กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 255 ของขวัญ
ไม่แปลกใจที่หานางไม่พบในเขตแดนกระบี่สามัญ
เพราะว่านางได้ย้ายขึ้นไปอยู่บนเทือกเขาซูซันแล้ว
เกล็ดหิมะปลิวว่อน ในสายตาเต็มไปด้วยสีขาวโพลน
ไร้จุดสิ้นสุด กลางทุ่งหิมะปรากฏเด็กสาวคนหนึ่งซึ่ง
นัยน์ตาของนางมีน้าตาคลออยู่ ท้าให้ผู้พบเห็นต่าง
รู้สึกสงสาร อู่ อวี้ พลันก้มหัวลงจ้องมองไปที่ใบหน้า
อันงดงามและน่ารักน่าเอ็นดูของนางอย่างไม่วางตา
และเอ่ยถามขึ้นว่า”ดังนั้น บอกข้ามาสิ ว่ามันเกิด
เรื่องอะไรขึ้น?”หนานกง เหว่ย มักจะมีความลับ
เก็บซ่อนมาโดยตลอด เพียงแต่หากนางไม่ยอมเป็น
คนเปิดปากกล่าวขึ้นก่อน อู่ อวี้ จะไม่ถามเซ้าซี้ให้
มากความยามนี้นางตัวสั่นเทา พร้อมกล่าวด้วย
น้าเสียงอันสั่นคือ ”ครั้งที่หลังจากที่ จาง ฝูถู ตกตาย
ไป ข้าได้ไปหา เฉิน ซิงหยู๋ เพื่อให้นางไปดู เขาสนิท
กับพ่อของข้า นางได้น้าเรื่องที่อยู่ของข้าไปบอกท่าน
พ่อ ท้าให้ท่านจึงมาพาตัวข้ากลับไป พร้อมกักบริเวณ
ข้าเป็นเวลาเจ็ดเดือน เพราะว่าเมื่อเร็วๆนี้ข้าได้ท้า
การตัดสินใจบางอย่าง เขาจึงอนุญาตให้ข้าออกมา
พบท่านได้หนึ่งครั้ง”ดูเหมือนว่า หนานกง เหว่ย
จะยังไม่ยินยอมจะบอกว่าบิดาของตนเป็นใคร
แน่นอนถึง อู่ อวี้ รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดนัก ดังนั้น
หนานกง เหว่ย จึงปกปิดมันเอาไว้อู่ อวี้ พยักหน้า
เล็กน้อย และปล่อยให้นางกล่าวต่อ”จริงๆแล้ว
ตอนแรกที่ข้าออกจากบ้าน สาเหตุมาจากว่าเพราะ
พ่อของข้าต้องการให้ข้ามีอนาคตที่ดี ดังนั้นจึง
ต้องการให้ข้าเข้าไปยัง ‘ถ้าก้าเนิดใหม่แห่งซูซัน’
เพื่อเพิ่มโอกาสในการฝึกฝนบ่มเพาะ แต่ข้าได้ยินมา
ว่า การอยู่ในถ้าก้าเนิดใหม่แห่งซูซันนั้นยากล้าบาก
เป็นอย่างมาก กล่าวได้ว่าเป็นวิธีการฝึกตนที่ค่อนข้าง
รุนแรงจนสามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะนิสัยของ
คนๆหนึ่งได้เลย ดังนั้นข้าจึงรู้สึกหวาดกลัว และหนี
ออกมาข้างนอก เพราะข้ารู้สึกว่าข้ามีคนมาปกป้อง
มากมาย ตัวข้าเลยไม่จ้าเป็นจะต้องมีความแข็งแกร่ง
เช่นนั้น และไม่ต้องการที่จะไปตกระก้าล้าบาก
เช่นนั้นโดยไม่จ้าเป็น แต่ว่าตอนนี้ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น
อีกต่อไปแล้ว”หนานกง เหว่ย ปาดน้าตาออกจาก
แก้มของนาง และยิ้มขึ้นเล็กน้อย ยามนี้แววตาของ
นางปรากฎความมุ่งมั่นขึ้นมาสายหนึ่งหลังจากที่
อู่ อวี้ อ่าน ‘บักทึกน้าวิถีแห่งเต๋า’จบแล้ว ท้าให้เขามี
ความเข้าใจเกี่ยวกับนิกายซูซันมากขึ้น แต่ว่าเขาแทบ
จะไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่ถ้าก้าเนิดใหม่แห่งซูซันแห่ง
นี้มาก่อน และไม่รู้ว่าการฝึกฝนเช่นนั้นมันเป็น
ลักษณะแบบไหนเมื่อเขาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ ท้าให้
แน่ใจว่าตัวตนของ หนานกง เหว่ย อาจจะสูงส่งกว่า
ที่เขาได้คาดไว้ ไม่แน่ว่านางอาจจะเป็นถึงลูกสาวของ
จอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เขาปรารถนาที่จะไปถ้า
ก้าเนิดใหม่แห่งซูซันสักครั้ง เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาไม่
มีคุณสมบัติแม้แต่ที่จะสัมผัสถึงมันเขาถาม หนานกง
เหว่ย ว่า”เพราะเหตุใดเจ้าถึงเปลี่ยนความคิดหล่ะ?”
