กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 254 คุกดวงใจกระบี่
เฉิน ชิงหยู๋ รู้สึกพอใจในตัวของเขามากยิ่งขึ้น แล้ว
นางก็กล่าวขึ้นว่า ” ต่อให้พี่ชายของข้าจะไม่ยอมรับ
เจ้าเป็นศิษย์ แต่ข้าผู้นี้ก็ยังคงเป็นพี่สาวของเจ้าเสมอ
ในภายภาคหน้าหากเจ้ามีเรื่องเดือดร้อนต้องการ
ความช่วยเหลืออันใด เจ้าสามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ
ถ้าเช่นนั้นถ้าจะมอบ ยันต์สื่อสาร ให้เจ้าติดตัวไว้
สามแผ่น”อู่ อวี้ ยอมรับยันต์สื่อสารสามแผ่นที่นาง
มอบให้ ยันต์นี้จะติดต่อไปยังที่พ านักของนางบน
เทือกเขาซูซันค าพูดของ เฉิน ชิงหยู๋ ท าให้หัวใจของ
เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเป็นอย่างมากสตรีผู้นี้ดีช่างดีกับ
เขามากเสียจริง ๆ อู่ อวี้ รู้สึกเคารพนางอย่างมากใน
วันนี้ มีหลายคนที่รู้สึกเศร้าเสียใจ ส่วนบางคนก็คงจะ
รู้สึกอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ในวิกฤตโชคร้ายของผู้อื่น
ณ เวลานี้การประลองต่อสู้ของ รายนามหมื่นเซียน
กระบี่ ได้สิ้นสุดลงแล้ว บรรยากาศภายในอาณาเขต
กระบี่สามัญ จะกลับคืนสู่สภาพเดิม ไม่อึกทึก
ครึกโครมอีกต่อไปครั้งต่อไป ไม่อาจยืนยันได้ว่า
ผู้จัดการประลองหมื่นเซียนกระบี่ จะเป็น จอมกระบี่
ชิงเหอ ดังนั้นบรรยากาศแห่งความมีชีวิตชีวานี้จึงไม่
แน่ว่าจะเกิดขึ้นอีกแต่ทว่านามของ อู่ อวี้ ผู้มี
ขอบเขตพลังอยู่ใน มหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่ 2
แต่กลับสามารถเป็นอันดับหนึ่งอยู่บน รายนามหมื่น
เซียนกระบี่ ได้ ฉะนั้นนามของเขาจะยังคงอยู่ตราบ
นานเท่านานในเวลาต่อมา ก็มีสาวกระดับกระบี่
สวรรค์มาปรากฏตัวอยู่รอบ ๆ อู่ อวี้ในหมู่พวกเขา
มีอาวุโสอยู่ 3 คน ชาย 2 และ สตรี 1 นอกจากนี้ยัง
มีชายวัยกลางคนอีก 2 คน คนทั้ง 5 นี้มีอาณาเขต
พลังอยู่ในขั้น ต าหนักม่วงทะเลมรกต แรงกดดันที่
แผ่ออกมากล่าวได้ว่าน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาไม่ต้องใช้กระบี่จักรพรรดิ ก็สามารถลอยตัว
อยู่กลางอากาศได้ ให้ความรู้สึกถึงวิถีกระบี่ที่ก้าวล้ า
ไปถึงขีดสุด ช่างน่าสะพรึ่งอย่างยิ่ง” ช่างล้ าลึกยิ่ง
นัก” นี่คือความรู้สึกที่ อู่ อวี้ มีต่อเหล่าสาวกระดับ
กระบี่สวรรค์ทั้งห้าคนนี้หากผู้คนที่ปรากฏขึ้น
เบื้องหน้านี้ ก้าวเดินอยู่บนทวีปแห่งทวยเทพแล้วล่ะ
