กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 248 เหอ ไท่เหยา
การยกระดับแกนนภาไม่ประสบความส าเร็จ อู่ อวี้
เมื่อเห็นว่าเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว คนจึงเร่งเตรียม
ตัวไปยังเขาเซียนหมื่นกระบี่บินด้วยความห้าวหาญ
เขาไม่รู้ว่า ตอนนี้ในเขาเซียนหมื่นกระบี่บินได้ตกอยู่
ในความวุ่นวายเพราะว่าเขายังไม่ยอมปรากฏตัว ใน
คราแรก เฉิน ซิงหยู๋ ยังคงควบคุมสถานการณ์ภายใน
สนามประลองได้อยู่ แต่หลังจากนั้น จนกระทั่งการ
ประลองบนรายนามเซียนหมื่นกระบี่เกือบจะสิ้นสุด
ลงแต่ อู่ อวี้ ก็ยังคงไม่ปรากฏตัวออกมาอีก เฉิน ซิง
หยู๋ จึงรู้สึกจนใจ และถึงกับต้องไปตาม อู่ อวี้ ด้วยตัว
ของนางเอง
จริงๆแล้วนางถูกสถานการณ์บังคับ เนื่องจากนางไม่
สามารถปล่อยให้คนนับแสนที่มารับชมการประลอง
รอได้
อีกทั้งเรื่องที่ อู่ อวี้ ถูกจอมกระบี่ชิงเหอให้ความ
สนใจ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการประกาศผลออกมา
แน่นอนว่าหลายคนมาที่นี่เพราะต้องการจะรับชม
การท้าทายครั้งต่อไปของ อู่ อวี้ จึงมารออยู่ที่เขา
เซียนหมื่นกระบี่เป็นเวลานาน กระทั่งบางคนมารอ
นานกว่าสามเดือนแล้ว…….
ดูเหมือนว่าการประลองเขาเซียนหมื่นกระบี่ใกล้จะ
ถึงจุดสิ้นสุด เช่นนี้ผู้ใดยังจะรออยู่อีก?
ความจริงแล้วแม้แต่ ไป๋หลี่ เฟยหง ยังแอบผ่านมาดู
สองสามครั้ง เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ มุมานะฝึกตนหามรุ่ง
หามค่ า จึงไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะเขา
ตอนนี้เวลาเกือบจะหมดลงแล้ว ยังทะลวงเข้าสู้ขั้น
สร้างแกนนภาระดับที่สามได้ไม่ส าเร็จ ชชคยังที่เคล็ด
วิชาของเขามีความก้าวหน้าไปไม่น้อย ‘เคล็ดวิชา
กระบี่สวรรค์ปฐพีหยินหยางไร้ลักษณ์’ ที่มีมูลค่า
มากกว่าสี่ร้อยแต้มความส าเร็จ กล่าวได้ว่าเขาเริ่มจะ
เชี่ยวชาญในเบื้องต้นแล้ว
“อู่ อวี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้เป็นวันอะไร?” เฉิน ซิงหยู๋
ถามขึ้น นางไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“หรือว่าการประลองรายนามเซียนหมื่นกระบี่ได้
สิ้นสุดลงไปแล้ว?”หัวใจ อู่ อวี้ หล่นดังตุ๊บ เพราะว่า
เขาหมกมุ่นอยู่กับการบ่มเพาะท าให้ลืมวันและเวลา
ไปซะสนิท
เมื่อไม่สามารถทะลวงไปถึงขั้นสร้างแกนนภาระดับที่
สามจึงท าให้ในใจของเขามีความรู้สึกไม่พอใจอยู่
พอสมควร
“ยังไม่สิ้นสุด แต่วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ข้าไม่ได้มา
เพื่อหาเจ้า ข้าต้องการให้การเจ้ารีบเร่งหน่อย ตอนนี้
เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง?” เฉิน ซิงหยู๋ ถามด้วยความ
เป็นห่วง
มั่นใจหรือไม่ มันยากที่จะบอก อู่ อวี้ กล่าวได้แค่
เพียงว่า”ไม่ว่ายังไง วันนี้จะต้องท าการท้าทายสักครั้ง
หนึ่ง”
เป้าหมายของเขาได้ถูกก าหนดไว้แล้ว มีเพียงแค่ต้อง
จัดการอันดับหนึ่งของรายนามเซียนหมื่นกระบี่ บาง
ทีอาจจะเป็นไปได้ ที่จะท าให้จอมกระบี่ชิงเหอได้รู้จัก
ตนเอง อู่ อวี้ เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้แต่ก าเนิด
ชดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเช่นนี้ ถ้าหากเขาล้มเลว
แน่นอนมันจะกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในอนาคต
“ดี เช่นนั้นไปลองพยายามดู ตอนนี้การท้าทายบน
การประลองเขาหมื่นกระบี่ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
สิบอันดับแรกของรายนามหมื่นเซียนกระบี่ยังไม่มี
การเปลี่ยนแปลงวันนี้คู่ต่อสู้ของเจ้าน่าจะมีอยู่สอง
คน พวกมันต้องการที่จะท้าทายเจ้า เพราะว่าพวก
มันทั้งสองคน คิดว่าตัวเองเหมาะสมที่จะเป็นลูกศิษย์
ของพี่ชายข้ามากกว่าเจ้า”
อู่ อวี้ รู้ว่าในเวลานี้ ไม่ใช่เขาที่ไปท าการท้าทายผู้อื่น
แต่เป็นคนอื่นมาท้าทายตัวเขาแทน และต้องการ
พิสูจน์ว่าตนเองมีความสามารถมากกว่า อู่ อวี้
“ความจริงแล้วคนที่มาท้าทายเจ้ามีนับพันคน แต่ข้า
ได้ปฏิเสธไปทั้งหมด ท้ายที่สุดจึงเหลืออยู่เพียงสอง
คนที่ยากจะปฏิเสธพวกมันได้ ทั้งสองคนนี้ต้องการที่
จะเป็นลูกศิษย์ของพี่ชายข้าอย่างบ้าคลั่ง กล่าวได้ว่า
พวกมันเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากในเขตแดนกระบี่
สามัญ”
“สองคนนี้ อยู่ในอันดับที่หนึ่งและอันดับที่สองบน
รายนามเซียนหมื่นกระบี่ เมื่อกล่าวไปแล้วก็ช่าง
น่าสนใจยิ่งนัก ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาพวกมันได้
กลายเป็นคู่บ าเพ็ญเพียรของกันและกัน อีกทั้งยังใช้
ชีวิตอยู่ร่วมกัน นับได้ว่าพวกมันสองสามีภรรยา
ต้องการที่จะท้าทายเจ้า”
“คู่บ าเพ็ญเพียร?” อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจ
เขารู้ว่าอันดับที่หนึ่งและอันดับที่สองบนรายนาม
เซียนหมื่นกระบี่เป็นใคร อันดับหนึ่งที่ถูกขนานนาม
ว่าเป็นคนชั่วช้า ซึ่งก็คือลูกชายของ จ้าว เทียนเจี้ยน
ส่วนอันดับที่สอง ดูเหมือนว่าจะเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์
ที่เป็นยอดฝีมือของตระกูลเตาหลอมเพลิงสีชาด แห่ง
ทวีปเทพตงเสินที่ส่งเข้ามาศึกษาร่ าเรียนวิชากระบี่ใน
นิกายเซียนซูซัน อีกทั้งยังได้ยินมาว่าเป็นศิษย์สาวก
