กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 21 :
วิชาลับเปลวอัคคีทองค าปลิดชีพมังกร
ณ ผาส านึกตน
บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆ และ หมอก
สวรรค์ที่แผ่ปกคลุมไปทั่ว สายลมเย็นพัดผ่าน
เทือกเขาบ้างเป็นครั้งคราว เมื่อสายลมกวาดผ่านมา
แต่ละครั้ง ท าให้ต้นสนพริ้วไหวจนเกิดเสียงดังกรอบ
แกรบ แสงตะวันโปร่งแสงสาดส่องทะลุผ่านก้อนเมฆ
พร่างพรมลงบนเทือกเขาอันไร้จุดสิ้นสุด ใบไม้สีทอง
ร่วงปกคลุมอยู่ทั่วผืนแผ่นดิน เมื่อต้องกระทบกับ
แสงแดดก็เกิดเป็นแสงเจิดจ้าประกายสีทองดั่งอ าพัน
ขึ้น
ไม่ห่างออกไป มีต้นจินสงเติบโตขึ้นล าพังบนหน้าผา
ท้าทายแดดลม ล าต้นของมันดูแข็งแกร่ง และ แผ่
กลิ่นอายอันทรงพลังออกมา ใบของมันสีเขียวชอุ่มดู
สมบูรณ์ ภายใต้ต้นจินสง มีบุรุษหนุ่มสวมชุดคลุมยาว
สีขาว ที่ก าลังโบกสะบัดพริ้วไหวไปตามกระแสลม
ชายผู้นี้มีเส้นผมสีด าขลับประกายแวววาว เส้นผม
ของเขายาวสยายเหยียดตรงราวกับสายน้ าตก
ดวงตาทั้งคู่ส่องสะท้อนประกายสดใส บุรุษผู้นี้ไม่ใช่
ใครอื่นเขาก็คือ อู่ อวี้
ในเวลานี้เขาก าลังมองไปยังสตรีนางหนึ่ง แม่นางผู้นี้
มีผิวพรรณละเอียดอ่อนหมดจดไร้ซึ่งการแต่งแต้ม ริม
ฝีปากของนางอวบอิ่มแดงระเรื่อราวกับลูกเชอร์รี่
ดวงตาที่ใสบริสุทธิ์ราวกับหยาดน้ า ร่างอรชรของนาง
ที่ยืนเหยียดตรงอยู่บนเนินหน้าผานั้น เป็นดั่ง
ภาพวาดอันงดงามตระการตา ราวกับเทพธิดาก็ปาน
มิใช่มนุษย์ธรรมดาทั่วไป
” ศิษย์พี่ซู ” อู่ อวี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้พบเจอนาง
เมื่อแรกที่เขาออกจากห้องขัง นางยืนตระหง่านอยู่
ตรงบริเวณทางออก ในหัวใจของเขารู้สึกประหลาด
ใจขึ้นเล็กน้อย
” ยินดีด้วยส าหรับการได้เห็นท้องฟ้าอีกครั้ง ” ซู
หยานหลี่ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ซึ่งนับว่าหาดูได้
ยากยิ่ง รอยยิ้มนี้เปรียบเสมือนแสงสว่าง ซึ่ง
ปลดปล่อยตัวเขาจากความมืด หลังจากต้องอยู่
ร่วมกับมันนานแรมปี มันท าให้อู่ อวี้รู้สึกถึงกลิ่นอาย
ความอบอุ่นของมนุษย์ ซึ่งได้ช่วยทดแทนช่วงเวลาที่
ขาดหายไปของเขา
” ไยมองเช่นนั้น… ” ซูหยานหลี่กล่าวขึ้นด้วยน้ าเสียง
แผ่วเบา แต่กลับไม่เอียงอายแม้แต่น้อย ช่างดูสง่า
งามเหลือล้ าซะเหลือเกิน และด้วยต่อหน้า
สถานการณ์เช่นนี้จึงท าให้อู่ อวี้รู้สึกละอายใจ
เล็กน้อย เพราะนางเป็นศิษย์พี่ของเขา เขาจึงไม่ควร
คิดล่วงเกินกับนาง
” ผาส านึกตนอยู่ไม่ห่างจากสวนสวรรค์ของข้ามาก
นัก แล้วมันยังอยู่ใกล้กับเทือกเขาหวังเทียนของเจ้า
ด้วย เรียกได้ว่าใกล้กันเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ข้ารู้
ว่าวันนี้เจ้าจะพ้นโทษ ข้าจึงน านกกระเรียนสววรค์มา
ให้เจ้า เจ้าจะได้เดินทางกลับอย่างสะดวก เช่นนั้น
แล้วพวกเราก็ไปกันเถอะ ”
นกกระเรียนสวรรค์ของซูหยานหลี่ และของอู่ อวี้
ก าลังยืนเคียงข้างกันและกัน พวกมันทั้งสองตัวมี