ก็ แน่นอนว่าพวกเขายังมีสถานะเป็นถึงระดับเจ้า
นิกาย เมื่อพวกเขาเหล่านี้ปรากฏตัวขึ้น ทุกอย่างก็
เงียบสงัดลงประหนึ่งกาลเวลานั้นหยุดนิ่ง ไม่มีผู้ใด
การเอื้อนเอ่ยถ้อยค าวาจาใดออกมา” ข้าชายชรามี
นามว่า เยี่ยน ซู่ไห่ หรือ ฉายานาม ‘ กระบี่พเนจร
ทะเลแดง ‘ ข้าบรรลุสู่ขั้นกระบี่สวรรค์ด้วยวัย 80 ปี
แม้ว่าจะไม่ดีเท่า เฉิน ชิงเหยา แต่ข้าก็มีรายชื่ออยู่ใน
‘รายนามเซียนกระบี่สวรรค์’ ล าดับที่ 73 อู่ อวี้
เจ้าเต็มใจจะมาเป็นศิษย์ข้าหรือไม่?” ชายชราผู้
ก าลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ สวมชุดคลุมยาวสี
แดง มีหนวดเครายาวเฟิ้มพริ้วไหวกระพือ ชายชราผู้
มีสีหน้าแดงก่ าราวกุหลาบแดงเอ่ยถามขึ้นถัดออกมา
เป็นหญิงชราผู้หนึ่ง ดูอบอุ่นใจดี นางยิ้มแล้วกล่าวขึ้น
ว่า” ถ้าท่านกล่าวว่าเป็นผู้ที่อยู่ใน ‘รายนามเซียน
กระบี่สวรรค์’ ข้าก็กล่าวได้เช่นกันว่าข้า ‘ถัง ตงหลิง ‘
อยู่ในล าดับที่ 68 ซึ่งสูงกว่า เยี่ยน ซู่ไห่ มากนัก อู่ อวี้
ถ้าเจ้ายอมเป็นศิษย์ข้า ข้าจะสั่งสอนฝึกปรือเจ้า ท า
ให้เจ้ากลายเป็นสาวกระดับกระบี่สวรรค์ ในภาย
ภาคหน้าสักวันหนึ่ง จะบรรลุกลายเป็นจอมกระบี่
แห่งซูซัน เจ้ายินดีจะมาเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่ ?”
นอกจากพวกเขา ก็ยังมีอีกสามคนที่รีบยื่นข้อเสนอ
ต่อรองทันที ด้วยเกรงว่าจะช้ากว่าผู้อื่น แล้วโดนผู้อื่น
แย่ง อู่ อวี้ ไปครองท่ามกลางพวกเขาเหล่านี้ ยังมี
สาวกผู้มีระดับสูงสุดอยู่ใน รายนามเซียนกระบี่
สวรรค์ ที่มีล าดับอยู่ที่ 57 และยังมีอีกสาวกขั้นกระบี่
สวรรค์หลายคนซึ่งตามมาทีหลัง หนึ่งในนั้นมีผู้อยู่ใน
รายนามเซียนกระบี่สวรรค์ อันดับอยู่ที่ 39 อยู่อีก
ด้วย! ก่อนหน้านี้มีระดับกระบี่โลกาหลายคน สนใจ
อยากเสนอตัวเป็นอาจารย์ แต่เมื่อเห็นสาวกระดับ
กระบี่สวรรค์คนแล้วคนเล่า ปรากฏตัวขึ้นหลายต่อ
หลายครั้ง ก็ท าให้พวกเขาไม่หาญกล้าก้าวออกไป
เหตุการณ์ซึ่งก าลังเกิดขึ้นอยู่นี้ เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่านั้น
อู่ อวี้ นั้นสามารถชนะใจผู้คนได้เป็นจ านวนมากนี่แค่
จอมกระบี่ชิงเหอ ยังไม่ยอมรับในตัวของ อู่ อวี้ ยังมี
ผู้คนให้ความสนใจในตัวเขามากมายถึงเพียงนี้
หากปล่อยเวลาผันผ่านไปสักระยะ บางทีอาจจะมี
จอมกระบี่แห่งซูซันปรากฏตัวขึ้นก็เป็นได้
จ้าว ซวนเซียน กับ เหอ ไท่เหยา ล่วงรู้ว่ายามนี้
