กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 219
ยาควบคุมจิตวิญญาณ และ เครื่องตรึงกระดูก
ประตูของวังกระบี่หัวใจแดง ประกอบด้วยกระบี่ยักษ์
สองเล่มที่มีความคล้ายคลึงกัน ต าแหน่งของด้ามจับ
ถูกพันเอาไว้ด้วยสายโซ่เหล็กที่ถูกปกคลุมไปด้วยสนิม
เขรอะ ซึ่งโซ่เหล็กยักษ์นี้ถูกห้อยลงมาจากเทือกเขา
ชิงเทียน
นอกจากนี้ยังมีกระบี่ยักษ์มากมายหลายเล่ม อยู่ทั่ว
ทุกพื้นที่ของเขตแดนกระบี่สามัญ
เมื่อมองขึ้นไป จะมองเห็นเมฆเก้าสี พันอยู่รอบ
เทือกเขาชิงเทียน มันหมุนวนอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งจะ
สามารถได้ยินเสียงปราณกระบี่ค ารามอยู่ภายใน
ความเลือนราง
ยอดเขาที่สูงอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ในทุกครั้งที่ อู่ อวี้
จ้องมองมันจากระยะที่ห่างไกล เขาได้บังเกิดความ
อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตัวตนที่อาศัยอยู่บนนั้นว่า
จะเป็นตัวตนเช่นไร จอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ของนิกายเซียนซูซันในต านาน จะมีความแข็งแกร่ง
ขนาดไหน
“พวกเจ้าทั้งสองคน ต้องการที่จะออกจากนิกาย
เซียนซูซัน?” เมื่อมาถึงยังที่แห่งนี้ ก็มีกลุ่มคนที่สวม
ใส่เสื้อเกราะสีแดงเข้ามาพูดคุยกับ พวก อู่ อวี้ ทั้ง
สองคน
“ใช่แล้ว” อู่ อวี้ ก้าวมาอยู่ข้างหน้า
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แบบโบราณ ก าลังดื่มเหล้าเข้าไปอึก
ใหญ่ ส่วนคนที่เหลือเป็นสาวกรุ่นเยาว์ หนึ่งในสาว
กรุ่นเยาว์เหล่านั้นก็พา อู่ อวี้ ไปยังด้านหน้าโต๊ะ
ขนาดใหญ่หนึ่งตัว แล้วกล่าวว่า”เขียนชื่อและวังหรือ
วิหารของเจ้าเสีย อย่าได้แอบอ้างเขียนชื่อของผู้อื่น
ถ้าหากถูกตรวจพบเข้า มันก็จะกลับกลายเป็นเรื่อง
ยุ่งยาก ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าคงจะไม่ท าอะไรโง่เขลา
เช่นนั้น”
นี่คือกฎของนิกายเซียนซูซันที่ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน
แน่นอนว่าย่อมไม่สามารถจะก่อความวุ่นวายได้
ดังนั้นเขาจึงเขียนตามที่กฎได้ระบุเอาไว้ว่า วังกระบี่
หยกคราม ,วิหารฝูถู , อู่ อวี้
อย่างไรก็ตาม หนานกง เหว่ย กลับเขียนลงไป
เหมือนกับเขา ซึ่งนางเขียนลงไปว่า วังกระบี่หยก
คราม ,วิหารฝูถู ,หนานกง เหว่ย
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกงงงวยเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าเขา
กลับไม่คิดจะหยุดนางไว้
หลังจากที่ หนานกง เหว่ย เขียนเสร็จ นางก็กลับไป
หา อู่ อวี้ แล้วยิ้มออกมาอย่างมีชีวิตชีวา ท าให้ อู่ อวี้
รู้สึกอับจนปัญญา