ความสูงไล่เลี่ยกันมากทีเดียว
” ตกลง ”
หลังจากคนทั้งสองขึ้นไปบนหลังนกกระเรียนสวรรค์
พวกมันทั้งสองก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้า บินลัด
เลาะเข้าสู่หมู่ก้อนเมฆ อู่ อวี้ใคร่รู้เป็นอย่างยิ่งว่า 1 ปี
ที่ผ่านมา โลกภายนอกมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ถามสิ่งใดออกมา ซูหยานหลี่ ก็
กล่าวขึ้นมาก่อนว่า ” เมื่อครึ่งปีก่อนซือตู๋ หมิงหลาง
ทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นตอนรวมลมปราณได้เป็น
ผลส าเร็จ หลังจากนั้นเขาก็ได้ขึ้นมาเป็นศิษย์หลัก
ของผู้พิทักษ์สูงสุด เขาคงรอให้ถึงวันนี้มานานแสน
นานแล้วล่ะ ”
ดูเหมือนว่าการที่ในวันนี้นางมาส่งเขาถึงที่ คงไม่ใช่
กังวลแค่เรื่องระยะเวลาในการเดินทางเพียงอย่าง
เดียวเท่านั้น แต่นางคงกังวลเรื่องความปลอดภัยของ
เขาด้วย
” อู่ อวี้ ข้าไม่อาจอยู่ปกป้องเจ้าได้ตลอดไป ” ซู
หยานหลี่หันหน้ามามองเด็กหนุ่มด้วยสายตาสาด
ประกาย ขณะนั่งอยู่บนหลังนกกระเรียนสวรรค์ของ
นาง
” ข้าเข้าใจ ไม่ต้องกังวลใจไปศิษย์พี่ ข้าสามารถดูแล
ตนเองได้ ” อู่ อวี้ ยิ้มจาง ๆ ออกมาหลังจากได้ยิน
ข่าวนี้ แต่มันไม่ได้ท าให้เขารู้สึกประหลาดใจแม้แต่
น้อย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสมเหตุสมผลยิ่งแล้ว
ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะแข็งแกร่งขึ้น
ด้วยระดับพลังที่มีอยู่ในตอนนี้มันเปลี่ยนแปลงจาก
เดิมไปมาก ทั้งพลังจากการสัมผัสจิต และ ความ
เปลี่ยนแปลงทางกายเนื้อของเขา ท าให้ซูหยานหลี่
คลายกังวลลงบ้างเล็กน้อย
” ความกังวลของข้า มันท าให้สายตาของข้าละเลย
ความจริงไป ท าให้ข้าลืมเสียสนิทว่า 1 ปีที่ผ่านมา
เจ้านั้นต้องบากบั่นพยายามมากเพียงใด พลังที่เจ้ามี
ตอนนี้เพียงพอแล้วที่จะปกป้องตนเองได้ ” ซูหยานห
ลี่พยักหน้า
อย่างไรก็ตามความปรารถนาอันแท้จริงของอู่
อวี้ ไม่ใช่เพียงแค่ปกป้องตนเองเท่านั้น
……
ในที่สุดคนทั้งสอง ก็เดินทางมาถึงจุดสูงสุดของยอด
เขาหวังเทียน ซึ่งเป็นส่วนคล้ายกับหลังคาของยอด
เขาหมิงเทียน ในเวลานี้เหล่าศิษย์บนยอดเขาก าลัง
อยู่ในช่วงพักผ่อน ศิษย์มากมายจึงต่างมารวมตัวกัน
บนยอดเขาแห่งนี้ บ้างก็ร่ าสุรา บ้างก็ร ากระบี่ บ้างก็
ก าลังค้นคว้าวิถีเซียน
ศิษย์นอกยังเป็นเพียงแค่มนุษย์ปถุชนธรรมดา พวก
เขาไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากของใช้ขั้นพื้นฐาน
ไม่ว่าจะเป็นอาภรณ์ อาหาร หรือ ที่พัก ฉะนั้นหอ
พิรุณสดับ[1]จึงเป็นสถานที่ ซึ่งเต็มไปด้วยความ
ครึกครื้นมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
หอพิรุณสดับถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบสีคราม
เป็นสถานที่งดงามมีอาหารรสเลิศ สุรารสดีซึ่งมาจาก
ทั่วทุกสารทิศ ส าหรับผู้ฝึกตนธรรมดาจะเคารพ
สถานที่แห่งนี้เป็นอย่างมาก แต่เจตนาที่แท้จริงแล้ว
