กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 218 ออกจากเขาซูซัน
“ น่าจะเป็น หวังฝู กับพรรคพวก หลักจากที่ออกไป
คงพบเข้ากับ จาง ฝูถู แล้วบอกเรื่องของข้าให้เขารู้
ดังนั้นเขาจึงพยายามดั้นด้นเข้ามาที่นี่ เพื่อดูให้แน่ใจ
ว่าข้าอยู่ที่นี่จริง ๆ” อู่ อวี้ เข้าใจได้อย่างรวดเร็วในสิ่ง
ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง
เขารู้ดีอยู่แก่ใจ สายตาที่ จาง ฝูถู เฝ้ามองเขา เป็น
สายตาของพยัคฆ์ผู้หิวโซ ก าลังจับจ้องมาที่ลูกแกะ
ตัวอ้วนพี แล้วบัดนี้เขาได้กลิ่นของ อู่ อวี้ อีกทั้งเขายัง
ก าลังไกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าสายตาของ
เขาจะดูเหมือนสงบนิ่ง แต่ความจริงแล้กลับแฝงเร้น
ไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยือก
ยามนี้ จาง ฝูถู ช าเลืองมาที่เขาแล้วไต่ถามขึ้น”
คนเหล่านี้ล้วนพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าเช่นนั้นหรือ?”
แม้น้ าเสียงของเขาฟังดูสงบนิ่ง คงไว้ซึ่งความสุขุม
แต่แท้จริงแล้วภายในใจ กลับเปี่ยมล้นไปด้วยความ
ประหลาดใจตื่นตะลึง เนื่องจาก อู่ อวี้ สามารถบด
ขยี้ หวังฝู เขาย่อมล่วงรู้ในความสามารถของ อู่ อวี้
เป็นอย่างดี อีกทั้งยังล่วงรู้ว่า อู่ อวี้ มีมรดกอันไร้ผู้ใด
เปรียบอยู่ในครอบครอง
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า” ไม่มากมายอย่างที่ท่านคิด
พวกเขาเหล่านี้ต่างปะทะฝีมือต่อสู้กันเองอยู่ก่อนแล้ว
ข้าเพียงฉกฉวยโอกาสในช่วงเวลานั้น”
“ เยี่ยมมาก! สมแล้วที่เป็นศิษย์ของข้า” จาง ฝูถู
ยิ้มขึ้นจาง ๆ พร้อมกับกล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ แต่
ความเป็นจริง อู่ อวี้ ย่อมรู้ดีว่า จาง ฝูถู ก าลังคิด
เช่นใดอยู่
เนื่องจากเขามาท าหน้าที่ผู้พิทักษ์หุบเหว แทนสหาย
ชั่วคราว ฉะนั้นหน้าที่ของเขาคือการปลด ตรา
ประทับกระบี่ จากนั้นก็น าสาวกผู้ที่ใช้งาน ตรา
ประทับกระบี่ ออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงลงสู่พื้นดิน หลังจากนั้นก็ได้ท าการ
ปลดปล่อย ตราประทับกระบี่ หนึ่งชิ้น แล้วไต่ถาม
อู่ อวี้ ขึ้นว่า” เจ้าปรารถนาที่จะออกไป หรือ ยัง
ต้องการอยู่ที่นี่ต่อ?”
แน่นอนว่าค าถามนี้ มีอันตรายแฝงเร้นไว้อยู่
เนื่องจาก อู่ อวี้ ต้องการจะหลบหนีจากน้ ามือของ
จาง ฝูถู ถึงได้ถ่อมาจนถึงที่นี่ แล้วเขาจะจะกลับ
ออกไปยังด้านนอกได้อย่างไร?
