กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 239 เคล็ดวิชากระบี่ยักษ์แยกเกาะ
วันนี้ อู่ อวี้ มาเพื่อเพียงแค่ฝึกซ้อมวิชากระบี่เท่านั้น
เขารู้ว่าขีดจ ากัดของตนเองอยู่ถึงไหน อีกทั้งยังใช้การ
กระท าแทนค าพูด
เพียงเท่านี้ก็อาจจะเกินกว่าขีดจ ากัดของคนทั่วไปที่
จะรับไหวแล้ว แต่นี่มิใช่เวลาที่จะมาโอ้อวด
หลังจากนี้ไป เขาเตรียมพร้อมที่จะพุ่งทะยานออกไป
อย่างน้อยก็ต้องท าให้พวกที่เกิดข้อกังขาได้หุบปาก
ให้สนิท
เขาเชื่อว่านิกายเซียนซูซันนั้นมีความยุติธรรม
เพียงพอ
อัจฉริยะที่มากพรสวรรค์มักจะได้รับการดูแล และ
คนเช่นเดียวกับ จาง ฝูถู ความจริงแล้วมีอยู่น้อยนิด
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะทุ่มเทสุดแรง เพื่อท าให้
คนนับล้านในเขตแดนกระบี่สามัญต้องตกตะลึง!
ช่วงเวลาที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน สายตานับหมื่น
ท่ามกลางความสงสัย การตรวจสอบต่างๆ มันเป็น
ความกดดันที่ไม่มีที่สิ้นสุด
“อันดับที่หนึ่งร้อย เขาบ้าไปแล้ว! ครั้งที่แล้ว การที่
เขาจะเอาชนะ หลี่ ชางห่าย ได้ ก็หืดขึ้นคอแล้ว
ครั้งนี้เขาจะสามารถเผชิญหน้ากับอันดับที่หนึ่งร้อย
ได้ยังไง”
“เขาจะต้องบ้าอย่างแน่นอน เพื่อที่จะท าให้จอม
กระบี่ชิงเหอประทับใจในตัวเขา ยอมกระทั่งตัดสินใจ
ท าเรื่องบ้าๆเช่นนี้ ช่างน่าเศร้าใจเสียจริง”
“ถ้าหากข้าเป็นเขา ข้าจะค่อยๆก้าวไปทีละขั้น แสดง
ศักยภาพที่ตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่ท าได้ก็เพียงพอ
แล้ว ท าไมจะต้องไปท้าทายตัวตนที่ไม่อาจเอื้อม
เช่นนี้?”
มีบางคนกล่าวขึ้น”อู่ อวี้ ผู้นี้ช่างเย่อหยิ่งเสียจริง
ไม่พูดพร่ าท าเพลง ก็จะพุ่งทะยานจากอันดับที่
เก้าพันกว่ามาถึงอันดับที่หนึ่งร้อย คนอื่นจะต้องผ่าน
การประลองถึงเก้าสนามถึงจะมายังจุดนี้ได้ เกรงว่า
เฉิน ซิงหยู๋ ก็คงคาดไม่ถึงว่าเขากล้าที่จะเลือกหนทาง
เช่นนี้”
ความจริงแล้วเมื่อ อู่ อวี้ กล่าวค าว่า หนึ่งร้อยออกมา
เฉิน ซิงหยู๋ แทบจะไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง ความเป็นจริง
นางได้คิดเอาไว้ว่า อู่ อวี้ อาจจะเลือกท้าทายอันดับ
ประมาณเจ็ดพัน แต่เขากล้าตัดสินใจเช่นนี้ได้อย่างไร
กัน
“พี่สาวมิได้ฟังผิดใช่มั้ย อู่ อวี้” เฉิน ซิงหยู๋ มีใบหน้า
ที่น่าเกลียด แล้วเอ่ยถามขึ้น
ต่อหน้าทุกคน อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นกล่าวว่า”พี่สาวเฉินเชื่อ
ข้า แม้ว่าข้าจะปราชัย แต่ข้าก็ไม่อายผู้ใด”
เขามีท่าทีแน่วแน่ เต็มไปด้วยความเด็ดขาด ไม่
เหมือนว่าเป็นค ากล่าวของคนใจร้อน เฉิน ซิงหยู๋
นึกถึงความสนใจของพี่ชายนางที่มีต่อ อู่ อวี้ ภายใต้
สถานการณ์เช่นนี้ ถ้า อู่ อวี้ เล่นตามเกมปกติ ก็จะไม่
สามารถดึงดูดความสนใจของจอมกระบี่ชิงเหอ
ผู้น่าเกรงขามได้
“ตกลง ใครเป็นผู้ที่มีอันดับหนึ่งร้อยบนรายนามหมื่น