ของหอพิรุณสดับ มันมีไว้ให้เหล่าเทพเซียนมาหา
ความส าราญ หลังจากต้องฝึกตนอย่างเคร่งเครียด
โดยไร้ซึ่งค่าใช้จ่ายใด ๆ
ริมหน้าต่างของชั้นสาม ณ หอพิรุณสดับ มีสาวน้อย
ผู้หนึ่งก าลังนั่งอยู่เพียงล าพัง นางสวมใส่ชุดสีด า ซึ่ง
หากมองจากภายนอกแล้วสาวน้อยผู้นี้ยังอยู่ในวัย
เยาว์ยิ่งนัก หากเพ่งมองอย่างพินิจจะรู้ว่า สาวน้อยผู้
นี้ก็คือ ชิงเหมิง
เกือบในทุก ๆ วัน จุดสูงสุดของยอดเขาหวังเทียน
แห่งนี้จะคับคั่งไปด้วยเหล่าสาวกมากมาย ซึ่งมานั่ง
เกาะกลุ่มกันที่นี่เสมอ เจตนาของพวกเขาส่วนใหญ่ก็
จะคล้าย ๆ กัน พวกเขาต่างเหน็ดเหนื่อยจากการ
ฝึกปรือ จึงมาหาสถานที่นั่งผ่อนคลายกัน แม้แต่เจ้า
ตานหลงเองก็ยังมาอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน แต่พวก
เขาไม่ได้นั่งด้วยกันแต่อย่างใด ซึ่งพวกเขาทั้งสอง
สบตากันบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อแสดงความเคารพซึ่ง
กันและกัน
ชิงเหมิงมองออกไปนอกหน้าต่าง ด้วยความร าคาญ
ใจอย่างยิ่ง ริมฝีปากเล็ก ๆ ของนางก าลังขบกันแน่น
พร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมา สาเหตุที่ท าให้นางต้อง
มีอาการเช่นนี้ก็เพราะว่า ผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนาง
เขาผู้นี้เป็นชายวัยกลางคน มีเนื้อตัวสกปรกมอมแมม
ผมเผ้า และ หนวดเครารุงรังยุ่งเหยิง สวมใส่ชุดคลุม
สกปรก ดวงตาหยีเล็กเก่าแก่ขุ่นมัว บางครั้งสายตา
ของมันยังแผ่ประกายความคิดอันชั่วร้ายออกมา เมื่อ
มองลงมายังเรือนร่างของชิงเหมิง ขนาดที่มือหนึ่งถือ
ถ้วยสุรา ปากของมันก็พยายามพูดแทะโลมชิงเหมิง
ด้วยค าป้อยอเสแสร้งต่าง ๆ นานา
” อา∼ แม่นางชิงเหมิง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ด้วย
เวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น แต่ท่านกลับสามารถสละ
ร่างเข้าสู่ขั้นที่ 8 ได้ ทั้ง ๆ ที่ท่านมีวัยเพียงแค่ 13 ปี
เท่านั้น แม้แต่เจ้าตานหลงก็ยังมิอาจท าเช่นนี้ได้ ดูสิ
…ท่านทิ้งห่างจากเขาจนไม่เห็นฝุ่น ป่านนี้เจ้าตาน
หลง คงได้กินฝุ่นที่ท่านทิ้งไว้ให้เสียจนอิ่มแปล้ไปแล้ว
ฮ่ะ ๆ ๆ ” ชายวัยกลางคนยิ้ม ด้วยท่าทาง
กะลิ้มกะเหลี่ยใส่ชิงเหมิง จนทุกคนสามารถเห็น
เจตนาอันชั่วร้ายของมันได้อย่างชัดเจน
” ต่ าช้ายิ่งนัก ! ” เจ้าตานหลงพร้อมกับศิษย์คนอื่น ๆ
ต่างมีโทสะอย่างสุดขีด ด้วยสุดจะกลั้นกับกริยา และ
ค าพูดอันต่ าช้าของมัน ถึงหลายคนสุดจะทานทนกับ
ความต่ าช้าของมัน แต่ก็ไม่มีผู้ใดหาญกล้าก้าวเข้าไป
เผชิญหน้ากับมันตรง ๆ นั่นเป็นเพราะมันเป็นศิษย์
เก่าแก่ของยอดเขาหวังเทียน แม้ในปีนี้มันถือได้ว่า
เป็นผู้มีวรยุทธสูงส่งแล้วก็ตาม แต่อย่างไรเสียมันก็ถือ
ได้ว่าเป็นศิษย์ใหม่อยู่ดี จึงไม่ได้ช่วยให้มันถูกกลั่น
แกล้งน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ชายวัยกลางคนผู้นี้อยู่
