กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 26 : พรรคจงหยวน
* เทศกาลชุมนุมนิกาย เปลี่ยนเป็น พรรคจงหยวน
*
“ศิษย์พี่ซู ข้าอยากเข้าร่วมแข่งขัน ข้าปรารถนาจะ
เป็นผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ” เมื่ออู่ อวี้
สอบถามรายละเอียดจากซู หยานลี่ จึงท าให้เขา
ล่วงรู้สถานการณ์เป็นอย่างดี หากเขาสามารถชนะ
การแข่งขันครั้งนี้ได้ และ กลายเป็นผู้พิทักษ์ เมื่อเขา
กลับไปยังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน
จะต้องกลับไปอย่างนิกายของตัวเอง ฉะนั้นเขาจึง
ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เพื่อร่วมเข้าแข่งขันในครั้งนี้
ซูหยานหลี่ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” เกรงว่าจะไม่ได้
เพราะตามกฎแล้ว ผู้มีสิทธิ์จ าต้องมีพลังอยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณ และ จะต้องเป็นศิษย์หลักใน
นิกายเท่านั้นถึงจะร่วมลงแข่งขันได้ แต่ระดับยุทธ
ของเจ้ายังไม่ถึงขั้นหลอมรวมลมปราณเลยด้วยซ้ า ”
อู่ อวี้ไม่อาจละเลยกฎระเบียบในข้อนี้ได้ แม้เขาจะ
กล่าวว่าตัวเองนั้นปรารถนาจะไปเป็นผู้พิทักษ์แห่ง
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ก็ตาม แต่การกล่าวค าย่อมง่าย
กว่าการปฏิบัติจริง จากนั้นเขาจึงกล่าวถามด้วย
น้ าเสียงจริงจังขึ้นว่า ” ศิษย์พี่ซู เรื่องนี้ส าคัญกับข้า
มาก หากว่าสามารถท าอะไรได้บ้าง จะถือเป็นความ
กรุณาอย่างยิ่ง ”
กฎย่อมเป็นกฏ แต่ซู หยานหลี่เป็นศิษย์ที่ท่านเจ้า
นิกายโปรดปรานยิ่ง หากนางปรารถนาจะช่วยเหลือ
อู่ อวี้ให้ได้เข้าแข่งขันในครั้งนี้ ย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย
หากนางใช้ศักดิ์ฐานะ และ ความสัมพันธ์ที่มี
เมื่อซู หยานหลี่เห็นว่าอู่ อวี้ ยืนกรานหนักแน่น อีก
ทั้งเขายังมีความบาดหมางส่วนตัวที่ค้างคา นางจึง
กล่าวขึ้นว่า ” ผู้เตรียมการสรรหาผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้
พิทักษ์ ยังคงเป็นผู้เฒ่ามู่เกอเช่นเดิม ท่านผู้เฒ่านั้น
จงรักภักดีกับท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง ส่วนตัวข้าเอง
ก็มีความสัมพันธ์อันดีกับท่านอาวุโสด้วยเช่นเดียวกัน
ฉะนั้นหากเจ้ายังยืนกรานความปรารถนาเดิม เจ้าก็
ต้องมีพลังเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณให้จงได้ เจ้าถึง
จะมีคุณสมบัติเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ แต่
อย่างไรก็ตามข้าอยากจะเตือนเจ้าไว้สัก 2 ข้อ ”
” ศิษย์พี่ซู โปรดชี้แนะ ” อู่ อวี้ล่วงรู้ว่า สิ่งที่นาง
จะกล่าวต่อไปนี้ จะต้องเป็นเรื่องส าคัญ เนื่องจาก
เวลานี้ท่าทางของนางดูจริงจังยิ่งนัก
” ประการแรกซือตู๋ หมิงหลาง จะเข้าร่วมการ
แข่งขันในครั้งนี้ และ แน่นอนว่ามันต้องใช้เส้นสาย
จากศักดิ์ฐานะของมัน เพื่อเล่นงานเจ้า เมื่อถึงเวลา
เหมาะสม ที่เจ้าเข้าสู่การต่อสู้ เจ้าจะไม่ต่างจากคนหู
หนวกตาบอด และ เมื่อถึงเวลานั้นมันจะสังหารเจ้า
แถมมันยังสามารถพลิกลิ้นตลบแตลงเพื่อหลีกเลี่ยง
ความผิดได้อีกด้วย หากเจ้าดึงดันที่จะเข้าร่วมจริงๆ
เจ้าก็ต้องเตรียมใจให้ดีเพื่อที่จะรับมือในการต่อสู้กับ
มัน ความบาดหมางระหว่างพวกเจ้าทั้งสองเห็นได้ชัด
ว่า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะ อยู่ หรือ ตาย และ
สามารถเป็นเซียนผู้พิทักษ์ปกป้องอาณาจักรมนุษย์ ”
อู่ อวี้เข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี แต่มันยังไม่
มากพอ ที่จะท าให้เขาล้มเลิกความตั้งใจในการ
กลับไปยังอาณาจักรบูรพา เย่วอู่
ซู หยานหลี่กล่าวต่ออย่างหนักแน่น ” ประการที่สอง
