กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 258 ภารกิจส าคัญ
“ขอบคุณในความเมตตาของประมุขวัง ที่มาแทน
พี่สาวเฉินเช่นนี้” อู่ อวี้ รู้สึกสบายใจแลยังรู้สึกดีกับ
บุคคลผู้นี้เป็นอย่างยิ่งไป๋หลี่ เฟยหง พยายามจะ
ลุกขึ้นนั่ง ด้วยร่างกายอ่อนปวกเปียกเสมือนคนไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรง เขาปัดผมที่ปกคลุมหน้าผากให้เปิดออก
จากนั้นก็จ้องมองไปที่ใบหน้าของ อู่ อวี้ พร้อมกับ
ปรบมือแล้วกล่าวขึ้นว่า” เยี่ยม เยี่ยมจริง ๆ บรรลุ
สู่มหาสร้างแกนนภาขั้นที่ 3 ถือว่าก้าวรุดหน้ารวดเร็ว
มาก ด้วยความสามารถของเจ้า เกรงว่าผู้อยู่ในระดับ
มหาสร้างแกนนภา ขั้นที่ 5 จะมิใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า
หาก จ้าว ซวนเซียน มาก่อปัญหาสร้างความร าคาญ
ข้าจะหยุดมันเอาไว้เอง”อู่ อวี้ ไม่ทราบสถานการณ์
ของ จ้าว ซวนเซียน ว่าตอนนี้เป็นเช่นไร เขาจึง
หัวเราะแล้วกล่าวว่า” ฮ่า ๆ ๆ เป็นเรื่องปกติ ถ้ามัน
กล้ามายั่วยุถึงถิ่น แน่นอนว่าข้าจะจัดการมัน โดย
ไม่ให้มันมีฟันเหลือกลับไปได้”ตอนนี้ตัวตนของ อู่ อวี้
นับว่าสูงขึ้นภายในซูซันเป็นอย่างมาก นิสัยที่เป็นคน
เปิดเผยตรงไปตรงมา เด็ดขาด รวมถึงความบ้าคลั่ง
จึงค่อย ๆ เปิดเผยออกมา” ฮ่ะ ๆ พวกมันทั้งสองคือ
คู่สามีภรรยา สมัครสมานกลมเกลียวปรองดองกัน
เจ้าเป็นแค่ชายโสด จงระวังตัวไว้ให้ดี” ไป๋หลี่ เฟยหง
หัวเราะออกมาอย่างชอบใจอู่ อวี้ เขินอายอย่างไม่
อาจช่วยได้ ไม่ว่าจะงดงามเพียงใด หรือ สหายเต๋า
เคียงคู่ผู้มีพรสวรรค์เท่าเทียมกัน เขาหาก็ได้สนใจไม่
พวกมันทั้งหมดจะต้องลิ้มรสชาติแห่งความพ่ายแพ้”
จริงสิ ในฐานะที่ข้าเป็นประมุขวัง ยามนี้เจ้ายังเป็น
ศิษย์ไร้อาจารย์ ฉะนั้นข้ายังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบใน
เรื่องนี้ แผนการต่อไปของเจ้าคืออะไร ? หวังว่าเจ้า
คงเข้าใจ หากอาเจ๊ใหญ่เกิดถามไถ่เรื่องราวของเจ้า
ขึ้นมา แล้วข้ากลับไม่อาจตอบค าถามนางได้ มีหวัง
ข้าคงโดนนางเคี่ยนจนก้นลายเป็นแน่”ไป๋หลี่ เฟยหง
กล่าวด้วยใบหน้าขมขื่นชายผู้นี้มีความเป็นมิตรอย่าง
ยิ่ง เขาดูไม่เหมือนผู้อาวุโส แม้แต่น้อย อันที่จริงแล้ว
เมื่ออยู่ใกล้คนเช่นนี้จะรู้สึกผ่อนคลายสบายใจเป็น
อย่างยิ่ง อู่ อวี้ กล่าวขึ้นอย่างตรงไปตรงมา” แต้ม
ความส าเร็จก่อนหน้านี้ที่ข้าได้รับมา ยามนี้ได้หมด
เกลี้ยงลงแล้ว ข้าก็ยังแอบคิดอยู่ว่าจะใช้วิธีใดเก็บ
