กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 238 ห้วงมฤตยูแห่งโลกีย์
“หยางคือสวรรค์ มวลอากาศธาตุล่องลอยขึ้นสู่
ท้องนภา ถูกแผดเผาด้วยแสงตะวันอันเจิดจ้า สิ่งนี้
คือ เจตจ านงแห่งกระบี่ พุ่งทะยานลงมาจากเวหา
ประดุจดั่งแสงสุริยาอันร้อนแรง แผดเผาผลาญ
ท าลายไปทั่วทั้งผืนปฐพี”
เคล็ดวิชากระบี่สวรรค์ปฐพีหยินหยางไร้ลักษณ์ แบ่ง
ออกเป็นหลายส่วน มีเพลงกระบี่หลัก 4 กระบวนท่า
แลเพลงกระบี่รองอีกนับร้อยกระบวนท่า ทั้งยังพลิก
แพลงได้มากมายเกินคณานับ เคล็ดวิชาเต๋าสร้าง
แกนนภานี้ ถือเป็นเคล็ดวิชาชั้นยอด แม้แต่อัจฉริยะ
สามัญ ยังจ าเป็นต้องใช้เวลาหลายปีในการท าความ
เข้าใจ แต่ถ้าเป็นสามัญชนธรรมดา เกรงว่าอาจต้อง
ใช้เวลาตลอดชั่วชีวิต จึงจะสามารถศึกษาท าความ
เข้าใจ ในเคล็ดวิชาเต๋านี้ได้อย่างท่องแท้แตกฉาน
ท่ามกลางความลึกลับซับซ้อน หากให้พรรณนาคง
จ าต้องเอ่ยถ้อยวาจานับหมื่นค า
ใจความส าคัญนั้นก็คือ จ าต้องมีความเข้าใจตระหนัก
รู้ในวิถีกระบี่
ผู้ฝึกตนกระบี่ในเขาซูซัน มีเส้นทางการก้าวเดิน
แตกต่างไปจากผู้ฝึกตนอื่น ๆ ฉะนั้นมันจึงถูกเรียกว่า
วิชาเต๋ากระบี่ เฉกเช่นเดียวกับวิถีนักรบในโลกมนุษย์
เพียงแต่มีระดับที่สูงกว่า ดังนั้นการฝึกตนในวิถีกระบี่
จึงจ าต้องพึ่งพากระบี่ ทั้งยังต้องเชื่อมั่นในศาสตราวุธ
ของตนเอง
เหล่าผู้ฝึกตนที่ถูกชี้น า โดยพรรคซ่างหยวน ล้วน
มุ่งเน้นไปยังทิศทางความมหัศจรรย์หลากหลายของ
เคล็ดวิชาเต๋า เพื่อควบคุมจัดการอยู่ท่ามกลางสวรรค์
แลปฐพี ทั้ง วายุ วารี ปฐพี อัคนี หรือแม้กระทั่งแสง
จากดวงดารา ตะวันแลจันทรา ควบคุม ไม้ ทองค า
ศิลา ใช้เคล็ดวิชาเต๋าพลิกฟ้าถล่มสมุทร
เฉกเช่นเดียวกับศาสตราเต๋าหลากหลายรูปแบบ ซึ่ง
ถูกน ามาใช้ หรือ ทักษะเฉพาะมากมายนับไม่ถ้วน
จนท าให้ปวดเศียรเวียนเกล้า
แน่นอนว่าส าหรับผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่ ศาสตราเต๋าที่
ส าคัญสุดก็ย่อมเป็น กระบี่
หากให้เปรียบเทียบ ผู้ฝึกตนจากพรรคซ่างหยวนนั้น
ก็เปรียบเสมือนดั่งเทพเซียน ซึ่งอยู่ในจินตนาการของ
มวลมนุษย์ แลผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่ ก็เป็นเช่นดั่งเทพ
สงครามผู้เปี่ยมล้นไปด้วยพลังอ านาจ
ทั้งการโจมตี ความเร็ว แลทักษะในการต่อสู้ ทั้งหมด
ทั้งมวลที่กล่าวมานี้ ส าหรับผู้ฝึกตนกระบี่แล้ว ถือว่า
ทรงพลังอย่างยิ่ง
อีกทั้งผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่ยังเชี่ยวชาญในการต่อสู้
ระยะประชิดมากที่สุดอีกด้วย
ซึ่งคุณสมบัติประการเหล่านี้กล่าวได้ว่า อู่ อวี้ จึง
ใกล้เคียงต่อการเป็นผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่มากที่สุด
ฉะนั้นหลังจากที่เขา ได้ลองผิดลองถูกเรียนรู้ผ่าน
ประสบการณ์ ในพลังอ านาจของกระบี่ด้วยตนเอง
ท าให้เขาได้รู้แจ้งเห็นจริงว่า มันมีพลานุภาพมาก
เพียงใด
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ เสมือน
เป็นข้อพิสูจน์ว่าตัวเขาสามารถชนะ แลผ่านพ้น
ช่วงเวลาประสบวิกฤตปัญหา มาอย่างมากมาย
นับไม่ถ้วน
“เคล็ดวิชากระบี่นี้ ข้าต้องผสมผสานปราณหยางทั่ว
ทั้งสวรรค์ปฐพีร่วมกับกระบี่?”
