กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 245 วิหารสงครามเซียน
แม้มันจะกล่าวเช่นนี้ แต่ในความเป็นจริงหลักฐานก็
แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดแล้วว่า อู่ อวี้ นั้นถูกวางกับ
ดัก ในวันนี้เขาเพิ่งได้พบกับ จ้าว เทียนเจี้ยน ถึง
หลักฐานจะแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดเต็มตามาก
เพียงใด แต่มันก็ยังคงยืนกรานกล่าวหาว่า อู่ อวี้
สังหาร จาง ฝูถู ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่อาจโต้แย้งใด ๆ
ได้
หลังจากทั้งหมดทั้งมวลนี้ เมื่อ วิหารลงทัณฑ์ อยู่
เบื้องหน้า ต่อให้มีค าโต้แย้งอันใดก็คงไร้ผลยากจะ
หักล้าง
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ไม่กล้าที่จะใช้ ยันต์กลืนวิญญาณ
อย่างเปิดเผย ใน สนามประลองหมื่นเซียนกระบี่
เพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้แก่ตนเอง นั่นเพราะกังวลกลัวว่า
เหตุการณ์เช่นดั่งจะเกิดขึ้น แต่ช่างโชคร้ายที่
สถานการณ์เช่นนี้กลับมาเกิดขึ้นจริง
จ้าว เทียนเจี้ยน ข่มขู่เขาอย่างหนัก อีกทั้งยังเปล่ง
วาจาสาดโคลนใส่อารมณ์ฉุนเฉียว ส่วน อู่ อวี้ ดวงตา
ของเขาพลันเย็นเฉียบ แล้วกล่าวขึ้นว่า” ข้ารู้สึกฉงน
สงสัยยิ่งนัก เหตุที่เกิดในคราวนี้ ความจริงเป็นเช่นไร
นั้นชัดเจนแจ่มแจ้งว่าเป็นฝีมือของ จาง ฝูถู ที่ตั้งใจ
สังหารข้า ทุกอย่างที่ข้าได้กระท าล้วน เป็นการ
ป้องกันตัวเพื่อให้มีชีวิตรอด แต่ท่านกลับมากล่าวหา
ข้า โดยไม่แยกแยะถูกผิด หรือจะกล่าวว่าข้าเคยมี
เรื่องบาดหมางกับท่าน แต่ข้ากลับคิดไม่ออกจริงๆ
ว่ามันเป็นตอนไหน ?”
โทสะของ จ้าว เทียนเจี้ยน พลุ่งพล่านขึ้นทันที พร้อม
กับตะโกนตอบกลับไปว่า” อู่ อวี้ เจ้ากล้าเอื้อนเอ๋ย
ถ้อยค าเหลวไหลเช่นนี้ออกมา เจ้าคิดจะท้าทาย
อ านาจศักดิ์สิทธิ์ของ วิหารลงทัณฑ์ ใช่หรือไม่ !?
วิหารลงทัณฑ์ตัดสินด้วยความเที่ยงธรรมเสมอ!
คิดว่าเราจะปล่อยให้เจ้าท าลายชื่อเสียงที่สั่งสมมา
เช่นนั้นรึ!”
อู่ อวี้ โต้ตอบกลับทันควัน” ทุกสิ่งที่ข้าได้เอ่ยไป
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ วิหารลงทัณฑ์ แม้แต่น้อย สิ่งเดียว
ที่ข้าปฏิเสธมิอาจยอมรับได้คือค าตัดสินของท่าน
ข้าขอใช้สิทธิ์ให้ตัวแทนวิหารลงทัณฑ์ผู้อื่นตรวจสอบ
เรื่องนี้อีกครั้ง เนื่องจากค าตัดสินของท่านในตอนนี้ดู
ไร้เหตุผลยิ่งนัก เหมือนกับว่าท่านได้ใช้อ านาจของ
ตนเองโดยมิชอบ”
จ้าว เทียนเจี้ยน จ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาไม่พอใจ
ซึ่ง อู่ อวี้ รับรู้ถึงเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน ขณะที่เขา
มองเข้าไปภายในดวงตาของเหล่าสาวกระดับกระบี่
ปฐพีที่อยู่รอบ ๆ เขาก็พอเดาได้ว่า พวกเขาเหล่านี้
อาจจะทราบเหตุผลว่าเพราะเหตุใด
“ ช่างเหิมเกริม ไม่รู้จักที่ต่ าที่สูง! ถึงกล้ามาท้าทาย
อ านาจอันเด็ดขาดของ วิหารลงทัณฑ์ อู่ อวี้ เจ้าได้
กระท าความผิดมหันต์ก่ออาชญากรรมร้ายแรง !”