หนานกง เหว่ย ปิดปากของนาง รู้สึกเขินอาย
เล็กน้อย กล่าวว่า”ตลอดมาที่ข้าได้อยู่กับพี่ชาย เมื่อ
เห็นความพยายามของท่าน หลังจากที่พวกเรา
ออกไปจากนิกายเซียนซูซัน และประสบกับอันตราย
มาด้วยกัน ยังต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามของ
จาง ฝูถู ทั้งหมดนี้ได้เตือนสติให้ข้าระมัดระวังตัว
อีกทั้งยังท้าให้ข้าได้เข้าใจ ไม่มีใครที่จะสามารถ
ปกป้องข้าไปได้ตลอดชีวิต เหว่ยเอ๋อร์ก็คิดว่าจะต้อง
พยายามให้หนักเพื่อที่จะได้ปกป้องคนใกล้ตัว ทั้งยัง
เพื่อที่จะได้แก้แค้นให้ท่านแม่ของข้าอีกด้วย ดังนั้นข้า
จึงตัดสินใจที่จะเข้าไปท้าการฝึกตนใน ‘ถ้าก้าเนิด
ใหม่แห่งซูซัน’”ที่แท้ก็กลายเป็นเช่นนี้อู่ อวี้ สามารถ
เข้าใจได้ว่า เด็กทุกคนเมื่อเติบโตขึ้น ย่อมอยากที่จะ
หนีออกไปเพื่อค้นหาตัวเอง หนานกง เหว่ย นั้น
หวาดกลัวที่จะต้องพบเจอความยากล้าบาก อย่างไร
ก็ตามนางกลับได้เรียนรู้ถึงจิตวิญญาณจาก อู่ อวี้
แทน จึงท้าให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างแท้จริง”
พี่ชาย ข้าตัดสินใจเช่นนี้ถูกแล้วหรือไม่?” หนานกง
เหว่ย เอ่ยถาม”นี่แสดงให้เห็นว่าเหว่ยเอ๋อร์ได้เติบโต
ขึ้นแล้ว แน่นอนว่ามันย่อมถูกต้อง” ความปรารถนา
อันแรงกล้าของ อู่ อวี้ ก็คือสามารถส้าเร็จกลายเป็น
เซียนอมตะได้ ในความเป็นจริงเขายังหวังว่า
หนานกง เหว่ย จะมีอนาคตที่ดีกว่าตนเอง”ยอด
เยี่ยม….. เพียงแต่ว่าน่าเสียดายที่ข้าจะไม่ได้พบพี่ชาย
อีกเป็นเวลานาน” หนานกง เหว่ย กล่าวออกมาด้วย
น้าเสียงที่หดหู่เมื่อเห็นนางก้มศีรษะลงและเริ่มมี
น้าตาไหลรินออกมา อู่ อวี้ ก็เลยถามว่า”จะต้องเข้า
ไปอยู่ในถ้าก้าเนิดใหม่แห่งซูซันนานเท่าใด?”
