กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 246 ไป๋หลี่ เฟยหง
“จริงสิ… พี่สาวเฉิน ผู้ใดเป็นคนบอกท่านว่าเกิดอะไร
ขึ้นที่นี่?” ขณะ เฉิน ชิงหยู๋ ก าลังจะจากไป อู่ อวี้ ก็
ไต่ถามขึ้น
เฉิน ชิงหยู๋ กล่าวขึ้นว่า” เป็นสาวน้อยผู้หนึ่ง นาง
ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน หลังจากบอกเสร็จนาง
ก็รีบวิ่งหนี คงเพราะกลัวข้าจะจับตัวนางเอาไว้ ข้าได้
ยินมาว่าเจ้ามีสาวน้อยผู้หนึ่งติดตามเจ้าอยู่
ตลอดเวลา สาวน้อยผู้นั้นเป็นใครกัน เจ้าชอบนาง
เช่นนั้นหรือ?”
แม้นางจะไต่ถามเรื่องนี้ ด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา
แต่แท้จริงแล้วภายในใจของนางกลับรู้สึกเต้นระทึก
ด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งเขาจึงรีบกล่าวขึ้นว่า”
นางติดตามข้ามาจริง ๆ ถ้าเราไปที่ วิหารสงคราม
เซียน ท่านสามารถรับนางมาด้วยได้หรือไม่? หากข้า
ไปจากที่นี่ เกรงนางคงจะไม่ล่วงรู้ว่าข้าไปในสถานที่
แห่งใด นางคงจะติดตามหาข้าอย่างยากล าบาก”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ยอมปล่อยให้สาวน้อยน่ารัก
ผู้นี้ออกห่างตัวเลยนะ สบายใจได้ ไหนลองบอก
พี่สาวคนนี้สิ เจ้าคิดจะมีสหายเต๋าเคียงคู่ตั้งแต่
เมื่อใด”
อู่ อวี้ ยิ้ม หนานกง เหว่ย ยังเยาว์มากนัก ในใจของ
เขาจึงยังไม่มีความคิดอื่นใด
นอกจากนี้ การเลือกเฟ้น สหายเต๋าเคียงคู่ นั้นถือ
เป็นเรื่องส าคัญอย่างยิ่ง คนผู้นี้จะต้องเดินเคียงข้าง
ไปพร้อมกับตน บนเส้นทางแห่งการบ าเพ็ญเพียรเป็น
เซียน คนทั้งสองจักต้องมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน
กุมมือก้าวเดินใช้ชีวิตเคียงคู่ไปตราบจนชั่วนิจนิรันดร์
ตราบจนเป็นเซียนอมตะไปด้วยกัน หรือหวนกลับคืน
สู่ธรณี
การเลือกเฟ้นสหายเต๋าเคียงคู่ จ าต้องสรรหาคู่ที่
เหมาะสมกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์ที่มีมาแต่
ก าเนิด หากมีพรสวรรค์อยู่ในระดับสามัญธรรมดา
จับคู่กับ อัจฉริยะ ก็ไม่อาจจะเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ได้
อย่างตลอดรอดฝั่ง
เฉิน ชิงหยู๋ ขี่กระบี่บินพุ่งทะยานผ่านหมู่มวลก้อน
เมฆ ด้วยความเร็วที่สูงลิ่ว ด้วยความเร็วระดับนี้เป็น
การยากที่ อู่ อวี้ จะสามารถชื่นชมทัศนียภาพที่อยู่
โดยรอบได้ สิ่งที่เขากระท าจึงพยายามยืนทรงตัวอยู่
บนกระบี่บิน ไม่นานนักก็เดินทางมาถึง เขาเซียน
หมื่นกระบี่บิน
“ เอาล่ะ… ถึงซะที ไปหานางสิ เดี๋ยวข้ารอเจ้าอยู่ที่นี่
แล้วกัน” เฉิน ชิงหยู๋ มองไปทาง อู่ อวี้ ภายใน