แต้มความส าเร็จ เพื่อน าไปแลกเปลี่ยนทรัพยากร
ซึ่งจะช่วยให้การฝึนฝนบ่มเพาะก้าวรุดหน้าได้เร็ว
ยิ่งขึ้น”ไป๋หลี่ เฟยหง ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า” ฮ่ะ ๆ ๆ
ช่างน่าอายยิ่งนักถุงเงินแบนแต๊ดแต๋เช่นนี้ ข้าเข้าใจ
∼ ข้าเข้าใจ เราทั้งคู่ต่างยากจน ข้าจึงเข้าใจหัวอก
ของเจ้าเป็นอย่างดี ถ้าเช่นนั้นข้าจะรั้งเจ้าให้ชักช้าอีก
ต่อไปไย งั้น…ไปเถอะ”อู่ อวี้ ไม่ใช่คนโง่เขลาเบา
ปัญญา ขณะที่ก าลังเตรียมตัวออกไปนั้น ดวงตาของ
ไป๋หลี่ เฟยหง ก็เบิกกว้าง พร้อมกับปรบมือแล้วกล่าว
กับเขาว่า” อู่ อวี้ ข้ามีวิธีหนึ่ง ที่จะท าให้เจ้าเก็บแต้ม
ความส าเร็จได้อย่างรวดเร็วเจ้าสนใจหรือไม่? ภารกิจ
ที่ถูกแจกจ่ายโดย ‘วิหารเซียนเหิน’ ซึ่งอยู่ในอาณา
เขตกระบี่สามัญ นอกจากค่าตอบแทนไม่สูงแล้ว
เจ้ายังต้องเสียทั้งเวลา และ ก าลัง ซึ่งไม่คุ้มค่าต่อการ
ลงแรงอย่างยิ่ง”“ ดูเหมือนว่าท่านประมุขวังจะมี
หนทางใช่หรือไม่? หากมี ข้า อู่ อวี้ มั่นใจว่าสามารถ
ตอบรับมันได้ในทันที” อู่ อวี้ ยืนชะงักนิ่งงัน เมื่อได้
ยินสิ่งที่ ไป๋หลี่ เฟยหง กล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้เขา
รู้สึกค่อนข้างล าบากใจเดียว ภารกิจภายใน อาณา
เขตกระบี่สามัญ ถึงแม้จะค่อนข้างง่ายดาย แต่ทว่า
แต้มความส าเร็จที่ได้รับก็ต่ าเช่นเดียวกันไป๋หลี่
เฟยหง หัวเราะอย่างมีเลศนัยแอบแฝง แล้วเขากล่าว
ขึ้นว่า” หึหึ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้สาวกแกน
สามัญหลายคน ก้าวเข้าสู่ระดับกระบี่ปฐพี ส่วนใหญ่
เป็นสาวกมาจาก วังกระบี่มหาสงคราม ของข้าแทบ
ทั้งสิ้น เมื่อไม่นานมานี้มีสหายเก่าคนหนึ่งมาพบข้า
เพื่อหวนร าลึกถึงเรื่องราวในวันวาน มันได้เล่าให้ข้า
ฟังว่ามีศิษย์น้องของมันสองสามคน ก าลังจะออกไป
ท าภารกิจหนึ่ง แต่ยังขาดลูกมืออยู่บางส่วน ซึ่ง
ค่าตอบแทนของภารกิจนี้คือ 500 แต้มความส าเร็จ
ต่อคน เนื่องจากเป็นภารกิจระดับสูงของสาวกระดับ
กระบี่ปฐพี สหายของข้าแลศิษย์น้อง จึงต้องการ
ลูกมือจาก วังมหาสงคราม พวกเขาถือเป็นอัจฉริยะ
รุ่นเยาว์และมีต้องมีรายชื่อติดอยู่ใน 100 อันดับแรก
ของรายนามหมื่นเซียนกระบี่ พวกเขาได้คารวะ
อาจารย์ผู้มีชื่อเสียงทั้งสิ้น อีกทั้งพวกเขานั้นล้วนเป็น
ศิษย์แห่งสาวกระดับกระบี่สวรรค์ ฉะนั้นข้าจึง
แนะน าเจ้าให้กับพวกเขา”“ 500 แต้มความส าเร็จ!”