เรื่องนี้ส าคัญมาก หากเจ้าสามารถชนะการแข่งขัน
แล้วกลายเป็นผู้พิทักษ์อาณาจักรเยว่อู่อย่างแท้จริง
แล้ว เมื่อเจ้าต้องไปรับหน้าที่พิทักษ์อาณาจักรเยว่อู่
ครั้นเมื่อเจ้าต้องเดินทางไปถึงอาณาจักร เจ้าก็ต้อง
พบเจอกับผู้พิทักษ์คนก่อนหน้า และ คนผู้นั้นอาจ
กระท าการยั่วยุ หรือ ท้าทายเจ้า เนื่องจากกฎและ
ธรรมเนียมเก่าแก่ของ ‘พรรคจงหยวน ‘ ที่ก าหนดไว้
ว่าเมื่อครบก าหนดหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนในทุกๆ 10
ปี จึงท าให้ผลประโยชน์ที่มันพึงได้รับจากอาณาจักร
ต้องหายไป แต่เหตุผลจริงๆที่เจ้ากลับไปก็คือการแก้
แค้น ดังนั้นเจ้าต้องจ าเอาไว้ให้มั่นว่า อย่าได้ให้ใคร
รับรู้เป็นอันขาดว่าเจ้าต้องการที่จะไปสังหารอีกฝ่าย
เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเจ้าคือตัวแทนของนิกายกระบี่
สวรรค์ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของ ‘พรรคจงหยวน
‘ อีก หากว่าทาง ‘พรรคจงหยวน’ ล่วงรู้เข้าว่านิกาย
กระบี่สวรรค์เป็นผู้สังหารศิษย์ของนิกายอื่นเข้า มัน
จะเกิดการขัดแย้งระหว่างนิกายขึ้น จากนั้นมันก็จะ
ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โต จนเกิดเป็นสงคราม
ระหว่างนิกาย เจ้าคงจะเข้าใจถึงความน่ากลัวและ
ความเสี่ยงในการที่จะส่งเจ้าไปแล้วนะ ? ”
อู่ อวี้ รู้ และ เข้าใจสิ่งที่ซู หยานหลี่กล่าวเป็นอย่างดี
เนื่องจากเขาเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ หาก
เขามีการต่อสู้ฆ่าฟันกับตัวแทนนิกายอื่น เขาจะไม่
สามารถกระท าอย่างโจ่งแจ้งได้ เนื่องจากจะเกิด
ผลกระทบร้ายแรงใหญ่หลวง ต่อความสัมพันธ์
ระหว่างนิกายทั้งสองได้ และ อาจบานปลายจนก่อ
เกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างนิกายขึ้น
อู่ อวี้ได้ท าความเข้าใจแผนภูมิดินแดนเทพตงเสิ้ง
[1]แล้ว ซึ่ง ‘พรรคจงหยวน’นั้นถือว่าเป็นพรรคที่มี
ประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างมาก และเพราะว่านิกาย
กระบี่สวรรค์เองก็เป็นคู่ต่อสู้ที่หินที่สุด ท าให้เป็นการ
แข่งขันที่ไม่มีใครยอมใคร แต่เมื่อเทียบกับนิกาย
กระบี่สวรรค์ แล้ว ในสายตาของเหล่าผู้คน ‘พรรคจง
หยวน’ ถือเป็นที่รู้จักในนามดินแดนผู้เกรียงไกล ซึ่ง
แตกต่างกับกระบี่นิกายสวรรค์อย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว
เขาไม่อยากจะเชื่อว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จะมีภูมิ
หลังที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แน่นอนว่าการไปล้างแค้น
ในครั้งนี้คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
” เจ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ ว่าเจ้ายังปรารถนาเข้า
ร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ” เหตุผลที่ซู หยานหลี่ เล่า
ให้อู่ อวี้ฟังถึงข้อดี และ ข้อเสีย เพราะต้องการให้เขา
ตรึกตรองอย่างรอบคอบ แต่ถ้าไม่คิดถึงเรื่องความ
ยากล าบาก หรือ อุปสรรคใดๆ ที่จะเกิดขึ้น การได้
กลับไปยังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ถือเป็นความ
ปรารถนาอันใหญ่ยิ่งส าหรับเขา
” แน่นอน ”
” ตกลง ข้าจะส่งเจ้าให้ถึง เซียนไท่ ส่วนเรื่องจะ
อยู่ หรือ ตายก็สุดแท้แต่เจ้าก็แล้วกัน ”
เซียนไท่ เป็นสถานที่โอ่อ่าสง่างาม และ กว้างขวาง
อย่างยิ่ง สถานที่แห่งนี้ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อการ
ประลองแข่งขัน ระหว่างศิษย์ภายในนิกายกระบี่
สวรรค์
” ขอบคุณศิษย์พี่ที่เมตตา! ”
ฉับพลัน ดวงตาของอู่ อวี้ สาดประกายด้วยเพลิง
โทสะอันบ้าคลั่ง