กระบี่ ก้าวออกมา!” เฉิน ซิงหยู๋ ตะโกนขึ้น แล้ว
หลังจากนั้นจึงให้ อู่ อวี้ เข้าสู่สนามประลอง
“นี่ช่างเป็นการแสดงที่น่าสนใจ คนอื่นๆจงหยุดการ
ประลองของพวกเจ้าซะ” บนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า
ปรากฏเป็นเสียงเก่าแก่ดังออกมา คาดว่าจะเป็นเสียง
ของสาวกขั้นกระบี่โลกาอีกคนหนึ่ง
เมื่อได้ยินค าสั่ง สาวกอื่นๆที่ก าลังท าการประลองอยู่
จึงท าได้เพียงแค่หยุดการต่อสู้ลงเท่านั้น
แต่ทว่าไม่มีสักคนที่จะรู้สึกขัดข้องใจ ความเป็นจริง
แล้วพวกมันทั้งหมดก็อยากดูว่า เจ้า อู่ อวี้ ผู้นี้มันจะ
มีความสามารถขนาดไหนกัน จะมีความแข็งแกร่ง
มากกว่าพวกเขาหรือไม่ ท าไมถึงโดดเด่นได้มาก
ขนาดนี้
การต่อสู้ในสนามประลองฝั่งนี้ก็เริ่มขึ้น เมื่อ อู่ อวี้
ใช้กระบี่บินบินไปยืนอยู่บนนภากาศที่ว่างเปล่า
จากนั้นทางทิศยอดเขาเซียนหมื่นกระบี่บิน ต าแหน่ง
ลึกเข้าไปในหมู่เมฆ ท้องฟ้าเกิดการสั่นสะเทือนขึ้น
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่มีรูปร่างก าย า สูงใหญ่ บินลง
มาจากฟากฟ้า กระแทกดัง ‘ตูม’ ลงมาอยู่เบื้องหน้า
ของ อู่ อวี้
อ านาจพลังของคนผู้นี้ที่ได้ปลดปล่อยออกมา
ช่างยิ่งใหญ่ดุดันราวกับว่าเป็นอุกกาบาตตกลงมาจาก
ฟากฟ้า กระแทกมาอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้
เมื่อ อู่ อวี้ จ้องมองไป มองเห็นเพียงแค่ว่าคนผู้นี้
สูงใหญ่มาก คาดเดาได้ว่าคนผู้นี้มีความสูงมากกว่า
แปดฉื่อ คนธรรมดาทั่วไปจะสูงประมาณห้าถึงหกฉื่อ
เท่านั้นถือว่าเต็มที่แล้ว ถึงแม้ว่า อู๋ อวี้ จะมีรูปร่างสูง
แต่ก็สูงเพียงแค่หกฉื่อเท่านั้น
คนผู้นี้มิได้มีแค่ความสูงอย่างเดียว แต่กล้ามเนื้อของ
เขายังก าย าแลแข็งแกร่งอีกด้วย ราวกับเป็นหมีด าตัว
หนึ่งมายืนอยู่ต่อหน้า อู่ อวี้ คนผู้นี้มีรูปร่างมีความ
คล้ายคลึงกับ เสิน เอ้อจุน แห่งปีศาจเจ็ดทะเลแดง
ใหญ่โตจนน่าตกตะลึง ท าให้ยามนี้ราวกับมีภูเขา
ลูกหนึ่งตั้งบดบังสายตาของ อู่ อวี้ เอาไว้อยู่
เมื่อมองไปที่ใบหน้าของมัน มันกลับมิได้มีความ
โหดเหี้ยมเช่นเดียวกับ เสิน เอ้อจุน ความเป็นจริงคน
ผู้นี้ยังเป็นเพียงแค่ผู้เยาว์คนหนึ่ง แทบจะมีอายุ
ใกล้เคียงกับ อู่ อวี้ ใบหน้าเขาไม่แยแสสิ่งใด มีเพียง
ความโอหังเฉกเช่นเดียวกับที่พบเจอเป็นประจ าใน
หมู่พวกอัจฉริยะ ในเวลานี้ก าลังส่งสายตาเหยียด
หยามลงมาที่ อู่ อวี้ สายตาของมันราวกับว่าก าลัง
มองกระต่ายที่ก าลังกระโดดไปมา
หลังจากที่ลงมาที่นี่คนก็ค ารามเสียงต่ าทันที เสียง
ของเขาที่เปร่งออกมานั้นทรงพลังมาก พร้อมกล่าว
ว่า”อู่ อวี้ มีศิษย์พี่ศิษย์น้องหลายคนบอกให้ข้า
ท าลายเจ้าจนกลายเป็นคนพิการ เมื่อเป็นเช่นนี้จอม
กระบี่ชิงเหอก็จะหมดความสนใจในตัวของเจ้า เจ้าว่า
ข้าควรจะท าตามค าบอกของศิษย์พี่ศิษย์น้อง
ทั้งหลายของข้าดีหรือไม่!”