เห็นได้ชัดว่านางนั้นลงมาจากเทือกเขาชิงเทียน เมื่อ
เป็นเช่นนี้ มันจึงจะไม่ดีถ้านางเขียนตัวตนของนางลง
ไป
สาวกผู้นั้นก็เขียนก าหนดวันเวลาที่เอาไว้ และจัดการ
เก็บมันลงไป จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น”พวกเจ้าทั้งสองจง
จดจ าเอาไว้ให้ดีว่าจะต้องกลับมาภายในระยะเวลา
สามเดือน มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการละเมิดกฎของ
นิกาย จะต้องถูกท าโทษ ยิ่งอยู่ภายนอกนานขึ้น
เท่าไหร่ บทลงโทษที่ได้รับก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นไปด้วย
จนกระทั่งถูกเนรเทศออกไป นอกจากนี้เมื่อกลับมา
เพื่อที่จะง่ายต่อการลงบันทึก พวกเจ้าจะต้องกลับมา
ที่วังกระบี่หัวใจแดงแห่งนี้เสียก่อน”
“ทราบแล้ว” อู่ อวี้ อ่านกฎของนิกายจนแตกฉาน
ท าให้ส าหรับกฎของนิกายเซียนซูซันต่างๆเขาจึง
ความเข้าใจและคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ไปได้แล้ว”
ทั้งสองคนรีบจากไปด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ได้หยุด
พักแม้แต่อึดใจเดียว
มีสาวกหลายคนรวมตัวอยู่ในที่แห่งนั้น หนึ่งในนั้น
มองไปยังทิศทางที่ อู่ อวี้ และ หนานกง เหว่ย จาก
ไป หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็กล่าวว่า”วังกระบี่
หยกคราม? ดูเหมือนว่าจะเป็นวังกระบี่ที่อยู่เขตรอบ
นอก พวกมันก็มีประตูเป็นของตัวเองมิใช่หรือ?”
ถ้าหากไม่ออกไปทางประตูเหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นสาวก
ของนิกายซูซันก็จะถูกค่ายกลของนิกายเซียนซูซัน
โจมตี
“วังกระบี่หยกครามอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก ส่วน
พวกเราอยู่ฝั่งทิศใต้ มันอยู่ไกลจากที่นี่ คาดว่าทั้งสอง
คนน่าจะพักอาศัยอยู่ในเขตแดนกระบี่สามัญฝั่งทิศใต้
จึงถือโอกาสออกไปโดยประตูนี้”
“มันเป็นเรื่องที่เสียเวลาจริงๆ สาวกในมหาวงจรสี่วิถี
กระบี่ก็ไม่ใช่ แล้วจะออกไปท าอะไรที่โลกภายนอก
พลังฟ้าดินของที่นี่ก็หนาแน่นเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยัง
สามารถฝึกตนได้รวดเร็วที่สุดหากอยู่ในนิกายเซียนซู
ซัน การไม่ออกไปด้านนอกก็ดีอยู่แล้ว….”
สิ่งที่พวกเขากล่าวมาล้วนมีเหตุผล ความจริงแล้วถ้า
หากไม่เป็นเพราะการด ารงอยู่ของ จาง ฝูถู อู่ อวี้ ก็
ไม่จ าเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอก
ในเวลานี้พวกเขายังไม่มีจุดหมายปลายทางเป็น
หลักห หลังจากที่ออกเดินทางแล้ว คนเร่งใช้กระบี่
บินจักรพรรดิบินตรงไปเรื่อยๆพร้อมกับ หนานกง
เหว่ย เขาให้ หนานกง เหว่ย ยืนอยู่บนกระบี่ด้วยกัน
กับเขา แล้วมุ่งหน้าบินไปยังทางทิศตะวันออกเฉียง
ใต้!
โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาล อู่ อวี้ เข้าใจอย่างถ่องแท้
ว่ายิ่งออกห่างจากนิกายเซียนซูซันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่ง
เป็นไปไม่ได้ที่ จาง ฝูถู จะหาตนเองพบ โลกใบนี้ก็
เหมือนกับมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ การจะหาตัว อู่ อวี้
ให้พบ จึงเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร
ส่วนหนานกง เหว่ย นี่เป็นครั้งแรกที่ออกจากนิกาย
เซียนซูซัน ท าให้นางสามารถรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของ
ทั่วทั้งใต้หล้า นางที่ยืนอยู่บนกระบี่ได้ส่งเสียงร้อง
ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีนางก็ยังเป็นเพียงสาว
น้อยผู้เยาว์วัยคนหนึ่งเท่านั้น จึงแสดงถึงความเป็น
เด็กออกมาอย่างชัดเจน ปล่อยให้ตัวเอง หัวเราะยิ้ม
แย้มและกระโดดโลดเต้นไปมา ส่งเสียงใสราวกับ
ระฆังดังสะท้อนอยู่ภายในหมู่เมฆ เมื่ออยู่กับนาง
จึงท าให้เป็นเรื่องยากที่จะรู้สึกไม่มีความสุข
“พี่ชาย มันเป็นเรื่องยากที่จะออกมาได้สักครั้งหนึ่ง
พวกเราจะท าสิ่งใดกันดี?” หนานกง เหว่ย ถาม
ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่นางอยากจะท ามากที่สุดก็
คือเที่ยวเล่นชมวิวทิวทัศน์ในที่ต่างๆ
แต่ทว่า อู่ อวี้ ก็กล่าวตอบไปว่า”มองหาสถานที่เงียบ
สงบ ข้าจะได้ท าการบ่มเพาะพลัง”
“ไม่เที่ยวเล่นอย่างนั้นรึ!” หนานกง เหว่ย ถามขึ้น
ด้วยใบนั้นขมขื่น
อู่ อวี้ นึกถึง จาง ฝูถู และเขาไม่สามารถล่าช้าไปได้
สักชั่ววินาทีเดียว กล่าวว่า”ครั้งนี้เกรงว่าคงจะไม่ได้
ครั้งหน้าก็แล้วกัน”
หนานกง เหว่ย นั้นไม่ได้โง่เขลา นางรู้ว่าผู้ฝึกตนมหา
วงจรสี่วิถีกระบี่ผู้นั้นเป็นภัยต่อ อู่ อวี้ นางจึงยิ้มแล้ว
เอ่ยออกมาว่า”ข้าจะจดจ าเอาไว้ ครั้งหน้าท่านห้าม
ผิดสัญญากับข้านะ”
อู่ อวี้ ใช้เวลาอีกสิบวัน ในการใช้กระบี่บินจักรพรรดิ
ทะยานไปอย่างรวดเร็ว เจาะทะลุชั้นเมฆ ข้ามภูเขา
นับไม่ถ้วน ได้พบเห็นเทือกเขาและแม่น้ าอันแสน
งดงามมากมาย จนแน่ใจแล้วว่า จาง ฝูถู ไม่สามารถ
หาตัวเขาพบ และทันใดนั้นเขาก็ได้พบกับสถานที่ที่มี
พลังฟ้าดินหนาแน่น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีพรรค
นิกายของผู้ฝึกตนอยู่ในละแวกใกล้ๆนี้ เขาจึงบินลง
ไป มายังสถานที่ที่มีทัศนียภาพอันแสนงดงาม เป็น
ภูเขาที่มีทิวทัศน์อันแสนงดงาม นกต่างพากันขับขาน
ร้องเพลง ดอกไม้ราวกับเบ่งบานต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ
“ถ้าหากเป็นที่แห่งนี้ ภายในเวลาสามเดือนการที่จะ
สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สองก็มี
ความเป็นไปได้ ยามนี้ข้าต้องแบ่งเวลาฝึกฝนเคล็ด
ตรึงกายา และ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง อีกด้วย คาดว่า
จะสามารถเพิ่มพลังป้องกันตนเองขึ้นได้ หลังจาก
ผ่านไปสามเดือน หนทางข้างหน้าจะเป็นยังไง เมื่อ
เวลานั้นมาถึงก็จะรู้เอง”
เขานั่งขัดสมาธิลงไป ไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง
หนานกง เหว่ย ราวกับเข้าสู่โลกใบใหม่ นางเริ่ม
วิ่งเล่นไล่ตามผีเสื้อไปรอบๆ ด้วยความสดใสร่าเริง
และมีชีวิตชีวา
“ก่อนอื่นต้องใช้เคล็ดมหาวิถีเทียนเซียนมากลั่นสกัด
แกนนภาต่อ เพิ่มความแข็งแกร่งให้แกนนภา ซึ่ง
ความแข็งแกร่งของมันก็คือพื้นฐานนั่นเอง”
เขาท าจิตใจตัวเองให้มั่นคง และเริ่มต้นกระบวนการ
กลั่นสกัด
ภายในจินตนาการของเขา จาง ฝูถู ยืนอยู่เบื้องหน้า
มองมาที่เขาด้วยสายตาอันแสนเย็นชา อู่ อวี้ ก็ฉีก
กระชากมันออก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มกลั่นสกัดแกน
นภา!
“ข้าเองก็ด้วยดีกว่า!”
