กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 249 เกาทัณฑ์ล่าเมฆา
ดูเหมือนว่าไม่มีผู้ใดหาญกล้าจ้องมอง เหอ ไท่เหยา
มากเกินไปนัก เนื่องจากว่านางเป็นสตรีผู้มาจาก
ตระกูล เทียน อี้ อีกทั้งยังเป็นบุปผางามที่มีผู้หมาย
ปองไว้แล้ว เพียงไม่กี่เดือน นางได้กลายเป็นสหาย
เต๋าเคียงคู่กับ จ้าว ซวนเซียน ซึ่งมีชื่อเป็นอันดับ 1
ใน รายนามหมื่นเซียนกระบี่ กล่าวได้ว่านางคือสตรี
ของ จ้าว ซวนเซียน
การที่คนทั้งสองตกลงปลงใจเป็นสหายเต๋าเคียงคู่กัน
นั้น ดูเหมาะสมดั่งกิ่งทองใบหยก ฝ่ายชายมากล้น
ด้วยพรสวรรค์ ส่วนสตรีก็งดงามประดุจเทพธิดาเป็น
ที่ริษยาของบุคคลอื่นที่เฝ้ามองดูอย่างยิ่ง
ส าหรับ อู่ อวี้ เขารู้จัก จ้าว ซวนเซียน เป็นอย่างดี
คนผู้นี้เป็นบุตรชายของ จ้าว เทียนเจี้ยน มันคือผู้มี
พรสวรรค์ ติดตัวมาแต่ก าเนิดอันหายากยิ่ง สามารถ
ฝึกฝนบ าเพ็ญตนก้าวรุดหน้าได้อย่างรวดเร็ว ครั้นอยู่
ในช่วงอายุ 10 ขวบปี โชคชะตาของมันก็พลิกผัน
เปลี่ยนแปลงไป มันได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ต้องห้าม
ของเขาซูซันอย่างไม่คาดฝัน แลได้รับสืบทอดมรดก
พิเศษจากชนรุ่นก่อน นี่คือเหตุผลอันแท้จริง ซึ่งท าให้
มันพุ่งทะยานไปไกลกว่าสาวกสามัญทั่วไป ภายใน
เขาซูซันแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า มรดกเซียนที่มีชื่อว่า
‘เซียนกระบี่สะบั้นใจ’ มีเก่าแก่มากเพียงใด เนื่องจาก
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าผู้อาวุโสชนรุ่นก่อนได้รับสืบทอด ผ่าน
มาแล้วกี่รุ่นต่อกี่รุ่น
มรดกเซียนกระบี่สะบั้นใจนี้ กล่าวกันว่ามันได้ถือ
ก าเนิดขึ้นมาจากการประหัตประหารเซียน
นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติความสามารถที่จะน าพาสู่
การกลายเป็นเซียนอมตะ ร่ าลือว่าผู้ถือครองมรดกนี้
ก่อนจะตายย่อมบรรลุถึงอาณาจักรก าเนิดจิตเทวะ
อย่างแน่นอนแล้ว
หลังจาก จ้าว ซวนเซียน ได้รับสืบทอดมรดก เซียน
กระบี่สะบั้นใจ มา วาสนาแลพรสวรรค์ของมันของ
มันก็ทะยานอย่างรุ่งโรจน์ อย่างไม่มีผู้ใดสามารถ
เหนี่ยวรั้งได้อีกต่อไป ด้วยพรสวรรค์อันเหนือล้ าเกิน
กว่าผู้ใด ท าให้มันสามารถเอาชนะขวากหนาม
อุปสรรคทั้งหมดทั้งมวล เฉกเช่นดั่งมีมีดพร้าคอยเบิก
ทางให้ตลอดทางก้าวเดิน กระทั่งมันมีรายชื่อเป็น
อันดับ 1 ใน รายนามหมื่นเซียนกระบี่ จึงน าไปสู่
ความปั่นป่วนโกลาหลอย่างยิ่งใหญ่มหาศาล