ขณะที่เขาก าลังจะตอบปฏิเสธไปไหน ทันใดนั้นก็มี
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามารั้งห้ามเขาเอาไว้ เขาควรคิด
ไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนจะตอบสิ่งใดออกมา
ในเมื่อยามนี้ จาง ฝูถู คือผู้พิทักษ์หุบเหว ฉะนั้นเขา
จึงมีสิทธิ์เต็มที่ ในการเดินทางไปยังสถานที่แห่งใดก็
ได้ภายใน หุบเหวปีศาจ แห่งนี้ มันเปรียบเสมือนกับ
โลกที่เขาครอบครองอยู่ หากว่า จาง ฝูถู ปรารถนาที่
จะลอบโจมตีตนเองนั้น ย่อมกระท าได้โดยที่ไม่มีผู้ใด
ล่วงรู้ โดยที่ไม่ต้องห่วงกังวลอันใดแม้แต่น้อย!
เมื่อ จาง ฝูถู มีอิสระในการเข้านอกออกในที่นี่ ฉะนั้น
การที่ อู่ อวี้ ยังคงอยู่ภายใน หุบเหวปีศาจ แห่งนี้
ยอมเป็นอันตรายเสียยิ่งกว่าอยู่ด้านนอก
อู่ อวี้ พิจารณาเกี่ยวกับตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้ มัน
ก็ท าให้ อู่ อวี้ แน่ใจว่า จาง ฝูถู มีใจริษยาจนเห็นได้
ชัด วันใดวันหนึ่ง เขาจะต้องคิดไม่ดีมิร้ายกับตนเอง
เป็นแน่
เข้ารีบเปลี่ยนค าพูดดังกล่าวขึ้นว่า” ศิษย์เองก็อยู่ที่นี่
มาหลายวัน ได้ประสบการณ์มาพอสมควร อีกทั้งยัง
ท าให้ได้ก าไรมาอยู่บ้าง ข้าเลยคิดว่าอีกสักวันสองวัน
ข้าจะกลับไป วิหารฝูถู เพื่อเข้าฌาณต่อ”
ไม่ว่าจะมีความเป็นอริศัตรู หรือ เกลียดชังกันมาก
เพียงใด เขาจะต้องท าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถึงเจตนามุ่งร้าย
นั้น โดยให้ จาง ฝูถู เข้าใจว่า การเดินทางไปยัง
ถ้ าสร้างแกนนภา หรือ หุบเหวปีศาจ ทุกอย่างล้วน
เป็นเรื่องบังเอิญ
“ก็ดี” จาง ฝูถู ยิ้มจาง ๆ ออกมา ตอนนี้เขาควบคุม
สาวกทุกคนโดยรอบที่ใช้งาน ตราประทับวัชระ
ดึงพวกเขาเหล่านั้นมาไว้ข้างกาย หลังจากนั้นเขาก็
ก้าวขึ้นไปบนกระบี่ จ้องมองลงมาจากด้านบน
จากนั้นก็พูดคุยกับ อู่ อวี้ ว่า” เจ้าเพิ่งก้าวสู่ขั้น
มหาวิถีสร้างแกนนภา เจ้าควรหาที่สงบ ๆ เพื่อ
บ่มเพาะคิดวิชาสาวสักสองสามวิชา”
เขาไม่แสดงเจตนา ว่าต้องการให้ อู่ อวี้ ออกจากที่นี่
หลังจากนั้น จาง ฝูถู ก็ขึ้นกระบี่แล้วบินจากไป
ในทันที เนื่องจากว่าในตอนนี้ จาง ฝูถู อยู่ท่ามกลาง
ผู้คนมากมาย มีผู้คนมากมายก าลังเฝ้าจับจ้องอยู่
เขาจึงไม่อาจแสดงพฤติกรรมน่าสงสัยออกไปได้
เมื่อ จาง ฝูถู ลับหายไปจากตรงหน้าของเขา มันก็ท า
ให้ อู่ อวี้ รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
หนานกง เหว่ย รู้สึกสับสนเล็กน้อย เลยไต่ถามขึ้น
ว่า” พี่ชาย ท่านก าลังหลบซ่อนตัวจากคนผู้นี้อยู่ใช่
หรือไม่?”