จะต้องมีเหล่าจอมกระบี่แห่งซูซัน ก าลังจ้องมอง
อู่ อวี้ อยู่เป็นแน่แท้อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ตอบกลับ
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาโค้งค านับกล่าวขออภัย
แล้วกล่าวขึ้นว่า” ขอขอบคุณ ในความเมตตาของ
ผู้อาวุโสทุกท่าน การที่ข้าไม่ผ่านการทดสอบของ
จอมกระบี่ชิงเหอ ในวันนี้ ท าให้ข้า อู่ อวี้ ได้ตาสว่าง
ล่วงรู้ถึงข้อบกพร่องของตนเองว่ายังมีอยู่มากมายนัก
ข้าจะพยายามพากเพียรให้มากขึ้นกว่าเก่า โดยหวัง
ว่าสักวันหนึ่ง จอมกระบี่ชิงเหอ จะยอมรับข้าเป็น
ศิษย์ การที่ในวันนี้คนอย่างข้า อู่ อวี้ ได้รับโอกาส
จากเหล่าผู้อาวุโสชายหญิงทั้งหลาย ข้า อู่ อวี้ จะ
จดจ ามันไว้ในใจตลอดไป”ในความเป็นจริงเขาได้
ขบคิดไว้ก่อนแล้ว ถ้อยค าเหล่านี้จึงเป็นเพียงแค่
ค ากล่าวอ้างเพียงเท่านั้นซึ่งนี่ถือเป็นค ากล่าวอ้างที่ดี
ที่สุดแล้วเขาจ าเป็นต้องน าชื่อของ จอมกระบี่ชิงเหอ
ขึ้นมากล่าวอ้าง เพื่อในภายภาคหน้า จะได้ไม่มีผู้ใด
มาตามรังควานรับเขาเป็นศิษย์อีกเพราะเจตนาที่
แท้จริงของ อู่ อวี้ ในวันนี้ก็คือการได้รับอิสรภาพเสรี
เขาอยากเรียนรู้ท าความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย
ด้วยตัวเอง ซึ่งเขารู้สึกว่าการเป็นเช่นนี้ก็ดีไม่ต่างจาก
การเป็นศิษย์ของ จอมกระบี่ชิงเหอ สิ่งที่เขาคิดในหัว
คือ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม เขาจะไม่คารวะ
เป็นอาจารย์” ไม่ต้องกังวลไป การที่เจ้ามีความมุ่งมั่น
นนทะเยอทะยานนับเรื่องที่ดี ยิ่งท าให้พวกเรา
อยากจะสนับสนุนเจ้ามากยิ่งขึ้น”ผู้อาวุโสเหล่านี้
ต่างเข้าใจแลมีเหตุผล หลังจากพวกเขาได้ฟังค าตอบ
อย่างสุภาพของ อู่ อวี้ พวกเขายังคิดว่าตนเองนั้นยัง
ด้อยกว่า เฉิน ชิงเหยา” มันช่างหน้าด้านเสียยิ่งนัก
แม้ จอมกระบี่ชิงเหอ จะปฏิเสธมันไปแล้ว มันก็ยัง
หน้าด้านหน้าทนอยากจะให้ จอมกระบี่ชิงเหอ
เหลียวแลมันอีกครั้ง! ช่างไร้ยางอาย!”“แท้จริง มันยัง
คิดเพ้อฝันใฝ่สูง ไม่ลามือปล่อยวางยังกล้าพูดยืนยัน
หนักแน่น ปรารถนาให้ จอมกระบี่ชิงเหอ ตัดสินใจ
คิดทบทวนตรองดูใหม่อีกครั้ง”แน่นอนว่า ผู้มีพลัง
ริษยาอยู่ในใจย่อมกล่าวถ้อยค าเหล่านี้ในเวลานี้
เฉิน ชิงหยู๋ ได้ป่าวประกาศแทน เฉิน ชิงเหยา ว่า
บัดนี้การประลอง รายนามหมื่นเซียนกระบี่ ได้ยุติลง