คงต้องกล่าวว่า จากอดีตตราบจนถึงปัจจุบัน
จ้าว ซวนเซียน ถูกขนานนามว่า อัจฉริยะดับ 1 แห่ง
สาวกแกนสามัญ
ซึ่งขณะนี้ เหอ ไท่เหยา ก าลังยืนเคียงข้างอยู่กับ
จ้าว ซวนเซียน บุรุษหนุ่มผู้นี้มีลักษณะราวกับบัณฑิต
รูปร่างสูงยาวได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบ เส้นผมเป็นสีด า
ขลับพริ้วไสว ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายของเซียน
กระบี่อันแผ่ซ่านออกมา กล่าวได้ว่าทั่วทั้งสรรพางค์
กายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ช่างสมบูรณ์แบบเป็น
อย่างมาก สิ่งที่ท าให้รู้สึกอึดอัดใจเพียงอย่างเดียว คือ
ดวงตาส่วนที่้เป็นสีขาว กลับกลายเป็นสีแดงโลหิต
ราวกับว่าดวงตาคู่นั้นอัดแน่นไปด้วยโลหิต ส่งผลให้
สาวกบุรุษหนุ่มผู้นี้ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ทั่วทั้งร่าง
ของมันปลดปล่อยจิตสังหารอันน่าประหวั่นพรั่น
สะกดข่มไปทั่วทุกสารทิศ
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อู่ อวี้ รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า
จ้าว ซวนเซียน แข็งแกร่งยิ่งกว่า เหอ ไท่เหยา
แน่นอนว่าว่านางคือคู่ต่อสู้ที่แท้จริงของเขาในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเขาต้องข้ามผ่านอุปสรรคลูกใหญ่
อย่าง เหอ ไท่เหยา ไปให้ได้
หญิงสาวผู้นี้เป็นคนของ ตระกูลเทียนอี้ เปี่ยมไปด้วย
ความเย่อหยิ่งภาคภูมิใจ ในเวลานี้นางได้เชิดคอขึ้น
ส าหรับนางแล้ว อู่ อวี้ หาได้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ในยามนี้นางอยู่ในอ้อมกอดของ จ้าว ซวนเซียน พวก
เขาทั้งสองไม่แยแสสายตาผู้ที่อยู่โดยรอบ ราวกับว่า
ภายในสถานที่ ๆ พวกเขาทั้งสองอยู่ตอนนี้ หาได้มี
ผู้ใดอื่นไม่ คนทั้งสองแสดงท่าทางพลอดรัก กันอย่าง
ดูดดื่มปานจะกลืนกิน จ้าว ซวนเซียน ยิ้มเย้ยหยันขึ้น
ขณะเหลือบตามองไปทาง อู่ อวี้ จากนั้นก็กล่าวกลับ
เหอ ไท่เหยา ขึ้นว่า” แม่ยอดดวงใจของข้า ข้าจะ
ปล่อยให้เจ้าไปจัดการกับมันผู้นั้น คราวนี้ จอมกระบี่
ชิงเหอ จะได้เข้าใจเสียที ว่าผู้ใดเหมาะสมเป็นศิษย์
ของเขามากกว่ากัน”
“ ไม่ต้องห่วงกังวลไปสามีข้า ขอให้ท่านโปรดผ่อน
คลายสบายใจได้ ข้าจะจัดการ อู่ อวี้ ผู้นี้ให้สิ้นซาก
ข้าท าให้มันรู้ว่าเสียใจที่เกิดขึ้นมาบนโลกนี้”
เหอ ไท่เหยา กล่าวขึ้นด้วยน้ าเสียงออดอ้อนชวน
เคลิ้ม