หนานกง เหว่ย พลันลงนั่งข้างกายของเขา พลังฟ้า
ดินกระจายไปทั่ว ทั้งสองคนนั่งอยู่กันคนละฝั่ง นาง
ส่งยิ้มหวานให้กับเขา และก็เริ่มต้นกลั่นสกัดแกน
นภาของตนเอง
“พี่ชาย ข้าก็จะช่วยท่าน จัดการคนผู้นั้นเอง”
หนานกง เหว่ย กล่าวออกมาอย่างเงียบๆ
……………………………………..
นิกายเซียนซูซัน!
ภายนอกหุบเหวปีศาจ จาง ฝูถู เอาไม้ไขว้ไว้ข้างหลัง
ยืนอยู่บนยอดของภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ห่างไกล มองการ
เคลื่อนไหวที่อยู่หน้าปากทางเข้าของหุบเหวปีศาจ
ในตอนแรกเขากลับมาและเข้าไปท าการค้นหาแต่ก็
ยังไม่พบร่องรอยของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้
หายไปอย่างสมบูรณ์ แต่ทว่าเมื่อเขาหาไม่พบ เขาจึง
รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงออกไปรออยู่
ภายนอกอย่างร้อนรน หลังจากผ่านไปสิบวันแล้วเขา
ก็ยังคงรอจนกระทั่งมาถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววของ
อู่ อวี้
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ได้กลับไปยังวิหารฝูถู
ดังนั้นในใจของเขาจึงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง
“บางทีข้าอาจจะดูถูกเจ้าเด็กนี้มากไป?” จาง ฝูถู
หัวเราะเยาะเย้ยขึ้น เมื่อครุ่นคิดอย่างละเอียด อู่ อวี้
เพิ่งจะเข้าวิหารฝูถูได้ไม่นาน ก็หลบเลี่ยงการพบเจอ
กับเขา เข้าไปในถ้ าสร้างแกนนภา หลังจากสร้าง
แกนนภาส าเร็จก็เข้าไปในหุบเหวปีศาจทันที
ดูเหมือนว่าเขาจะตั้งใจหลบหน้าเขา
ในเวลานี้ มีผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่วัยกลางคนผู้นึ่งเข้ามา
หาเขา กล่าวว่า”ท่านเจ้าวิหาร ข้าค้นพบร่องรอย
ของ อู่ อวี้ แล้ว”
คนผู้นี้เป็นรองเจ้าวิหารฝูถูคนหนึ่ง ที่อยู่ในฝ่ายค่า
ความส าเร็จ
“เจ้าเด็กนั่นไปอยู่ที่ไหน? เขาเพิ่งจะมายังที่แห่งนี้
เป็นครั้งแรก ข้ากลัวว่าเขาจะเกิดอุบัติเหตุอยู่ในหุบ
เหวปีศาจแห่งนี้ อาจจะถูกปีศาจท าร้าย” จาง ฝูถู
กล่าว
รองเจ้าวิหารแค่นเสียงหัวเราะขึ้น และกล่าวว่า”ได้
ยินมาว่า อู่ อวี้ มีสติปัญญาไม่เลว ท่านเจ้าวิหารใส่
ใจความปลอดภัยของลูกศิษย์ แสดงให้เห็นว่า อู่ อวี้
ผู้นี้มีโชควาสนาไม่น้อย ครั้งนี้ข้าใช้ความพยายามสุด
ความสามารถสอบถามศิษย์พี่ศิษย์น้องสองสามคน
และได้ความว่าดูเหมือนว่าเมื่อสิบกว่าวันก่อน อู่ อวี้
ออกจากนิกายเซียนซูซันตรงประตูของวังกระบี่หัวใจ
แดง ออกไปฝึกฝนที่โลกภายนอกแล้ว”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ รองเจ้าวิหารพลันปรากฏสีหน้า
ประหลาดใจ พร้อมกล่าวขึ้นว่า”อู่ อวี้ ผู้นี้แปลก
ประหลาดเสียจริง เมื่อมาถึงวิหารฝูถู ข้ายังไม่เห็น
แม้แต่เงาของเขา นี่เพิ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งปี ก็ใจกล้า
ออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ที่ข้างนอกนิกายเซียน
ซูซันเสียแล้ว สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ของท่านเจ้าวิหาร
กล้าหาญอย่างยิ่ง!”