สิ่งที่เกิดขึ้นท าให้นางอาจจะรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้
อู่ อวี้ มองนางแล้วกล่าวขึ้นอย่างจริงจังว่า” หากข้า
อยากจะออกจาก หุบเหวปีศาจ นี้ทันที เจ้ายัง
อยากจะติดตามข้าออกไปด้วยหรือไม่ ข้าเกรงว่าเจ้า
จะเป็นอันตรายหากอยู่ที่นี่ต่อ”
“ ท่านเพิ่งกล่าวออกมาเอง ว่าอีกวันสองวันจะออก
จากที่นี่ไม่ใช่หรือ ?”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวขึ้นว่า” ข้าก็แค่โป้ปดเขา
ไปก็เท่านั้น ความจริงแล้ว ข้าอยากออกจากหุบเหว
ปีศาจที่ให้เร็วที่สุด หลังจากนั้นก็ออกจากเขาซูซันไป
ซักสองสามเดือน”
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างชัดเจน หากเขาบอกไปว่าตนเองจะ
จากไปทันที แน่นอนว่า จาง ฝูถู ต้องเข้ามาจับตัวเขา
กลับไปเป็นแน่ เมื่อประเมินจากสถานการณ์แล้ว
แน่นอนว่า อู่ อวี้ คงไม่มีทางหลุดพ้นจากควบคุมของ
เขาได้ ตอนนี้ จาง ฝูถู ลับหายออกไปแล้ว เขาจึงต้อง
รีบออกไปจาก หุบเหวปีศาจ นี้ทันที ถ้าหากยังคงรั้ง
รออยู่ภายใน หุบเหวปีศาจ อีกวันหรือสองวันเกรงว่า
ตัวเขาจะได้รับอันตราย จากการถูก จาง ฝูถู จับตัว
เป็นแน่
อีกฝ่ายเองจิตใจก็คงร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง หรือ พรสวรรค์
ของ อู่ อวี้ ยังคงแพร่สะพัดต่อไป
“ พี่ชาย จะออกจากซูซันเช่นนั้นหรือ ?” ดวงตาของ
หนานกง เหว่ย ส่องประกายเจิดจ้าขึ้นมาใน
ทันทีทันใด
อู่ อวี้ เองก็พยายามพิจารณาไตร่ตรองถึงหนทางอื่น
แต่ทว่าในยามนี้การออกจากเขาซูซัน ถือเป็นหนทาง
ที่ดีที่สุดแล้ว แล้วเพื่อให้รอดพ้นจากหูตาของ
จาง ฝูถู เขาจะต้องไม่กลับไปยัง วิหารฝูถู เด็ดขาด
ถึงแม้อาณาเขตกระบี่สามัญจะกว้างใหญ่มากเพียงใด
จาง ฝูถู ก็สามารถเสาะแสวงหาเขาจนพบได้ ถ้าเขา
ออกไปจากนิกาย แน่นอนว่า จาง ฝูถู ย่อมค้นหาตัว
เขาที่ยากขึ้น
“ถูกต้อง!”
หนานกง เหว่ย รีบดึงแขนของเขาแล้วกล่าวว่า”
เหว่ยเอ๋อ ก็อยากออกไปข้างนอกเช่นกัน ในชีวิตนี้
ข้ายังไม่เคยก้าวย่างออกจากเขาซูซันเลย!”