“ ข้าจะรอชมการแสดงของเจ้า” จ้าว ซวนเซียน ยิ้ม
บาง ๆ จากนั้นมันก็ปล่อย เหอ ไท่เหยา ไป แล้วมันก็
เดินเอามือไพล่หลังออกจากสนามประลอง ภายใน
สนามประลองอันกว้างใหญ่นี้ มีเพียงแค่คนสองคน
ยืนอยู่นั่นก็คือ เหอ ไท่เหยา กับ อู่ อวี้
เสียงบทสนทนาพูดคุยของผู้คนรอบข้าง ดังทะลัก
ทะล้นขึ้นอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ไม่เพียงแค่นั้นยังมี
แม้กระทั่งการวางเดิมพันระหว่างทั้งสองฝ่าย เสียง
ผู้คนเหล่านี้ดังระงมเซ็งแซ่อื้ออึ้ง จนท าให้ เฉิน ชิงหยู๋
ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป นางแค่นเสียงขึ้นจนดัง
สนั่น จากนั้นเสียงสนทนาพูดคุยเฉกเช่นดั่งอัสนี
ค ารามกึกก้อง ก็เริ่มเบาบางลง
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่ เหอ ไท่เหยา จากนั้นเขาก็ดึง
‘กระบี่เต๋าหยินหยาง’ ออกมา แบ่งแยกมันออกเป็น
สอง เล่มหนึ่งถือไว้มือซ้าย อีกเล่มหนึ่งถือไว้มือขวา
ยามนี้มวลพลังมหาศาลยากที่จะจินตนาการของแกน
ก าเนิด ก าลังหมุนโคจรไปทั่วทั้งร่างของเขา ตั้งแต่
ศีรษะจรดปลายเท้า เฉกเช่นดั่งผืนมหาสมุทรอัน
กว้างใหญ่ เขาไม่ปรารถนาที่จะกล่าวถ้อยค าไร้
ประโยชน์อันใดมากมายก่อนการต่อสู้ เพราะส าหรับ
เขาแล้วสิ่งส าคัญที่สุดในวันนี้ก็คือ การแสดงฝีมือให้
เป็นที่ประจักษ์
“หึ! แสร้งท าเป็นลึกลับ” เหอ ไท่เหยา มองไปที่เขา
ด้วยสายตาดูถูกชิงชัง ฉับพลันในมือของนางก็ปรากฏ
กระบี่ยาวขึ้น ภาพลักษณ์ของกระบี่ยาวในยามนี้
เฉกเช่นดั่งมันได้ถูกอาบไล้ไปด้วยเพลิงสีแดงจากแสง
สุริยัน ซึ่งก าลังลุกโชติช่วงเผาผลาญอย่างร้อนแรง
หากเงยหน้าขึ้นมองเหนือศีรษะ จะแลเห็นเปลวเพลิง
ลุกโชติช่วงชัชวาลพุ่งทะยานขึ้นสูง ราวกับว่าเพลิงนี้
ได้ปิดซ่อนผืนแผ่นฟ้าปกคลุมผืนปฐพีไปจนทั่วทุก
สารทิศ
นอกจากนี้ อู่ อวี้ ยังถือโอกาสไต่ถามเกี่ยวกับ
ศาสตราเต๋าของ เหอ ไท่เหยา กระบี่เล่มนี้มีชื่อว่า
‘กระบี่ซ่อนสุริยัน’ ต้องใช้แต้มความส าเร็จกว่า 500
แต้ม ในการแลกเปลี่ยน ซึ่งมีราคาสูงกว่า กระบี่เต๋า
หยินหยาง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามมีเงินทองอุดม
สมบูรณ์มากกว่าตัวเขายิ่งนัก
นอกจากนี้ เหอ ไท่เหยา ยังฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋ากระบี่
มามากมาย ทั้งยังฝึกฝนเคล็ดวิชาที่ติดอันดับต้น ๆ
เคล็ดวิชานั้นมีชื่อเรียกว่า ‘เคล็ดวิชากระบี่มังกรเพลิง