ฝ่ายตรงข้ามจะต้องอยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สี่
อย่างแน่นอน แข็งแกร่งราวกับหินผา ลมหายเปี่ยม
ไปด้วยพลัง กล่าวได้ว่าอย่างน้อยแกนนภาของเขา
จะต้องมีสีทองเข้ม และคาดว่าวิถีเร้นลับสร้างแกน
นภาของเขาจะต้องล้ าเลิศอีกด้วย นอกจากนี้ เรื่อง
ความแข็งแกร่งของกายเนื้อ ก็นับได้ว่าแข็งแกร่งมาก
ที่สุดตั้งแต่ที่ อู่ อวี้ เคยพบเจอมา เมื่อพิจารณาดูแล้ว
เขาเป็นเหมือนกับปีศาจที่มีพละก าลังมหาศาล
ซึ่งก าลังคอยกดดัน อู่ อวี้ อยู่
“ประกาศชื่อของเจ้ามาซะ แล้วค่อยมากล่าวถึง
คนอื่น” อู่ อวี้ มิได้ถูกดดันโดยพละก าลังและ
บรรยากาศของชายผู้นี้
“เจ้าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รู้ชื่อของข้า และ
ยิ่งไม่มีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นศิษย์ของจอมกระบี่
ชิงเหอ เตรียมตัวให้ดี ข้าจะท าให้เจ้าไสหัวกลับไปยัง
ที่ที่เจ้าจากมา” ท่าทีของฝ่ายตรงข้ามเย่อหยิ่งเป็น
อย่างมาก เขาไม่ได้เห็น อู่ อวี้ อยู่ในสายตาแม้แต่
น้อย
“ซือถู กงเต๋อ อย่าได้พิรี้พิไรพูดจาเหน็บแนมเฉกเช่น
อิสตรี” เฉิน ซิงหยู๋ ตะโกนขึ้น และทันใดก็ท าให้
คนผู้นี้เงียบปากลง
ตอนนี้ดูเหมือนว่าทั่วทั้งเขตแดนกระบี่สามัญพุ่งความ
สนใจไปที่พวกเขาทั้งสองคน ซือถู กงเต๋อ ผู้ที่อยู่ใน
อันดับหนึ่งร้อย ไม่เคยได้รับความสนใจมากมาย
เช่นนี้มาก่อน ในใจจึงยากที่จะปรับตัวได้ทัน อีกทั้ง
จอมกระบี่ชิงเหอ ผู้นั้นยังเป็นบุคคลที่เขาเลื่อมใส
ศรัทธา แต่ในวันนี้กลับปรากฏตัวตนเช่น อู่ อวี้
ขึ้น เขาจึงมิอาจรับได้
แต่ว่าเพียงแค่จัดการ อู่ อวี้ ลงไป ความกลัดกลุ้ม
ทั้งหมดของเขาก็จะคลี่คลายลง ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียง
ของเขาก็จะยิ่งโด่งดังมากขึ้น อาจจะท าให้สาวก
มหาวงจรสี่วิถีทั้งหลายยังต้องให้ความสนใจในตัวเขา
“ข้าจะต้องเอาชนะมันอย่างขาดลอยให้จงได้!”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สายตา ซือถู กงเต๋อ ส่องประกาย
เย็นขึ้น หยิบเอากระบี่ยักษ์ที่มีความยาวหกฉื่อและมี
ความกว้างถึงครึ่งฉื่อ กระบี่ยักษ์เล่มนี้ดูราวกับว่าถูก
แกะสลักขึ้นมาจากหิน แข็งแกร่งหาที่เปรียบ บนตัว
กระบี่ถูกวาดเอาไว้ด้วยวงเวทย์หลายชุด ถึงแม้ว่า