สายตาของนางบ่งบอกถึงความชื่นชอบในตัวเขามาก
ยิ่งขึ้น ถึงแม้จะ อู่ อวี้ จะมีตัวตนอันต้อยต่ า แต่เมื่อ
ต้องตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นต้องตัดสินใจ ชีวิต
แขวนอยู่บนเส้นด้ายเป็นตายเท่ากัน เขากลับกล้า
หาญกระท าการบางอย่าง ๆ รอบคอบ แม้กระทั่ง
ผู้ฝึกตนอย่าง จาง ฝูถู ก็ยังตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของ
เขา
อู่ อวี้ รีบวิ่งฝ่าฝูงชนไปรอบ ๆ การปรากฏตัวของเขา
เป็นที่สนใจสะดุดตา ท าให้ผู้คนอื่น ๆ ปรารถนาที่จะ
ท้าประลองกับเขาอีกครั้ง
เขาวิ่งไปข้างหน้าเป็นวงกลมรอบ เขาเซียนหมื่น
กระบี่บิน จนเกือบจะครบรอบ การกระท านี้ได้ดึงดูด
ความสนใจของผู้คนจ านวนนับไม่ถ้วน หลาย ๆ คน
อยากรู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้ก าลังมองหาอันใดอยู่กันแน่
“ เหว่ยเอ๋อ เจ้าเด็กน้อยคนนี้ ไปอยู่แห่งหนใดกันแน่
?” อู่ อวี้ รู้สึกสับสนฟุ่งซ่าน เขาค้นหาตัวนางเป็น
เวลานาน แต่ก็ยังไร้ซึ่งวี่แวว แม้แต่สถานที่หลายแห่ง
ซึ่งปกติธรรมดานางจะต้องอยู่ แต่กลับไร้ซึ่งร่องรอย
เหตุการณ์ในครั้งนี้คงต้องขอขอบคุณ หนานกง เหว่ย
มิฉะนั้นเกรงว่า เขาคงถูกสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ทั้ง
สอง ใช้อ านาจบีบบังคับพาไปยัง คุกหมื่นกระบี่
ทะลวงใจ
แต่ในเวลานี้ อู่ อวี้ หาตัวนางไม่พบ ท าให้เขารู้สึก
สับสนอย่างยิ่ง” อาจเป็นไปได้ว่า เพราะนางไปแจ้ง
เรื่องกับ เฉิน ชิงหยู๋ ท าให้ จอมกระบี่ชิงเหอ พบตัว
นาง นางเลยถูกส่งกลับ?”
อู่ อวี้ คิดถึงความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ เหตุเพราะนาง
มาจากเทือกเขาซูซัน
บางทีอาจจะไม่มีวันที่ข้าจะได้พบกับนางอีกครั้ง เป็น
เพราะโชคชะตาน าพา จึงท าให้สาวน้อยผู้นี้ติดตาม
ตนเองมานานกว่า 1 ปี อยู่ติดกับเขาทั้งกลางวันแล
กลางคืน แทบจะไม่เคยแยกจาก แต่ทว่าตอนนี้ต้อง
มาแยกจากกันจริง ๆ มันท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกเศร้าโศก
เสียใจอย่างสุดแสน
เขาหวนนึกถึงสาวน้อยผู้ร่าเริง น่ารักสดใสมีน้ าใจ …
“ หรือไม่บางที นางอาจก าลังหลบซ่อนตัวอยู่ หรือ
นางจะไปที่ถ้ าสร้างแกนนภาเพื่อรอข้า” เมื่อ อู่ อวี้
ไม่สามารถหาตัวนางพบ เขาจึงรีบไปหา เฉิน ชิงหยู่
เล่าเรื่องราวสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง เหตุเพราะไม่
ต้องการถ่วงเวลาให้นางต้องล่าช้าอีกต่อไป หลังจาก
อธิบายเรื่องราวทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ตรงดิ่งไปที่