สามหัว’ ซึ่งมีราคาค่างวดมากกว่า 600 แต้ม
ความส าเร็จ
นอกจากนี้ นางยังมีวิชาเกาทัณฑ์จาก ตระกูลเทียนอี้
แต่นางก็ไม่ค่อยเผยวิชานี้ออกมาให้เห็นสักเท่าไหร่
นัก
ส่วนขอบเขตพลังของนางอยู่ในระดับ สร้างแกนนภา
ขั้น 4 ทั้งยังเป็นแกนนภาในระดับสูง
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่ว่าจะหนทางใด เหอ ไท่เหยา
สามารถสยบ อู่ อวี้ ลงได้ทั้งสิ้น ในยามนี้พวกเขาทั้ง
สองยังไม่ได้เริ่มลงมือต่อสู้กันแต่อย่างใด แต่กลับ
เปิดเผยช่องว่างอันใหญ่หลวงยิ่งของทั้งคู่ออกมาเสีย
แล้ว
“ อายุของข้านั้นอ่อนเยาว์กว่าเจ้า 4 ปี คนอย่างเจ้า
เป็นแค่ขยะในสายตาของข้า บังอาจหาญกล้ามา
เปรียบเทียบกับ ข้า และ สามี ?” เหอ ไท่เหยา เปล่ง
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยะออกมาดังลั่น ในระดับที่ว่า
ผู้คนหลายคนสามารถได้ยินมันได้
“ฮ่ะ∼ ฮ่ะ∼ ฮ่ะ!”
อู่ อวี้ แค่นเสียงเย้ยหยันในล าคอ พุ่งกระโจนขึ้น
เหนือฟากฟ้าอันว่างเปล่า กระบี่ในมือทั้งสองข้าง
ทะลวงแทง ส่งเสียงหวีดหวิวแหวกฝ่าอากาศ พุ่ง
ทะยานตรงเข้าอย่างความเร็ว
“ฮึ!” เหอ ไท่เหยา ยังคงสบประมาทเขาด้วยความ
เกลียดชัง นางตอบโต้คืนกลับได้อย่างรวดเร็วดุดัน
เห็นได้ชัดว่าในเวลานี้แกนก าเนิดของนางก าลังพลุ่ง
พล่านอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นทั่วทั้ง สรรพางค์กายก็
บังเกิดเสียง พรึ่บ!!! ดังขึ้น จากนั้นร่างกายของนางก็
กลายเป็นเปลวเพลิงพุ่งทะยาน กวาดผ่านกลืนกิน
ทุกสรรพสิ่ง พร้อมผสานหลอมรวมอยู่บน ‘กระบี่
ซ่อนสุริยัน’
บูมมมม!
บัดนี้ทั่วสรรพางค์กายของ เหอ ไท่เหยา อาบท่วมอยู่
ท่ามกลางเปลวเพลิง เฉกเช่นดั่งวิหคเพลิง กระบี่ใน
มือกวัดแกว่งโบกสะบัดดุจดั่งเปลวคลื่น ขณะมืออีก
ข้างก าลังกวัดแกว่งวาดอาคมผสาน ในทุก ๆ ครั้งที่
นางตวัดมือวาดอาคม จะปรากฏหัวมังกรทะยาน
ออกมา 1 หัว และ ร่างกายครึ่งส่วนขนาดใหญ่บน
กระบี่ซ่อนสุริยัน เมื่อปรากฏกายขึ้น มันก็ปลดปล่อย
เสียงค ารามอันเกรี้ยวกราด กรร!!! พร้อมกับ พ่น
เปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวแผ่กระจายไป
ทั่วทุกสารทิศ แยกเขี้ยวกางกรง ด้วยความเกรี้ยว
กราดเดือดดาล จิตสังหารแพรพวยพุ่งออกมาอย่าง
รุนแรง!
เมื่อวาดอาคมเวทย์จนครบทั้ง 3 วง มังกรเพลิงสาม
หัวก็พวยพุ่งออกมาจากกระบี่ เหินทะยานขึ้นสู่
ฟากฟ้าพร้อมกับเปล่งเสียงค ารามกึกก้อง กรรรรร!!!!