อู่ อวี้ จะไม่ทราบถึงวงเวทย์เหล่านั้น แต่ก็รับรู้ได้ว่า
หน้าที่ของวงเวทย์เหล่านี้ โดยพื้นฐานแล้วจะช่วย
ยกระดับพลังท าลายล้างและน้ าหนักของตัวกระบี่
กระบี่เล็กเล่มนี้ เกรงว่าอาจจะมีน้ าหนักเทียบเท่ากับ
ภูเขาลูกหนึ่ง
นี่ยังไม่ใช้เรื่องส าคัญ บางทีอาจจะเป็นเพราะ
คุณสมบัติของรากฐานเซียน สามารถท าให้ ซือถู
กงเต๋อ เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในระยะเวลาสั้น จาก
กายเนื้อปกติ เปลี่ยนเป็นกายเพชรที่ส่องประกาย
สว่างเจิดจ้าภายใต้สายจักษุ หาก ซือถู กงเต๋อ ขยับ
เคลื่อนไหว ล าแสงสามารถฉีกกระฉากได้แม้แต่
อากาศ ชายชาตรีผู้แข็งแกร่งก่อนหน้านี้ เปลี่ยนกาย
เป็นเพชรส่องสว่างเจิดจ้ามากที่สุดในโลกใบนี้!
“ซือถู กงเต๋อ สามารถไต่ขึ้นมาบนรายนามหมื่น
เซียนได้ เพราะว่าใช้ กระบี่ยักษ์ระเบิด และมี
รากฐานเซียน ‘แก่นหัวใจอัญมณี’ กระบี่ยักษ์ระเบิด
พสุธาเล่มนั้นดูเหมือนว่ามีมูลค่าถึงสามร้อยแต้ม
ความส าเร็จ ยังมีแก่นหัวใจอัญมณี ซึ่งมันมีค่า
มากกว่าเสียอีก ว่ากันว่ามีผู้สูงส่งบางคนส่งมอบมัน
ให้กับเขา นอกจากนี้ ซือถู กงเต๋อ ยังมีวิธีกลยุทธ์
อื่นๆอีกมากมาย”
“รากฐานเซียนของ ซือถู กงเต๋อ สามารถ
เปลี่ยนแปลงเป็น ‘ร่างเซียนอัญมณี’ ได้ ท าให้
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตทั่วไปไม่สามารถสร้างความ
เสียหายให้เขาได้ เกรงว่าหากเป็นกระบี่ทั้งสองเล่มที่
อู่ อวี้ ใช้ในครั้งที่แล้ว ดูเหมือน……..”
เหล่าผู้คนเมื่อกล่าวเช่นนี้ออกไปพลันปิดปากสนิท
เงียบทันที นั่นก็เป็นเพราะว่าในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้หยิบ
บางอย่างออกมาจากถุงจักรวาลของเขา น ากระบี่
เล่มหนึ่งที่ครึ่งหนึ่งเป็นสีด า ส่วนอีกครึ่งเป็นสีขาว
ออกมา ขาวและด าสลับกัน ในตอนที่กวาดฟัน
ออกไปท าให้ฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะ
ศาสตราเต๋ากระบี่ยาวเล่มนี้ เมื่อศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ชิ้นนี้ปรากฏออกมา มันก็บดบังรัศมีของ ‘กระบี่ยักษ์
ระเบิดพสุธา’ ไปจนหมดสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ
อู่ อวี้ แยกกระบี่เต๋าหยินหยางออก กลายเป็นกระบี่
ยาวสองเล่ม ท าให้ในช่วงเวลานี้ ราวกับว่าเขา
กลายเป็นเทพแห่งความตายก็มิปาน!