วิหารสงครามเซียน เพื่อไปยัง ‘วังกระบี่มหา
สงคราม’
เรื่องส าคัญในตอนนี้คือเขาจะต้องเข้าไปยังวังกระบี่
โดยค าแนะน าของ เฉิน ชิงหยู๋ และหลังจากนั้น อู่ อวี้
จะสามารถค้นหาตัวของ หนานกง เหว่ย อย่างอิสระ
“ อย่าห่วงไปเลย แม่สาวน้อยก็คงก าลังกังวลใจ
เกี่ยวกับเจ้าเช่นกัน เมื่อเจ้าไปถึง วิหารประลองเซียน
เดี๋ยวก็คงมีข่าวมาเข้าหูเจ้าเอง” คงต้องกล่าวว่านาง
อ านวยความสะดวกให้แก่ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก นาง
ได้ป่าวประกาศต่อหน้าฝูงชนว่า นับจากวันนี้ อู่ อวี้
จะออกจาก วิหารฝูถู มาอยู่ที่ วิหารประลองเซียน
หากผู้ใดต้องการหาตัว อู่ อวี้ ให้มาที่วิหารสงคราม
เซียน
แท้จริงแล้ว ส าหรับ อู่ อวี้ วิหารฝูถู มีขนาดเล็ก
เกินไป ทั้งยังมีระดับที่ต่ าต้อยเกินความสามารถ
หลังจาก เฉิน ชิงหยู๋ ป่าวประกาศเสร็จสิ้น นางก็หา
ใส่ใจบทสนทนาพูดคุยของผู้คนไม่ นางได้น าพา
อู่ อวี้ มุ่งหน้าไปยัง
ทิศทางของ ‘เทือกเขาซูซัน’ ขณะที่ระยะทางเริ่มใกล้
ถึง ‘เทือกเขาซูซัน’ มากขึ้นทุกขณะ อู่ อวี้ ก็เริ่ม
สังเกตเห็นสถานภาพภูมิศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้
ซึ่งจัดเป็นพื้นที่ลาดชันเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกัน
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้บินใกล้มาถึงตีนเขาซูซัน ซึ่งเรียกได้ว่า
เป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้กับเขาซูซันมากที่สุด! หลังจาก
มาถึงที่นี่ มันก็ได้ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจอย่าง
ยิ่ง เกี่ยวกับกลิ่นอายพลังฟ้าดิน กล่าวได้ว่าความ
หนาแน่นของที่นี่เทียบเท่ากับ วังกระบี่วิญญาณ
สิ่งส าคัญแตกต่างไปก็คือ ที่นี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
แต้มความส าเร็จแต่อย่างใด
บรรยากาศของ วังกระบี่มหาสงคราม ช่างเงียบสงบ
อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วย เจตจ านงอันมุ่งมั่นแข็งแกร่ง
แห่งวิถีเซียนอมตะ วังแห่งนี้ตั้งสูงตระหง่านอยู่บน
ยอดสุดของเทือกเขา วังสีทองจ านวนมากถูกสร้าง
เรียงรายตั้งอยู่ วังเหล่านี้แสดงออกมาให้เห็นอย่าง
เด่นชัด ถึงความมั่งคั่งสมบูรณ์ แสงประกายส่อง
วูบวาบ เฉกเช่นดั่งแสงสะท้อนจากคมกระบี่!
เขาแต่ละแห่งเปรียบเช่นดั่ง กระบี่ทองค าขนาด
มหึมา ส่วนวังที่อยู่บนยอดสุด เป็นเฉกเช่นดั่งส่วน
ปลายแหลมของกระบี่
เป็นปลายแหลมคมกริบซึ่งหาใดเปรียบ พุ่งทะยาน
ขึ้นสู่ฟากฟ้า!