บนยอดเขาหวังเทียน มานานหลายสิบปีแล้ว ครั้น
ระดับพลังของมันยังอยู่ในขั้นสละร่างขั้นที่ 9 ซึ่งอยู่
ในขั้นของเปลี่ยนเป็นเซียนอีกด้วย
ศิษย์บนยอดเขาหวังเทียน ต่างรู้จักชายวัยกลางคนผู้
นี้เป็นอย่างดี ข่าวลือหนาหูว่ากันว่า มันพูดนี้โปรด
ปรานสาวน้อยเป็นที่สุด ในปีนี้มันจึงคอยตอแยชิงเห
มิงอย่างไม่ลดละ แต่มันก็ยังไม่มีความกล้ามากพอ ที่
จะใช้ถ้อยค ารุนแรงสร้างความไม่พอใจให้กับชิงเหมิง
เพราะนางนั้นมีภูมิหลังที่น่ากลัวอยู่เช่นกัน แต่แท้จริง
ถึงแม้ชิงเหมิงจะเยาว์วัยและมีภูมิหลังที่น่ากลัวอยู่ก็
จริง แต่นางก็ไม่ต้องการที่จะมีปัญหากับผู้อาวุโสกว่า
และหากว่าไม่ใช่เพราะภูมิหลังที่แข็งแกร่งของนาง
แล้วละก็ เกรงว่านางคงจะต้องประสบพบเจอกับภัย
อันตรายที่มาจากราคะของชายชราผู้นี้เสียแล้ว
” อี้ หวายซาน ข้าไม่ปรารถนาพูดคุยกับเจ้า ” ชิงเห
มิง อยากจะผ่อนคลายรับอากาศบริสุทธิ์บนหอพิรุณ
สดับนี้เพียงล าพัง การที่นางได้มาพบเจอกับชายวัย
กลางคนผู้นี้ ถือว่าเป็นความโชคร้ายของนางอย่างยิ่ง
” ไม่เอาน่า ไฉนเจ้าถึงไม่อยากพูดคุย กับพี่ชายผู้นี้ ”
อี้ หวายซานแสดงความชั่วร้ายของมันออกมาอีกครั้ง
ชายผู้นี้มีพลังฝึกตนอยู่ในระดับขั้นเปลี่ยนเป็นเซียน
และ ด้วยความจริงในข้อนี้ท าให้ชิงเหมิงหวาดกลัว
ต่อระดับพลังของมา นางจึงพยายามข่มโทสะของ
ตนเองเอาไว้ตลอดเรื่อยมา
สายตาของมันจ้องมองมายังชิงเหมิง ในเวลานี้นาง
ก าลังโดนล้อมด้วยลูกสมุนของมัน นางลุกขึ้นยืนด้วย
โทสะอย่างสุดจะกลั้น แต่ทว่าคนชั่วที่ก าลังรายล้อม
นางอยู่นั้น ได้บีบบังคับให้นางต้องนั่งลงอีกครั้ง
ดวงตาคู่เรียวเล็กของนางสาดประกายแสงแห่งความ
โกรธเกรี้ยวออกมา
” ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องสาวชิงเหมิง เจ้าท าถูกแล้ว ถ้า
จะให้ดีกว่านี้ข้าว่าน้องสาว ควรมานั่งจิบชาร้อน ๆ
สักจอกกับพี่ชายผู้นี้จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เจ้าไม่ต้องรีบ
ร้อนออกไปถึงเพียงนั้น มา มา … มาดื่มกับข้า ” อี้
หวายซานยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกียจ หลายคนไม่
อาจทนดูใบหน้าอันชั่วร้ายของมันได้
ในเวลานี้บรรยากาศของหอพิรุณสดับ จะไม่น่า
พิสมัยอีกต่อไป อี้ หวายซานฉีกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้า
เล่ห์ มันมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับกล่าวขึ้น
ว่า ? ” เจ้ามาท าอะไรตรงหน้าต่างแห่งนี้ อาาา∼∼
ข้าขอเดานะ… ในวันนี้เมื่อปีที่แล้วได้เกิดเหตุการณ์
ครั้งส าคัญขึ้นบนยอดเขาหมิงเทียน ผู้ก่อเรื่องในวัน
นั้นคือชายหนุ่มผู้มีนามว่า ‘ อู่ อวี้ ‘ และวันนี้แล้ว
สินะที่คนผู้นั้นจะพ้นโทษ ถูกปล่อยตัวออกจากผา
ส านึกตน นี่คือสาเหตุที่ท าให้เจ้ามองไปขึ้นไปยังยอด
เขานั้นใช่หรือไม่ ? ”
” น้องชิงเหมิง เจ้าก าลังรอเขาอยู่ ? คนผู้นั้นสามารถ
ลบชื่อของเจ้าออกได้ ” อี้ หวายซานจ้องมองไปยัง