นางมีความสุขมากเสียจน เผลอพลั้งปากพูดออกมา
บิดามารดาของนางอาจเป็นคนของเขาซูซัน
นอกจากนี้ยังอาจเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ดีไม่ดีอาจ
เป็นผู้อยู่ใน มหาวงจร 4 วิถีกระบี่ ระดับกระบี่
สวรรค์ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าตัวนางเองก็เติบใหญ่อยู่
ภายในเขาซูซันแห่งนี้เช่นกันด้วย
หากกล่าวถึงกรณีนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่รู้ว่าการออกไปจะต้อง
พบเจอกับอันตรายมากน้อยแค่ไหน ทั้งยังไม่ทราบว่า
มันจะเหมาะสมหรือไม่ที่จะพานางไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อ หนานกง เหว่ย เห็นเขามีท่าที
ลังเล นางจึงผละมือออก จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นมา
กอดเขาอย่างแน่นหนึบแทน ประดุจดั่งหนวด
ปลาหมึกก็ไม่ปาน แล้วนางก็กล่าวขึ้นว่า” ข้าอยาก
ไปกับพี่ชาย อย่าทิ้งให้ข้าอยู่ล าพังเลยนะพี่ชาย”
หลังจากที่นางกล่าว นางก็แสดงท่าทางราวกับว่า
ก าลังเปี่ยมไปด้วยความคับข้องใจ ในดวงตาของนาง
เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ าตา เนื่องจากนางรู้ว่า อู่ อวี้
ย่อมไม่ตกลงอย่างแน่นอน จึงใช้ออกด้วยเล่ห์กล
น้ าตาแห่งเด็กสาวเข้าช่วย
“อื้ม … เอาล่ะ ๆ” เมื่อ อู่ อวี้ เห็นนางท าท่าทาง
เช่นนี้ เขาก็ไม่สามารถท าอะไรได้ นอกจากต้องยอม
ตกลงเท่านั้น สตรีผู้นี้ช่างงดงามยิ่งนัก เฉกเช่นดั่ง
เทพธิดาที่หลุดออกมาจากห้วงแห่งความฝัน แม้ว่าใน
ยามนางยังไม่เติบใหญ่เต็มที่ แต่ด้วยความอ่อนเยาว์
รวมถึงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสานี้ ท าให้ผู้คนล้วนอยาก
ปกป้องนางมากยิ่งขึ้น
“ไปกันเถอะ”
เขาไม่ได้เดินทางออกไปยังทิศทางของ จาง ฝูถู
แต่กลับลัดเลาะเดินทางอ้อมผ่านพงไพรอย่าง
ยากล าบาก ข้ามผ่านบรรพต ข้ามผ่านธารธารา
จนในที่สุดก็มาหลบซ่อนอยู่บริเวณทางเข้า เนื่องจาก
ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าจะยังอยู่ที่นี่อีกวันหรือสองวัน
เขาคาดว่า จาง ฝูถู จะต้องคอยมองหาเขาอยู่ใกล้ ๆ
ประตูทางเข้าอย่างแน่นอน
จากนี้เขาต้องต่อสู้กับปัญหาด้วย ปัญญา และ
ความกล้าหาญ
อู่ อวี้ กับ หนานกง เหว่ย หลบซ่อนตัวอยู่ในจุดที่
พวกเขาทั้งสองสามารถมองเห็นทางเข้าได้ ขณะที่
เขาพยายามหลบซ่อนตัวอยู่นั้น เขาก็ยังจ้องมองไป
ยังบริเวณทางเข้าเสมอ
“ เขาก าลังพาคนออกไป ดังนั้นเขาควรจะกลับมาหา
ข้าในภายหลัง หรือไม่ก็รอข้าที่บริเวณทางเข้านี้”
อู่ อวี้ ก าลังคาดการณ์ความน่าจะเป็น
ฉะนั้น ถ้าเขายังไม่สามารถระบุต าแหน่งของ จาง ฝูถู
ได้อย่างแน่ชัด เขาจะไม่ปรากฏตัวออกไปเด็ดขาด
แน่นอนว่าหลังจากที่ อู่ อวี้ มายังปากทางเข้าแห่งนี้
ได้เพียงไม่นาน จาง ฝูถู ก็พาผู้ที่ใช้ตราประทับกระบี่
วัชระออกไปยังด้านนอก จากนั้นเขาก็รีบบิน
ย้อนกลับมายัง หุบเหวปีศาจ เมื่อมาถึงเขาก็เริ่ม
ชะลอตัวบินช้าลง กวาดสายมองไปรอบ ๆ จากนั้นก็
ไปยังสถานที่ ที่ปีศาจจิ้งจอกพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้
“ เขาปรารถนาจจะจัดการข้า ภายใน หุบเหวปีศาจ
นี้!”