ท่ามกลาง วิหารสงครามเซียน วังที่อยู่ในส่วนกลางก็
คือ ‘วังกระบี่มหาสงคราม’ ว่ากันว่ารากฐานฉบับ
ดั้งเดิมของ วิหารสงครามเซียน กับ วันกระบี่
มหาสงคราม คือการประลองต่อสู้แห่งเซียนอมตะ
สถานที่แห่งนี้ ปลดปล่อยบรรยากาศการประลอง
ต่อสู้ออกมาอย่างแข็งกล้าดุเดือดรุนแรง เมื่อผู้ฝึกตน
กระบี่ออกจากวิหารสงครามเซียน ประสบการณ์
ต่อสู้ของพวกเขาจะเหนือล้ ายิ่งกว่าวังกระบี่อื่น ๆ
เป็นสถานที่ซึ่งผู้เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์อยู่
มากมาย ปรารถนาแลใฝ่ฝันถึง หลังจากผ่านทดสอบ
ประเมินผลต่าง ๆ แล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการที่จะ
ถูกคัดเลือกเข้า วังกระบี่มหาสงคราม!
“ ไป๋หลี่ เฟยหง ออกมา” เฉิน ชิงหยู๋ เปล่งเสียงเรียก
ขานดังลั่นขึ้นภายใน วังกระบี่มหาสงคราม
“ ไอ้หยาาา! ท่านย่ามาเยี่ยมเยือนข้าเช่นนั้นหรือ!”
หลังจากเสียงของนางจางหายไป ต่อมาก็มีเสียงชาย
ผู้หนึ่งออกมาจากส่วนลึกของ วิหารสงครามเซียน
ทันในนั้นก็ปรากฏล าแสงกระบี่กระพริบวูบวาบ
พุ่งปรี่เข้ามายังด้านหน้าด้วยความเร็วสูง จากนั้น
ชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมใส่อาภรณ์เป็นชุดคลุมยาว
สีฟ้าคราม ก็มาปรากฏตัวตรงด้านหน้าของ อู่ อวี้
ทันทีที่เขาปรากฏการณ์ขึ้นก็สัมผัสได้ถึงความพิเศษ
แม้ว่าจะยังเป็นเพียงผู้ฝึกตน แต่ทั้งผมเผ้ากลับรุงรัง
กระเซอะกระเซิง อีกทั้งยังดูสกปรกมอมแมม
เล็กน้อย ซ้ าร้ายกริยาท่าทางของเขายังดู
เหลาะแหละไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ขณะก าลังยืนอยู่
นั้นร่างของเขาโอนเอนไปมาไร้ซึ่งความสมดุล
เฉกเช่นดังผู้ฝึกตนกระบี่อันเลี้ยวลดคดเคี้ยว มิใช่
กระบี่อันแหลมคม ผสมผสานกับกลิ่นสุราที่โชยหึ่ง
ออกมา นอกจากนี้ในมือของเขายังถือไหสุราขนาด
ใหญ่ ท าให้รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นนักร่ าสุราตัวยง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง สุรานี้
เป็นเพียงแค่สิ่งของจากโลกมนุษย์ หากผู้ฝึกตนดื่ม
มัน แล้วจะรู้สึกอะไรเช่นนั้นหรือ?
เมื่อได้สูดดมกลิ่นของมัน เขาก็พบว่า สุรานี้มีกลิ่น
หอมอย่างยิ่ง เพียงแค่สูดดม ก็ท าให้เมามายได้ นี่มัน
สุราอะไรกัน แม้กระทั่งผู้ฝึกตนในขั้นสร้างแก่นนภา
ยังมิอาจทนได้?
“เป็นไปได้หรือไม่ว่า สุราไหหมักมาจากวิญญาณ
เซียนที่มีเส้นวิญญาณใช่หรือไม่?” อู่ อวี้ ปรารถนาที่
จะรู้ค าตอบเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าใช้วิญญาณ
เซียนในกรรมวิธีการหมักสุรา เช่นนั้นมันไม่ถือเป็น
การสิ้นเปลืองเกินไปงั้นหรือ…
อู่ อวี้ เข้าใจได้ในทันทีว่าคนผู้นี้คือ ไป๋หลี่ เฟยหง ซึ่ง
เป็นประมุข วังกระบี่มหาสงคราม อายุอานามของ
เขายังถือว่าไม่มากนัก ซึ่งน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับ
เฉิน ชิงหยู๋ ส่วนระดับพลังน่าจะอยู่ในระดับ สร้าง
แกนนภา ขั้นที่ 10 ในบรรดาสาวกกระบี่แก่นแท้
ทั้งหมด ความแข็งแกร่งของเขาถูกยกย่องให้เป็น
อันดับ 1 ซึ่งเกือบจะถึงระดับของ เฉิน ชิงหยู๋
“ ไยท่านย่า ถึงพาเด็กหนุ่มหน้ามนผู้นี้มาหาข้า?”