บางครั้งบางคราว อู่ อวี้ ก็จ าเป็นต้องฝึกฝนปฏิบัติซ้ า
แล้วซ้ าเล่า
เขาเหยียดขยายนิ้วมือทั้งสองข้างออก จากนั้นมือ
ของเขาก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นกระบี่ กวัดแกว่ง
ฉวัดเฉวียนอยู่ท่ามกลางอากาศว่างเปล่า เพื่อสัมผัส
รับรู้แก่นแท้แห่งวิชาเต๋ากระบี่นี้
บางครั้งบางคราว หนานกง เหว่ย ก็จะลืมตาขึ้นมา
มองเขา จับจ้องดูเคลื่อนไหวอันล้ าลึกของเขา
ท่ามกลางความเลือนรางว่างเปล่า ได้ปรากฏพลัง
อ านาจอันลี้ลับขึ้นในอากาศ กระแสพลังอันแข็งกล้า
ม้วนบิดเป็นเกลียวอยู่เหนือมือซ้ายของเขา แล
พลังงานหยินอันน่าหนาวเย็นหลอมรวมอยู่เหนือ
มือขวา
ตอนนี้ อู่ อวี้ ก าลังควบคุมพลังทั้งสอง เชื่อมโยงกับ
พลังที่ลอยอยู่ด้านบน เพื่อขยายท าความเข้าใจให้
มากยิ่งขึ้น
ทั้งประสบการณ์ ความคิด ความอดทน หากไม่ลอง
สุ่มเสี่ยง มันจะบดขยี้ท าลายความเชื่อมั่น ซึ่งมีมา
อย่างยาวนานของเขาจนสะบั้น
ในช่วงเวลา ระหว่างการต่อสู้ แลการฝึกตน อู่ อวี้ ได้
แสดงให้เห็นถึงสภาวะทั้งสอง ซึ่งแตกต่างกันอย่าง
สิ้นเชิง นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถแล
พรสวรรค์ของเขา ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ยังไม่ได้ค้นพบ
ตนเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเริ่มก้าวเดินมุ่งมั่นฝึก
ตนบนวิถีแห่งเต๋าอย่างแท้จริง เขาก็ปลดเปลื้อง
พรสวรรค์แลอัจฉริยภาพอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
อย่างแท้จริง
แม้แต่ หมิง ซวง ก็ยังประหลาดใจ นางกล่าวขึ้นว่า”
เจ้าฝึกฝนบ่มเพาะทั้งกายาเพชรอมตะ แลมหาเคล็ด
เทียนเซียน กล่าวตามตรง หากนับรวมเคล็ดวิชา
ต่างๆที่เจ้าฝึกฝนมานั้น ย่อมไม่ได้ช่วยอะไรเจ้า
มากมายนัก หรือว่าจะเป็นเพราะพรสวรรค์ของเจ้า
ถึงท าให้สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋าได้รวดเร็วถึง
เพียงนี้งั้นหรือ? แต่เท่าที่ข้ารู้ เคล็ดวิชาเต๋านี้ อยู่
เหนือเกินกว่าขีดจ ากัดที่เจ้าจะสามารถท าความ
เข้าใจมันได้”
“ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน” กระทั่ง หมิง ซวง ก็ยัง
ประหลาดใจจนตนเองไม่รู้ว่าจะตอบยังไง เขารู้เพียง
ว่า เมื่อจมลงสู่ห้วงภวังค์แห่งจิตของภาพจ าแลงหัวใจ
วานร ในโลกอันลี้ลับแห่งนั้น กลับมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งผุด
ขึ้นมาคอยชี้น าเขา
ส าหรับผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่ กระบี่ก็คือชีวิต