แล้วอย่างสมบูรณ์ ให้ผู้คนเฝ้ารอการจัดอันดับของ
รายนามหมื่นเซียนกระบี่ ใหม่ในครั้งหน้า นับจากนี้
เป็นต้นไปผู้คนสามารถแยกย้ายกันไปได้เนื่องจาก
ทุกคน ต่างมีธุระปะปังของตนเองซึ่งจ าต้องไปจัดการ
ฉะนั้นจึงไม่จ าเป็นต้องมาเสียเวลา เสียพลังงานอยู่
ที่นี่อีกต่อไปหลังจากการป่าวประกาศเสร็จสิ้น
เฉิน ชิงหยู๋ ก็หันมากล่าวกับ อู่ อวี้ อีกครั้ง” เดี๋ยวข้า
จะหาโอกาสไปกล่อมพี่ชายเอง แต่เพื่อความยุติธรรม
วิหารลงทัณฑ์ จึงต้องลงโทษเจ้าบ้างเล็กน้อย แต่เจ้า
ไม่ต้องกังวลใจไป มันก็แค่การลงโทษเล็กน้อยเท่านั้น
นับจากนี้เจ้าจะต้องไปอยู่ใน ‘ คุกดวงใจกระบี่ ‘ เป็น
เวลาครึ่งปี ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าห้ามออก
จาก ‘ คุกดวงใจกระบี่ ‘ อย่างเด็ดขาด เจ้าเข้าใจ
หรือไม่ ?”ส าหรับเรื่องเกี่ยวกับ ‘คุกดวงใจกระบี่’
อู่ อวี้ ได้ศึกษามาจาก ‘บันทึกน าวิถีแห่งเต๋า ‘ เรียกได้
ว่านี่คือบทลงโทษที่เบาที่สุดส าหรับสาวกซูซัน
โดยทั่วไปคือการให้สาวกที่ถูกลงโทษได้คิดทบทวน
ไตร่ตรองในความผิด ด้วยเวลาในการลงโทษกว่า
6 เดือนนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อฝึกฝนปฏิบัติ
ตนของ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย ภายใน ‘คุกดวงใจกระบี่’
เขาเกือบจะสามารถท าได้ทุกอย่างเทียบเท่ากับอยู่
ภายนอก” ข้าจะไปส่งเจ้าเอง”แท้จริงแล้ว ‘คุกดวงใจ
กระบี่’ สาวกสามารถไปที่นั่นได้ด้วยตนเอง โดยไม่
จ าเป็นต้องให้คนจากวิหารลงทัณฑ์พาตัวไปอู่ อวี้ กับ
เฉิน ชิงหยู๋ เร่งขี่กระบี่บินจักรพรรดิไปยัง ‘คุกดวงใจ
กระบี่’ หลังจากพวกเขาทั้งสองจากไป เหล่าฝูงชนก็
เริ่มค่อย ๆ ทยอยแยกย้ายออกจาก เขาเซียนหมื่น
กระบี่บินในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดก็จบสิ้นลงหลังจาก
นี้อีก 6 เดือน พวกเขาถึงจะได้ยินข่าวคราวของ
อู่ อวี้ ใหม่อีกครั้งในระหว่างที่กระบี่บินอยู่เหนือยอด
เขาซูซัน แหวกฝ่ามวลหมู่ก้อนเมฆมากมายนับไม่
ถ้วน ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ไปเป็นอย่างมาก” คาดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้าจะท าให้ผู้คน
ประหลาดใจได้ขนาดนี้ ด้วยการประลองและเอามา
ได้เช่นนี้กลับท าให้เหล่าผู้คนถึงกับขมวดคิ้วไปตามๆ
กัน” เฉิน ชิงหยู๋ ในชุดคลุมยาวสีม่วงกล่าวขึ้น เมื่อ