จ้าว เทียนเจี้ยน กล่าวขึ้นอย่างมีโทสะจนหนวดเครา
ของมันชี้ตั้ง
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า” ก่อนหน้านี้ก็ ‘คุกหมื่น
กระบี่ทะลวงใจ’ แล้วท่านยังจะเพิ่มโทษร้ายแรงอัน
ใดให้กับข้าอีกงั้นหรือ? ข้าอยากรู้นักว่าเป็นเพราะ
ความเกลียดชังที่ท่านมีต่อข้า ถึงได้ตัดสินให้ข้าเป็น
ผู้กระท าความผิดเช่นนี้? ข้าไม่ยินยอม! ยิ่งไปกว่านั้น
นี่ไม่ใช่เพียงค าตัดสินของท่านคนเดียวในวิหารลง
ทัณฑ์ หลังจากกล่าวค าตัดสิน ท่านจ าเป็นต้องพาข้า
ไปรายงานที่วิหารลงทัณฑ์ด้วย เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะ
อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้กับหัวหน้าของ
ท่านฟัง”
เนื่องจาก อู่ อวี้ เข้าใจในกฎของ นิกายกระบี่ซูซัน
เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้ตนเองถูกหลอก
โดย จ้าว เทียนเจี้ยน
บัดนี้ จ้าว เทียนเจี้ยน ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความ
เกลียดชัง ส าหรับผู้ที่อยู่ในวิหารลงทัณฑ์ หาก
พวกเขารับท าคดีนี้ เรื่องอาจจะแดงขึ้นมาได้ ซึ่งมัน
ย่อมไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด
แต่ทว่า มันก็แสดงท่าทีเยาะเย้ย พร้อมกับกล่าวขึ้น
ว่า” ข้าคือ จ้าว เทียนเจี้ยน ค าตัดสินลงโทษของข้า
ไม่จ าเป็นต้องผ่านการรายงานตรวจสอบ เจ้ามันเป็น
พวกศิษย์ที่แข็งขืนต่อกฎ ชายชราผู้นี้จะพาเจ้าไป
คุมขังใน ‘คุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจ’ ด้วยตนเอง สาวก
แห่งวิหารลงทัณฑ์ จงจะด าเนินการจัดกลุ่มศิษย์ผู้
สังหารอาจารย์เสีย!”
เขาคิดไม่ถึงว่าชายชราผู้นี้ จะคลุ้มคลั่งได้ถึงเพียงนี้
จนถึงขนาดยอมละเลยขั้นตอนพื้นฐาน?
ชายชราผู้นี้ต้องการที่จะส่งตัวเขาไปยัง ”คุกหมื่น
ทะลวงใจ” อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ หรือเป็นเพราะว่า
ชายชราผู้นี้หมายมาดปรารถนาจะท าลายชีวิตของ
ตน?