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป อู่ อวี้ ก็หยุดการฝึกฝน เขา
จ่ายแก่นกระบี่ 10 ชิ้น เพื่อแลกเปลี่ยนกับการอยู่ใน
ห้องฝึกตนเป็นเวลา 1 เดือน เขาไม่สามารถอยู่ใน
วังกระบี่วิญญาณ ได้นานเกินไปนัก เนื่องจากแก่น
กระบี่ในมือของเขาเวลานี้ เริ่มร่อยหรอเต็มที่แล้ว
ยอมอดทนต่อความเดียวดายโดดเดี่ยว เพื่อเฝ้ารอ
เวลาแห่งการเจิดจรัส บางทีนามของ อู่ อวี้ ในยามนี้
ได้เป็นที่รู้จักของทุกผู้คนที่อยู่ด้านนอก ท่ามกลาง
ความวุ่นวาย อู่ อวี้ พยายามสงบจิตใจ แลฝืนบังคับ
ตนเองให้ก้าวเดินออกไปด้านนอก
ผู้คนบนโลกนี้ล้วนมีจิตใจสับสน อู่ อวี้ พบว่าตนเอง
ได้ปรากฎเต๋าแห่งความลุ่มหลงแลความมั่นคงขึ้น
มาแล้ว ในจิตใจของเขาจึงมีเพียงแค่เส้นทางสู่การ
เป็นเซียนอมตะ
เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟากฟ้า ครุ่นคิดกับตนเอง
ว่าท้ายสุดแล้วเหนือท้องนภานั้น มีสิ่งใดอยู่กันแน่
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่า ตนเองจมลงไปในห้วงภวังค์แห่ง
ความรู้แจ้ง ของเคล็ดวิชาเต๋านี้นานเท่าใด เขารู้สึกว่า
เหมือนว่า ตัวเองจะบรรลุขอบเขตความส าเร็จส่วน
เล็ก ๆ ในเคล็ดวิชาเต๋านี้แล้ว แต่ทันใดนั้นเอง
คนของวังกระบี่วิญญาณ ก็ไต่ถาม อู่ อวี้ ว่า เขาจะ
อยู่ที่นี่ต่ออีกเดือนหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ กับ
หนานกง เหว่ย จึงตัดสินใจว่าจะออกไปด้านนอก
“เจ้าสามารถทานทนได้จริง ๆ เวลานี้ชื่อเสียงของเจ้า
ได้ขจรขจายเลื่องลือไปยั้นด้านนอก ผู้คนมากมายบน
เทือกเขาซูซันต่างตื่นเต้นตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้
พบเห็นว่าเจ้านั้น วิเศษวิโสมากเพียงใด เจ้ามาพักพิง
ที่ วังกระบี่วิญญาณ ตามกฎของซูซันแล้ว ท าให้ไม่มี
ผู้ใดเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงเกรงว่าเจ้าจะ
พลาดโอกาสดี ๆ ไป นอกจากนี้ผู้คนจ านวนมากยัง
เฝ้ารอให้ จอมกระบี่ชิงเหอ ยกเลิกการยอมรับเจ้า
เป็นศิษย์” ชายผู้อยู่ใน วังกระบี่วิญญาณ กล่าวขึ้น
พร้อมรอยยิ้ม
อู่ อวี้ ไม่ได้กล่าวอันใดมากมาย เนื่องจากเพราะเขา
ล่วงรู้อยู่แก่ใจดีอยู่แล้ว
“ เอาเป็นว่า… ข้าเข้าใจ เพื่อจะท าให้ จอมกระบี่
ชิงเหอ ได้แลเห็นถึงความเพียรพยายาม จนต้องจม
อยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง ตอนนี้ผู้คนก าลังเฝ้ารอ