เขาชื่นชมจากใจจริง อย่างไรก็ตามเมื่อกล่าวถึงตรงนี้
เขามองไปที่ใบหน้าของ จาง ฝูถู ดูเหมือนว่าเขาจะ
ปรากฎสีหน้าบิดเบี้ยวลงเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็ถอน
ค าพูด กล่าวว่า”กล้าหาญมากเกินไปก็ไม่ดี ลูกศิษย์
แบบนี้ต้องท าให้คนอื่นเป็นห่วง”
จาง ฝูถู โบกมือแล้วเอ่ยว่า”ครั้งนี้ต้องรบกวนเจ้าแล้ว
เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เจ้าเด็กผู้นี้ ช่างใจร้อนเสียจริง
ยังไม่ทันจะบอกกล่าวกับข้าสักค า รอให้เขากลับมา
ก่อน ข้าจะสั่งสอนเขาเอง”
“สมควรแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
หลังจากรองเจ้าวิหารกลับไปแล้ว จาง ฝูถู ก็จ้องมอง
ไปยังฝั่งทิศใต้ มุมปากของเขายกยิ้มอย่างเย็นชาขึ้น
“ดูเหมือนยิ่งมายิ่งน่าสนุก เจ้าเด็กผู้นี้รู้ว่าแท้จริงแล้ว
ข้าต้องการจะท าสิ่งใดกับมัน หลบหนีไปซ่อนอยู่ใน
ถ้ าสร้างแกนนภา หลังจากนั้นก็หลบเข้ามาซ่อนใน
หุบเหวปีศาจ ครั้งนี้ก็หนีไปซ่อนอยู่ข้างนอกนิกาย
เซียนซูซัน”
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้รู้สึกกังวลใจใดๆ
“สามารถซ่อนตัวได้ระยะเวลาหนึ่ง ดูสิเจ้าจะ
สามารถซ่อนตัวไปได้ตลอดชีวิตหรือไม่?”
จาง ฝูถู หัวเราะขึ้น
ไม่กี่วันต่อมา ในวิหารฝูถูที่อยู่ในวังกระบี่หยกคราม
จาง ฝูถู ยืนเอามือไขว้หลังอยู่บนวิหาร ทันใดนั้น
นอกประตูของวิหารฝูถู ปรากฏเป็นเงาร่างร่างหนึ่ง
บุคคลผู้นี้มิได้เข้ามาข้างใน มีเพียงแต่เงาเท่านั้นที่เข้า
มาอยู่ภายในวิหารฝูถู
“มาแล้วรึ?” จาง ฝูถู หันหลังกลับไป แล้วยิ้มขึ้น
เล็กน้อย
“เม็ดยาควบคุมวิญญาณสามร้อยแก่นกระบี่ เครื่อง
ตรึงกระดูกห้าร้อยแก่นกระบี่ ทั้งหมดแปดร้อยแก่น
กระบี่ จงน ามันออกมา” อีกฝ่ายกล่าวด้วยน้ าเสียง
แหบแห้ง
“ตกลง” จาง ฝูถู ไม่ลังเลที่จะน ามันออกมาจากถุง
จักรวาล โยนออกมันไปที่นอกประตู จนมันลอยเข้าสู่
มือของผู้ที่อยู่ด้านนอก ในตอนนี้คนที่อยู่ด้านนอก
คว้าจับไว้และใส่ลงไปในถุงจักรวาล หลังจากนั้นก็
โยนถุงจักรวาลหนึ่งใบ ให้กับ จาง ฝูถู
จาง ฝูถู ยื่นมือออกมารับพลันหัวเราะขึ้น
“จาง ฝูถู ของเหล่านี้เป็นสิ่งต้องห้ามของกฎนิกาย
ครั้งนี้เจ้าคิดจะท าอะไรกันแน่?” ชายผู้นั้นถามก่อนที่
จะจากไป
เมื่อได้ยินค ากล่าวนี้ ใบหน้าของ จาง ฝูถู เย็นชาขึ้น
ทันที กล่าวว่า”กฎในการท างานของเจ้า ก็คือไม่ถาม
ถึงเหตุผลมิใช่รึ? ถ้าเจ้าต้องการที่จะถาม แล้วใครจะ
ต้องการท าธุรกิจกับเจ้าอีก?”