นับว่าเป็นคะแนนที่สูงอย่างยิ่ง! หาก อู่ อวี้ ไปรับ
ภารกิจจาก วิหารเซียนเหิน คาดว่าเขาคงต้องใช้เวลา
มากกว่า 1 ปี ถึงจะได้รับแต้มความส าเร็จมากมาย
เช่นนี้ ซึ่งมันจะท าให้การยกระดับความแข็งแกร่ง
ของเขาล่าช้าลงเป็นอย่างยิ่งบัดนี้กล่าวได้ว่า เขาถูก
ล่อลวงด้วยการกล่อมเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
ข้าสามารถรับภารกิจของ สาวกระดับกระบี่ปฐพี ได้
จริงเช่นนั้นหรือ?” อู่ อวี้ ไต่ถามไป๋หลี่ เฟยหง ยิ้มร่า
แล้วรีบตอบอย่างทันควัน” เดิมทีไม่สามารถก็กระท า
ได้ แต่ถ้าใช้นามของข้ากับอาเจ๊ใหญ่ เฉิน ออกหน้า ก็
ไม่มีปัญหา หากบอกว่าเจ้าก าลังพยายามเพิ่มความ
แข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ ข้าจะไป
คุยกับสหายของข้า แน่นอนว่าจะต้องไม่มีปัญหาใด
เอาเป็นว่าเจ้าอดใจรอฟังข่าวจากข้าอยู่ที่นี่อีกเพียง
ไม่กี่วัน”ไป๋หลี่ เฟยหง ผู้นี้กระท าสิ่งต่าง ๆ ได้
รวดเร็วปุบปับ หลังจากเสวนาเสร็จสิ้น เพียงไม่นาน
เขาก็หายไปจากตรงหน้าของ อู่ อวี้” สุดท้ายแล้วนี่
คือภารกิจอันใดกัน ? ถึงได้รับแต้มความส าเร็จ
มากมายเช่นนี้ ?” ถึงแม้ อู่ อวี้ จะรู้สึกสับสน
เล็กน้อย แต่เขาก็ไม่อยากคิดอะไรให้มากนัก ณ ยอด
เขาเทียมฟ้า เขาก็เริ่มฝึกตนบ่มเพาะด้วยการดูดซับ
เม็ดยาสร้างแกนนภา หลังจากที่เขาดูดซับ เม็ดยา
สร้างแกนนภา ไปได้ประมาณ 50 เม็ด ก็พบว่าระดับ
การฝึกตนของเขากระเตื้องเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากนั้น ไป๋หลี่ เฟยหง ก็ได้เดินทางกลับมา เขา
ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า” ได้ความมาแล้ว อีก 5 วันต่อ
จากนี้ เจ้าจะต้องไปยัง ‘ วังกระบี่ตะวันม่วง ‘ แล้วไป
ที่ ‘วิหารโพสพ’ เพื่อไปหาเจ้าวิหารนาม ‘เหอ เต้าจื้อ’
คนผู้นี้อยู่ในระดับสร้างแกนนภา ขั้นที่ 7 เป็นผู้ออก
ค าสั่งในภารกิจนี้ เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น เขาคือผู้ได้รับ
แต้มความส าเร็จสูงสุดประมาณ 1 พันแต้ม”คนผู้นี้มี
ฝีมืออยู่ในระดับ สร้างแกนนภา ขั้นที่ 7 ซึ่งแข็งแกร่ง
กว่า จาง ฝูถู เพียงแค่นี้มันก็มากเพียงพอที่จะแสดง
ให้เห็นถึงความส าคัญของภารกิจนี้” ภารกิจนี้มีคน
ทั้งหมดกี่คน ? แล้วคนอื่นมีความแข็งแรงมากน้อย
เพียงใด ?” อู่ อวี้ ซักถามขึ้น” เหอ เต้าจื้อ เป็นศิษย์
น้องของสหายข้า ข้าเองก็ยังไม่เคยพบ เลยไม่รู้ว่า