เจ้าอยู่ คอยดูว่าหลังจากที่เจ้าออกไปจากวังกระบี่
วิญญาณ จะบังเกิดความเปลี่ยนแปลงอันใดขึ้นกับ
เจ้าบ้าง เฝ้าดูว่าเจ้าจะมีคุณสมบัติเพียงพอ ที่จะ
กลายเป็นสาวกของ จอมกระบี่ชิงเหอ หรือไม่ อู่ อวี้
เจ้าแน่ใจแล้วเช่นนั้นหรือ ว่าเข้าใจ?” ชายผู้นี้ยังคง
พยายามกล่าวเสียดสีล่อลวงเขา
อู่ อวี้ สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนผู้นี้ก าลัง
ริษยาเขา แต่ก็สัมผัสได้ว่า คนผู้นี้ริษยาเพียงแค่
เล็กน้อยเท่านั้น เห็นได้ชัดว่า ชายผู้นี้คิดว่าเขาไม่มี
คุณสมบัติเพียงพอ เนื่องจากว่าคนที่เขาข้องเกี่ยว
ด้วยคือจอมกระบี่ชิงเหอ…
“ เจ้ารอดูต่อไป เดี๋ยวเวลาก็จะเป็นผู้ให้ค าตอบเอง”
อู่ อวี้ ตอบกลับไป จากนั้นตัวเขา กับ หนานกง เหว่ย
ก็พากันออกจาก วังกระบี่วิญญาณ
ขณะพวกเขาออกจาก วังกระบี่วิญญาณ เขาก็พบว่า
มีคนรออยู่ด้านนอก ส่วนใหญ่จะเป็นสาวกแกน
สามัญ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างไม่เคยพบเห็น อู่ อวี้
มากก่อน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงมาเฝ้ารอดู
ความสามารถของ อู่ อวี้
บางคนก าลังเตรียมที่จะท้าประลอง อู่ อวี้ หวังเพื่อ
จะให้ตนได้รับความสนใจจาก จอมกระบี่ชิงเหอ
แต่ทว่า อู่ อวี้ ออกมาอย่างรวดเร็ว ท าให้พวกเขาไม่
แม้แต่มีโอกาสที่จะไล่ตาม
“ พี่ชาย ดูเหมือนว่าตอนนี้ ท่านได้ตกเป็นที่สนใจ
ของผู้คนมากเกินไป การที่ข้าอยู่ติดกับท่าน เกรงว่า
ข้าจะถูกค้นพบตัวได้ง่าย ถ้าท่านก าลังไปที่ เขาเซียน
หมื่นกระบี่บิน ข้าว่าเราควรแยกกันดีกว่า ข้าจะรอ
ท่านอยู่ด้านล่างแล้วกัน” ขณะก าลังใกล้ถึง หนานกง
เหว่ย ก็ได้กล่าวขึ้น
เขาไม่ทราบว่านางก าลังมีบางอย่างในใจ
“ตกลง” อู่ อวี้ จะต้องไปที่ เขาเซียนหมื่นกระบี่บิน
เพื่อไปท้าประลองที่ เขาเซียนหมื่นกระบี่บิน ซึ่งยัง
เหลือเวลาอีก 2 เดือน ให้ผู้มาจากด้านนอก สามารถ
ท้าทายต่อไปได้
เหตุผลส าคัญอีกนัยหนึ่งก็คือ เขาคิดว่าการฝึกบ่ม
เพาะที่ดีสุดคือ การทดลองใช้จริงแลฝึกฝนต่อสู้
อีกทั้งยังต้องอดทนแรงกดดันของผู้คนที่เฝ้าจับตาดู
ภายใน เขาเซียนหมื่นกระบี่บิน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
สิ่งจ าเป็นที่สุดส าหรับการฝึกฝนในช่วงเวลานี้ของเขา
คือแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา เพื่อรู้แจ้งอย่างแท้จริง
ในเคล็ดวิชาเต๋ากระบี่ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 400 แต้ม
ความส าเร็จ!