ใบหน้าของสาวน้อยน้อย
ชิงเหมิงรู้สึกร าคาญใจอย่างยิ่ง จนนางไม่อยากจะ
แยแสในค าพูดเหน็บแนมของมัน เมื่อมันเห็นท่าที
ของนางแล้ว มันก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
จากนั้นมันก็กล่าวขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า ” คงต้อง
ยอมรับล่ะนะว่าเจ้า อู่ อวี้ นั้นโชคดีไม่เบา แต่ก็น่า
เสียดายจริงๆ เพราะด้วยพรสวรรค์ที่เปรียบดั่งปีศาจ
ของซือตู๋ หมิงหลาง ท าให้ในเวลานี้เขาได้กลายเป็น
ศิษย์หลัก ของผู้พิทักษ์สูงสุดไปเสียแล้ว หากเทียบ
กันแล้วช่างต่างกันดั่งสวรรค์ และ ปฐพี ไม่ว่าจะใน
ด้านของพรสวรรค์ ศักดิ์ฐานะ หรือ แม้แต่ในด้าน
พลังที่อยู่กันคนละระดับขั้นเช่นนี้ ข้าว่างานนี้อู่ อวี้
ของเจ้าคงได้ซี้แหง๋แก๋แน่ แต่ก็นั่นล่ะนะ…ยังพอเหลือ
หนทางให้มันอยู่บ้าง หากเจ้าอู่ อวี้ยังมีความฉลาด
อยู่บ้างเล็กน้อย มันก็ควรจะซุกหัวอยู่ในห้องขังบนผา
ส านึกตนต่อไป แต่ถ้ามันหาญกล้าออกมาด้านนอก
แล้วล่ะก็ ข้าเกรงว่ามันจะอยู่ได้ไม่พ้น 3 ราตรี ฮ่ะ ๆ
ๆ ๆ ”
” ศิษย์พี่ข้าว่าท่านประเมินมันสูงเกินไป เท่าที่ข้าคาด
เดา 1 วันส าหรับมันยังคงนานเกินไปเลยด้วย
ซ้ า ซือตู๋ หมิงหลางรอให้วันนี้มาถึงนานนับปีแล้ว ”
ฮ่า ๆ ๆ ๆ !!!
พวกมันก าลังหัวร่อกันอย่างสนุกสนาน เสมือนกับว่า
เรื่องที่เกิดขึ้นกับอู่ อวี้ทั้งหมด นั้นเป็นเพียงแค่เรื่อง
ตลกในวงสนทนา เวลาล่วงเลยผ่านไปนานแรมปี
ซือตู๋ หมิงหลางในยามนี้เปรียบเสมือนดั่งดวงจันทร์
ทุกคนก าลังเฝ้ารอคอยว่าหลังจากอู่ อวี้ พ้นโทษ
ออกมาจากผาส านึกตน เขานั้นจะสามารถมีชีวิตรอด
อยู่นานสักเท่าใด ?
ร่างของชิงเหมิงสั่นเทาด้วยความโกรธ มันเป็น
ความรู้สึกที่ออกมาจากส่วนลึกของภายในจิตใจ นาง
รู้ดีว่าอู่ อวี้นั้นเป็นคนเช่นไร
” ซือตู๋ หมิงหลางไม่มีทางสังหารเขาได้เด็ดขาด! เวลา
เพียงหนึ่งปี อู่ อวี้ในตอนนี้ต้องแข็งแกร่งกว่าข้าแน่!”
ชิงเหมิงลุกขึ้นยืน และ แผดเสียงออกมาด้วยความโก
ธรเกรี้ยว
” เมื่อปีที่แล้วข้าพ่ายแพ้ให้แก่เขา ข้าจึงเฝ้ารอคอย
เขามาตลอด 1 ปี ในวันนี้จะเป็นวันล้างตาของข้ากับ
อู่ อวี้ ข้าจะต่อสู้กับเขาอีกครั้ง ข้าเชื่อว่าตลอด 1 ปี
ในห้องคุมขัง อู่ อวี้ต้องไม่นิ่งนอนใจ วรยุทธของเขา
ต้องก้าวรุดหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก พวกเจ้าไปให้พ้นหู
พ้นตาของข้าเสียที อย่ามารบกวนข้า”
หลังจากนั้นชิงเหมิงก็ชักกระบี่ยาวออกมา แล้ว
กระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสามของหอพิรุณสดับ
” ฮ่า ๆ ๆ แม่สาวน้อย ขนาดมีโทสะยังน่ารักน่าชัง
อะไรถึงเพียงนี้ ” อี้ หวายซาน และ เหล่าศิษย์คนอื่น
ๆ รีบพุ่งตัวออกมา นอกหน้าต่างเฝ้ามองตามร่างของ
นางไป พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมากันอย่าง
สนุกสนาน
แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก!