สาวกระดับกระบี่ปฐพีสวมใส่อาภรณ์สีขาว พวกเขา
ไม่ได้ปริปากเอ่ยถ้อยวาจาอันใดออกมา กระท าเพียง
ล้อมร่างของ อู่ อวี้ เอาไว้ บางทีการที่พวกเขากระท า
แบบนี้ อาจเพราะไม่ทราบว่า อู่ อวี้ มี ยันต์กลืน
วิญญาณ มากน้อยเท่าไหร่ จึงท าให้พวกเขาไม่กล้าที่
จะก้าวเดินมาข้างหน้า ด้วยเพราะว่าเมื่อพวกเขาเมื่อ
ตกอยู่ภายใต้อ านาจของ ยันต์กลืนวิญญาณ ชีวิตของ
พวกเขาก็จะหาไม่ทันที
“จับกุมตัวเขา!” จ้าว เทียนเจี้ยน กล่าวขึ้นอย่าง
ไม่พอใจ
เย่ ไช่เซี่ย ที่ยืนกอดอกถัดออกไป ยิ้มบาง ๆ ละคน
หัวเราะขณะเฝ้าดูฉากตรงเบื้องหน้า
ขณะที่สาวกลงทัณฑ์ซึ่งสวมใส่ชุดคลุมสีขาวก าลังจะ
เข้าจับกุมตัว อู่ อวี้ หาได้มีโอกาสไตร่ตรองครุ่นคิด
กระท าการใด ๆ ไม่ แต่แล้วทันใดนั้น ไกลออกไปได้
ปรากฏล าแสงของดวงดาราสาดกระพริบเจิดจ้าขึ้น
ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งก าลังขี่กระบี่บินทะยานเข้า
มา! ซึ่งเทือกเขาฝูถู นั้นอยู่ห่างไกลจาก อาณาเขต
กระบี่สามัญ มากทีเดียว โดยทั่วไปแล้วคงไม่มีผู้ใด
บินมาด้วยความเร็วระดับนี้ได้ ทั้งยังดูรีบเร่งมุ่งหน้า
มายังทิศทางนี้ด้วย!
เพียงชั่วพริบตา สตรีผู้สวมใส่อาภรณ์ตวัดปลิวพลิ้ว
ไสวตามสามลม ขณะบินถลาร่อนลงมา สตรีผู้นี้มีผม
ยาวสยายดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง การมาถึงของนางได้
สะกดข่ม เย่ ไช่เซี่ย โดยสิ้นเชิง ชั่วขณะนั้นเองคนผู้นี้
ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนทั้งหมดในที่แห่งนี้ทันที
สตรีผู้นี้ก็คือ เฉิน ชิงหยู๋
เมื่อนางปรากฏกายขึ้น สีหน้าของ จ้าว เทียนเจี้ยน
กับ เย่ ไช่เซี่ย ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าซีดลงในทันที
จากที่เคยเกรี้ยวกราดขุ่นเคืองเปี่ยมล้นไปด้วยโทสะ
ก็แปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงงันสีหน้าขาวซีดด้วยความ
ไม่อยากเชื่อ ขณะเดียวกันพวกมันฉงนสงสัย ว่าเป็น
ฝีมือผู้ใดกันที่เร่งคาบข่าว ไปแจ้งเรื่องนี้แก่
เฉิน ชิงหยู๋ ได้ล่วงรู้ ? จนนางถ่อมาถึงที่นี่ในที่สุด
คงมีเพียงแต่ อู่ อวี้ ที่ล่วงรู้ว่านางมาที่นี่ได้อย่างไร
คาดว่า หนานกง เหว่ย คงเร่งรีบไปหา เฉิน ชิงหยู๋
อย่างรวดเร็วทันทีที่นางแยกตัวจากเขา
“พี่สาวเฉิน” อู่ อวี้ สะกดข่มความรู้สึกหดหู่ รวมถึง
โทสะแลความไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าบัดนี้ เฉิน ชิงหยู๋
ได้มาถึงแล้ว จิตใจของเขาก็สงบลงในทันที
เฉิน ชิงหยู๋ กวาดสายตามองทุกผู้คน หลังจากนั้นก็
มองลงไปบนล่างของ จาง ฝูถู ที่นอนแน่นิ่งไร้ลม
หายใจอยู่บนพื้น ท่าทางของนางประหลาดใจ