อยู่ภายใต้กระแสวายุ ดูราวกับนางก าลังเริงระบ า
เส้นผมยาวสยายโบกสะบัดพริ้วไหวตามกระแสลม
ร่างกายอันประณีตบรรจงดูช่างละเอียดอ่อนหมดจด
เมื่อต้องสัมผัสอยู่ภายใต้กระแสว่ายุนี้” มันแค่เรื่อง
เล็กน้อยเท่านั้น” อู่ อวี้ ยังคงรู้สึกอารมณ์ดี
ผ่อนคลายอยู่ในยามนี้ หลังจากการต่อสู้อัน
แสนยากล าบากผ่านพ้นไป ในตอนนี้เขาจึงมีความ
ผ่อนคลายเป็นอย่างมากเมื่อ เฉิน ชิงหยู๋ เห็นเขา
อารมณ์ดีถึงเพียงนี้ นางก็อดยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ แล้วก็
กล่าวขึ้นว่า” เจ้านี่มันช่าง… เจ้าเล่ห์นักเชียว ภายใน
ใต้หล้านี้ มีอัจฉริยะไม่น้อย ที่ไม่ระวังแล้วร่วงหล่น
จากฟากฟ้า เจ้าอย่าได้โอหังเกินไปนัก”แน่นอนว่า
นางเพียงแค่หยอกล้อเขาเล่นเท่านั้นทั้งสองพูดคุย
ด้วยบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ ส่งผลให้ความสัมพันธ์
ของพวกเขาทั้งสองก้าวไปอีกขั้นถึงแม้เรื่องของ
จอมกระบี่ชิงเหอ จะไม่ส าเร็จผล แต่ดูเหมือนว่า
มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเป็นความสัมพันธ์
ระหว่าง พี่สาวน้องชายของพวกเขา อีกทั้ง
เฉิน ชิงหยู๋ ยังกล่าวว่าหากเขาพบเจอปัญหาใด ๆ
ในอนาคตให้มาหานางได้ทุกเมื่อแน่นอนว่า อู่ อวี้
พยายามจะไม่สร้างปัญหาให้แก่นางเขาจะพยายาม
ก้าวข้ามขีดจ ากัดด้วยตัวของเขาเองไม่นานนัก อู่ อวี้
ก็แลเห็นภาพเค้าลางของ คุกดวงใจกระบี่ ซึ่งอยู่
ห่างไกลออกไปเบื้องหน้าของเขาคือยอดเขาสูง
ตระหง่าน 2 แห่ง ระหว่างยอดเขาทั้งสองคือเส้น
ขอบฟ้า ซึ่งดูงดงามเป็นอย่างยิ่งคุกดวงใจกระบี่
อยู่ท่ามกลางเส้นขอบฟ้านี่คือพื้นที่ต้องห้ามใน
เขาซูซัน เหล่าสาวกที่ไม่ได้ถูกลงโทษ ห้ามย่างก้าว
เข้ามาในพื้นที่นี้เด็ดขาด แม้แต่ เฉิน ชิงหยู๋ ก็ไม่มี
คุณสมบัติที่จะเข้าไปด้านในนั้น นางจึงท าได้แค่เพียง
ส่ง อู่ อวี้ ตรงบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าไกล
ออกไป อู่ อวี้ แลเห็นว่าบนฟากฟ้า เสมือนจะมีต้นไม้
ใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ต้นหนึ่ง ต้นไม้นี้มีสีด าทมิฬราว
กับสีของน้ าหมึก ล าต้นส่วนใหญ่ของมันซ่อนอยู่บน
หมู่เมฆา แต่ทว่ากิ่งก้านสาขาของมัน ที่เผยขยาย
ออกมาให้เห็นดูราวกับกรงเล็บของภูตผีก็มิปานต้นไม้
นี้ มีชื่อเสียงเลื่องลือว่า ‘พฤกษาดวงใจกระบี่’
คุกดวงใจกระบี่ ใช้พฤกษาต้นนี้เป็นรากฐานในการ