ในเวลานั้นเอง บนท้องฟ้าก็มีเสียงร้องของนก
กระเรียนสวรรค์ดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าบัดนี้อู่ อวี้
และ ซูหยานหลี่ได้เดินทางมาถึงยอดเขาหวังเทียน
แล้ว แต่ซูหยานหลี่ไม่ได้สั่งให้นกกระเรียนสววรค์ของ
นางร่อนตามลงมาด้วย นั่นเป็นเพราะนางได้มอบ
คัมภีร์เล่มหนึ่งเอาไว้ให้แก่อู่ อวี้แล้ว คัมภีร์เล่มนี้มี
ตัวอักษรสีทองปักไว้ด้านบน อักษรนั้นเขียนค าว่า
‘วิชาลับ’ นางยื่นมันให้กับอู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวว่า ”
ท่านอาจารย์สั่งให้ข้าน าเคล็ดวิชาชั้นยอดนี่ให้กับเจ้า
ท่านบอกว่ามันเป็นวิชาที่ดีที่สุด เจ้าสามารถศึกษา
มันได้อย่างอิสระ มันคล้ายคลึงกับเพลงกระบี่ที่เจ้า
เคยใช้ก่อนหน้านี้ แต่วิชานี้จะทรงพลานุภาพ
มากกว่า”
อู่ อวี้แสดงท่าทีประหลาดใจ เขารู้สึกยินดีเป็นอย่าง
ยิ่ง เพราะเขาเองก็ต้องยอมรับว่าในตอนนี้เคล็ดวิชา
‘กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร’ ไม่สามารถ
ตอบสนองต่อความแข็งแกร่งที่พุ่งทะยานเพิ่มขึ้นของ
เขาได้อีกต่อไป ซึ่งตอนนี้เขาเองก็ก าลังขาดแคลนวร
ยุทธ์ ที่เหมาะสมกับระดับพลังของเขาพอดี เขาไม่
คาดคิดว่าท่านเจ้านิกายเฟิงซัวหยา จะมองเห็น
จุดบกพร่องในข้อนี้ของเขาด้วย แถมท่านยังเมตตา
ส่งมอบวิชาลับเล่มนี้มาให้แก่เขาอีก
แม้ว่าส าหรับท่านเจ้านิกายเฟิงซัวหยาแล้ว ต่อให้
เคล็ดวิชาอันดับ 1 ของนิกาย ก็ยังไม่ทรงพลังมาก
พอที่จะตอบสนองกับระดับพลังของท่านได้ แต่
ส าหรับอู่ อวี้แล้วมันช่างเป็นวิชาที่ส าคัญกับเขาอย่าง
ยิ่ง เพราะมันคือเคล็ดวิชาลับขั้นสุดยอด ระดับคุณค่า
ของมันเรียกได้ว่า เทียบเท่ากับกระบี่ปราบมารที่เขา
ได้รับ
” ‘วิชาลับเปลวอัคคีทองค าปลิดชีพมังกร’ ” (จิน
หยาน ทู หลง เจวีย ) อักษรทั้ง 5 ถูกสลักไว้บนต ารา
ลับเล่มนี้ ราวกับว่าพวกมันมีไว้เพื่อผนึกเทพมังกร
มันให้รู้สึกได้ถึงพลังแห่งทรราชที่แผ่ออกมาจาก
คัมภีร์อย่างน่าเหลือเชื่อ วิชานี้ช่างคล้ายคลึงกับ
‘กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร’ ของเขาเป็น
อย่างยิ่ง
” นับจากนี้ … ข้าจะต้องปิดด่านฝึกตนเพื่อฝึกฝน
อย่างหนัก ศิษย์น้องข้าหวังว่าเจ้าจะดูแลตนเองได้
แล้วข้าก็หวังอย่างยิ่งว่าเจ้าจะกลายมาเป็นศิษย์น้อง
เล็กของข้าจริง ๆ ในไม่ช้านี้ ” หลังจากที่ซูหยานหลี่
มอบต าราลับให้แก่อู่ อวี้แล้ว นางจึงสั่งให้กระเรียน
สวรรค์บินต่อออกไป รูปโฉมงดงามของนางดูราวกับ
เป็นดั่งเทพธิดา ในเวลานี้ความงดงามของนางก าลัง
กลืนหายเข้าไปในกลีบเมฆหมอก
บุคลิกของซูหยานหลี่นั้น สงบนิ่งราวกับสายน้ าที่ไร้
คลื่นลม แต่บางครานางก็ดูเย็นชาราวกับน้ าแข็ง