“หึ!”
ซือถู กงเต๋อ แค่นเสียงเย็นชาขึ้น ทันใดนั้นก็ระเบิด
ความบ้าคลั่งออกมาในทันที จากนั้นใช้มือทั้งสองข้าง
กุมกระบี่ ชูมันขึ้นไปบนท้องฟ้า รัศมีของกายาส่อง
ประกายขึ้น แทบจะปกคลุมกระบี่ยักษ์ระเบิดพสุธา
ไปจนหมด ท าให้ อู่ อวี้ ไม่สามารถมองเห็นกระบี่
ของเขาได้
“เคล็ดวิชากระบี่ยักษ์แยกเกาะ! ข้าเดาไว้แล้วว่า
ซือถู กงเต๋อ จะต้องใช้เคล็ดวิชานี้ออกมา นี่เป็นเคล็ด
วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา มันถูกสร้างขึ้นโดย
บรรพบุรุษนิกายเซียนซูซันของเรา ตามต านานได้
กล่าวเอาไว้ว่าเคล็ดวิชานี้ สามารถแยกเกาะขนาด
ยักษ์แห่งหนึ่งบนทะเลตะวันตกให้เป็นสองส่วน!
มันถึงได้ชื่อว่า เคล็ดวิชาแยกเกาะ”
ทุกคนรู้เรื่องเกี่ยวกับ ซือถู กงเต๋อ ผู้นี้เป็นอย่างดี
กระทั่งเขายังมิทันได้ลงมือ แต่เหล่าผู้คนกลับรู้แล้ว
ว่าเขาก าลังจะท าอะไร
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ซือถู กงเต๋อ กวาดกระบี่ยักษ์
ออกไป ด้านบนกระบี่ยักษ์ ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็
มองเห็นถึงการเคลื่อนไหวที่สามารถแยกฟ้าดินออก
ได้ เคล็ดวิชานี้ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ความเป็นจริง
แล้วทรงอ านาจเป็นอย่างมาก หนึ่งกระบี่นี้ สามารถ
แยกเกาะทั้งเกาะได้อย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าหาก อู่ อวี้
สามารถหลบเลี่ยงมัน คาดว่าภูเขาที่อยู่ด้านหลัง
จะต้องถูกเขาบดขยี้อย่างแน่นอน
“ชัยชนะหรือพ่ายแพ้จะถูกตัดสินในทันที!”
“ไม่ได้เห็น ซือถู กงเต๋อ ลงมือมานานแล้ว คาดไม่ถึง
ว่าสองปีผ่านไป เขาจะมาถึงระดับนี้ได้แล้ว ช่างยอด
เยี่ยมจริงๆ”
เคล็ดวิชานี้ถูกปล่อยออกไป ทุกคนต่างก็ชื่นชม และ
ผู้คนไม่น้อยที่อยู่เบื้องหลังของ อู่ อวี้ เริ่มหลบหนี
ออกไป
ความจริงแล้ว ระดับพลังของมันรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
สิ่งที่ อู่ อวี้ รู้สึกก็คือ มันรุนแรงมากกว่าการโจมตี
หลี่ ชางห่าย หลายเท่าตัว
กระบี่นี้เป็นเหมือนกับอุกกาบาต เหมือนกับวิหาร
ขนาดใหญ่ พุ่งตรงมากระแทกมาทางศีรษะของ
อู่ อวี้
ควรจะท าอย่างไรดี?