เป็นอย่างไร รู้แต่เพียงว่าอีก 4 คนที่เหลือมีฝีมืออยู่ใน
ระดับ สร้างแกนนภา ขั้นที่ 6 ด้วยวัยยังไม่เกิน 50
ปี”อู่ อวี้ ขบคิดสักครู่ ตัวเขามีฝีมืออยู่ในระดับ สร้าง
แกนนภา ขั้นที่ 3 ดูเหมือนฝีมือของเขาจะยังคนอ่อน
ด้อยกว่าคนอื่นอยู่มาก ซึ่งเขาไม่ค่อยแน่ใจว่า จะ
กลายเป็นตัวถ่วงกลุ่มหรือไม่เมื่อรวม อู่ อวี้ เข้าไป
กลุ่มนี้ก็จะมีคนทั้งหมด 6 คน” ฮ่า ๆ ๆ เจ้าวางใจ
ได้ ฝีมือที่เจ้าได้แสดงให้เห็นใน สนามประลองหมื่น
เซียนกระบี่ พวกเขาจะต้องดูแลเจ้าอย่างดี” ไป๋หลี่
เฟยหง หัวเราะร่าขณะกล่าวเช่นนั้นแล้วในตอนนี้
อู่ อวี้ ฉันไม่ได้คิดอะไรให้วุ่นวายไปมากนัก เขากล่าว
ค าขอบคุณกับ ไป๋หลี่ เฟยหง หลังจากนั้นเขาก็ลา
จากไป ‘วังกระบี่ตะวันม่วง’ เหตุผลที่เขาต้องเร่งรีบ
เดินทางนั่นก็เพราะว่า ‘วังกระบี่ตะวันม่วง’ อยู่
ค่อนข้างไกล บริเวณที่ตั้งของวังนี้อยู่ตรงส่วนเหนือ
สุดของ อาณาเขตกระบี่สามัญ แม้จะใช้ความเร็ว
สูงสุดในการเดินทาง ถึงกระนั้นก็ยังคงต้องใช้เวลา
เดินทางอยู่สักพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว” ส่วนเรื่อง
รายละเอียดของภารกิจ ข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าใด
นัก แต่ทุกภารกิจจะต้องถูกเก็บเป็นความลับ
หลังจากที่เจ้าไปพบกับ เหอ เต้าจื้อ เขาจะบอกเจ้า
เอง แต่ถ้าเจ้ารู้สึกว่าภารกิจนี้ไม่เหมาะสม หรือ ไม่
พอใจในภารกิจ เจ้าก็สามารถถอนตัวจากภารกิจได้”
ไป๋หลี่ เฟยหง กล่าวอธิบายในส่วนสุดท้ายการที่
อู่ อวี้ ตัดสินใจเดินทางออกมา แน่นอนว่าเขาจะไม่
เลือกถอนตัวจากภารกิจ ตราบใดที่ภารกิจที่ได้รับนั้น
ไม่ขัดต่อหลักการภายในจิตใจของเขาไป๋หลี่ เฟยหง
เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา เขาอุตส่าห์แนะน าภารกิจให้
ฉะนั้นตัวเขาย่อมต้องท าออกมาให้ดีที่สุด ไม่ให้
ไป๋หลี่ เฟยหง ต้องเสียชื่ออู่ อวี้ รู้สึกริษยาสาวกระดับ
กระบี่ปฐพีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสาวกระดับกระบี่
ปฐพี สามารถฝึกฝนบ าเพ็ญตนอยู่บนเขาชิงเทียน
ซูซันได้ (เขาซูซัน) อีกทั้งยังสามารถออกไปด้านนอก
เขาซูซัน เมื่อใดก็ได้อย่างไม่มีข้อจ ากัด การที่ อู่ อวี้
รับท าภารกิจในครั้งนี้ คาดว่าคงต้องใช้เวลาเกือบ
สามเดือน แต่ภายใต้การน าพาของ สาวกระดับปฐพี
ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆเขาขี่กระบี่บินจักรพรรดิ