ขณะที่พวกมันทั้งสามบินลัดเลี้ยวเกี่ยวพัน ทันใดนั้น
มันก็พุ่งทะยานตรงเข้ามาหา อู่ อวี้ จากสามทิศทาง
“ข้าใช้แค่เพียงเพลงกระบี่เดียวเท่านั้น ก็สามารถส่ง
เจ้าไป ยังแดนสุขาวดีได้”
เหอ ไท่เหยา ยิ้มเยาะขณะกล่าวด้วยความมั่นอก
มั่นใจ
จิตใจของ อู่ อวี้ ยังคงสงบนิ่งมั่นคงดุจหินผา เจ็ด
เดือนแห่งการบ่มเพาะบ าเพ็ญ ค ากล่าวสบประมาท
เย้ยหยันเหล่านี้ ไม่อาจสั่นคลอนจิตใจ หรือ ท าอันใด
เขาได้ ไม่ว่าจะเป็นศาสตราเต๋าแลเคล็ดวิชาเต๋า
อาจจะไม่ดีเท่ากับนาง แต่เขาก็มั่นใจในสมรรถภาพ
ทางกายเนื้อแลรากฐานเซียนของเขา ว่ามันจะท าให้
เขาสามารถกู้คืนสถานการณ์กลับมาได้!
ช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนอันยากล าบากนับ 7 เดือน
เคล็ดวิชาเต๋ากระบี่สวรรค์ปฐพีหยินหยางในลักษณ์
ได้หลอมร่วมผสานเข้ากับเลือดเนื้อของเขา ด้วยการ
ฝึกฝนซ้ าแล้วซ้ าเล่า จนกระทั่งวันนี้ วิชาของเขา
รวดเร็วดุดัน ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยพลังอ านาจ ฉับพลัน
วิถีกระบี่คู่ก็ถูกปลดปล่อยออกไปทันที!
“กระบี่หยินนิลกาฬปลิดเทวะ”
“กระบี่หยางพิสุทธิ์มลายสูญ!”
หนึ่งซ้าย หนึ่งขวา เปรียบดั่งสองผู้ฝึกตนกระบี่ ก าลัง
พุ่งทะยานเข้าปะทะห้ าหั่นกับ เหอ ไท่เหยา กระบี่
หยางพิสุทธิ์มลายสูญเปรียบเสมือนดั่งจุดศูนย์กลาง
ของ ปราณกระบี่นับร้อยซึ่งก าลังหมุนวนม้วนกวาด
ผ่านปลดปล่อยบรรยากาศอันร้อนระอุ ราวกับพายุ
มังกรเพลิงที่ก าลังเจาะทะลวงไปเบื้องหน้า พร้อมกับ
เสียงระเบิดดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุกทิศทาง
กระบี่หยินนิลกาฬปลิดเทวะ กลับน่าสะพรึง
ยิ่งกว่านั้น ปราณกระบี่แผ่ขยายออกไปเช่นดั่ง
มหาสมุทร เข้าปิดกั้นเส้นทางของมังกรเพลิง 3 หัว
เอาไว้!
คนทั้งสองต่างตัดสินใจ ปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋าอัน
แข็งแกร่ง เข้าปะทะห้ าหั่นกันทันที!
ตูม!!!
บังเกิดเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว ฝูงชนผู้คอย
เฝ้าชมจับจ้องอยู่กับการต่อสู้ ต่างตื่นตระหนกไปตาม
ๆ กัน พวกมันรู้สึกประหลาดใจ ในพลังอ านาจอัน
สะพรึงกลัวของวิชากระบี่ของ เหอ ไท่เหยา ได้
ปลดปล่อยออกมา แต่แน่นอนว่าพวกมันก็มองเห็น
ความก้าวหน้าของ อู่ อวี้ ด้วยเช่นเดียวกัน
วิชาเต๋าที่เขาปลดปล่อยออกมา ดูเป็นธรรมชาติ
มากกว่าครั้งก่อนที่เขาได้ใช้มัน
แต่ทว่าช่างน่าเสียดายแกนก าเนิดของ เหอ ไท่เหยา
นั้นมีพลังอ านาจเหนือกว่าเขา มังกรเพลิง 3 หัว
ทะยานฝ่าเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ฉีกกระชากวิชา
กระบี่ไร้รักษณ์ บดขยี้ปราณกระบี่พายุมังกรเพลิงนับ
ร้อย จากนั้นก็ท าลายกระบี่นิลกาฬปลิดเทวะ
ถึงแม้ว่าทั่วทั้งร่างของมังกรเพลิง 3 หัวจะได้รับความ
เสียหายอย่างรุนแรงปรากฏลอยโหว่ขึ้นทั่วทั้งร่าง แต่
ทว่ามันก็ยังพุ่งทะยานหมายมาดจะสังหาร อู่ อวี้
อย่างต่อเนื่อง
วัชระคุ้มกาย!