ไป๋หลี่ เฟยหง เหลือบมอง อู่ อวี้ พร้อมกับยิ้ม
“ เขามีนามว่า อู่ อวี้ ในอนาคตเขาจะเป็นอัจฉริยะ
ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือมากที่สุดใน วิหารสงครามเซียน
จงปฏิบัติกับเขาอย่างดีที่สุด เข้าใจหรือไม่! เจ้าขี้เหล้า
นี่ สักวันหนึ่งเจ้าจะตายเพราะสุรานี้แน่นอน!”
เฉิน ชิงหยู๋ กล่าวอย่างมีโทสะ
“ท่านนี่ไม่เข้าใจอะไรเสียเลยจริง ๆ สิ่งนี้เรียกว่า…
มหาวิถีสามจอกรู้แจ้ง เพียงหนึ่งถังเราจะสอดผสาน
กลมกลืนกับธรรมชาติ สุรานี้มอบความสุนทรีให้มาก
เพียงใด สตรีเช่นท่านคงมิอาจเข้าใจ ระหว่างมีชีวิต
อยู่ท่ามกลางความสิ้นหวังในเส้นทางแห่งเซียนอมตะ
จะดีเสียกว่าถ้ากลายเป็นเซียนสุรา เมามายอยู่
ท่ามกลางความฝัน หลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่ง ก้าวไป
ยังอีกดินแดน” ไป๋หลี่ เฟยหง ดื่มสุราจอกใหญ่จน
หน้าแดงก่ าจากนั้นก็เรอออกมาดัง เอิ้ก! แล้วกล่าว
ขึ้น
“เลิกกล่าววาจาผายลมได้แล้ว” เฉิน ชิงหยู๋ จ้องมอง
เขา
ป่ายลี้ เฟยหง หันมามอง อู่ อวี้ จากนั้นก็กล่าวขึ้น
ว่า”เมื่อไม่นานมานี้ชื่อเสียงของเจ้าเป็นที่เลื่องลือ
อย่างยิ่ง ข้าได้ยินนามของเจ้าตลอดทั้งวัน มีคนจับตา
ขนาดนี้คงน่าร าคาญแย่ อย่างไรก็เถอะ ลูกพี่ของข้า
ให้ความสนใจในตัวเจ้า นับจากนี้ใน วิหารสงคราม
เซียน หากมีเรื่องอันใด หรือมีผู้ใดคิดจะหาเรื่องเจ้า
ให้มาหาข้า ไป๋หลี่ เฟยหง โอ้ ใช่แล้ว แต่อย่าพูดเรื่อง
เงินทองกับข้าล่ะ ข้าไม่มีเงินให้เจ้าหรอกนะ”
คนผู้นี้เปิดเผยตรงไปตรงมา ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกชอบ
พอในตัวเขาเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่าการได้พบเจอ
ผู้ใดสักคนนั้น ขึ้นอยู่กับโชคชะตาวาสนา ถึงแม้จะ
เป็นเจ้าวิหารเช่นเดียวกับ จาง ฝูถู แต่เมื่อเทียบกัน
แล้ว ป่ายลี้ เฟยหง แตกต่างจากมันราวกับฟ้ากับเหว
“ขอบคุณท่านเจ้าวิหาร” อู่ อวี้ พยักหน้า
“เอาล่ะ งั้นข้าจะมอบยอดเขาที่ดีที่สุดให้กับเจ้า เจ้า
สามารถตั้งชื่อมันได้เอง ตามข้ามา” ไป๋หลี่ เฟยหง
เร่งรัดให้ เฉิน ชิงหยู๋ แล อู่ อวี้ ติดตามมา จากนั้น
เขาก็เดินน าไปเบื้องหน้า สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า
‘เทือกเขาเหมันต์’ ปกคลุมด้วยน้ าแข็งแลหิมะทั่วทุก