การกลับมาในครั้งนี้ จากจุดอ่อนที่เคยมีอยู่ ไม่ว่าจะ
เป็น ศาสตราเต๋า หรือ เคล็ดวิชาเต๋า บัดนี้ได้
เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่แค่ขั้นพื้นฐานเช่นเดิมแล้ว
ผู้ที่มาต่อสู้ท้าใน สนามประลองหมื่นเซียนกระบี่
ในวันนี้ ดูบางตาน้อยลงกว่าเดิม ผู้ที่มาท้าประลองมี
เพียงแค่ 20 คู่เท่านั้น ทั้งภาพการประลองต่อสู้ของ
แต่ละคู่ นั้นยังดูจืดชืดไร้ซึ่งอรรถรส
อย่างไรก็ตาม มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าบัดนี้ อู่ อวี้
ได้ออกจากวังกระบี่วิญญาณแล้ว เมื่อเขามาถึงที่นี่
ก็พบว่ามีผู้คนจ านวนมากมายก าลังรอคอยการ
ปรากฏของเขา ทันทีที่ก้าวแรกของเขาได้เหยียบ
มาถึง ก็สามารถแลเห็นได้ว่าภายในสถานที่แห่งนี้ราย
ล้อมไปด้วยผู้มีฝีมือแข็ง ซึ่งก าลังเพิ่มจ านวนมากขึ้น
เรื่อย ๆ !
อีกทั้งยังมีผู้คนจากเทือกเขาซูซันก็ลงมาดูด้วย ว่ากัน
ว่าท่ามกลางผู้คนเหล่านี้ มีแม้แต่ สาวกระดับกระบี่
สวรรค์ ผสมปนเปอยู่ด้วย
พวกเขาต่างมาเฝ้าดูสาวกรุ่นเยาว์ ที่แม้แต่
จอมกระบี่ชิงเหอ ก็ยังจับตาให้ความสนใจ ว่า
ท้ายที่สุดแล้วสาวกรุ่นเยาว์ผู้นี้ จะมีสวรรค์มากน้อย
เพียงใด ? ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรจะเป็นอัจฉริยะ
ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความสวรรค์อันสูงส่ง เพราะอย่าง
น้อย ๆ อู่ อวี้ คือผู้ถูก จอมกระบี่ชิงเหอ ให้ความ
สนใจจับตาดูอยู่
ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ บินกระบี่เข้ามา เขาจึงกลายเป็น
จุดสนใจ โดดเด่นสะดุดตา ยามนี้ สายตาของทุกผู้คน
ก าลังจับจ้องมาที่เขาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่าง
สุดขีด!
“เขามาแล้ว!”
“ นี่น่ะเหรอ อู่ อวี้ ที่ว่า ไม่เห็นอะไรโดดเด่นเป็น
พิเศษ ทั้งสภาวะอารมณ์หรือแม้กระทั่งความ
เฉียบคมเมื่อเทียบกับ เฉินชิง เหยา นับว่ายังห่างไกล
นัก ตอน เฉินชิง เหยา อายุอานามเท่านี้ เขาสมควร
จะเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพี ที่ใกล้เคียงจะกลายเป็น
สาวกขั้นกระบี่แก่นแท้แล้ว”
“ ดูเหมือนว่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้นี้ จะเป็นเรื่อง
โป้ปดโอ้อวดเกินจริงไปเสียแล้ว เมื่อแลเห็นประจักษ์
แก่สายตาด้วยตนเอง ก็ไม่ได้พิเศษอันใด หรือ
เฉิน ชิงเหยา เห็นความพิเศษที่แอบซ่อนอยู่ภายใน
ตัวของเด็กผู้นี้ แต่เราไม่เห็นมัน?”