เล็กน้อย หลังจากนั้นนางก็หันกลับมาพร้อมกับไป
ถามขึ้นว่า ” เกิดอันใดขึ้น จงเล่ารายละเอียด
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ให้ข้าฟังอย่างชัดเจนเดี๋ยวนี้”
เฉิน ชิงหยู๋ เป็นสาวกอยู่ในประดับกระบี่โลกา ซึ่ง
สูงส่งยิ่งกว่า จ้าว เทียน แลสูงกว่า เย่ ไช่เซี่ย หนึ่งขั้น
ทั้งยังมี จอมกระบี่ชิงเหอ เป็นพี่ชาย ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งเหนือกว่าพวกมันทั้งสองคนเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นด้วยน้ าเสียงราบเรียบผ่อนคลาย บอก
เล่าเรื่องราวรายละเอียดทุกอย่าง ๆ ถี่ถ้วน ท้ายที่สุด
ก็กล่าวขึ้นว่า” ข้าคิดว่า จ้าว เทียนเจี้ยน มีเรื่องไม่
พอใจข้า ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่กระท าเช่นนี้กับข้า
ถึงขนาดอดใจไม่ไหวที่จะรีบไขว่คว้าโอกาสนี้เอาไว้
คิดจะบดขยี้ข้าเช่นนี้”
“เหลวไหลสิ้นดี!” จ้าว เทียนเจี้ยน ค ารามขึ้นด้วย
เสียงแผ่วเบา
สีหน้าของ เฉิน ชิงหยู๋ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก
ลงทันที นางไม่ได้ใส่ใจ จ้าว เทียนเจี้ยน แต่กวาด
สายตามองไปรอบ ๆ อยู่เล็กน้อย ทันใดนั้นนางก็
ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาในจิตใจ พร้อมกับหันไปกล่าว
กับ จ้าว เทียนเจี้ยน แล เย่ ไช่เซี่ย ด้วยน้ าเสียง
เด็ดขาดว่า” พวกเจ้าทั้งสองดวงตามืดบอดหรือไร!
ฐานวงเวทย์ของ ค่ายกลผนึกขนาดเล็ก ยังคาทนโท่
อยู่ที่นี่ ชี้ชัดถึงเจตนาแลวัตถุประสงค์ของ จาง ฝูถู
ซึ่งตั้งใจรนหาที่ตายเอง ด้วยการท าลายกฎระเบียบ
ของซูซัน ด้วยการคิดจะสังหารสาวกของตนเอง
เพียงแต่ว่ามันนั้นมีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ
จึงได้รับผลกรรมตอบสนองเช่นนี้ จ้าว เทียนเจี้ยน
คิดบิดเบือนความจริงพลิกผิดเป็นถูก โดยการจะส่ง
ตัว อู่ อวี้ ไปยัง ‘คุกทะลวงใจ’ ใช่หรือไม่ ?”
เมื่อกล่าวถึงตรงส่วนหลัง น้ าเสียงของนางก็ฉุนเฉียว
โกรธเกรี้ยว
ในขณะที่ เฉิน ชิงหยู๋ ก าลังกล่าวอยู่นั้น สาวกระดับ
กระบี่ปฐพี ของวิหารลงทัณฑ์ ต่างก้มศีรษะงุดหน้า
ลง
แต่ในขณะนั้นเอง เย่ ไช่เซี่ย ยกศีรษะแล้วยืดคอขึ้น
พร้อมกับตะเบ็งเสียงออกจากล าคอกล่าวขึ้นว่า”
เฉิน ชิงหยู๋ เจ้าไม่ใช่คนของ วิหารลงทัณฑ์ เจ้าจึงไม่มี
สิทธิ์มาวิพากษ์วิจารณ์ หรือ สั่งการใด ๆ ข้าขอ
แนะน าให้เจ้ารีบเร่งวางมือจากเรื่องนี้เสีย อย่ามา
ขัดขวางการลงทัณฑ์ของ วิหารลงทัณฑ์ มิฉะนั้น
วิหารวิญญาณ และ วิหารลงทัณฑ์ จะแจ้งรายงาน
เจ้า โทษฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่!”