แห่งหน มีกระแสสายลมหิมะพัดผ่าน อย่างไรก็ตาม
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สถานที่แห่งนี้อุดมไปด้วย
กลิ่นอายฟ้าดินหนาแน่นมาก แม้กระทั่งในหลาย ๆ
พื้นที่ได้ปรากฏหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมากมาย ซึ่งหลุมนี้
ก็คือน้ าพุแห่งพลังฟ้าดิน ปลดปล่อยกลิ่นอายฟ้าดิน
หล่อเลี้ยงบ ารุงทุกสรรพสิ่ง
“ที่นั่นไง”
ในเวลานี้ คนทั้ง 3 ยืนอยู่ตรงบริเวณตีนเขา มันคือ
ยอดเขาสูงขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านสูงใหญ่สุด
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบ อีกทั้ง
ความสูงของยอดเขานี้ยังสูงล้ าอย่างยิ่ง ด้านข้างของ
มันคือเทือกเขาซูซัน เมื่ออยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา
นี้ สามารถทะยานขึ้นไปบนเทือกเขาซูซันได้ แน่นอน
ว่าหากหาญกล้าบินข้ามไปจริง ๆ แล้วล่ะก็ สาวกผู้
นั้นจะต้องถูกค่ายกลที่ตั้งเอาไว้โจมตีเข้าใส่
ยอดเขาแห่งนี้มีขนาดสูงใหญ่ อย่างน้อยหลายร้อย
เท่าจากยอดเขาเฉียนฝู ซึ่ง อู่ อวี้ ได้ตั้งชื่อมันไว้อย่าง
ไม่เป็นทางการว่าว่า ‘ยอดเขาเทียมฟ้า’ เป็นชื่อที่เขา
ตั้งตามยอดเขาของตนใน นิกายกระบี่สวรรค์
“นับจากนี้ ยอดเขาเทียมฟ้า จะเป็นของเจ้า” ไป๋หลี่
เฟยหงโบกมือประกาศค าสั่งอย่างผู้ยิ่งใหญ่ แล้ว
กล่าวขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
อู่ อวี้ มั่นใจว่าภายภาคหน้าเขาจะสามารถกลายเป็น
สาวกกระบี่ขั้นปฐพีได้อย่างแน่นอน หรือบางทีอาจ
สูงยิ่งกว่านั้น ด้วยเหตุนี้ เขาจะสามารถอาศัยอยู่ใน
ยอดเขาแห่งนี้ จนกว่าจะกลายเป็นสาวกท่านขั้น
กระบี่ปฐพี
เมื่อมองดูยอดเขาเทียมฟ้านี้ พลันรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง
ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องละเหเร่ร่อนไปวัน ๆ บางทีใน
ยามนี้ ท่ามกลางนิกายเซียนซูซันอันกว้างใหญ่
ยอดเขาแห่งนี้ท าให้เขารู้สึกได้ถึงความเป็นเจ้าของ
แลที่พักพิงอย่างแท้จริง
“นับจากนี้ถือว่าเขาได้มอบมันให้แก่เจ้าแล้ว หากมี
ปัญหาอันใด ข้าจะมาจัดการเจ้าด้วยตนเอง”
เฉิน ชิงหยู๋ กล่าวข่มขู่ ไป๋หลี่ เฟยหง
“แน่นอน แน่นอน! นายท่านของข้าให้ความสนใจกับ
อัจฉริยะน้อยผู้นี้ แน่นอนว่าข้าย่อมประจบสอพอเขา