เดินทางไปยังเป้าหมาย ระหว่างการเดินทางนั้นเขาก็
หวนนึกถึง สถานที่ตั้งของ วังกระบี่ตะวันม่วง ที่
บันทึกไว้ใน บันทึกน าวิถีแห่งเต๋า เขาไม่รีบร้อนเร่งรีบ
มากนัก เขามาถึง วังกระบี่ตะวันม่วง ในช่วงรุ่งอรุณ
ภายใน วิหารโพสพ มีสาวกอยู่หลายร้อยคน กลิ่น
อายแห่งจิตวิญญาณที่ปลดปล่อยออกมานั้น เห็นได้
ชัดเหนือกว่า วิหารฝูถู แต่ไม่ดีเท่า วิหารสงคราม
เซียนผู้น าภารกิจในครั้งนี้ แม้แต่ยังเยาว์วัย แต่ก็มี
ศักดิ์เป็นเจ้าวิหารในที่แห่งนี้เมื่อ อู่ อวี้ มาถึง วิหาร
โพสพ สาวกระดับ สร้างแกนนภา ของ วิหารโพสพ
ก็ออกมาสกัดกั้นขัดขวางเขาไว้ พร้อมกับไต่ถามขึ้น
” เจ้าเป็นใครกัน มีธุระอันใดกับ วิหารโพสพ ของ
พวกข้า ?”“ ข้าคือ อู่ อวี้ มาพบเจ้าวิหาร
เหอ เต้าจื้อ” อู่ อวี้ กล่าว” มาพบเจ้าวิหาร ? เดี๋ยว
นะ เมื่อสักครู่เจ้าเพิ่งเจ้าเอ่ยนามว่าชื่อ อู่ อวี้ ?”
ใบหน้าของเหล่าสาวกต่างตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง เดิน
ถอยหลังออกไปสองสามก้าว ขณะจ้องมองไปที่
อู่ อวี้” ถูกต้องแล้ว”“ประ… โปรด ตามข้ามา”
สาวกผู้นั้นรู้สึกหวาดกลัวจนกล่าวขึ้นอย่าง
ตะกุกตะกัก เพราะยังไงแล้ว อู่ อวี้ ก็คือผู้อยู่ใน
อันดับ 1 ของรายนามหนึ่งเซียนกระบี่ ตัวของมัน
สั่นเทาอย่างรุนแรง จากนั้นก็น า อู่ อวี้ ไปยัง วิหาร
โพสพ เบื้องหน้าของเขาคือวังที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก
ต้นพฤกษาอย่างสมบูรณ์ วังนี้ปลดปล่อยกลิ่นอาย
เก่าแก่โบราณแผ่ขยายไปทั่วทุกทิศทาง แฝงเร้นไป
ด้วยความลึกล้ ามากมาย”มีเจ้าวิหารแลผู้อาวุโส
หลายคนอยู่ด้านใน โปรดเชิญเข้ามา” เมื่อ อู่ อวี้
ก้าวเข้ามาในวังนี้ สาวกแกนสามัญที่อยู่บริเวณ
รอบ ๆ ก็ก็หันมาจ้องเขาเป็นตาเดียว ในบรรดาสาวก
เหล่านั้นมีบางคนที่อยู่ในขั้นมหาวิธีสร้างแกนนภา
ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าเขาอู่ อวี้ สัมผัสได้ว่า
ท่ามกลางกลิ่นอายเก่าแก่โบราณของวังนี้ มีผู้ฝึกตน
บางส่วนที่ปลดปล่อยความแข็งแกร่งของมันออกมา
เมื่อแน่ใจ เขาก็กล่าวขึ้นว่า”เชิญตรวจสอบได้เลย
อู่ อวี้” หลังจากเดินเข้ามา ในส่วนรับรองของวัง เขา
แลเห็นสาวกเยาว์วัย 5 คน ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนกระบี่ที่
เฉกเช่นเขา นั่งอยู่บนที่พ านักด้วยท่าทางทรงเกียรติ