“ โชคดีที่ข้ารู้เป้าหมายของเขา จึงรีบมายังปาก
ทางเข้าแห่งนี้ตั้งแต่แรก ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่อาจ
หลบหนีพ้น เพราะคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมีจ านวน
เบาบางยิ่งนัก ถ้าเขาพบข้า แน่นอนว่าข้าคงไม่รอด”
อู่ อวี้ หลบซ่อนตัวอยู่ภายในเงามืด จับจ้องดู จาง ฝูถู
จากไป ด้วยสายตาเย็นเยียบ
“ ข้าไม่เคยคิดว่า ผู้ที่น าพาตัวข้าเข้าสู่ นิกายเซียน
ซูซัน บัดนี้กลับกลายมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตเสียเอง”
แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ นั้นควรกตัญญูต่อเขา แต่เป็น
เพราะยามนี้ จาง ฝูถู เห็นเขาเป็นเพียงชิ้นเนื้อที่อยู่
บนเขียง
ในท้ายสุดแล้วเมื่อสามารถยืนยันได้ว่า จาง ฝูถู
กลืนหายเข้าไปในความมืดมิด ทั้งต าแหน่งที่เขา
หายไปนั้น ยังไม่สามารถมองเห็นบริเวณทางเข้าได้
อย่างชัดเจน อู่ อวี้ กับ หนานกง เหว่ย จึงย่อง
หลบหนีออกไปอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้ จาง ฝูถู
เข้าไปค้นหาเพียงความว่างเปล่า
“ ถ้าเขายังคงปักหลักอยู่ในบริเวณทางเข้านี้ คาดว่า
ข้าของไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ แต่ที่แน่ ๆ
จาง ฝูถู เป็นคนร้อนใจ คงไม่สามารถพิทักษ์
ปากทางเข้านี้ได้นานนัก”
หลังจาก อู่ อวี้ ออกมาจาก หุบเหวปีศาจ ได้ เขาก็
รีบกลับไปยัง วังทมิฬ ส่งมอบตราประทับกระบี่วัชระ
กลับคืนไป จากนั้นเขา และ หนานกง เหว่ย ก็รีบ
ออกจาก หุบเหวปีศาจ ทันที แน่นอนว่าพวกเขาย่อม
ไม่ย้อนกลับไปยัง วิหารฝูถู แต่ขี่กระบี่บินออกจาก
ที่นี่เป็นอันดับแรกอย่างที่เคยได้คุยกันไว้
เนื่องจากอาณาเขตกระบี่สามารถนั้นกว้างใหญ่อย่าง
ยิ่ง เมื่อไหร่ที่ จาง ฝูถู รู้ตัว แล้วออกค้นหาตัวเขา
ภายในอาณาเขตกระบี่สามัญ ก็คงจะสายไปเสียแล้ว
หลังจากออกมาได้ พวกเขาก็เร่งรีบชะล้างกลิ่นอาย
ฟ้าดินออกทันที โดยให้แสงตะวันสาดส่องชะล้าง
เมื่อแหงนมองดูก็แลเห็นเทือกเขาซูซัน ซึ่งยอดเขา
ของมันสูงชูชันแหวกฝ่าม่านนภาสีคราม ท าให้เขา
รู้สึกดีขึ้นมาก
“ กล้าโลภโมโทสันคิดแย่งชิงโชควาสนาของข้า แล้ว
เราจะได้เห็นดีกัน ว่าสุดท้ายแล้วผู้ใดคือผู้ชนะ”
เขามองย้อนกลับไปยังด้านหลัง ซึ่งเป็นทิศทางของ
หุบเหวปีศาจ ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ ก็เปี่ยมล้นไป
ด้วยความหนาวเย็น
“ พี่ชาย ตอนนี้พวกเราสลัดคนเลวนั่นออกไปได้แล้ว
ในเมื่อท่านปรารถนาออกจาก นิกายเซียน แล้ว
ต่อจากนั้นเราจะไปแห่งหนใดกันดี” หนานกง เหว่ย
หอบหายใจถี่ ในตอนนี้นางรู้สึกกังวล ทั้งยังตื่นเต้น
เป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า” ตราบใดที่ออกจากประตู วัง