ทันใดนั้นเองร่างกายของ อู่ อวี้ ได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นพระพุทธรูปวัชระทองค าสูงกว่า 6 จั้ง
มั่นคงหนักแน่นดุจดั่งหินภูผา ซึ่งเป็นชั่วขณะเดียวกับ
ที่มังกรเพลิงพุ่งทะยานเข้ามา อัดกระแทกบดขยี้
ท าลายเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที แต่ทว่าเปลวเพลิงอัน
ร้อนแรง ซึ่งก าลังลุกแผดเผาโชติช่วงมิอาจท า
อันตรายใด ๆ แก่ อู่ อวี้ ได้
ถึงแม้ฝ่ายตรงข้ามจะไม่ได้รับความเสียหายอันใด
ทว่ากลับสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
เหอ ไท่เหยา มีพลังเหนือกว่า ซึ่งมันเกือบจะท าให้
อู่ อวี้ ได้รับบาดเจ็บ แน่นอนว่าความแตกต่างนี้ได้
แสดง ออกมาอย่างเด่นชัดในชั่วพริบตา
“ยังไม่ตายเช่นนั้นหรือ นับว่าเจ้ายังมีโชคอยู่บ้าง
ครั้งหน้าเจ้าจะไม่โชคดีอย่างนี้แน่!”
ในเวลานี้ หลังจากที่ เหอ ไท่เหยา กล่าวขึ้น นางก็
ทะยานถอยไปเบื้องหลังทันที แน่นอนว่านางไม่ได้
ตั้งใจถอยหนี เมื่อ เหอ ไท่เหยา ร่อนลงบนภูเขา นาง
ก็ใช้เท้าเปล่าก้าวเหยียบไปบนหินขนาดใหญ่ก้อน
หนึ่ง พร้อมกันสะบัดผมของตนเอง แลสาดประกาย
ดวงตาจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ ด้วยแววตาที่แตกต่างไป
จากเดิม ภายในดวงตาคู่นั้น บังเกิดเปลวเพลิงก าลัง
ลุกไหม้โหมกระหน่ าอย่างบ้าคลั่ง ประดุจดั่งเตา
หลอมในภูเขาลาวา พร้อมกับกลิ่นไหม้เกรียม
ตลบอบอวนแพร่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง
“ไม่คาดคิดว่าวันนี้ข้าจะโชคดีถึงเพียงนี้ มีโอกาสได้
แลเห็นวิชาเกาทัณฑ์ของตระกูลเทียนอี้”
“เหอ ไท่เหยา มีเกาทัณฑ์ล่าเมฆา ซึ่งมีมูลค่าสูงล้ ายิ่ง
กว่ากระบี่ซ่อนสุริยัน ถึงแม้นางจะมาที่เขาซูซันเพื่อ
ฝึกฝนวิชากระบี่ แต่ความจริงแล้วรากฐานมรดก
ตระกูลของนางก็กล่าวได้ว่าสูงล้ าอย่างยิ่ง!”