ผู้ที่อยู่ด้านบนสุด น่าจะเป็น เหอ เต้าจื้อนอกจากนี้
ยังมีชายหนุ่มสองคนทางด้านซ้าย แลหญิงสาวสอง
คนทางด้านขวารวมเป็น 5 คน ชาย 3 หญิง 2เมื่อ
เข้ามา อู่ อวี้ ก็มองกวาดไปที่พวกเขาในทันที เมื่อดู
ใบหน้าของคนกลุ่มนี้ ก็แลเห็นว่า ฝ่ายตรงข้ามก าลัง
จ้องมองมาที่เขาอย่างระมัดระวังแน่นอนว่า
ท่ามกลางสาวกเหล่านี้ มีบางคนที่เคยเห็น อู่ อวี้
ในช่วงของการประลองหมื่นเซียนกระบี่แล้วผู้ที่เด่น
สะดุดตามากที่สุด แน่นอนว่าต้องเป็น เหอ เต้าจื้อ
ซึ่งก าลังนั่งพินิจอย่างระมัดระวังอยู่ตรงใจกลาง คนผู้
นี้น่าจะมีอายุอานามเยอะสุด แต่ก็ยังคงดูเยาว์วัยอยู่
ท่ามกลางผมสีด าของมัน มีเส้นผมสีเงินแซมอยู่
บางส่วน ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งประสบการณ์ผัน
ผ่านชีวิตออกมาเล็กน้อย สวมใส่ชุดคลุมกระบี่สีเทา
เข้ม ปักทอด้วยลวดลายของพฤกษาสีด าเหี่ยวแห้ง
ในแววตาของมันแฝงเร้นไปด้วยความด ามืดบางส่วน
เย็นชา ราวกลับไม่ได้แยแสต่อสิ่งใด เมื่อจ้องมองไป
จะสัมผัสได้ถึงความโหดเหี้ยมภายในจิตใจของมันมัน
เป็นผู้น า ดังนั้นภารกิจในครั้งนี้ มันคือหัวหน้าของ
เขา ตามกฎของซูซัน ภารกิจรูปแบบกลุ่ม ต้องได้รับ
ความเห็นชอบจากสมาชิกในกลุ่มกว่า 8 ใน 10 ส่วน
ถึงจะสามารถคัดค้านค าสั่ง แล ตัดสินใจโดยไม่ได้รับ
อนุญาตจากผู้น าได้ด้วยเช่นนั้นท าให้อ านาจของ
เหอ ไท่เหยา ในภารกิจครั้งนี้ ถือว่าสูงมากทีเดียว
เมื่อมองไปที่บุรุษ 2 คนทางด้านซ้าย พวกเขาทั้งคู่
เป็นผู้กล้าซึ่งก าลังเบ่งบานอยู่ในวัยหนุ่มสาว อย่างไร
ก็ตามพวกเขาเคยอยู่ใน 100 อันดับแรก ของ
รายนามหมื่นเซียนกระบี่ ชายผู้หนึ่งสวมชุดสีด า
สีหน้าเย็นชาเต็มไปด้วยความภูมิใจหยิ่งทะนง จ้อง
เขม็งมองไปที่ อู่ อวี้ ราวกับก าลังมีโทสะอยู่บางส่วน
ส่วนอีกคนสวมใส่ชุดสีขาว บนอาภรณ์ปักลวดลายรูป
เมฆาเมื่อแลเห็น อู่ อวี้ ชายผู้นี้ก็ส่งยิ้มให้อย่างเป็น
มิตรนอกจากนี้ยังมีสตรีอีกสองคน ไม่ว่าจะเป็นรูป
โฉม หรือ พรสวรรค์ ล้วนโดดเด่น ไม่ต้องกล่าวถึง
ทรวดทรงรูปร่างช่างประณีตหมดจดไร้ที่ติ ที่
พรรณนามาทั้งหมดทั้งมวลนี้ ล้วนเป็นผู้ฝึกตนซึ่งอยู่
ในวัยหนุ่มสาวด้วยกันทั้งสิ้น หากเทียบกับมนุษย์แล้ว
อายุของพวกเขาเหล่านี้ เกือบจะอยู่ในวัยเป็นบิดา
มารดาของ อู่ อวี้ เลยด้วยซ้ าอีกผู้หนึ่งสวมชุดสีส้ม
การแต่งกายของนางดูมีเสน่ห์ชวนน่าหลงใหลอย่าง