กระบี่แก้วมรกต ไปได้แล้ว เราจะไปที่แห่งหนใดก็ได้
ข้าต้องการเวลา 3 เดือน เพื่อขัดเกลาฝีมือให้สูงขึ้น”
เขาเข้าใจสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้
เป็นอย่างดี แน่นอนว่าฝีมือของเขายังไม่อาจต่อกร
กับ จาง ฝูถู ได้ ฉะนั้นเขาจ าต้องเพิ่มพูนขัดเกลาฝีมือ
ให้สูงขึ้น แต่ทว่าเขาควรจะไปที่ใดดี ในตอนนี้
จาง ฝูถู ประพฤติปฏิบัติต่อเขา เฉกเช่นแมวก าลังไล่
จับหนู ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องท าให้เขาอารมณ์เสีย
เป็นอย่างมาก
ในสายตาของ จาง ฝูถู เกรงว่าตัวของเขาจะเป็น
เพียงก้อนเนื้อที่สามารถเคลื่อนไหวได้เท่านั้น
“เราจะไม่ไปที่วิหารความส าเร็จ เพื่อน าชิ้นส่วน
ปีศาจที่เราสังหาร ไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้ม
ความส าเร็จ กับ แก่นกระบี่ งั้นหรือ? ด้วยแก่นกระบี่
นี้เราสามารถเข้าไปใน ‘วิหารศาสตราเต๋า’ ‘วิหาร
บัญญัติเต๋า’ หรือแม้กระทั่ง ‘วิหารวิญญาณเซียน’
และสถานที่อื่นที่เราสามารถแลกเปลี่ยนสมบัติได้”
ทั้งหมดนี้คือเป้าหมายเดิมของพวกเขา
ในความเป็นจริงแล้วในทุก ๆ วังกระบี่ จะมีหนึ่ง
วิหารความส าเร็จ วิหารศาสตราเต๋า วิหารบัญญัติเต๋า
วิหารวิญญาณเซียน วิหารโอสถสมุนไพร วิหาร
เครื่องราง และ วิหารสมบัติต่าง ๆ
วิหารความส าเร็จ เป็นสถานที่เก็บรวบรวมแต้ม
ความส าเร็จ เพื่อน ามาแลกเปลี่ยนกับ แก่นกระบี่
ส่วน วิหารฝูถู เป็นสถานที่ที่สามารถน าแก่นกระบี่ไป
แลกสมบัติต่างๆโดยตรงได้เช่นกัน
ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว แต้มความส าเร็จ สามารถน ามา
แลกเปลี่ยนแก่นกระบี่ ได้โดยตรงกับรองเจ้าวิหาร
และยังคงสามารถน าแก่นกระบี่นี้ไปแลกสมบัติได้
เรื่อยๆ ตราบที่เหล่ารองเจ้าวิหารยังคงมีสมบัติให้
แลกอยู่
อีกทั้งในอาณาเขตกระบี่สามัญทั้งหมด ยังมีมหา
วิหารความส าเร็จ และ มหาวิหารศาสตราเต๋า
ซึ่งเปรียบดังวิหารหลัก อาจกล่าวได้ว่ามันมีขนาด
ใหญ่มาก ภายในนั้นมีสมบัติอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
ดั่งเม็ดทรายของมหาสมุทรก็มิปาน แน่นอนว่าในหมู่
สมบัติจ านวนมาก ย่อมมีมรดกของนิกายเซียนซูซัน
ซึ่งตกทอดกันมานับหมื่น ๆ ปี
แต่อย่างไรก็ตามจะต้องเป็นผู้อยู่ในระดับ สร้างแกน
นภา ขั้นที่ 4 หรือ มากกว่าเท่านั้น ถึงจะมีคุณสมบัติ
เพียงพอที่จะเข้าไปยังมหาวิหารได้ และส าหรับการ
แลกค่าความส าเร็จส่วนของเหล่าสาวกแกนสามัญนั้น
หากว่าในมือของรองเจ้าวิหารนั้นๆไม่มีสมบัติ
เพียงพอแล้ว ก็ยังมีสมบัติในส่วนของวังนั้นๆอยู่ จึง
ไม่จ าเป็นต้องมาก้าวก่ายกับมหาวิหารแต่อย่างใด
อู่ อวี้ และ หนานกง เหว่ย ปรารถนาที่จะ เรียนรู้ใน
วิถีหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงโอสถ รวมถึงเตาหลอม
ปรุงยา ซึ่งในมือของ รองเจ้าวิหาร นั้นมีอยู่มีจ านวน
ค่อนข้างมากพอต่อความต้องการเลยทีเดียว
พวกเขาลองประเมินคร่าว ๆ ก็พบว่าแต้ม
ความส าเร็จที่ตนเองมีกันอยู่ในตอนนี้ พวกเขาแต่ละ
คนคงจะได้แก่นกระบี่หลายสิบอัน ส่วนเตาหลอม
ปรุงยาคงจะไม่มีหวัง อย่างมากคงจะสามารถ
แลกเปลี่ยน ศาสตร์เวทย์หลอมสร้างกลั่นสกัดได้หนึ่ง
ชนิด การกลั่นสกัดสมุนไพร จ าเป็นต้องใช้ปัจจัย
หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิความร้อน เตา
หลอมปรุงยา ฯลฯ ขั้นตอนต่าง ๆ ล้วนสัมพันธ์กัน
อย่างยิ่ง เนื่องจาก อู่ อวี้ ไม่ล่วงรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
แม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงต้องการ วิถีหลอมสร้างกลั่น
สกัดปรุงโอสถ เพื่อฝึกฝนบ่มเพาะ
เนื่องจากแต้มความส าเร็จยังมีน้อยเกินไป อู่ อวี้
ส่ายศีรษะแล้วกล่าวขึ้นว่า”ค่อยมาจัดการเรื่องนี้กันที
หลัง อย่าเสียเวลา เราออกจากที่นี่กันก่อนเุถอะ”
หาก จาง ฝูถู พบว่าเขาไม่ได้อยู่ใน หุบเหวปีศาจ
แน่นอนว่าประเดี๋ยวเขาก็คงออกมาตามหาตนเอง
หาก จาง ฝูถู รู้ว่าตนเข้าใจ ความตั้งใจของเขาแล้ว
ล่ะก็ เกรงว่าเขาจะเข้ามาจัดการ อู่ อวี้ โดยตรงเป็น
แน่แท้
หากเขาสามารถหลบหนีจากนิกายเซียนซูซัน อย่าง
น้อย ๆ เขาก็ยังเหลือเวลา 3 เดือนให้เตรียมตัว
หลังจาก หนานกง เหว่ย ตกลงเห็นด้วย อู่ อวี้ จึง
เคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่าง ๆ ของ นิกายเซียน
ซูซัน อันกว้างใหญ่นี้ โดยปกติแล้วหากเคลื่อนย้าย
จากพื้นที่ทางทิศตะวันออก ไปยังทางทิศใต้ของ
อาณาเขตกระบี่สามัญ หากประเมินจากระยะทาง
พวกเขาจ าเป็นต้องใช้เวลาเดินทางถึง 10 วัน
เนื่องจากยังอยู่ในอาณาเขตกระบี่สามัญ จึงท าให้ไม่
สามารถขี่กระบี่บินได้เร็วมาก นอกจากนี้ยังต้องคอย
หลีกเลี่ยงสถานที่ต้องห้าม ทั้งยังไม่สามารถขัดแย้ง
กับสาวกซูซันคนอื่น ๆ ได้
ภายในอาณาเขตกระบี่สามัญ มีสาวกอยู่มากกว่า
ล้านคน มีนับแสนคนอยู่ในขั้นสร้างแกนนภา
ในทุก ๆ วันจะมีเหล่าสาวกขี่กระบี่บินผ่านหมูเมฆ
ช่างเป็นภาพที่สวยงามอย่างยิ่ง !
ก าลังรบของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ยังไม่สามารถอยู่เหนือ
อาณาเขตกระบี่สามัญ ได้อย่างแท้จริง อย่างน้อยก็
ยังมีสาวกจ านวนมากที่อยู่ใน มหาวิถีวงจรสี่กระบี่ขั้น
กระบี่ปฐพี
สิบวันต่อมา อู่ อวี้ ได้เข้าสู่” วังกระบี่หัวใจแดง”
วังกระบี่หัวใจแดง เป็นวังกระบี่รอบนอกอาณาเขต
กระบี่สามัญ อีกทั้งยังเป็นประตูสู่การออกไปนอกเขา
ซูซัน
…………………………………….……………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