ท่านมั่นใจได้” ไป๋หลี่ เฟยหง โค้งค านับแล้วกล่าวขึ้น
“เอาล่ะ เช่นนั้นข้าขอลา” เฉิน ชิงหยู๋ หันมากล่าว
กับ อู่ อวี้ ว่าไม่ต้องห่วงเรื่องของ จ้าว เทียนเจี้ยน
ให้เขามุ่งเน้นความสนใจไปที่การฝึกฝนพัฒนาตนเอง
มุ่งมั่นหมั่นเพียรเพื่อให้ตนเองมีต าแหน่งสูงขึ้นใน
รายนามหมื่นเซียนกระบี่ หลังจากนั้นนางก็จากไป
“พี่ชายตัวน้อยผู้หล่อเหลา หากในภายภาคหน้าเจ้ามี
ปัญหาอะไรติดขัดอันใด จงเรียกหาข้า ข้าก็จะรีบไป
หาเจ้าตัวในทันที เจ้าจงไปท าเรื่องส่วนตัวของเจ้า
เสียเถิด หลังจากนี้ข้าค่อยมาหาเจ้าแล้วร่ าสุรากัน”
ไป๋หลี่ เฟยหง กล่าวขึ้น
อู่ อวี้ หัวเราะแล้วเฝ้ามองเขาเดินตัวโงนเงนจากไป
ในเวลานี้เหลือ อู่ อวี้ เพียงคนเดียวอยู่ที่นี่
หลังจาก อู่ อวี้ จัดระเบียบ”ยอดเขาเทียมฟ้า” ของ
ตนเองเรียบร้อย เขาก็ออกจากวิหารสงครามเซียน
มุ่งหน้าไปที่ถ้ าสร้างแกนนภา เขาคาดว่า หนานกง
เหว่ย จะรอเขาอยู่ที่นั่น
เนื่องจากสถานที่แห่งนั้น คือที่ที่เขาได้พบกับ
หนานกง เหว่ย ครั้งแรก
แต่เมื่อเขาไปถึง ถ้ าสร้างแกนภา เขาก็รอนางอยู่ที่นั่น
นานนานสองนาน แต่ก็ยังคงไร้วี่แววของนาง
ข่าว อู่ อวี้ สังหาร จาง ฝูถู ได้แพร่กระจายออกไป
ราวกับไฟลามทุ่ง ข่าวคราวนี้ส่วนใหญ่ออกมาจาก
สาวกของ วิหารฝูถู ดังนั้นจึงถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็น
ธรรม เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะรู้เพียงแค่ว่าเข้านั้น
สังหาร จาง ฝูถู แต่ไม่ล่วงรู้ถึงเหตุผลว่าเพราะเหตุใด
แล้วก็ยังรู้เพียงแค่ว่า เฉิน ชิงหยู๋ ปกป้องเขา ส่วน
ทางด้าน จ้าว เทียนเจี้ยน ก็ยังไม่ยอมรามือ มันได้พา
คนจากวิหารลงทัณฑ์ออกมามากมายเฉกเช่นดั่งพายุ
“ ช่างน่าสงสาร จาง ฝูถู อุตส่าห์เมตตาพามันมายัง
เขาซูซัน แต่มันกลับอกตัญญูลืมบุญคุณ ปลิดชีพเขา
จนตาย”
อู่ อวี้ ได้ยินบทสนทนา ที่ก าลังพูดว่าร้ายถึงเขาอย่าง
เสีย ๆ หาย ๆ
“ ภายในโลกนี้… สิ่งที่ไม่อาจป้องกันหรือหักห้ามได้
คือค าพูดว่าร้ายปากคน”
หลังจากเขาไม่สามารถหา หนานกง เหว่ย พบ
แต่เขาก็คิดว่า หนานกง เหว่ย น่าจะล่วงรู้ว่า
สามารถตามหาตัวเขาได้ วิหารสงครามเซียน
หลังจากกลับไป เขาจึงต้องการปิดด่านฝึกตน และ
ไม่ย่างก้าวออกมาอีก
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