นอกจากนี้สาวกในวัยหนุ่มสาวคนอื่น ๆ ยังกล่าวขึ้น
ว่า” อู่ อวี้ งั้นหรือผายลมสิ้นดี! จอมกระบี่ชิงเหอ
เพียงแค่หยอกเย้ามันเล่นก็แค่นั้น ข้าได้ยินมาว่า
รายชื่อ 3 อันดับแรก ในรายนามหนึ่งเซียนกระบี่
พยายามท าทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ จอมกระบี่ชิงเหอ
หันมาสนใจ แต่แล้วท่านกลับปฏิเสธความปรารถนา
แลความตั้งใจของสาวกหลาย ๆ คน พวกเขา
เหล่านั้นล้วนมีอายุอานามไล่เลี่ยกับเจ้า อู่ อวี้
แต่พวกเขากลับมีพรสวรรค์สูงล้ าเทียบเคียงได้กับ
สาวกขั้นกระบี่ปฐพี อู่ อวี้ ผู้นี้ ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นใคร
มาจากไหน ช่างต่ าต้อยยิ่งนัก”
“ ข้าได้ยินมาว่า มันเป็นศิษย์ของสาวกขั้นกระบี่ปฐพี
ถูกพาตัวมาจากนิกายสาขาย่อยเล็ก ๆ จากดินแดน
ตะวันออกแสนห่างไกล ซึ่งเจ้านิกายสาขาย่อยแห่ง
นั้น ฝีมืออยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับ 1 เพียง
เท่านั้น!”
“ อาา∼สวรรค์ มีนิกายสวะ ๆ เช่นนี้อยู่ด้วยงั้น
หรือ? หรือว่านั่นเป็นสาวกที่ถูกขับไล่ออกจาก
เขาซูซัน!”
“เช่นนี้เอง!”
มันดูเหมือนว่ายามนี้ อู่ อวี้ ก าลังถูกขุดคุ้ยภูมิหลัง
การถูก จอมกระบี่ชิงเหอ ให้ความสนใจนั้น ส าหรับ
เขาแล้วมันเปรียบเสมือนกับพายุครั้งที่น่าสะพรึงกลัว
อย่างแท้จริง
ตราบใดที่เขาสามารถทานทนผ่านวิกฤตบททดสอบนี้
ไปได้ บางทีอนาคตหลังจากอาจจะพุ่งทะยานอย่าง
ไร้ที่เปรียบ
เสียงพูดคุยแสดงความคิดเห็นมากมายนับไม่ถ้วน กับ
ดวงตาอันนับไม่ถ้วนที่จับจ้อง ราวกับว่า อู่ อวี้ ก าลัง
ยืนอยู่ใจกลางกระแสน้ าวนนี้ มันคือบททดสอบจิตใจ
ครั้งใหญ่ที่สุดของเขา เป็นสถานที่ทดสอบฝีมือกระบี่
ของเขา
เฉิน ชิงหยู๋ ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ บัดนี้
นางก าลังยืนอยู่ในระยะสายตาของเขา นางแย้มยิ้ม
ขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของนางเสมือนดั่งบุปผาบาน
สะพรั่ง เปรียบประดุจดั่งสายน้ าชโลมจิตใจ เป็น
รอยยิ้มที่ดูสดใสขี้เล่น ขณะเดียวกันก็อ่อนโยน
ละมุนละไมอย่างที่สุด ทั้งหมดทั้งมวลนี้ช่างชวนให้
ลุ่มหลงมัวเมาอย่างเหลือคณา
“ น้องชาย รู้หรือไม่ว่าข้ารอเจ้าอยู่ได้นานสองนาน
แล้ว ในที่สุดเจ้าก็พร้อมจะประลองครั้งที่ 2 แล้ว
ใช่หรือไม่?”