หญิงอีกด้วย
อันดับที่หนึ่งมีนามว่า จ้าว ซวนเซียน ส่วนอันดับที่
สองนามว่า เหอ ไท่เหยา
“ไปเถอะ” เพราะว่าต้องการจะประหยัดเวลา
เฉิน ซิงหยู๋ จึงพา อู่ อวี้ ขึ้นมาอยู่บนกระบี่บิน
จักรพรรดิ มุ่งตรงไปยังเขาเซียนหมื่นกระบี่บิน
ตรงนี้ ถือว่ายังอยู่ห่างกับเขาเซียนหมื่นกระบี่บิน
พอสมควร แต่ส าหรับ เฉิน ซิงหยู๋ แล้ว นับว่าไม่ไกล
แม้แต่นิด
“อู่ อวี้ เจ้ารู้จักพี่ชายข้าดีหรือไม่?” เฉิน ซิงหยู๋ ถาม
อู่ อวี้ ได้ยินต านานของจอมกระบี่ชิงเหอมามากมาย
แน่นอนว่าเขาย่อมต้องรู้จัก
เฉิน ซิงหยู๋ กล่าวว่า”จ้าว ซวนเซียน และ
เหอ ไท่เหยา เคยมีจอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ต้องการจะรับพวกมันไปเป็นลูกศิษย์ แต่พวกมัน
ปฏิเสธกลับไปทั้งหมด เพราะว่าต้องการให้พี่ชายของ
ข้ารับพวกมันเอาไว้ ซึ่งหมายความว่า ถ้าเจ้าผ่านการ
ทดสอบของพี่ชายของข้า เท่ากับว่าเจ้าจะมี
ผู้แข็งแกร่งอย่าง ‘จอมกระบี่ชิงเหอ’เป็นผู้หนุนหลัง
หลังจากนี้ จะมีสาวกมากมายในเขตแดนกระบี่
สามัญ หรือแม้แต่สาวกขั้น ปฐพี แก่นแท้ ชลกา
สวรรค์ จะเคารพเจ้า อิจฉาเจ้า และหวาดกลัวต่อ
เจ้า”
อู่ อวี้ เข้าใจในค ากล่าวของนาง นี่สามารถอธิบายได้
ว่าส าเร็จภายในก้าวเดียว เหมือนกับตอนที่เขาอยู่ใน
นิกายกระบี่สวรรค์ ที่กลายเป็นศิษย์ของ
เฟิง ซัวหยา ท าให้สถานะเปลี่ยนไปกะทันหัน
“ในฐานะน้องสาวของเขา วันนี้ข้าจะขอเตือนเจ้า
เป็นครั้งสุดท้าย เจ้าจะต้องพยายามทุกวิถีทาง เพื่อ
ช่วงชิงมันมาให้ได้ พี่ชายของข้าแทบจะไม่สนใจสาวก
เยาว์วัยแม้เพียงนิด แม้ว่าจะเป็น จ้าว ซวนเซียน เขา
ก็ยังไม่ชายตามอง เจ้าจะต้องอยู่เหนือกว่า
จ้าว ซวนเซียน จึงจะท าให้เขาสามารถตัดสินใจได้
อย่างเด็ดขาด เขาเป็นคนที่จริงจังอย่างยิ่ง หากเมื่อ
เขาได้ยอมรับเจ้าแล้ว หลังจากต่อนี้ไปชีวิตเจ้าจะไม่
เหมือนเดิมอีกต่อไป…….”
เป็นเพียงค าพูดสั้นๆ นางแค่อยากจะบอกกับตัวเขา
ว่า วันนี้จะเป็นวันที่เปลี่ยนชชคชะตาของเขาไปอย่าง
สิ้นเชิง
วันนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ส าคัญของทั่วทั้งนิกายเซียน
ซูซัน หรือแม้กระทั่งทั่วทั้งทวีปตงเสิน ทุกผู้ทุกคน
ก าลังให้ความสนใจกับผลงานของเขาในวันนี้
เพราะว่าจอมกระบี่ชิงเหอ ชื่อเสียงของ อู่ อวี้ จึง
เพิ่มพูนสูงขึ้นราวกับไฟลามทุ่ง กระทั่งยามนี้ เหล่า
สาวกมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ก็มิอาจชดดเด่นไปกว่า
อู่ อวี้
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
เขาก าหมัดทั้งสองข้างของเขา เปลวไฟในใจของเขา
