาดเล็ก
โดยทั่วแล้วมักจะมีอาสนะให้พร้อมเสร็จสรรพ
“ห้องเล็กเหล่านี้ เหมือนกับเป็นใบไม้ที่แพร่กระจาย
ออกเหมือนกับกิ่งไม้ ทางที่เดินผ่านมาย่อมเปรียบ
เหมือนลำต้น”
ทั่วทั้งถ้ำสร้างแกนนภา ดูคล้ายกับเป็นต้นไม้ใหญ่ต้น
หนึ่ง
ตรงกลาทางมีแยกออกเป็นกิ่งก้านสาขามากมาย อู่
อวี้ คาดว่า ห้องเล็กๆที่เหมือนกับใบไม้เหล่านี้ อย่าง
น้อยต้องมีถึงหมื่นห้อง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