หลังจากสิ้นประโยคค ากล่าวของ เฉิน ชิงหยู๋ ผู้คน
ส่วนใหญ่ก็เริ่มหุบปากเงียบ เนื่องจากพวกเขาเหล่านี้
ก าลังเฝ้ารอค าตอบของ อู่ อวี้ อย่างใจจดจ า
“ขอรับ” อู่ อวี้ กล่าว
เฉิน ชิงหยู๋ เพ่งกวาดสายตามองมาที่เขา ตั้งแต่
หัวจดเท้า นางก็ค้นพบว่า อู่ อวี้ มีบางสิ่งบางอย่าง
เปลี่ยนแปลงไป แต่หาใช่ความแข็งแกร่งไม่ แต่มันคือ
สภาวะจิตใจที่ถูกยกระดับขึ้น เขายังคงสุขุมสงบนิ่ง
แม้ว่าจะถูกเคลือบแคลงสงสัย ถูกตั้งค าถามมากมาย
หรือ ถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถาโถม ถึงกระนั้นสีหน้า
ของเขาก็ยังคงดูผ่อนคลาย ด้วยปฏิกิริยานี้ท าให้
เฉิน ชิงหยู๋ รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง อันที่จริง
แล้วนางเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เฉิน ชิงเหยา ถึงให้
ความสนอกสนใจในตัว อู่ อวี้ แต่ยามนี้นั่งชักเริ่มรู้สึก
เข้าใจความคิดของเขาขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้ว
นางยิ้มหวานละมุนแล้วกล่าวว่า” ก็ดี ในเมื่อเจ้า
มั่นใจเช่นนี้ ข้าจะให้เจ้าตัดสินใจด้วยตนเอง ตราบใด
ที่ยังมีรายชื่ออยู่ใน รายนามหมื่นเซียนกระบี่ เจ้า
สามารถท้าประลองผู้ใดก็ได้ จะข้ามไป 1,000 ล าดับ
ข้าก็ไม่มีปัญหา”
ค ากล่าวของ เฉิน ชิงหยู๋ ได้สร้างความแตกตื่น
โกลาหลให้แก่ฝูงชน หลังจากที่นาปล่อยให้ อู่ อวี้
สามารถเลือกท้าประลองได้อย่างอิสระ ฝูงชนต่างจด
จ่อใคร่รู้ว่า อู่ อวี้ จะเลือกเช่นไร แน่นอนว่าในเวลานี้
เขากลายเป็นจุดสนใจทุกผู้คน โดยฉับพลัน
ถ้าเขาเลือกท้าประลองอยู่ในช่วงล าดับ1000จากที่
นั่งของตน ถึงแม้จะดูโดดเด่น แต่เขาก็ยังไม่คู่ควรแก่
การได้รับความสนใจจาก จอมกระบี่ชิงเหอ
ซึ่งหากเขาใจกล้าบ้าบิ่น ท้าประลองใน 10 อันดับ
แรก คงเป็นเรื่องที่น่าขบขันของฝูงชน นั่นเพราะ
ร้อยอันดับแรก สามารถต่อกรกับสาวกระดับขั้น
กระบี่ปฐพี โดยไม่ต้องกล่าวถึง 10 อันดับแรก
ทางเลือกในครั้งนี้ถือเป็นปัญหาอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ได้คาดคะเนเอาไว้ในใจอยู่แล้ว”
ถ้าเช่นนั้น ข้าขอเลือกล าดับหนึ่งร้อย”
นับเป็นตัวเลขล าดับกลาง ๆ ไม่ได้หาญกล้าบ้าบิ่น
เกินตัวเลือกประลองในสิบอันดับแรก ทั้งยังไม่เป็น
เป้าหมายให้โดนดูถูก ถ้าเลือกหลายพันอันดับล่าง
อย่างไรก็ตาม การที่เขานั้นเลือกอันดับ 100 ก็ถือว่า
เกินจินตนาการของผู้คนส่วนใหญ่แล้ว แต่ถึงอย่าง
นั้นทุกคนก็ยังคงดูตื่นตระหนกตกใจกันอย่างยิ่ง
เนื่องจากต่างรู้กันดีว่า 100 อันดับแรก นั้นสามารถ
เผชิญหน้าปะทะฝีมือ กับสาวกระดับขั้นกระบี่ปฐพี
ได้
อู่ อวี้ เลือกล าดับในขีดจ ากัดที่ตนเองรับไหว แน่นอน
ว่าล าดับที่เขาเลือก ยังถือเป็นเกินขีดจ ากัดของผู้คน
จ านวนมาก ด้วยเลขล าดับที่เขาเลือก ได้สร้างความ
กดดันตึงเครียดให้กับผู้ที่คอยเฝ้าดูอยู่ในขณะนี้
หากการท้าประลองในครั้งนี้หาก อู่ อวี้ ประสบ
ความส าเร็จ เป็นผู้ได้รับชัยชนะ คาดว่าหลายคนคง
จะยอมรับในตัวเขา
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