สร้างขึ้นมา จากบันทึกน าวิถีแห่งเต๋า พฤกษาดวงใจ
กระบี่เป็นวิญญาณเซียนที่มีเส้นวิญญาณอยู่ 5 เส้น
ซึ่งถือเป็นวิญญาณเซียนซึ่งมีระดับสูงอย่างมาก
ถึงแม้จะไม่มีสรรพคุณทางยา แต่มันมีสรรพคุณใน
ด้านอื่นหากเมื่ออยู่ภายนอกและพบเจอวิญญาณ
เซียนที่มีเส้นวิญญาณถึง 5 เส้น อีกทั้งยังมีสรรพคุณ
ทางยา เกรงว่าคงได้ถูกสาวกขั้นกระบี่สวรรค์ต่าง
พากันฉกฉวยแย่งชิงเป็นแน่ไกลออกไป อู่ อวี้ พบว่า
‘ต้นพฤกษาดวงใจกระบี่’ นี้ไม่มีใบ แต่กลับมี
ผลหนาแน่น ประมาณ 1,000 ผลหรือมากกว่านั้น
แต่ทว่าผลไม้เหล่านี้ มีขนาดเพียงนิ้วหัวแม่โป้ง
เท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังจากเข้ามาใกล้ สามารถ
มองเห็นได้ว่าพฤกษานี้มีความสูงหลายร้อยจั้ง แต่ละ
ผลของมัน มีเส้นผ่าศูนย์กลางจากซ้ายและขวา
ประมาณ 5 ฉือ ซึ่งสามารถยัดผู้คนเข้าไปด้านในได้
หลายคนเลยทีเดียวอู่ อวี้ รู้อย่างแจ่มแจ้งว่า ผลของ
ต้นพฤกษาดวงใจกระบี่นี้ แท้จริงแล้วคือห้องคุมขังซึ่ง
ผลไม้นี้ ได้แปรเปลี่ยนไปตามความแข็งแกร่งของเขา
ซูซัน ซึ่งสรรพคุณของมันก็คือ การเป็นที่คุมขัง
เรือนจ าเมื่อเข้ามาในเส้นขอบฟ้า ซึ่งเป็นอาณาเขต
ของคุกดวงใจกระบี่ เฉิน ชิงหยู๋ ไม่สามารถติดตาม
เขาเข้าไปด้วยได้ ท าได้เพียงแยกจากตรงจุดนี้
เท่านั้น”เอาล่ะ เราพูดคุยกันมานานแล้ว ข้าจะไม่
เซ้าซี้ให้มากความ เราจากกันตรงนี้ก็แล้วกัน
หลังจากที่เจ้าออกมา ก็ยังมีเวลาที่เจ้าจะมาหาข้าใน
ภายหลังก็ยังได้ … เมื่อถึงเวลา ข้าจะมารับเจ้า”
แน่นอนว่าการที่นางมาหา อู่ อวี้ เป็นเรื่องง่ายดาย
มาก แต่ให้ อู่ อวี้ ไปหานาง ถือเป็นเรื่องยากล าบาก
อย่างยิ่ง”ขอตัวลา”ไม่นานนัก เฉิน ชิงหยู๋ ก็ขี่กระบี่
บินหายลับไป เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของนาง อู่ อวี้
อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจหายอยู่บางส่วนอาจกล่าวได้ว่า
เฉิน ชิงหยู๋ แล เฉิน ชิงเหยา พวกเขาทั้งสองเป็นผู้
เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเขา …ส าหรับเขาแล้ว
คุกดวงใจกระบี่ ไม่ใช่สถานที่เลวร้ายอันใด แต่มันคือ
สถานที่ส าหรับการขัดเกลาตนเอง ท าให้เขาสามารถ
ฝึกฝนบ าเพ็ญตนในสภาพแวดล้อมอันเงียบสงบเมื่อ
มองไปที่พฤกษาดวงใจกระบี่ นัยต์ตาของ อู่ อวี้ ก็
เริ่มร้อนผ่าวขึ้น”คุกดวงใจกระบี่แห่งนี้ คือที่ ๆ ข้าจะ
เริ่มต้นก้าวเดินในก้าวที่ 2 ! ซึ่งในก้าวที่ 2 นี้ ชื่อเสียง
ของข้าจะสั่นสะเทือนไปทั้งซูซัน!”บัดนี้ใจของเขาเต็ม
เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ซึ่งเขาพร้อมที่
จะก้าวเข้าไปแล้วแต่ทันใดนั้นเอง ก็มีคนตะโกนมา
จากด้านหลังของเขาน้ าเสียงอ่อนหวานน่ารักอัน
คุ้นเคย เรียกตนเองว่า ‘พี่ชาย’อู่ อวี้ รู้สึกตื่นตระหนก
ตกใจ รีบหันกลับมามองไปยังต้นเสียงนั้นทันทีนี่ไม่ใช่
ภาพลวงตาแต่อย่างใดเจ็ดเดือนล่วงเลยผ่านไปมี
สาวน้อยร่างกายบอบบาง ก าลังยืนอยู่ด้านหลังของ
เขา ดูนางเติบใหญ่ขึ้นมาก ดูเหมือนยิ่งนางเติบใหญ่
มากขึ้นเท่าไหร่ นางก็ยิ่งละม้ายคล้ายคลึงกับ
จิ่วเซียน มากยิ่งขึ้น คงต้องกล่าวว่าเสน่ห์ดึงดูดของ
นาง มากเสียยิ่งกว่าตอนที่ อู่ อวี้ นั้นถูกจิ่วเซียน
ล่อลวงเสียอีกใช้นางคือ หนานกง เหว่ยนางปรากฏ
กายขึ้นจริงอย่างนี้พวกเขาทั้งสองต่างมองตาซึ่งกัน
และกัน หยาดน้ าตาประกายใสไหลรินลงมาจาก
ดวงตาของนาง พวกเขาไม่คาดหวังว่าสักวันหนึ่งจะ
ได้พบเจอกันอีก อย่างเช่นในวันนี้”เหว่ยเอ๋อ” ทันทีที่
เห็นการปรากฏของนาง มันก็ได้สร้างความ
ประหลาดใจให้แก่ อู่ อวี้ อย่างยิ่ง เขาตื่นเต้นดีใจ
จนสุดระงับ จากนั้นก็วิ่งเข้าไปหานางรีบเร่ง เขา
โอบกอดนางไว้ภายใต้อ้อมแขน เขายิ้มให้กับนาง
พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า” เจ้ามาหาข้าแล้ว ? เหตุใดเจ้า
ถึงจากไปโดยไม่กล่าวลาสักค า ข้าพยายามหาเจ้า แต่
ว่าหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเจอ จนข้าคิดว่าเจ้ากลับขึ้นไป
ยังเขาซูซันแล้ว เจ้าหลบซ่อนตัวอยู่เช่นนั้นหรือ หรือ
ว่าเจ้าไม่อยากเจอหน้าข้า?”ในระหว่างที่ อู่ อวี้ อยู่ใน
วิหารสงครามเซียน เขาได้ออกไปค้นหาตัวนางอยู่
หลายต่อหลายครั้งหลายคราหนานกง เหว่ย ไม่อาจ
สะกดกลั้นน้ าตาไม่ให้รินไหลได้ แล้วนางก็กล่าวขึ้น
ว่า”พี่ชาย มีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างทาง ในวันนี้
เหว่ยเอ๋อ อยู่ที่นี่เพื่อมาบอกเล่าเรื่องราวแก่ท่าน
ในความเป็นจริงข้าเองก็ไม่ได้อยู่ภายในอาณาเขต
กระบี่สามัญ มานานกว่าเจ็ดเดือนแล้วเช่นกัน
ข้ากลับไปที่เขาซูซันดั่งที่ท่านกล่าวจริง ๆ นั่นแหละ
ความจริงแล้วในวันนี้การที่ข้ามาหาท่าน ก็เพื่อจะ
บอกลา …”
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