เริ่มลุกชชนขึ้น ทั่วทั้งร่างกายลุกชชนขึ้นชดยไม่รู้ตัว
เลือดแห่งการปราถนาการต่อสู้เดือดพล่านอย่าง
ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อเขาเข้าใกล้เขาเซียนหมื่นกระบี่บิน จึงจะรู้ว่าสิ่งที่
เรียกว่าทะเลฝูงชนคืออะไร
ทั้วทั้งเขตแดนกระบี่สามัญ คาดว่าจะมีผู้ฝึกตนอยู่ที่นี่
นับล้าน อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปรอบๆ เขาเซียน
หมื่นกระบี่บิน ทั้งสี่ทิศกลับปรากฎผู้คนเนืองแน่นจน
มืดฟ้ามัวดิน มีสาวกจ านวนมากบินด้วยกระบี่บิน
จักรพรรดิฉวัดเฉวียนล่องลอยอยู่บนท้องนภา เพื่อ
ครองต าแหน่งที่ดี
หลายคนส่งเสียงเอะอะชวยวาย อาจจะเป็นเพราะ
อู่ อวี้ มาช้าเกินไป เพราะว่าพวกมันรอคอยมานาน
แล้ว ในใจจึงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อ อู่ อวี้ มาถึง และมี เฉิน ซิงหยู๋ น าอยู่ข้างหน้า
อู่ อวี้ จึงรับรู้ได้อย่างทันที ในตอนนี้เสียงมหาศาล
ของฝูงชน พลันถาชถมเข้าสู่ อู่ อวี้ อย่างน่าพิศวง
อู่ อวี้ ถูกกลืนไปด้วยพลังอันน่ากลัว จนเกือบจะ
ถูกพัดออกไป ยามนี้รู้สึกได้ทันทีว่าผู้ฝึกตนนับแสน
คนจับจ้องมาที่ตัวของเขา ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังกดดัน
อันมหาศาลที่ถาชถมเข้าใส่
ท่ามกลางความเลือนราง อู่ อวี้ สังเกตได้ถึงในฝูงชน
เกรงว่าคงจะมีสาวกขั้นกระบี่สวรรค์หลบซ่อนตัวอยู่
ไม่น้อย เห็นได้ว่าเพียงแค่ประชยคสั้นๆของ
จอมกระบี่ชิงเหอ สามารถท าให้ทั่วผืนปฐพีแลท้อง
นภาปั่นป่วนได้ถึงเพียงนี้
“เด็กผู้นี้ชื่อว่า อู่ อวี้ ข้าเกรงว่าเขาคงหวาดกลัวจนไม่
กล้าจะออกมาเสียแล้ว ถ้าหากพวกข้าไม่ไปเร่งรัด
เช่นนี้ เขาก็คงจะไม่ออกมา”
“เจ้าเห็นมั้ย มันดูขี้ขลาดเช่นนี้ จะสามารถเป็นศิษย์
ของจอมกระบี่ชิงเหอได้อย่างไร เมื่อเทียบกับ
จอมกระบี่ชิงเหอแล้วช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว”
“ไม่เข้าใจจริงๆ ท าไมจอมกระบี่ชิงเหอถึงไม่ให้ความ
สนใจ จ้าว ซวนเซียน และคนอื่นๆ แต่กลับให้ความ
สนใจกับ อู่ อวี้ ผู้นี้? นอกจากนี้ ความประพฤติของ
อู่ อวี้ ก็ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เขากระท าความผิด
สังหารอาจารย์ของตน ข้าได้ยินมาว่าหากไม่ได้การ
ปกป้องจาก เฉิน ซิงหยู๋ เกรงว่ายามนี้เขาจะต้องไป
อยู่ใน ‘คุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจ’ เสียแล้ว”
“เด็กชั่วร้ายปานนี้ กระทั่งคุณสมบัติในการจะเป็น
สาวกซูซันก็คงไม่เหลือแล้วกระมั้ง? ชลกใบนี้ช่างไม่
ยุติธรรม เหตุใด อู่ อวี้ ถึงได้ชชคดีเช่นนี้?”