เมื่อ เฉิน ชิงหยู๋ ได้ยินเช่นนั้น นางก็ยิ้มขึ้น โดยไม่
กล่าวอันใด ถึงแม้น้ าจะยืนอยู่ห่างออกไป ทว่าเพียง
ชั่วพริบตา ก็เสมือนดั่งมีฝ่ามือตบลงบนใบหน้าของ
เย่ ไช่เซี่ย เพียะ!!!! เย่ ไช่เซี่ย ร้องครวญครางอย่าง
เจ็บปวด ม้วนกลิ้งไปหลายตลบ เมื่อมันพยุงร่างของ
ตนเองให้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าของมันครึ่งหนึ่งก็แปร
กลายเป็นสีแดงฉาน
“เฉิน ชิงหยู๋ เจ้ากล้าตบหน้าข้า!” เย่ ไช่เซี่ย ขึ้นด้วย
เสียงสั่นเครือเปี่ยมไปด้วยโทสะ พร้อมกับน้ าตาที่ไหล
พรากลงมา
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า เฉิน ชิงหยู๋ ใช้วิธีการอันใดจัดการ
แต่ที่แน่ ๆ คือ อู่ อวี้ ไม่เห็นการโจมตีของนางแม้แต่
น้อย
“ ข้าตบเจ้าแล้วจะท าไม นางสารเลว หรือเจ้าจะ
วิ่งหางจุกตูดไปฟ้องชู้รัก? นังผู้หญิงส าส่อนที่ใช้
ร่างกายไต่เต้าจนกลายเป็นผู้มียศถาบรรดาศักดิ์
จงไปให้ไกลสายตาข้าเสีย อย่าให้เสนียดจังไรมา
ติดตัวข้า” เฉิน ชิงหยู๋ ไม่ได้มีความรู้สึกหวาดกลัว
หรือ แยแสมันแม้แต่น้อย ยังไม่เคยเห็น เย่ ไช่เซี่ย
อยู่ในสายตา
“เจ้า!” เย่ ไช่เซี่ย โกรธแทบคลั่ง แต่นางก็ท าได้เพียง
เท่านี้ เนื่องจากฝีมือแลความแข็งแกร่งของตน
ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้แต่น้อย อีกทั้ง
รวมถึงสถานะของตนก็ยังไม่อาจเทียบเท่านางได้
ในวันนี้นับว่า อู่ อวี้ ได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย การ
กระท าของ เฉิน ชิงหยู๋ ท าให้เขาเข้าใจว่า ความจริง
แล้วในเขาซูซัน ความแข็งแกร่งของระดับฝีมือ กับ
ศักดิ์ฐานะ นั้นอยู่เหนือกฎของนิกาย
“ จ้าว เทียนเจี้ยน ข้าขอแนะน าให้เจ้าไสหัวกลับไป
เสีย จงอย่าได้น าเรื่องของบุตรตนเองมาผสมปนเป
กับงานเช่นนี้ แท้จริงแล้วพี่ชายของข้า ได้ยอมรับว่า
เขาในฐานะศิษย์ จึงไม่มีความจ าเป็นใดๆที่ อู่ อวี้
ต้องมาก าจัดศัตรูในที่แห่งนี้ด้วยตนเอง เจ้าลองคิดดู
สิว่าถ้าเขารู้ว่า เจ้าท าเช่นนี้กับศิษย์ของเขา เขาจะ
ปล่อยเจ้าไปงั้นหรือ” เฉิน ชิงหยู๋ กล่าวขึ้นอย่างไม่
เกรงใจ
“ หึ! อู่ อวี้ ได้สังหารอาจารย์ของตนไป นี่เป็นความ
จริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ รอก่อนเถอะ วิหารลงทัณฑ์
ของข้าจะกลับมาตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างอีกครั้ง
ไป!”