อู่ อวี้ เริ่มปลดปล่อยความบ้าบิ่นออกมาจากสัญชาติ
ญาณดิบ คนเร่งหลับตาลง หนึ่งมือหนึ่งกระบี่สัมผัส
ถึงพลังหยินและหยางที่อยู่ระหว่างฟ้าดิน
กล่าวตามความจริงแล้ว วันนี้เขามาเพื่อฝึกฝนกระบี่
ไม่ได้มาเพื่อชัยชนะ ทั้งหมดก็เพื่อที่จะได้ฝึกฝนกระบี่
ส่วนเรื่องชัยชนะนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องรอง
เมื่อกระบี่เล่มนี้ก าลังจะพุ่งมาถึง สายตานับหมื่นจับ
จ้องไป ในใจเกิดความรู้สึกกดดันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น บัดนี้พวกเขาก าลังจะ
ได้เห็นศักยภาพของ อู่ อวี้ ที่รอคอยมานานนับสอง
เดือน
หลายครั้ง ชั่วพริบตาที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
ที่สุดจะสามารถเรียนรู้ได้ดีที่สุดเช่นกัน
ดังนั้นเมื่อเห็น อู่ อวี้ ยังไม่แม้กระทั่งลงมือหรือ
ต่อต้านกลับไปเป็นเวลานาน หลายคนอดไม่ได้ที่จะ
รู้สึกสับสน พวกเขาไม่เข้าใจ ว่า อู่ อวี้ ก าลังรนหาที่
ตายหรือกระไร
“เคล็ด……กระบี่…….สวรรค์……”
เมื่อความกดดันเริ่มใกล้เข้ามา ข้างในหัวใจของเขา ก็
ถูกสั่นสะเทือน แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับว่า อู่ อวี้
พุ่งเข้าไปหากระบี่ยักษ์ระเบิดพสุธา ราวกับว่า อู่ อวี้
เข้าสู่ห้วงขอบเขตใหม่แห่งดินแดนกระบี่
ในจินตนาการของเขา ฟ้าดินกลายทั้งหมดกลายเป็น
กระบี่
ในชั่วพริบตานั้น เขามองเห็นสายตานับไม่ถ้วน
ภายในสายตานั้น เขามองเห็นถึงการแสวงหาเคล็ด
วิชากระบี่ ทันใดนั้นเอง ดูเหมือนจะมีความคลุมเครือ
มากมาย ทันใดนั้นก็เกิดการเชื่อมต่อขึ้น จุดที่เขา
ก าลังแสวงหาอยู่ก็ดูเหมือนว่าจะเกิดความรู้แจ้ง
ขึ้นมาในชั่วพริบตา
แต่ดูเหมือนว่ามันจะสายไปเสียแล้ว
ในเวลานี้ทุกคนต้องร้องอุทานออกมา เพราะว่ากระบี่
ของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ชั่วระยะเวลาสุดท้ายที่จะเกิด
การปะทะ ร่างกายของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
แปรเปลี่ยนกลายเป็นพระพุทธรูปทองค าที่มีความสูง
นับหกจั้ง ก าลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศ ระดับ
ความรู้แจ้งในกายาเพชรอมตะขั้นที่สอง ทั้งหมด
ปรากฏผ่านพระพุทธรูปทองค านี้
ตูม!
เคล็ดวิชากระบี่ยักษ์แยกเกาะ พุ่งเข้าไปหา อู่ อวี้
เกิดเป็นเสียงค ารามสนั่นหวั่นไหว กระบี่ยักษ์เล่มนั้น
ปลิวกระเด็นออกไป!
แม้แต่ ซือถู กงเต๋อ ก็ถูกกระแทกลอยไปข้างหลัง
และ อู่ อวี้ ก็กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ พลันกระอัก
เลือดออกมากองโต รูขุมขนทั่วร่างของเขามีเลือด
ไหลซึมออกมา
ในชั่วเวลาก่อนที่จะปลิวออกไปนอกสนามประลอง
อู่ อวี้ กัดฟันของเขา ควบคุมสมดุลของตัวเอง ไม่ให้
บินออกไปข้างนอก
อีกด้านหนึ่ง ซือถู กงเต๋อ รู้สึกประหลาดใจ จากนั้น
จึงสงบสติอารมณ์ของเขาแล้วมองไปที่ อู่ อวี้ ทันใด
นั้นก็ยิ้มขึ้น กล่าวว่า”เจ้าสวะ! คาดไม่ถึงว่าจะ
หวาดกลัวข้าเช่นนี้? เจ้าไม่รู้จักวิธีการต่อสู้หรือ?
ไม่กล้าที่จะปะทะกับกระบี่ของข้า?”
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น กระทั่งบางคนก็ยังเกิดความ
สงสัยขึ้นมาไม่รู้จบ จอมกระบี่ชิงเหอ ได้มองผิดไป
หรือไม่
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