“อย่ากังวลไปเลย หลบซ่อนมานานเช่นนี้ ในที่สุด
วันนี้ก็ถูกลากออกมาเสียที จอมกระบี่ชิงเหอ ย่อม
สามารถธาตุแท้ของเขาได้อย่างแน่นอน มุมมองของ
จอมกระบี่ชิงเหอคืออันใดกัน พวกเจ้าไม่เชื่อใจเขา
หรือ? บางทีเขาอาจจะใช้ อู่ อวี้ มาทดสอบพวก
จ้าว ซวนเซียน ก็เป็นได้ อู่ อวี้ ผู้นี้ อาจจะกลายเป็น
หินรองเท้าของ จ้าว เซวียนเทียน และ เหอ ไท่เหยา
ในวันนี้”
“ที่เจ้ากล่าวมาก็ถูก ข้ารู้มาจาก เฉิน ซิงหยู๋ ว่า มี
เพียง จ้าว ซวนเซียน และ เหอ ไท่เหยา ที่ท าการท้า
ทาย อู่ อวี้”
“แล้วใครจะเริ่มต่อสู้กับ อู่ อวี้ เป็นคนแรก? คนที่เริ่ม
ต่อสู้ก่อนนับว่าเป็นผลประชยชน์ยิ่งนัก”
“ข้าคาดว่าน่าจะเป็น เหอ ไท่เหยา แม้ว่านางเป็นถึง
ยอดฝีมือของตระกูล แต่ว่าเมื่อเทียบกับ
จ้าว ซวนเซียน ผู้ที่ได้รับมรดก ‘เซียนกระบี่สะบั้นใจ’
ยังอ่อนด้อยกว่าอยู่หนึ่งก้าว นอกจากนี้พวกมันยัง
เป็นคู่รักกัน สุดท้ายจนกลายเป็นคู่บ าเพ็ญเพียรเต๋า
เช่นนี้ จ้าว ซวนเซียน น่าจะต้องยอมแพ้ให้แก่
เหอไท่เหยา เพื่อเริ่มก่อน”
บทสนทนาเช่นนี้ดังเต็มไปอยู่ทุกที่ ทั้งหมดทั้งมวล
อัดเข้าไปในหูของ อู่ อวี้ จนเกือบจะท าให้สมองของ
เขาระเบิดออกมา
ตอนนี้สนามประลองทั้งหมดได้หยุดการต่อสู้ลง
ดังนั้นสนามประลองจึงว่างเปล่า ฝ่ายตรงข้ามของ
อู่ อวี้ อยู่ในต าแหน่งที่สูงที่สุดในเขาเซียนหมื่นกระบี่
บิน จมเข้าไปในหมู่เมฆ คนธรรมดาไม่สามารถแม้แต่
จะมองเห็นถึงการด ารงอยู่ของพวกมันได้
อันดับที่หนึ่งของรายนามเซียนหมื่นกระบี่ ความจริง
แล้วมันท าให้ทุกคนต้องแหงนหน้ามอง
“เตรียมตัวให้ดี การต่อสู้ครั้งแรก คือ เหอ ไท่เหยา
แสดงศักยภาพของเจ้าออกมาให้ดี เพื่อที่จะท าให้เขา
เห็น” เฉิน ซิงหยู๋ คอยช่วย อู่ อวี้ และชี้ขึ้นไปยัง
ดวงดาวดวงเล็กๆที่อยู่บนท้องฟ้า
ดวงดาวที่ดูไม่แยแสนั้น ยากที่จะสามารถคาดเดา
ความคิดของเขาได้
มองไปรอบๆ ทันใดนั้นพลันเห็นสองคนที่เขารู้จักอยู่
ไม่ไกล คนหนึ่งคือ จ้าว เทียนเจี้ยน อีกคนคือ
เย่ ไช่เซี่ย ทั้งสองคนนี้มาอยู่รวมกัน เมื่อ อู่ อวี้ มอง
ไปที่ จ้าว เทียนเจี้ยน มันก็หัวเราะเยาะออกมา
ท าท่าทางเอานิ้วปาดคอ เมื่อมองปากของมัน
ดูเหมือนว่าจะกล่าวว่า”วันนี้เจ้าต้องตายอย่าง
แน่นอน”
ด้านข้าง เย่ ไช่เซี่ย กอดแขนทั้งสองข้าง ยิ้มออกมา
อย่างล าพองใจ
“จ้าว ซวนเซียน เหอ ไท่เหยา ลงมา” เฉิน ซิงหยู๋
ตะชกนออกมา หลังจากที่ได้รับอนุญาตจากนาง
ความจริงแล้วพวกมันทั้งสองแทบจะทนไม่ไหว
ภายใต้สายตาของฝูงชน คู่บ าเพ็ญเพียรทั้งสอง
กุมมือกันลงมาจากท้องฟ้า ฝ่ายชายหล่อเหลาไม่เป็น
รองใคร ส่วนฝ่ายหญิงสวยหยาดเยิ้มน่าประทับใจ
จนท าให้คนอื่นๆรู้สึกอิจฉา ทั้งคู่ต่างปรากฏตัวเบื้อง