ยิ่ง ไม่เพียงแค่นั้นรูปร่างทรวดทรงของนาง ยังดูมี
เสน่ห์ชวนน่าดึงดูดเสียยิ่งกว่า บนใบหน้าของนาง
อาบไล้ไปด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจ
ของ อู่ อวี้ อย่างรุนแรง นับเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว
อย่างยิ่ง สามารถท าให้บุรุษเพศต้องแข้งขาชา เมื่อ
ประสบพบเจอกับรอยยิ้มกระชากใจนี้ส่วนสตรีอีก
นาง มีท่าทางเย็นชาเปี่ยมล้นไปด้วยความภาคภูมิใจ
หากกล่าวโดยทั่วไปแล้ว นางหาได้เห็น อู่ อวี้ อยู่ใน
สายตาแม้แต่น้อย ในมือของนางก าศาสตร์ตราเต๋า
เชื่อมจิต ซึ่งเป็นกระบี่ที่ถูกเก็บไว้ในฝัก สีน่าดู
เข้มงวดเย็นชาประดุจดั่งน้ าค้างแข็ง หากมองดี ๆ จะ
เห็นว่าสายใต้สีน่าดูเข้มงวดเย็นชานั้น แอบแฝงไว้
ด้วยความเบื่อหน่ายอยู่บ้างเล็กน้อยอู่ อวี้ ไม่อยาก
คิดอะไรให้มากความเกินไป เขาเพียงก้าวเดินไป
ด้านหน้า พร้อมกับกล่าวค าทักทายขึ้นเล็กน้อย”
ศิษย์พี่ชายหญิงทุกท่าน ข้ามีนามว่า อู่ อวี้ มาร่วม
ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ด้วย คงจะต้องรบกวนพวก
ท่านแล้ว”พวกเขาทั้งห้ายังคงดูผ่อนคลาย หาได้
แยแสในสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวไม่ หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวจบ
ก็ไม่มีผู้ใดเอื้อนเอ่ยตอบกลับมาแม้แต่น้อย เมื่อ
สังเกตจากท่าทีการตอบสนองของพวกเขาเหล่านี้
ก็สามารถยืนยันได้ว่าพวกเขาไม่ค่อยยินดีต้อนรับ
อู่ อวี้ สักเท่าใดนัก แต่เนื่องจาก ไป๋หลี่ เฟยหง เป็น
ผู้ออกหน้า ฉะนั้นคงไม่เป็นการดี หากจะปฏิเสธ
หัวหน้ากลุ่มในครั้งนี้คือ เหอ เต้าจื้อ ในฐานะผู้น าเขา
จึงจ าเป็นต้องกระท าอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นครู่
หนึ่งเขาโบกมือแล้วกล่าวขึ้นว่า” เอาล่ะ ๆ เจ้าลอง
เดินหาที่นั่งแถวนี้เอาเองแล้วกัน เมื่อข้าจัดการ
ปัญหาตรงนี้เสร็จสิ้น เราจะออกเดินทาง”กล่าวคือให้
อู่ อวี้ รออยู่เฉย ๆ ตลอด 1 สัปดาห์ นอกเหนือจาก
ต าแหน่งที่นั่งของพวกเขาทั้ง 5 ในวิหารนี้ ก็ไม่มีอะไร
อย่างอื่นอีก ดูเหมือนว่า เหอ เต้าจื้อ ไม่ได้ตีค่าเขาไว้
สูงนัก ดังนั้นมันจึงเกียจคร้านเกินไปที่จะให้ความ
สนใจกับเขา การที่เขาเป็นหนึ่งในคนที่เข้าร่วม
ภารกิจนี้ แน่นอนว่าเขาต้องการทราบรายละเอียด
เพิ่มเติมของภารกิจ ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