เหล่าศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ ต่างให้ความเคารพ
นับถือ และ ชื่นชมในตัวของนางเป็นอย่างยิ่ง แล้วยัง
มีศิษย์น้อยศิษย์ใหญ่อีกมากมายนับไม่ถ้วนที่แอบรัก
ใคร่ชอบพอในตัวนาง
แม่แต่อี้ หวายซานก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน
ถึงมันจะมีรสนิยมชอบผู้เยาว์ก็ตาม แต่ส าหรับสตรีผู้
มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพธิดาเยี่ยงซูหยานหลี่ ก็ท า
ให้มันต้องยอมแหกกฎเหล็กของตนเองลง เพราะแท้
ที่จริงแล้วมันก็คือบุรุษผู้โลภโมโทสันกับความงดงาม
ของเหล่าอิสตรี ถึงมันจะแอบชอบพอรักใคร่ในตัวซู
หยานหลี่มากสักเพียงใดก็ตาม แต่มันก็ยังมิกล้าที่จะ
เหลือบมองนางแม้แต่น้อย
แต่ส าหรับอู่ อวี้แล้วราวกับโชควาสนาได้หล่นทับเลย
ก็ว่าได้ เพราะเวลานี้เขาได้กลายเป็นศิษย์ของยอด
เขาหวังเทียน เป็นระยะเวลาถึง 1 ปีแล้ว ในวันนี้เขา
จะได้รับผลตอบแทนอย่างแท้จริง จากนั้นเขาจะได้
เลือกสถานที่พักของตนเองในไม่ช้า ซึ่งไม่ต่างจาก
ศิษย์ผู้มาใหม่คนอื่น ๆ แต่หลังจากนกกระเรียน
สวรรค์ร่อนลงบนยอดเขาได้ไม่นาน และ เขาเพิ่ง
หยิบ ‘วิชาลับเปลวอัคคีทองค าปลิดชีพมังกร’ ขึ้นมา
ดู ฉับพลัน! สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสาวน้อย
ผู้หนึ่ง ก าลังวิ่งปรี่เข้ามาหาด้วยความเร็วสูง
“ชิงเหมิง? ”
” อู่ อวี้∼∼!!! ” เขาไม่ได้เห็นหน้าสาวน้อยผู้นี้มา
นานนับปีแล้ว รูปร่างของนางยังคงดูเพรียวบาง
เหมือนเช่นเคย ในตอนนี้นางได้มายืนประจันหน้า
กับอู่ อวี้ สีหน้าของนางแสดงออกถึงความยินดี
ปะปนกับโทสะ จากนั้นนางก็เริ่มกล่าวขึ้น “อู่ อวี้ เจ้า
มาก็ดีแล้ว เจ้ายังจ าค าสัญญาที่ให้ไว้กับข้าได้หรือไม่
? เจ้าบอกว่าจะเป็นสหายกับข้า แต่แล้วอยู่ ๆ เจ้าก็
หายหัวไปนานนับปี เจ้ามันเป็นสหายที่งี่เง่าที่สุดใน
โลก ข้าเฝ้าปรารถนาจะเอาชนะเจ้ามาตลอด แต่ไม่
ว่ายังไงก็หาเจ้าไม่เจอ รู้มั้ยมันน่าแค้นใจแค่ไหน ”
“ละ … โลกนี้มีแต่เรื่องไม่อาจคาดเดา ดะ … เดี๋ยว
ก่อนชิงเหมิง ข้ายังไม่พร้อม ” อู่ อวี้ยิ้มอย่างขมขื่น
ออกมา ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ยังไม่พร้อมจะรับ
อารมณ์ของสาวน้อยผู้นี้ช่างแปลกประหลาดพิสดาร
อย่างที่สุด ช่างยากแท้จะหยั่งถึงเสียจริง ๆ
” ไม่มีวันเสียหรอก เจ้าไม่มีทางหนีข้าไปไหนได้อีก
แล้ว วันนี้เจ้าต้องอยู่ที่นี่เพื่อต่อสู้กับข้า ” ฉับพลัน ชิง
เหมิงก็ชักกระบี่ของนางออก พร้อมกับจ้องเขม็งมอง
ไปที่เขา
” ข้ากับเจ้าพึ่งพบหน้ากันแท้ ๆ แต่เจ้าเล่นชักกระบี่ชี้
หน้ากันแบบนี้ มันเหมาะสมแล้วเช่นนั้นหรือ ? ” อู่
อวี้กล่าว
ในเวลาเดียวกัน เหล่าศิษย์จ านวนมากก าลังกระโดด
ลงมาจากชั้นบนของหอพิรุณสดับ เนื่องจากพวกมัน