อีกฝ่ายหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะออกมา เสียงราวกับ
เป็นท่อนไม้กระทบกัน จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า”ข้าแค่
เกิดความสงสัยเล็กน้อย วางใจเถอะ เรื่องนี้ นอกจาก
ฟ้าดินแล้ว ก็มีเพียงแค่เจ้ากับข้าเท่านั้นที่รู้”
“ไม่ส่งแขก”
หลังจากคนผู้นั้นจากไปแล้ว จาง ฝูถู ที่ถือถุงจักรวาล
ไว้ในมือ พลันปรากฎสายตาอันตื่นเต้นดีอกดีใจ
ออกมา อีกทั้งยังปลดปล่อยเสียงหัวเราะดังสนั่นซึ่ง
เห็นได้ชัดว่ายามนี้เขาก าลังมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง
“คาดไม่ถึงว่าข้า จาง ฝูถู จะมีวันที่โชคดีเช่นนี้!”
เขามองไปยังทิศที่แสนห่างไกล แล้วพึมพ าออกมา”
จะมีตัวตนเช่นนี้อยู่ได้อย่างไร? เพิ่งจะฝึกตนเมื่อตอน
อายุสิบห้าปี หลังจากผ่านไปสี่ห้าปีก็ประสบ
ความส าเร็จในการสร้างแกนนภา!”
“หลังจากที่สร้างแกนนภาได้ส าเร็จ ยามอยู่ในขั้น
สร้างแกนนภาระดับเริ่มต้น กลับสามารถบดขยี้ผู้ฝึก
ตนขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สามได้! อย่างน้อย
คุณภาพแกนนภาของมัน จะต้องมีคุณภาพที่สูงที่สุด
พรสวรรค์เช่นนี้ สูงเสียยิ่งกว่าคนระดับสูงของนิกาย
เซียนซูซันเสียอีก ไม่แน่ว่ามันอาจจะอยู่ในอันดับ
ต้นๆก็เป็นได้”
“และมันก็ยังมีเคล็ดวิชาแปลกๆ ที่สามารถท าให้
ผู้อื่นไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ และสังหารในพริบตา
มันจะต้องมีวิชาที่ยังไม่ได้แสดงออกมาอีกอย่าง
แน่นอน ถ้าหากว่าข้าสามารถชิงมาได้ส าเร็จแล้วละก็
……. ฮ่าฮ่า ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ มันจะต้องได้รับสืบ
ทอดมรดกที่ยิ่งใหญ่มาอย่างแน่นอน! อาจจะเป็นไป
ได้ว่าเป็นมรดกของตัวตนที่เกือบจะกลายเป็นเซียน
อมตะ หรืออาจจะเป็นของผู้ฝึกตนโบราณอันแสนน่า
กลัว!”
ในเวลานี้เขาแทบจะสูญสิ้นสติไปเสียแล้ว
“ต้องบอกว่า ร่างกายของมันต้องมีความลับซุกซ่อน
อยู่แน่นอน เพียงแค่รอเวลาให้ข้าได้ท าการขุดค้นมัน
ขึ้นมา ตอนนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นได้ไม่นาน ถือได้ว่าเป็น
ช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดของมัน และถือได้ว่าเป็น
โอกาสที่ดีที่สุดที่ข้าจะลงลงมือ…..”
ประกายตาของ จาง ฝูถู แดงก่ าขึ้น คนหัวเราะ
ออกมาอย่างบ้าคลั่งและมีความสุข
ท้ายที่สุดเขาจึงมองไปยังสิ่งของที่อยู่ในมือของเขา
“ระดับของมรดกนี้ มันยากที่จะครอบครองมันได้
แต่ว่าด้วยยาควบคุมจิตวิญญาณนี้ จะท าให้มันต้อง
เชื่อฟังค าสั่งของข้า ถูกบงการโดยข้า ถูกสะกดจิต
และจงรักภักดีต่อข้า ข้าจะได้ล้วงความลับทั้งหมด
ของมัน และยังมีเครื่องตรึงกระดูกนี้ จะตรึงกระดูก
ทั่วทั้งร่างของมัน ข้าจะสามารถบงการความเป็นและ
ความตายของมันได้ ข้าจะเปลี่ยนให้มันกลายเป็น
สุนัขที่ซื่อสัตย์ การที่จะยึดครองมรดกของมัน ก็จะ
กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายตามมา……”
…………………………………….……………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