หนานกง เหว่ย กล่าวว่า”ข้ายังไม่แน่ใจนัก อย่างน้อย
ก็อีกปีสองปี รึไม่ก็อีกสามสี่ปีข้างหน้า ถึงอย่างไรก็
ตามนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าจะเข้าไป ว่ากันว่าข้างในไม่
สามารถจะอยู่ได้นานนัก มิฉะนั้นจะท้าให้จิตใจเกิด
ความยุ่งเหยิง กลายเป็นปีศาจคลั่งไล่สังหารผู้คน”
อู่ อวี้ เข้าใจว่าจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในนานนับเป็น
สิบปี แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาจึงยิ้มขึ้นและกล่าวว่า”
ช่วงเวลาที่ท้าการฝึกฝนบ่มเพาะสามสี่ปีถือว่าเป็น
เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น เจ้าอย่าได้กังวลไป
จ้าเอาไว้ว่า ยิ่งเจ้าบ่มเพาะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด
มันก็ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับบิดาของ
เจ้า”หนานกง เหว่ย กล่าวถาม”พี่ชาย แล้วท่านจะ
ภาคภูมิใจที่ตัวข้าท้าได้ดีด้วยหรือไม่?” ภายในดวงตา
ที่ใส่บริสุทธิ์ของนาง จ้องมองไปที่เขาด้วยความ
คาดหวัง”แน่นอน” อู่ อวี้ ตบบ่าของนาง แล้วกล่าว
ออกมาหนานกง เหว่ย ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
จากนั้นนางก็เข้าไปกุมมือของ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า”
พี่ชาย รอให้ข้าออกมาจาก ถ้าก้าเนิดใหม่แห่งซูซัน
ก่อนนะ แล้วข้าจะต้องไปหาท่านอย่างแน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้น เหว่ยเอ๋อร์อยากจะเทียบกับท่าน
ว่าใครจะเก่งกาจกว่ากัน!”“เมื่อถึงเวลานั้นขึ้นมา
หากเจ้าแพ้ก็อย่ามาร้องไห้ทีหลังนะ” อู่ อวี้ หัวเราะ
ขึ้น”ยังไงก็ไม่มีทางหรอก!” หนานกง เหว่ย ท้าตาโต
จ้องมองไปที่เขา ทันใดนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างหนักแน่น
ว่า”พี่ชายอย่าลืมข้อตกลงของพวกเรา ท่านห้ามลืม
เด็ดขาด”“แน่นอนข้าไม่ลืมหรอก” อู่ อวี้ และเด็ก
สาวผู้นี้ต่างสบตากัน ความบริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ
ของนาง ช่างแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆที่ อู่ อวี้
เคยพบเจอมา ตัวอย่างเช่น จิ่วเซียน พวกนางนั้นมี
อายุมากกว่า อู่ อวี้ และมีเพียงแค่ หนานกง เหว่ย
เท่านั้น ที่ท้าให้เขารู้สึกว่าราวกับนางเป็นสหายในวัย
เด็กของเขามันคล้ายกับว่าเป็นค้าสัญญาระหว่างคน
รักดูเหมือนจะมีค้าพูดมากมายที่ติดอยู่ในใจของ
หนานกง เหว่ย เพียงแต่ว่านางไม่กล้าที่จะเอ่ยมัน
ออกไป หัวใจนางพลันเต้นระรัว รู้สึกกระวนกระวาย
ใจ ทันใดนั้นนางก็หยิบถุงจักรวาลใบหนึ่งออกมา
ถุงจักรวาลใบนั้นถูกพันด้วยสายรัดหลากสีผูกกันเป็น
ปม นอกจากนี้ยังตกแต่งด้วยของประดับที่สวยงาม
และประณีต เห็นได้ชัดว่ามันจะต้องใช้ความพิถีพิถัน
เป็นอย่างมากในการที่จะตกแต่งถุงจักรวาลใบนี้
ออกมาท่ามกลางหิมะ พฤกษาดวงใจกระบี่ที่อยู่เบื้อง
หน้าเส้นขอบฟ้า มีเด็กสาวคนหนึ่งที่สวมเสื้อกัน
หนาวมิดชิดสีเหลือก้าลังยื่นมือออกไปอย่างเอียงอาย
ส่งมอบถุงจักรวาลใบนี้ไปยังมือของ อู่ อวี้ กล่าว
ออกมาด้วยน้าเสียงที่สั่นเครือ”พี่ชาย ของขวัญชิ้นนี้
ข้าขอมอบให้ท่าน ท่านจะต้องรับมันไว้ รอให้ข้าจาก
ไปเสียก่อน ท่านถึงจะเปิดมันได้”ของขวัญที่
ละเอียดอ่อนเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่านางได้ใช้ความคิด
และความพยายามไปกับมันมากมาย แม้กระทั่งท้า
มันตลอดทั่งคืนเมื่อ อู่ อวี้ รับถุงจักรวาลใบนี้มา ก็ได้
หันกลับไปมองทุ่มหิมะที่อยู่เบื้องหน้า พลันปรากฏ
เด็กสาวที่บิดตัวด้วยความเขินอายที่อยู่เบื้องหน้าตน
เมื่อมองไปยังนางครานี้ท้าให้ใบหน้านางแปรเปลี่ยน
กลายเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นเพราะความตื่นเต้น ยามที่
มองเห็นคราบน้าตาซึ่งอยู่ในเปลือกตาของนาง ท้า
ให้ อู่ อวี้ เกิดอาการหัวใจเต้นขึ้นอย่างกะทันหันบาง
ที ตั้งแต่วันแรกจวบจนถึงวันนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เกิด
ความรู้สึกรักใคร่ระหว่างชายหญิงหนานกง เหว่ย
อายุสิบห้าปีแล้ว ความจริงก็ถือได้ว่าไม่เด็กแล้ว
อู่ อวี้ ได้เห็นการเจริญเติบโตจากเด็กหญิงจนกลาย
มาเป็นเด็กสาว ในเวลานี้นางได้เติบโตขึ้นอย่าง
รวดเร็วจนเกือบจะมีความสูงเท่ากับ เฉิน ซิงหยู๋”
ขอบใจ” อู่ อวี้ รับถุงจักรวาลใบนั้นไป เขาตั้งใจที่จะ
พกมันไว้ติดตัวตลอดเวลาหลังจากที่ส่งมอบให้เขา
แล้ว น้าตาของ หนานกง เหว่ย ก็หลั่งรินออกมาอีก
ครั้ง น้าเสียงของนางเริ่มแหบแห้งลง อดไม่ได้ที่จะ
สะอื้นออกมา กล่าวออกมา”พี่ชาย บิดาข้าเร่งรัดข้า
แล้ว ข้าคงต้องขอตัว ลาก่อน”นางไม่เต็มใจที่จะต้อง
จากไป แต่ส้าหรับ อู่ อวี้ ช่วงเวลา3-4ปีไม่ถือว่า
ยาวนานส้าหรับเขาแม้แต่น้อย บัดนี้เขาได้ยิ้มขึ้นและ
ลูบศีรษะของนางพร้อมกล่าวออกไปว่า”อย่าร้องไห้
ไปเลย 3-4ปีถือได้ว่าเป็นเพียงลมพัดผ่านส้าหรับผู้ฝึก
ตนเช่นเรา ครั้งนี้ข้าไม่ได้เตรียมอะไรติดตัวมาด้วย ไว้
รอให้เจ้ามาหาข้าอีกครั้ง ข้าจะมอบของขวัญให้เจ้า
บ้าง”“ตกลง” หนานกง เหว่ย พยักหน้าเล็กน้อย
มองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยน้าตา ดูเหมือนว่าต้องการจะ
มองให้มากขึ้นอีกหน่อย จากนั้นนางก็ขึ้นขี่กระบี่บิน
จักรพรรดิ บินไปบนนภากาศที่ว่างเปล่า และค่อยๆ
ลับหายไปท่ามกลางหิมะ บนนภากาศนั้นดูเหมือนว่า
กลิ่นหอมของเด็กสาวหลงเหลืออยู่ จากนั้นหิมะพลัน
เริ่มตกหนักขึ้น ค่อยๆปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา ยาม
ที่มองไปอีกครากลับมองไม่เห็นเงาร่างของนางแล้ว”
เหว่ยเอ๋อร์……” อู่ อวี้ ยังคงรู้สึกโศกเศร้า ยามมอง
ไปยังเทือกเขาซูซัน(เขาชิงเทียน)ที่ถูกปกคลุมไปด้วย
ท้องนภาและหมู่เมฆหิมะโปรย ช่างดูแข็งแกร่งไม่มีที่
เปรียบ อีกทั้งดูเหมือนมันยังได้ปิดซ่อนความลับที่
ยิ่งใหญ่เอาไว้อยู่ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีวิธีที่จะไต่
ขึ้นไปบนนั้นได้ ไม่แม้แต่จะสามารถสัมผัสการมี
ตัวตนอยู่ของ ‘ถ้าก้าเนิดใหม่แห่งซูซัน’ก่อนหน้านี้
นางยังเป็นเพียงแค่เด็กสาวคนหนึ่ง แต่ในวันนี้กลับ
รู้สึกว่านางได้เติบโตเป็นหญิงสาวแล้วยามมองไปยัง
ของขวัญที่ถูกเตรียมเอาไว้อย่างดีที่อยู่ในมือของเขา
หัวใจของ อู่ อวี้ รู้สึกอบอุ่น เมื่อต้องมาอยู่ต่างถิ่น
เช่นนี้ ไม่มีญาติพี่น้องอยู่สักคน กลับมีหญิงสาวคน
หนึ่งปฏิบัติกับเขาเช่นนี้ มีน้าใจให้กับตัวเขาเช่นนี้
แล้วท้าไมเขาถึงจะไม่มีความสุข?ตอนนี้ หนานกง
เหว่ย ได้จากไปไกลแล้ว เขาจึงเปิดถุงจักรวาล
ออกมาทันทีที่เขาเปิดมันออก ใบหน้าของ อู่ อวี้
เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน เขารู้สึกตกตะลึงจนยากที่
จะท้าใจเชื่อได้ไม่ต้องน้ามันออกมา อู่ อวี้ ก็รู้แล้ว
ภายในถุงจักรวาลใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลอย่างยิ่ง!
เพียงพอที่จะใส่ภูเขาเข้าไปทั้งลูก กล่าวได้ว่าถุง
จักรวาลใบนี้อยู่ในระดับศาสตราเต๋าเชื่อมจิตเลยก็ว่า
ได้ มันมีขนาดใหญ่กว่าถุงจักรวาลทุกใบที่ อู่ อวี้ มีจน
ไม่สามารถน้ามาเปรียบได้แน่นอนว่า นี่เป็นของขวัญ
ชิ้นใหญ่อย่างยิ่งแต่ของขวัญที่แท้จริง อยู่ข้างในถุง
จักรวาลใบนี้ มันเป็นศาสตราเต๋าถูกวางไว้อยู่ในพื้นที่
ที่ว่างเปล่า ราวกับมีสัตว์อสูรเก้าหัวขนาดยักษ์ก้าลัง
หลับใหลอยู่ สัตว์ร้ายตนนี้ก็คือมังกรทองที่ขดตัวอยู่
บนเสา เรียงรายอยู่รวมกันบนต้าแหน่งทั้งเก้า บนเสา
แต่ละแท่งล้วนมีมังกรสีทองสถิตย์อยู่ ทุกหัวของ
มังกรทองตนนี้มีความน่าเกรงขาม เกรี้ยวกราด
เหยียบย่้าทุกสรรพสิ่ง แยกเขี้ยวยิงฟันจนแผ่กลิ่นอาย
แห่งจักรพรรดิออกมาอย่างชัดเจน พร้อมปลดปล่อย
พลังอ้านาจสั่นคลอนสวรรค์ปฐพี!มังกรทองที่พันอยู่
รอบเสานี้ แฝงเอาไว้ด้วยพลังท้าลายล้าง เกรี้ยว
กราด ปะทุออกมาอย่างไม่รู้จบ บัดนี้ อู่ อวี้ ที่กวาด
ตามองผ่านเพียงชั่วครู่ กลับท้าให้ทั่วทั้งร่างกายของ
เขาเดือดพล่านขึ้นถูกต้อง นี่จะต้องเป็นสิ่งของที่อยู่
ในมหาวิหารศาสตราเต๋า ‘เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร’ที่
เขาในตอนนั้นไม่มีปัญญาจะแลกเปลี่ยนมันมา!ครั้ง
แรกที่เขาเห็น เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร อู่ อวี้ ก็ถูก
ศาสตราเต๋าชิ้นดึงดูดอย่างรุนแรง! ศาสตราเต๋าชิ้นนี้
มาจากนครจักรพรรดิเพลิง มันท้าให้ อู่ อวี้ รู้สึก
อยากได้มันมาไว้ในครอบครองอย่างที่ไม่เคยเป็นมา
ก่อน น่าเสียดายที่แม้แต่บุบผาวิญญาณซากศพยังไม่
สามารถที่จะแลกเปลี่ยนของชิ้นนี้ได้!อาจจะกล่าวได้
ว่า เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร เป็นศาสตราเต๋าเชื่อมจิตที่
ทรงอ้านาจมากที่สุด!ตัวอย่างเช่น ไป๋หลี่ เฟยหง ที่
อยู่ในขอบเขตสร้างแกนนภาระดับที่สิบ ศาสตราเต๋า
เชื่อมจิตของเขายังไม่สามารถเทียบกับ เสาเก้าจัตุรัส
สยบมาร ได้เลยแม้แต่นิดเดียวเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
นั้นมันท้าให้ อู่ อวี้ ยากที่จะท้าจิตใจให้สงบลงได้เขา
คาดไม่ถึงว่า หนานกง เหว่ย จะส่งมอบสมบัติที่ล้าค่า
เช่นนี้ให้กับตนเอง นี่คือของที่ อู่ อวี้ ใฝ่หาแม้แต่ใน
ความฝัน และในวันนี้เขาก็สามารถได้มันมาไว้ใน
ครอบครอง ยามนี้ อู่ อวี้ จึงรู้สึกเปี่ยมไปด้วยความ
ปิติเป็นอย่างยิ่งแน่นอนว่า หนานกง เหว่ย จะต้องมี
สถานะที่สูงส่งเป็นอย่างมากแน่นอน การที่มีบิดาเป็น
ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เพียงแค่นางเปิดปากก็สมควรที่จะไม่
ยากในการจะได้รับของขวัญเช่นนี้มา อย่างไรก็ตาม
สามารถเห็นได้ชัดว่านางจะต้องเข้าไปในถ้าก้าเนิด
ใหม่แห่งซูซัน จึงจะสามารถแลกเปลี่ยนมาเป็นของ
สิ่งนี้ได้อู่ อวี้ จะต้องตอบแทนคืนอย่างแน่นอน
เนื่องจาก เสาเก้าจตุรัสสยบมาร มีค่ามหาศาลเป็น
อย่างมาก จนยากที่จะเป็นแค่ของขวัญ หนานกง
เหว่ย ช่างดีกับเขาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยของขวัญชิ้นนี้
ท้าให้เขารู้สึกว่านางนั้นจะต้องเป็นห่วงตัวเขามาก
บางทีในตอนนั้น อู่ อวี้ คงจะออกอาการที่ต้องการ
จะน้า เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร มาไว้ในครอบครองมาก
เกินไป ท้าให้นางจึงประทับมันเอาไว้ภายในจิตใจ
เรื่อยมาอู่ อวี้ รู้สึกทึ่งอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซีกหนึ่ง
พลันรู้สึกถึงพลังอันน่ามหัศจรรย์ของ เสาเก้าจัตุรัส
สยบมาร นี้ อีกซีกหนึ่งก็คิดไปถึงรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์
ของ หนานกง เหว่ยทันใดนั้นเขาก็พบว่า ในส่วนลึก
ของถุงจักรวาล ยังมีผ้าเช็ดหน้าอยู่ผืนหนึ่ง
ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมีสีขาวบริสุทธิ์ บนนั้นมีเส้นด้าย
สีแดงเข้มราวกับเปลวเพลิง ปักออกมาเป็นค้าสอง
สามค้า”ในอนาคต ไว้เดินเคียงคู่ วิหารคู่เซียน”ค้าทั้ง
สิบค้านี้ ท้าให้หน้าอกของ อู่ อวี้ ร้อนผ่าวเหมือนกับ
มีเปลวเพลิงก้าลังแผดเผาอยู่วิหารคู่เซียน เป็นที่ที่
ส้าหรับการกลายเป็นคู่บ้าเพ็ญเพียรเต๋า ซึ่งจะต้อง
อาศัยอยู่เคียงคู่กันจนกว่าจะคืนสู่เถ้าธุลี
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