หน้า อู่ อวี้ อย่างพร้อมเพรียงกัน
ยามเห็นคราแรก ก็สามารถสรุปได้ว่าพวกมันไม่ใช่
ตัวตนทั่วๆไป ไม่ว่าจะทั้งบุคลิก พรสวรรค์ หรือ
ขอบเขตขั้นพลัง ย่อมเหนือกว่าทุกคนที่อยู่บน
รายนามเซียนหมื่นกระบี่ ส าหรับสองคนนี้แล้ว
ซือถู กงเต๋อ ราวกับเป็นเพียงชนชั้นสามัญที่อยู่กัน
คนละระดับกับทั้งคู่
ทั้งสอง เป็นหนึ่งในสาวกแกนสามัญที่ชดดเด่นที่สุด
สามารถก้าวข้ามคนที่อยู่ระดับสูงกว่ามาได้นับไม่ถ้วน
อีกทั้งแกนนภาของพวกมันยังมีคุณภาพล้ าเลิศซึ่งอยู่
ในระดับสูงสุด จึงท าให้ความสามารถในการต่อสู้ของ
พวกมันเพียงพอที่จะต่อต้านกับสาวกขั้นกระบี่ปฐพีที่
อยู่ในขอบเขตสร้างแกนนภาที่ห้าได้
แน่นอน ศาสตราเต๋า เคล็ดวิชา คาดว่าจะดีกว่า
อู่ อวี้ ในตอนนี้อยู่ไม่น้อย
เหอ ไท่เหยา ว่ากันว่านางเป็นบุคคลชั้นสูงในตระกูล
เทียนอี้แห่งเตาหลอมเพลิงสีชาด ตระกูลเทียนอี้แห่ง
เตาหลอมเพลิงสีชาดนั้นคงอยู่มาหลายชั่วอายุคน
ได้รับการบ่มเพาะมาจากพลังแห่งเปลวเพลิงจากฟ้า
ดินมาหลายรุ่น เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีอ านาจ
ทัดเทียมกับนิกายเซียนซูซัน ที่เป็นหนึ่งใน
มหาอ านาจของทวีปตงเสิน
บนทวีปตงเสิน ขุมก าลังมหาอ านาจต่างๆมักจะมี
ประเพณีส่งผู้สืบทอดของตระกูลไปยังนิกายอื่นๆ
เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนความรู้กันและกัน ซึ่ง
เหอ ไท่เหยา ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ตระกูลเทียนอี้เชี่ยวชาญเรื่องการยิงธนู เคล็ดวิชาธนู
และคันศร ซึ่งค่อนข้างจะคล้ายคลึงกับเคล็ดวิชา
กระบี่ของนิกายเซียนซูซัน สามารถช่วงชิงชีวิตของ
ผู้คนที่อยู่ไกลกันพันนับหมื่นลี้ได้
ว่ากันว่า เหอ ไท่เหยา ผู้นี้ ไม่เพียงแต่ใช้คันศรได้
อย่างเดียว ยังสามารถบ่มเพาะเคล็ดวิชากระบี่ได้
สูงส่งอีกด้วย ดังนั้นนางจึงถูกส่งมายังนิกายเซียน
ซูซัน เพื่อส าแดงความแข็งแกร่งให้ผู้อื่นได้เห็น
อู่ อวี้ มองไปยังสตรีที่มีร้อนแรงผู้มีนามว่า
เหอ ไท่เหยา บนเรือนร่างของนางนั้นได้สวมใส่
เสื้อผ้าน้อยชิ้น ปกปิดเฉพาะส่วนที่ส าคัญของนาง
เท่านั้น จึงเผยให้เห็นถึงต้นขาที่สวยงามซึ่งเปี่ยมไป
ด้วยพลัง อีกทั้งยังเกลี้ยงเกลาไร้ที่ติ จนชวนดึงดูด
สายตาของผู้คนเป็นจ านวนมาก คนผู้นี้มีชีวิตชีวา
และสดใสเป็นอย่างยิ่ง สีผิวของนางไม่ได้ขาวราวกับ
หิมะ แต่ขาวนวลเหมือนกับรวงข้าวสาลี ท าให้ผู้พบ
เห็นเกิดบ้าคลั่งได้อย่างง่ายดายหากไม่มีจิตที่มั่นคง
เพียงพอ แววตาอันแสนหยิ่งทะนง แสดงออกมาราว
กับไม่แยแสทุกสรรพสิ่ง ท าให้เป็นการกระตุ้นคนอื่น
หมายจะพิชิตนางให้ได้ยิ่งกว่าเดิม
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