จ้าว เทียนเจี้ยน บอกให้ทุกคนน าร่างของ จาง ฝูถู
ขึ้นมา โดยไม่กล่าวอันใดอีก จากนั้นก็ใช้กระบี่บิน
จักรพรรดิ ทะยานหายไปบนฟากฟ้า
เย่ ไช่เซี่ย ขบฟันแน่น แต่ จ้าว เทียนเจี้ยน จากไป
แล้ว นางจึงไม่อาจสู้ทนอยู่ต่อไปได้ จากนั้นนางก็รีบ
หลบหนีไปทันที
อู่ อวี้ ไม่ได้คาดคิดว่า เฉิน ชิงหยู๋ จะมีลักษณะนิสัย
ในแง่มุมเช่นนี้ด้วย แค่นางตบเพียงหนึ่งครั้ง มันได้ปัด
เป่าความขุ่นเคืองในจิตใจของ อู่ อวี้ ออกไปจนสิ้น
“ บุตรชาย จ้าว เทียนเจี้ยน?” บางทีนี่อาจเป็น
เหตุผลแท้จริงซึ่งปรากฏขึ้นที่นี่
เฉิน ชิงหยู๋ พยักหน้าแล้วกล่าวขึ้นว่า” ถือว่า
จ้าว เทียนเจี้ยน นั้นยังโชคดีอยู่บ้าง นั่นเพราะ
คุณสมบัติของเขานั้นธรรมดาสามัญ แต่ทว่าเขาได้ถือ
ก าเนิดบุตรชายมาคนหนึ่ง ซึ่งมีพรสวรรค์เหนือล้ า
กว่าเขามาก ตอนนี้เขามีรายชื่ออยู่เป็นอันดับ 1
ของ รายนามหมื่นเซียนกระบี่ หากกล่าวตามตรง
เด็กหนุ่มผู้นี้ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมใน
อาณาเขตกระบี่สามัญ แม้แต่พี่ชายของข้าเองก็ยังให้
ความสนใจในตัวเขา ต่อมาก็ได้พบว่าพื้นฐานภายใน
จิตใจของเขา ช่างแตกต่างจากลักษณะภายนอก
เขามีจิตใจชั่วร้ายเหี้ยมโหดอ ามหิต ซึ่งท าให้ได้รับ
ผลกระทบโดยง่าย ด้วยเหตุนี้พี่ชายของข้าจึงไม่สนใจ
เขาอีกต่อไป แต่ทว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ยังคงยืนกราน
มุ่งมั่นอยากจะเป็นศิษย์ของพี่ชายข้าให้จงได้ แม้แต่
สาวกคนอื่น ๆ ที่อยู่ในระดับกระบี่สวรรค์ปรารถนา
จะรับเขาเป็นศิษย์ แต่เขาก็ปฏิเสธไปจนหมดสิ้น
ข้าเคยได้ยินมาว่า แม้แต่จอมกระบี่ผู้หนึ่งก็ยังถูกเขา
ปฏิเสธด้วยเช่นกัน”
ด้วยเหตุนี้ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ตระหนักว่า
จ้าว เทียนเจี้ยน ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือบุตรชายของ
มัน เพื่อขจัดอุปสรรคขวากหนามให้แก่บุตรของตน
“ จ้าว เทียนเจี้ยน ไม่ใช่คนดีเด่อะไร เกรงว่ามันจะ
สั่งสอนบุตรชายของตน ให้ก้าวเดินตามรอยเส้นทาง
ของมัน” การกล่าวเช่นนี้ท าให้รู้สึกได้ว่า จอมกระบี่
ชิงเหอ ไม่เพียงแต่เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถแล
ความแข็งแกร่ง แต่ จอมกระบี่ชิงเหอ ยังมีคุณธรรม
อีกด้วย
เฉิน ชิงหยู๋กล่าวว่า”เจ้าไม่ต้องกังวล เหตุการณ์ใน
ครั้งนี้มีหลักฐานเด่นชัด เจ้าไม่ใช่ผู้กระท าความผิด
ในเขาซูซันแห่งนี้อย่างน้อย ๆ ก็ยังพอมีความเป็น
ธรรมหลงเหลืออยู่ เจ้าสนใจแค่การก้าวเดินต่อไป
หมั่นเพียรฝึกฝนก็พอ หากไม่มีสิ่งใดแล้ว เช่นนั้น