ได้ยินข่าวลือแว่วมาว่า ชิงเหมิงได้ท้าอู่ อวี้ประลอง
ยุทธทันทีที่เขามาถึง เพียงชั่วพริบตาข่าวนี้ก็แพร่
สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่
ยอมพลาดกับการได้เป็นหนึ่ง ในส่วนร่วมของ
เหตุการณ์รื่นรมณ์เช่นนี้ และ ในหมู่ของผู้ที่ต้องการมี
ส่วนร่วม หนึ่งในนั้นก็คืออี้ หวายซาน
” เจ้าเห็นหรือไม่ว่ามีผู้คนมากมาย ก าลังจับตาดูพวก
เราทั้งสองอยู่ เจ้าเป็นถึงคนที่สามารถเอาชนะข้าได้
นะ แล้วจะยอมให้ถูกคนอื่นดูถูกเช่นนี้ได้ยังไง! ชัก
กระบี่ออกมา ! ” ชิงเหมิงพยายามกระตุ้นเขาอย่าง
รุนแรง และ ทันใดนั้นนางก็ได้กระตุ้นพลังของตนเอง
ไปสู่ระดับที่แข็งแกร่งมากขึ้น หากหวนนึกถึงระดับ
ฝีมือของนามในครั้งอดีต สามารถกล่าวได้ไหมว่า
ฝีมือในปัจจุบันของนาง นั้นถือเป็นผู้แข็งแกร่งอย่าง
แท้จริง
” อืม … ข้าเข้าใจแล้ว ” อู่ อวี้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง
เจตนาของนางดี มันไม่ใช่แค่เพราะนางอยากจะ
เอาชนะเขาอย่างเดียวเท่านั้น แต่เพื่อล้างมลทิน
ให้แก่ตัวเขาเอง นางจึงคิดอยากที่จะให้เขาแสดงพลัง
ที่แท้จริงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้เหล่าผู้ชมที่
เคยดูถูกเขาได้เห็นเป็นขวัญตา
บางทีส าหรับชิงเหมิงแล้ว ค าว่าสหายอาจจะมี
ความส าคัญต่อนางมาก
ชิ้ง!
อู่ อวี้ก้าวถอยหลังออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ก็สามารถ
หลบเลี่ยงคมกระบี่ของชิงเหมิงได้
” ผ่านไปหนึ่งปี ชิงเหมิง และ อู่ อวี้ ได้กลับมา
ประลองยุทธกับอีกครั้ง ไปกันเถอะ ไปดูกันเร็ว!”
” อู่ อวี้ ? ผู้ใดกัน ? อ๊ะ! หรือว่าจะเป็นผู้ที่สังหาร
พี่ชายทั้งสองของซือตู๋ หมิงหลางเมื่อปีก่อนใช่หรือไม่
คนผู้นั้นออกมาจากห้องคุมขังแล้วอย่างนั้นหรอ ? ”
” เขาออกมาแล้ว? ”
ข่าวลือเรื่องอู่ อวี้ได้กลับมาแล้ว กลายเป็นข่าวใหญ่ที่
แพร่สะพัดไปทั่ว เพียงไม่นานยอดเขาหวังเทียนก็ตก
สู่ความโกลาหลอย่างรวดเร็ว ศิษย์หลายคนยังคง
ฝึกปรืออยู่ด้านนอก เริ่มได้ข่าวการกลับมาของอู่ อวี้
และ อีกหลายคนรู้จักเพียงชื่อเสียงเรียงนามของเขา
เท่านั้น พวกมันยังไม่เคยเห็นรูปโฉมที่แท้จริงของเขา
—————————————
เชิงอรรถ
1. 望天峰 เทือกเขาหวังเทียน หรือ เทือกเขา
จันทรา คือเทือกเขาที่พระเอกอยู่ หลังสอบเข้ามา
เป็นศิษย์ได้นิกายกระบี่สวรรค์ได้
2. 仙人 เซียนเหริน (เทพเซียน) คือมนุษย์ที่มี
พลังหยินหยางอย่างสมดุล จนมีชีวิตเป็นอมตะได้ ไม่
แก่ หรือ เจ็บไข้ได้ป่วย แต่ยังมีความหิวกระหาย
และ ต้องการเครื่องนุ่งห่มอย่างมนุษย์ทั่ว ๆ ไป
อาศัยอยู่ในมนุษยภูมิ
…………………………………..
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน