กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 257 วงเวทย์เก้าต าหนักมังกร
ท่ามกลางความมืดมิด เสาซึ่งมีมังกรทอง 9 ตัวขดพัน
ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้แม้ว่า อู่ อวี้ จะ
ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ แต่เขาก็สามารถ
สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของ เสาเก้าจัตุรัสสยบมารมันให้
ความรู้สึกถึง ภูมิปัญญาแห่งจิตวิญญาณ หยิ่งทะนง
ไร้ต้าน อิสระเสรีไม่อยู่ใต้อาณัติผู้ใด!บางทีเจ้าของ
เดิมของมัน อาจมีฝีมือสูงส่งเหนือกว่า อู่ อวี้ มากนัก
ดังนั้น เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร จึงไม่แลเห็นคุณค่าใน
ตัวของ อู่ อวี้ มันยังคงต่อต้านขัดขืนอย่างรุนแรง
กับการท าพันธสัญญาของเขาแน่นอนว่า เสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร ไม่ได้ขยายจนมีขนาดใหญ่มากเกินไป
นัก มิเช่นนั้นแล้วมันคงทะลุทะลวง ‘ ผลดวงใจ ‘
เป็นแน่ ถึงแม้จะตระหนักดีว่าสิ่งนี้คือศาสตราเต๋า
เชื่อมจิต สิ่งเดียวที่จะสามารถท าได้ก็คือ ต้องสยบ
ควบคุมจนมันยอมเชื่อฟังแต่โดยดี เช่นดังการสะกด
ข่มควบคุมปีศาจ ไม่ให้มันมีความคิดที่จะไปท าลาย
สิ่งอื่นได้เฉกเช่น เสาโลหิตร้อยวิญญาณ ซึ่งสามารถ
ขยายขนาดได้สูงถึงสิบจั้ง!อู่ อวี้ ล่วงรู้ว่าบน เสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร มีเวทย์ผนึกอยู่จ านวนมาก ท่ามกลาง
วงเวทย์ที่ทับซ้อนกันอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นมีวงเวทย์
เปลี่ยนรูปถูกประทับเอาไว้อยู่ ว่ากันว่ามันสามารถ
เปลี่ยนให้เสานี้มีขนาดเล็กจิ๋ว จนเท่ากับเข็มได้ ทั้งยัง
สามารถขยายใหญ่ จนมีขนาดมากกว่า 30 จั้ง เมื่อ
ถือครองไว้ในมือ คนผู้นั้นสามารถบดขยี้ทุบท าลาย
ภูผาได้อย่างง่ายดายส่วนวงเวทย์อื่น ๆ ก็เช่น
‘วงเวทย์ขุนเขาไท่ซาน’ ซึ่งมีความสามารถในการเพิ่ม
น้ าหนักมหาศาล หลอมรวมอยู่ภายใน ‘วงเวทย์
แบ่งแยกหลอมผสาน’ ทั้งยังมีวงเวทย์เพิ่มความ
เสียหายของเปลวเพลิงอย่าง ‘วงเวทเพลิงนรก 9 ชั้น’
นอกจากนี้ยังมีวงเวทย์อีกกว่า 10 วง ซึ่งแต่ละวงมี
คุณสมบัติอันน่าอัศจรรย์อย่างยิ่งอย่างไรก็ วงเวทย์
หลักๆ มีอยู่ทั้งหมด 3 วง หนึ่งในนั้นคือ ‘วงเวทย์เก้า
ต าหนักมังกร ‘ ซึ่งเป็นเก้ามังกรทองที่ก าลังขดพันอยู่
บนเสา มันคือรากฐานของเสาเก้าจตุรัสสยบมารส่วน
วงเวทย์หลักอีก 2 วงนั่นก็คือ ‘วงเวทเก้าจัตุรัสสยบ
มาร’ ถือเป็นวงเวทย์ผนึกโจมตีที่ถูกประทับเอาไว้
เพิ่มเติมในศาสตราเต๋าเชื่อมจิต ถ้ากล่าวให้ถูก
ยิ่งกว่านั้นก็คือวงเวทย์โจมตีนี้ถูกวาดไว้ภายใน
‘มหาวงเวทย์สยบ’ ซึ่ง อู่ อวี้ จ าเป็นต้องส่งพลังจาก
แกนก าเนิดเข้าไป เพื่อควบคุมเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
จากนั้นเขาจึงสามารถปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋า
‘เก้าจัตุรัสสยบมาร’ ซึ่งเป็นวิชาลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
เสาเก้าสยบมาร เพื่อสะกดข่มสยบศัตรู!แน่นอนว่า
ความสามารถในการสะกดข่มสยบศัตรูของมัน เหนือ
ล้ ายิ่งกว่ามายาสีเงินและวงเวทย์สุดท้าย มีชื่อว่า
‘เก้าจัตุรัสแดนท าลายล้าง’ เป็นวงเวทย์รูปแบบโจมตี
โดยเฉพาะ มีหลักการเช่นเดียวกับ วงเวทย์เก้าจัตุรัส
สยบมาร แต่มีพลังอ านาจสูงล้ ายิ่งกว่า เป็นรูปแบบ
โจมตีที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดของเสาเก้าจัตุรัสสยบ
มาร ร่ าลือกันว่าการปลดปล่อย ‘เก้าจัตุรัสแดน
ท าลายล้าง’ ออกมาแต่ละครั้ง มันคือการท าลายล้าง
แห่งหายนะอย่างแท้จริงส าหรับ อู่ อวี้ แล้ว เก้าจัตุรัส
แดนท าลายล้าง เป็นสิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อเขาอย่าง
แท้จริง ยากจะจินตนาการได้ว่าพลังอ านาจท าลาย
ล้างของวิชานี้ เมื่อถูกใช้ร่วมกับพลังของเก้าจัตุรัส
สยบ แลกายาเพชรอมตะของเขา ผลลัพธ์ของมันจะ
ออกมาเป็นเช่นไรด้วยพลังอ านาจมากมายเหลือคณา
นับของ เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ท าให้ อู่ อวี้
ปรารถนาที่จะครอบครองศาสตราเต๋าเชื่อมจิตนี้มาก
ยิ่งขึ้นเขาจะไม่มีวันลืมเลือน ว่านี้เป็นของก านัลแทน
ใจที่ หนานกง เหว่ย มอบให้แก่เขาดังนั้นส าหรับเขา
แล้ว เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร คือสิ่งที่มีความหมาย
อย่างยิ่ง เช่นนั้นไม่ว่าเขาจะต้องใช้วิธีไหน เขาจักต้อง
สยบจิตวิญญาณของ เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ท า
พันธสัญญาให้สัมฤทธิ์จงได้!ร่างจ าแลงเซียนวานร!
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ท่ามกลางผลดวงใจ แปรเปลี่ยนเข้าสู่ร่าง
จ าแลงเซียนวานร กายเนื้อแข็งแกร่งทนทานมาก
ยิ่งขึ้น เขายืดขยายมือออกไปอย่างรุนแรง คว้าจับ
มังกร 9 ตัวที่ขดพันอยู่รอบเสา ปลดปล่อยพลังแกน
ก าเนิด แผ่ขยายเพลิงอมตะไปทั่วทุกทิศทาง ขยับมือ
วาดอาคมพันธสัญญาเสริม พร้อมกับโจมตีเข้าใส่เสา
เก้าจัสตุรัสสยบมารอย่างรุนแรง!หากมีใจมุ่งมั่น
อดทนไม่ย่อท้อ ในใต้หล้านี้ไม่มีสิ่งใดยากเกินจะท า
ได้!สิบวันต่อมา หลังจาก อู่ อวูี เพียรพยายามอย่าง
หนัก ทุ่มเทความแกร่งอย่างต่อเนื่อง โหมกระหน่ า
โจมตีอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดจิตวิญญาณของ เสาเก้า
จตุรัสสยบมาร ก็ยอมจ านนให้แก่เขา แม้มันจะสัมผัส
ได้ว่าแกนนภาของ อู่ อวี้ จะไม่ทรงพลังแข็งแกร่ง
เท่ากับเจ้าของเดิม แต่กายเนื้อของ อู่ อวี้ มีพลัง
สะกดข่มอันน่าตกตะลึง ซึ่งสั่นสะเทือนไปถึงโลหิต
ภายในกาย นอกจากนี้มันยังรู้สึกได้ว่า ภายในจิตใจ
ของ อู่ อวี้ มีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดมันเข้าไป ในที่สุด
การดิ้นรนต่อสู้ของมันก่อนหน้านี้ก็แปรเปลี่ยนเป็น
ความตื่นเต้นอย่างน่าเหลือเชื่อ”ผสาน!”หลังจาก
ก าราบจนท าพันธะสัญญาเสร็จสิ้น เสาเก้าจัตุรัสสยบ
มาร ก็แทบจะเป็นเสมือนดั่งแขนขาของเขา ไม่ว่าจะ
ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวท่าใด ล้วนง่ายดายอย่างยิ่ง
จากนั้น อู่ อวี้ จัดแจงแยก เสาโลหิตร้อยวิญญาณ
กระบี่ทองค าเนตรเทวะ กระบี่เพลิงเทวะเจ็ดสี และ
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตอื่น ๆ เพื่อเตรียมพร้อมน ามันไป
แลกเปลี่ยน หลังจากหมดโทษในคุกดวงใจกระบี่
แห่งนี้ อย่างน้อย ๆ เขาก็สามารถใช้แต้ม
ความส าเร็จ ไปแลกเปลี่ยนเป็นเม็ดยาสร้างแกนนภา
ได้บางส่วนในยามนี้เขาช่างน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
แม้แต่วิญญาณเซียนที่เขาเก็บเอาไว้ ยังถูกน าไปใช้
ปรุงยาจนเกลี้ยง เนื่องจากประสบการณ์ของเขา
ยังคงสั้นนัก เพียงแค่มีพรสวรรค์อย่างเดียว ย่อมไม่
สามารถท าให้อัตราความส าเร็จสูงเท่าที่ควรถึง
กระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังคงให้ความสนใจกับมันมาก
หลังจากเขากลายเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพี เขาจะเริ่ม
ศึกษาแผนภาพคัดลอกของวงเวทย์อย่างจริงจัง
บทบาทของการหลอมสร้างปรุงยา กล่าวได้ว่ามันมี
ผลต่อระดับขั้นแห่งการฝึกตนอย่างมหาศาล การ
ปรุงยาจ าเป็นต้องใช้ความสามารถในการควบเพลิง
อมตะอย่างสูงล้ า ซึ่งแน่นอนว่ามันช่วยยกระดับ
ปรับแต่งแกนนภาให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน
ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ ในที่สุดเสาเก้าสยบมาร
ก็ค่อย ๆ ผสานเข้ากับเขา จนกลายเป็นหนึ่งเดียว
จากนั้นมันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นพลองแท่งหนึ่งซึ่งมี
เทพมังกรทองเก้าเศียรขดพันอยู่ มีความสูงพอ ๆ กับ
อู่ อวี้ และ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฉุ่นอย่างไร
ก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับเสาโลหิตร้อยวิญญาณแล้ว
กลิ่นอายชั่วราย และ ความกระหายโลหิต นั้นน้อย
กว่ามาก แต่สิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าก็คือ พลังอ านาจที่แผ่
กระจายออกมา มันคือพลังอ านาจของวงเวทย์ ที่มี
มากกว่าอย่างน้อย 10 เท่า! กล่าวได้ว่า เสาเก้าจัตุรัส
สยบมารนี้ สามารถยกระดับเพิ่มพลังอ านาจในการ
ต่อสู้ของ อู่ อวี้ ขึ้นอย่างมหาศาล”นี้ คือเทพศาสตรา
ของข้า อู่ อวี้ !”หลังจากที่เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเขา รูปลักษณ์และสัมผัสที่
ปล่อยมานั้น ก็ดูค่อนข้างคล้ายคลึงกับพลองทองสม
ปรารถนา ซึ่งมันท าให้จิตใจของ อู่ อวี้ รู้สึกยินดีเป็น
อย่างยิ่ง”ไม่รู้ว่า ยามที่ตัวของข้าบรรลุ มหาเคล็ดวิถี
เซียน กายาเพชรอมตะ 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ทั้งหมด
ข้าจะสามารถใช้พลองทองสมปรารถนาได้หรือไม่?”
เมื่อคิดถึงเรื่องราวในอนาคต อู่ อวี้ ก็เต็มเปี่ยมไป
ด้วยความคาดหวังถ้าวันหนึ่ง เขากลายเป็นเซียน
อมตะ มีชีวิตยืนยาวเคียงคู่สวรรค์ ทั้งยังมีวิมาน
สวรรค์เป็นของตนเอง มันจะรู้สึกดีแค่ไหนกันนะ!”
สยบมาร แดนท าลายล้าง!”เขายังคงนั่งขัดสมาธิอยู่
บนพื้น แนบเสาเก้าสยบมารไว้กับหน้าอก เพ่งสมาธิ
เพื่อสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงแลพลังอ านาจของ
วงเวทย์ ‘สยบมาร’ และ ‘แดนท าลายล้าง’นี่เป็น
ครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้ครอบครองศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ระดับสูง ซึ่งมันสามารถปลดปล่อยพลังอ านาจของ
เคล็ดวิชาเต๋าออกมาได้ถึงขีดสุด แม้แต่กระบี่เต๋า
หยินหยาง ก็นับว่ายังห่างไกลจากศาสตราเต๋าชิ้นนี้
อยู่มากโข!เมื่อเสาเก้าจัตุรัสสยบมารอยู่ในมือของเขา
ก็บังเกิดเป็นความตื่นเต้นขึ้นในจิตใจ ราวกับเด็กน้อย
ได้ของเล่นชิ้นใหม่ ซึ่งรู้สึกถูกตาถูกใจเป็นอย่างยิ่ง”
เก้าจัตุรัสสยบมาร มีวงเวทย์เก้าต าหนักมังกรเป็น
พื้นฐาน แลวงเวทย์เก้าจัตุรัสสยบมาร มีการแปร
เปลี่ยนไปตามทิศทางของเก้าต าหนัก ขับเคลื่อน
ปลดปล่อยพลังแกนก าเนิด ซึ่งเป็นแหล่งพลังอ านาจ
ของเสาเก้าจตุรัสสยบมาร ก่อรูปเป็นค่ายกลขนาด
เล็ก สะกดข่มสยบศัตรู!”“เก้าจัตุรัสแดนท าลายล้าง
ดึงดูดพลังจากวงเวทย์ทั้งหมดหลอมผสานเข้ากับเสา
สยบมาร ปลดปล่อยพลังมหาศาล บังเกิดเป็นอ านาจ
ท าลายล้างบดขยี้โลกาแลปฐพี นี่คือขีดจ ากัดสูงสุด
ของเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร!”ไม่ทราบว่าเวลาผันผ่าน
ไปนานเท่าใด กับการไตร่ตรองท าความเข้าใจในมหา
วงเวทย์ทั้งสอง ยามนี้ อู่ อวี้ ด าดิ่งลงไปในห้วงภวังค์
แห่งจิต สัมผัสถึงพลังอ านาจของ เก้าจตุรัสสยบมาร
แล เก้าจัตุรัสแดนท าลายล้าง ทว่าช่างน่าเสียดายที่
เวลานี้ เขายังไม่สามารถปลดปล่อยมันออกมาได้
อย่างอิสระ” เหว่ยเอ๋อ กว่าครึ่งปีผันผ่าน ไม่รู้ว่า
ยามนี้เจ้าที่อยู่ใน ถ้ าก าเนิดใหม่แห่งซูซัน จะเป็น
เช่นไรบ้าง…”เวลากว่าครึ่งปีนี้ นางนั้นเติบใหญ่ขึ้น
มาก เมื่อครั้งแรกพบนางยังคงเป็นเพียงสาวน้อยวัย
13-14 ปี เกรงว่านางน่าจะมีอายุอยู่ราว ๆ 16 ปีแล้ว
ต่อจากนี้สองหรือสามปี นางก็จะคงมีอายุ 18-19 ปี
ส าหรับบนโลกมนุษย์แล้ว สตรีเพศผู้มีอายุครบสิบหก
ปี ถือเป็นวัยที่จะต้องแต่งงานออกเรือน ให้ก าเนิด
ทายาทหญิงชายฟูมฟักเลี้ยงดู” อู่ อวี้ ถึงเวลาที่เจ้า
จะต้องออกไปแล้ว” วันหนึ่ง ขณะที่ อู่ อวี้ ก าลังจม
อยู่ในห้วงภวังค์แห่งจิตของ เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ภายใน ‘ ผู้คุมคุก ‘ ก็เอ่ยกล่าวปลุกเขาออกจากห้วง
ภวังค์ หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ตื่นขึ้นมา” ขอรับ” เขา
อยู่ภายใน คุกดวงใจกระบี่ มานานกว่าครึ่งปี
ส าหรับ อู่ อวี้ แล้ว สถานที่แห่งนี้นับว่าสะดวกสบาย
เงียบสงบอย่างยิ่ง มันสามารถท าให้เขาเข้าใจ เสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร ได้อย่างลึกซึ้งถ่องแท้” การต่อสู้ใน
สนามประลองหมื่นเซียนกระบี่ ในวันสุดท้าย ข้า
กลายเป็นอันดับ 1 ในรายนามหมื่นเซียนกระบี่ ใน
ตอนนั้น จอมกระบี่ชิงเหอ ไม่ปรารถนาที่จะรับข้า
เป็นศิษย์ นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เวลาได้ล่วงเลย
ผ่านมากว่าครึ่งปี ไม่รู้ว่าสาวกอาณาเขตกระบี่ สามัญ
จะยังจดจ าข้าได้อยู่หรือไม่?”“ เหล่ามหาวงจรสี่วิถี
กระบี่ แห่งเขาเขาชิงเทียน ( เขาซูซัน ) คนใดจะมา
ปรากฏตัว เพื่อรับข้าเป็นศิษย์บ้างหรือไม่ ?”เมื่อขบ
คิดถึงเรื่องนี้ ก็ท าให้อารมณ์ของ อู่ อวี้ เปลี่ยนแปลง
ไปบ้างเล็กน้อย” อนาคตภายภาคหน้าถ้าจะก้าวเดิน
ไปในเส้นทางไหนดี ? แน่นอนว่าล าดับแรกเขา
จะต้องมีแต้มความส าเร็จ เนื่องจากว่ายามนี้ข้านั้น
ยากจนอย่างยิ่ง ข้าไม่มีแต้มความส าเร็จติดตัวแม้แต่
น้อย ซึ่งมันจะท าให้ความเร็วในการฝึกฝนบ่มเพาะ
ชะลอตัวช้าลงมาก!”อู่ อวี้ ได้ตระเตรียมวางแผนไว้
เป็นอย่างดี ว่าในทันทีที่เขาออกจากคุก เขาจะไป
เก็บสะสมแต้มความส าเร็จ เพื่อน าไปแลกเปลี่ยนเป็น
เม็ดยาสร้างแกนนภาเมื่อเขาก้าวออกมาจาก
ผลดวงใจ สิ่งแรกที่ อู่ อวี้ สัมผัสได้คือแสงสว่าง
เจิดจ้าที่ส่องลงมา แลเสียงที่ดังขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่ง
ท าให้เขารู้สึกแสบแก้วหูและสั่นสะท้านอยู่ไม่น้อย !
ซึ่งเขาปรับตัวได้อย่างยากล าบาก แทบจะ
จินตนาการไม่ได้เลยว่า เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่
ไร้แสงไร้เสียงมานานกว่าครึ่งปีในความเป็นจริงแล้ว
เขาหิมะนับหมื่นนับพันลูกที่ล้อมรอบอยู่นี้ นับว่ามี
ความสงบเงียบอย่างยิ่ง ทั่วทุกสารทิศล้วนถูกอาบไล้
ไปด้วยแสงอันนุ่มนวล อู่ อวี้ หยุดอยู่ที่นี่อยู่ชั่ว
ขณะหนึ่ง เพื่อท าการปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอก
ท าให้ยามนี้เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย ผ่อนคลาย
อย่างที่สุด”ข้าออกมาแล้ว!”หลังออกจาก คุกดวงใจ
กระบี่ มันคือล าน าบทใหม่ของเขา เขาก็ไม่อาจรอได้
อีกต่อไป เขาปรารถนาอยากจะก้าวเดินสร้างชื่อเสียง
เลื่องลือไปทั่วทั้ง ทวีปแห่งทวยเทพอันกว้างใหญ่
ไพศาลนี้ !เขาโค้งค านับให้กับผู้คุม จากนั้นก็ใช้เคล็ด
กระบี่บินจักรพรรดิ บินขึ้นเหนือพื้นดินอย่างช้า ๆ
จนกระทั่งบินไกลออกมาจาก คุกดวงใจกระบี่ เขาก็
พบว่าไม่มีผู้ใดรอคอยเขาอยู่ภายในเขาซูซันอันกว้าง
ใหญ่ คนที่ดีกับเขามากที่สุดก็คงจะเป็น หนานกง
เหว่ย กับ เฉิน ชิงหยู๋ แต่อย่างไรพวกนางก็มีธุระของ
ตนเองที่ต้องจัดการ อาจจะยื่นมือช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้
บางครั้งบางคราวเท่านั้น อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียง
การมองในแง่ดีของ อู่ อวี้ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยผ่าน
ไปมานานกว่าครึ่งปี แต่ทว่าซูซันก็ยังถูกปกคลุมไป
ด้วยหิมะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ยามนี้ เขาลด
ระดับความสูงของกระบี่บินลงมายัง ‘ วังกระบี่มหา
สงคราม ‘ เพื่อไปยัง ‘วิหารสงครามเซียน’ ระหว่าง
การเดินทางด้วยกระบี่บินจักรพรรดิ เขาได้พบเจอ
กับสาวกแกนสามัญอยู่หลายคน พวกเขาเหล่านี้ส่ง
ยิ้มให้แก่ อู่ อวี้ แต่หลังจากที่ตนได้เคลื่อนตัวผ่านไป
พวกเขาเหล่านี้ก็เริ่มหันมาพูดคุยกระซิบกระซาบ
กัน” ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะออกมาจาก คุกดวงใจ
กระบี่ แล้ว”“ ไม่รู้ว่าในเวลานี้ ฝีมือของเขาก้าว
รุดหน้าไปถึงเพียงใด แต่ที่แน่ ๆ จ้าว ซวนเซียน กับ
เหอ ไท่เหยา ได้ก้าวเข้าสู่ระดับกระบี่ปฐพีแล้ว แถม
ในตอนนี้ทั้งคู่ ยังคาราวะ ‘จอมกระบี่เทียนซวน’ เป็น
อาจารย์อีกด้วย บางทีในตอนนี้มันก าลังควานหาตัว
อู่ อวี้ เพื่อสร้างปัญหาให้เขาอยู่”“ อู่ อวี้ ช่างน่า
สงสารยิ่งนัก จอมกระบี่ชิงเหอ ไม่ยอมรับเขาเป็น
ศิษย์ สถานการณ์ในตอนนี้ของเขาเรียกได้ว่า หัว
เดียวกระเทียมลีบ อย่างแท้จริง ถึงแม้จะมั่นใจได้ว่า
ต้องมีจอมกระบี่คนใดคนหนึ่งในซูซันให้ความสนใจ
จับตาดูเขาอยู่ แต่ก่อนหน้าที่จะมีผู้ใดมารับก็เป็น
ศิษย์ ด้วยอุปนิสัยของ จ้าว ซวนเซียน แน่นอนมันจะ
ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องราวก่อนหน้านี้ มันจะต้องมา
ระราน หาเรื่องข่มเหงรังแกเขาเป็นแน่”“ อย่าได้
กล่าวไป ตัวเขาถือเป็นผู้มีพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ ตัวข้า
แลสาวกสามัญคนอื่น ๆ หาได้มีพรสวรรค์เช่นเขาไม่
เรายังต้องรีบไป หุบเหวปีศาจ เพื่อไปเก็บแต้ม
ความส าเร็จเพิ่มเติม”“ ใช่แล้ว ในเดือนที่ผ่านมา
พี่ชายอู่ เข้าไปภายใน หุบเหวปีศาจ ได้ท าการสังหาร
ปีศาจจิ้งจอกเก้านภา เพื่อน าเอา แก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ ของมันมาไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้ม
ความส าเร็จได้มากมายยิ่งนัก ช่างน่าริษยายิ่งนัก …”
แต่ช่างน่าเสียดายที่ อู่ อวี้ บินหายลับเลยไปเสียแล้ว
ท าให้เขาไม่ได้ยินบทสนทนาเหล่านี้ ผู้ฝึกตนในวิถี
กระบี่แห่งซูซันหาได้ปราณีไม่ นี่เป็นสิ่งที่ฝังลึกลงไป
ในกระดูกของพวกมัน อู่ อวี้ ขบคิดถึงเรื่องนี้อยู่
ภายในใจลึก ๆ ตลอดทางที่เขาเดินทางกลับมา เขา
พบเจอกับผู้คนมากมาย เขาส่งยิ้มเล็กน้อยให้แก่พวก
เขาเหล่านี้ แล้วก็รีบจากไปด้วยเพราะต้องรีบไป
สะสางธุระปะปังของตนเอง” ก่อนอื่นถ้าจะต้อง
กลับไปยัง ยอดเขาเทียมฟ้า เพื่อสะสางจัดการธุระ
เล็กน้อย จากนั้นค่อยบินไปที่ ‘วิหารเซียนเหิน’ เพื่อดู
ว่ามีภารกิจอันใดให้ท าบ้าง”เมื่อนึกถึงหุบเหวปีศาจ
ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ ก็รู้สึกขัดแย้งอยู่เล็กน้อย
เนื่องจากเขาไม่เต็มใจที่จะไปเก็บแต้มความส าเร็จที่
นั่นอีก นอกจากนี้ปีศาจตนใดจะมีฝีมือพอที่จะต่อกร
กับเขาได้อีกหลังจากกลับมาถึง ยอดเขาเทียมฟ้า เขา
ก็ท าการปรับตัวสักเล็กน้อย จากนั้นก็ไปที่ วังกระบี่
มหาสงคราม ในส่วนของ ‘ศาลาแลกเปลี่ยนสมบัติ’
เพื่อน า เสาโลหิตร้อยวิญญาณ กระบี่ทองค าเนตรเท
วะ และศาสตาเต๋าเชื่อมจิตอื่น ๆ ไปแลกเปลี่ยนเป็น
เม็ดยาสร้างแกนนภา กับ วิญญาณเซียน บางส่วน
เพื่อใช้ในการปรุงโอสถหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ
สิ้น เขาก็พร้อมออกเดินทางขณะที่ก าลังจะออก
เดินทาง เขาได้พบกับ ไป๋หลี่ เฟยหง ที่ก าลังนอน
กอดไหสุราขวางหน้าประตูทางออก ยอดเขาเทียม
ฟ้าผมเผ้าของเขากระเซอะกระเซิงรุงรัง สีหน้าของ
เขาแดงก่ าด้วยความเมามายจากฤทธิ์สุรา เมื่อเขาแล
เห็น อู่ อวี้ เขายิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า” ข้าใดข่าวว่าเจ้า
ออกมาจาก คุกดวงใจกระบี่แล้ว อาเจ๊ใหญ่
เฉิน ชิงหยู๋ เลยส่งข้ามาทักทายเจ้าแทนนาง เมื่อ
ไม่นานมานี้นางได้เก็บตนฝึกฝน จึงไม่มีเวลามาหา
หยอกล้อเจ้าเล่น”
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