“การที่ อู่ อวี้ บีบให้นางตัดสินใจใช้วิชาเกาทัณฑ์
ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว โดยทั่วไปแล้ว ถึงแม้ อู่ อวี้
จะทุ่มเทชีวิตของตนเขาต่อสู้ แต่เขาก็คงไม่สามารถ
ก้าวขึ้นไปถึง 20 อันดับแรกในรายนามหมื่นเซียน
กระบี่ได้”
ชั่วอึดใจนั้น เมื่อ อู่ อวี้ ได้รับฟังบทสนทนาเหล่านี้
มันท าให้เขารู้ในทันทีว่า เหอ ไท่เหยา ก าลังจะท า
อะไร
เขาแหงนหน้าขึ้นไปมองบนฟากฟ้า มีดวงดาราก าลัง
ส่องสว่างแสงออกมาอย่างสันโดษ ราวกับว่าดารา
ดวงนั้น ก าลังรอชมผลงานของตัวเขา
เมื่อหันไปมองรอบ ๆ มีสายตามากมายก าลังจับจ้อง
มาที่เขาอย่างสบประมาทดูถูก บางทีในจิตใจของ
พวกมัน อาจคิดว่าโอกาสในการชนะของ อู่ อวี้ นั้น
ช่างต่ าเตี้ยเรี่ยดินอย่างยิ่ง
ในตอนนี้ จิตใจของเหล่าผู้คนต่างพากันคิดว่า อู่ อวี้
เป็นเพียงแค่ตัวตลกเพียงเท่านั้น
กระทั่งมีบางคนคิดว่า จอมกระบี่ชิงเหอ ได้ใช้ตัว
อู่ อวี้ เพื่อเป็นด่านทดสอบสุดท้ายให้แก่
จ้าว ซวนเซียน
อู่ อวี้ ไม่สามารถทานทน ต่อสายตาที่ก าลังจับจ้อง
อย่างดูถูกเหยียดหยามเหล่านี้ได้ ในหัวใจของเขา
บังเกิดโทสะขึ้น เพลิงสงครามลุกโหมกระหน่ าอย่าง
บ้าคลั่ง ไปทั่วทั้งร่างของเขา ขณะนั้นเอง เขาได้
เปลี่ยนเข้าสู่ร่างจ าแลงเซียนวานรเรียบร้อยแล้ว
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเซียนวานรทองค าแสนบ้าคลั่ง
ไม่มีวาจาใด ๆ เอื้อยเอ่ยออก ชั่วพริบตานั้นเอง
ร่างของเขาได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นล าแสงสีทอง
พุ่งทะยานข้ามผ่านสวรรค์แลปฐพี พุ่งกระโจนเข้า
โรมรันประจันหน้า โจมตีเข้าใส่ เหอ ไท่เหยา!
“มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น! ผู้ใดใช้ให้เจ้าดูถูกข้า!”
ค าสบประมาทดูถูกเหยียดหยามนับหมื่นนับพัน แล้ว
วิธีใดที่จะก าจัดความประโยคนี้ออกไปได้?
มันคือการคว้าชัยเหนือการปะลองในครั้งนี้!
ความคิดแลจิตใจพุ่งทะยานถึงขีดสุด!
ในสายตาของทุกผู้คน การกระท าของ อู่ อวี้ ที่พุ่ง
ทะยานเข้าไปหา เหอ ไท่เหยา มันเป็นแค่การรนหาที่
ตายเพียงเท่านั้น เฉกเช่นดั่งแมงเม่าบินเข้ากองไฟ!
เพราะเวลานี้ เหอ ไท่เหยา ก าลังดึงสาย ‘เกาทัณฑ์
ล่าเมฆา’ ในมือของนาง อย่างผ่อนคลาย สิ่งที่ อู่ อวี้
จับจ้องมองเป็นอันดับแรกคือวงเวทย์ศาสตราเต๋า
ที่ประทับอยู่บนเกาทัณฑ์ ก่อนหน้านี้ ในสนามรบเขา
เคยใช้เกาทัณฑ์มามากมายหลากหลายชนิด แต่ทว่า
หากน าเกาทัณฑ์เหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับ ศาสตรา
เต๋าเชื่อมจิตในมือของ เหอ ไท่เหยา แล้วล่ะก็ พวก
มันไม่อาจน ามาเปรียบเทียบกันได้!