ข้าขอตัวก่อน เขาเซียนหมื่นกระบี่บิน ยังต้องการ
พี่สาวผู้นี้อยู่”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าวว่า”ข้าเกรงว่า
วิหารฝูถูแห่งนี้ จะไม่ใช่สถานที่เหมาะสมส าหรับ
การบ่มเพาะ”
เฉิน ชิงหยู๋ มองไปรอบ ๆ จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า”ที่นี่มี
เรื่องเกิดขึ้นมากเกินไป ทั้งยังมีผลต่อเจ้าเป็นอย่างยิ่ง
ยามนี้จ้าววิหารฝูถูได้ตกตายไปแล้ว เช่นนั้นข้าจะพา
เจ้าไปยังวังอีกแห่งหนึ่ง เพียงแต่สถานที่แห่งนั้นคือ
มหาวังกระบี่อันดับหนึ่งในอาณาเขตสามัญ ซึ่งเจ้าที่
เป็นอนุศิษย์ของพี่ชายข้า ท าให้ข้าสามารถพาเจ้าเข้า
ไปได้”
“มหาวังกระบี่อันดับหนึ่ง?”
อู่ อวี้ คิดในใจขึ้นว่า การมีสถานะสูงส่งนั้นถือเป็นสิ่ง
ที่ดีไม่น้อยถึง แม้จะเป็นเพียงศิษย์อย่างไม่เป็น
ทางการแต่เขาก็ยังได้รับความสะดวกสบายเช่นนี้
มหาวังกระบี่อันดับหนึ่ง ถือเป็นประมุขวังกระบี่
ทั้งหมดในอาณาเขตกระบี่สามัญ
“มหาวังกระบี่อันดับหนึ่ง มีนามว่า ‘วังกระบี่
มหาสงคราม’ ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน
อีกทั้งยังได้ให้ก าเนิดสุดยอดอัจฉริยะมากมายนับไม่
ถ้วน กล่าวได้ว่าที่แห่งนี้เป็นที่บ่มเพาะเหล่าอัจฉริยะ
ให้ก าเนิดใน อาณาเขตกระบี่สามัญ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งมหาวิหารอันดับหนึ่งที่มีนามว่า ‘วิหารสงคราม
เซียน’ ซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยอัจฉริยะผู้มากไปด้วย
พรสวรรค์ โดยมี ‘ไป๋หลี่เฟยหง’ เป็นประมุขวัง
‘วังกระบี่มหาสงคราม’ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังรับ
หน้าที่เป็น เจ้าวิหารสงครามเซียน อีกด้วย เมื่อเจ้า
กลายเป็นหนึ่งในพวกเขา หลังจากนี้ จะไม่มีผู้คนเฉก
เช่นเดียวกับ จาง ฝูถู หาญกล้าเฉียดเข้าใกล้เจ้าอีก”
เมื่อได้ยินดังกล่าวเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกประหลาดใจ
อย่างยิ่ง เขารีบกล่าวขึ้นทันทีว่า”ขอบคุณพี่สาวเฉิน”
ค ากล่าวของนาง แทบจะท าให้ อู่ อวี้ หลุดรอดออก
จากวิหารอันดับล่างสุด พุ่งทะยานขึ้นไปสู่มหาวิหาร
อันดับหนึ่งในอาณาเขตกระบี่สามัญ แน่นอนว่า
สถานที่แห่งนั้นต้องมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมแก่การ
ฝึกตนอย่างยิ่ง ทั้งยังตั้งอยู่ในต าแหน่งซึ่งมีกลิ่นอาย
ฟ้าดินหนาแน่นที่สุด ในอาณาเขตกระบี่สามัญแห่งนี้
อีกด้วย ส าหรับ อู่ อวี้ ถือเป็นการช่วยเหลือ
สนับสนุนครั้งใหญ่!
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