หนึ่งศร หนึ่งเกาทัณฑ์ ถูกแนบวางผสานเข้าด้วยกัน
อย่างรวดเร็ว เหอ ไท่เหยา แสยะยิ้มขึ้นที่มุมปาก
อย่างดูถูกเย้ยหยัน เมื่อนางดึงสาย ‘เกาทัณฑ์
ล่าเมฆา’ จนกลายเป็นจันทร์เต็มดวง ปลายศรอัน
คมกริบ ได้มุ่งเป้าไปยังทิศทางของ อู่ อวี้
ว่ากันว่ารากฐานเซียนของ เหอ ไท่เหยา คือ ‘แก่นศร
ล่าสุริยัน’ บัดนี้ทั่วทั้งร่างของนางได้ระเบิดคลื่นพลัง
แห่งการต่อสู้พวยพุ่งออกมา ผสานเข้ากับ เกาทัณฑ์
ล่าเมฆา บิดม้วนเป็นเกลียวตั้งแต่หางไปจนถึงปลาย
ศร
ทันใดนั้นเอง เกาทัณฑ์ แลศรล่าเมฆา ก็ปลดปล่อย
แสงสุกสกาวส่องสว่างเจิดจ้าไปทั่วทั้งสวรรค์และ
ปฐพี อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงวิกฤตแห่งความตายขึ้นมา
อย่างเฉียบพลัน ซึ่งต าแหน่งที่สัญชาตญาณร้องเตือน
คือหว่างคิ้วของเขา! ชั่วขณะนั้น ส่งผลให้ทั่วทั้งหนัง
ศีรษะด้านชาขึ้นอย่างฉับพลัน!
“ไม่คาดคิดว่าวิชาเกาทัณฑ์ของตระกูลเทียนอี้ จะน่า
สะพรึงกลัวถึงเพียงนี้” อู่ อวี้ ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
เขาเหลือบมองไปยังปลายหัวลูกศรอันคมกริบ เมื่อ
เหอ ไท่เหยา ยิงมันออกมา ศรล่าเมฆานี้จะเจาะ
ทะลวงเข้าใส่ศีรษะของเขา
แน่นอนว่านั่นคือความตายของเขา
ไม่ใช่แค่ อู่ อวี้ เท่านั้น แม้กระทั่งฝูงชนที่เฝ้าดูการ
ต่อสู้อยู่ในขณะนี้ ยังตกตะลึงหวาดหวั่นในวิชา
เกาทัณฑ์ล่าเมฆานี้
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าหาว่าข้าไม่สุภาพ” อู่ อวี้
ตั้งมั่นสมาธิสงบจิตใจ ผสานหลอมรวมกระบี่เต๋า
หยินหยางเข้าด้วยกัน เกาะกุมกระบี่ด้วยมือทั้งสอง
ข้าง เขามิได้คิดจะใช้รากฐานเซียน อีกทั้งแววตาของ
เขาในยามนี้ ยังสงบเยือกเย็นอย่างยิ่ง ชั่วพริบตา
นั้นเอง อู่ อวี้ เกาะกุมกระบี่ไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
พุ่งทะยานเข้าไปหา เหอ ไท่เหยา ด้วยความเร็วอย่าง
น่าเหลือเชื่อ
ขณะนั้นเอง อู่ อวี้ ใช้งาน 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ขึ้น
อย่างฉับพลัน เนื่องจากว่า เหอ ไท่เหยา แล
จ้าว ซวนเซียน มีความแข็งแกร่งมากเกินไป เขาจึง
จ าเป็นต้องใช้วิชานี้ออกมาอย่างช่วยไม่ได้
หากไม่ใช้มัน เขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงชะตากรรม
ของตนเองได้!
ยิ่งไปกว่านั้นเขาจะไม่สามารถท าให้ผู้ที่เคยสบ
ประมาทดูถูก เคารพย าเกรงเขาอย่างแท้จริงได้
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