ขณะที่อู่ อวี้ก าลังตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิด ซู
หยานหลี่ก็บินขึ้นไปบนฟากฟ้าพร้อมกับนกกระเรียน
สวรรค์ของนาง ในวันนี้นางสวมใส่ชุดสีขาวคลุมยาว
ยามเมื่อชุดของนางพริ้วไหวไปตามสายลมมันช่างดู
งดงามอย่างยิ่ง บัดนี้ร่างอันสวยงามราวกับเทพธิดา
ก าลังเลือนหายเข้าไปในกลีบเมฆ
” ศิษย์พี่ซู ท่านช่างมีน้ าใจงดงามยิ่งนัก ตัวข้าเอง
ก็ปรารถนาที่จะอยู่ในเทือกเขาครามเช่นกัน ข้า
ปรารถนาที่จะอยู่อย่างสงบ และ เติบโตขึ้น เหตุชัก
น าที่ต้องท าให้ข้าเลือกเข้าสู่เส้นทางนี้ เพราะข้า
ต้องการจะจบเรื่องราวทุกอย่าง! ”
แม้ว่าบางครั้งนางจะดูเย็นชา และ จริงจังไปบ้าง อู่
อวี้จดจ าได้อย่างขึ้นใจว่า นางมักยื่นมือมาช่วยเหลือ
เขาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เพียงแต่ความสามารถซ่อน
เร้นเท่านั้น นางยังยอมรับในตัวตนของเขา
……
” ศิษย์น้องห้า บัดนี้รายชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันชิง
ต าแหน่ง ผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ จากนิกายกระบี่
สวรรค์ได้รับการประกาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ
ในปีนี้พิเศษมากกว่าทุกปี เพราะมีผู้เข้าร่วมการ
แข่งขันทั้งหมด 12 คน ฉะนั้นเพื่อสะดวกในการจัด
แข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะถูกแบ่งออกเป็น 2 สาย สาย
ละ 6 คน และ ผู้ชนะจะได้รับการคัดเลือกให้เป็น ผู้
พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ ” ในวันนั้นเหล่าศิษย์ผู้มาก
ด้วยพรสวรรค์ของหลานฮั้วหยุน ก็เดินทางมาจาก
ยอดเขาอัสนี
” 12 คนเชียวหรือ ? ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้มี 11 คน
? ” เมื่อทราบข่าวซือตู๋ หมิงหลางก็รีบเดินออกจาก
สถานที่ฝึกตนทันที ในทุกๆ ย่างก้าว ปรากฎลมพายุ
เสียงฟ้าร้องค าราม และ สายฟ้าฟาดลงมา ใต้ฝ่าเท้า
ของมันมีลมหมุนอยู่ด้านล่าง ท าให้แต่ละย่างของมัน
รวดเร็วราวกับล่องหนก็ไม่ปาน
ศิษย์คนอื่นๆ ต่างหัวเราะกันอย่างขบขันพร้อมกับ
กล่าวขึ้นว่า ” การแข่งขันในครั้งนี้น่าสนใจยิ่ง เหล่า
ศิษย์ในนิกายต่างพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างเผ็ดร้อน
เรื่องที่อู่ อวี้ได้เข้าแข่งขันในครั้งนี้ด้วย มันช่างน่า
แปลกใจยิ่งนัก ว่ามันมีคุณสมบัติเพียงพอจนสามารถ
ผ่านการคัดเลือกมาได้อย่างไร ในเมื่อระดับพลังของ
มันยังห่างไกลจากท่านหลอมรวมลมปราน มันซึ่งอยู่
ในระดับขั้นทะลวงจุดชีพจร ด้วยพลังระดับนี้ยังไม่
สามารถต่อต้านพวกเราได้ด้วยซ้ า แต่ข้ารู้ว่าเจ้า
จะต้องไม่คัดค้านใช่หรือไม่ ? ”
ซือตู๋ หมิงหลางเป็นเสียงหัวเราะในล าคอออกมา
พร้อมกล่าวขึ้นว่า ” หึ หึ ช่างน่าขันยิ่งนัก เป็นเรื่องไร้
สาระสิ้นดี ข้าเป็นตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งยังมี
ผู้คนนับหมื่นเฝ้าสนับสนุน หากข้าปรารถนาสังหาร
มัน ก็ช่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วขยับ ? เนื่องจาก
มันรนหาที่เช่นนี้ แล้วข้าจะไม่รีบคว้าโอกาสอัน
งดงามเช่นนี้ได้อย่างไร การขึ้นมายังบน เซียนไท่
แล้ว ไม่ใช่ว่าจะได้ลงไปง่ายๆหรอกนะ ศิษย์พี่ 3 ข้า
จะเร่งไปหาท่านอาจารย์เพื่อให้ท่านเตรียมการใน
การท าให้ข้าได้ไปอยู่สายเดียวกับอู่ อวี้ ”
” ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ข้าได้พูดคุยกับท่านอาจารย์
แล้ว นางได้จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้กับเจ้าแล้วล่ะ
”
” วิเศษ ” ซือตู๋ หมิงหลางยิ้มจางๆ ในตอนนี้มัน
รู้สึกกระตือรือร้นอย่างยิ่ง มีอยู่เรื่องเดียวที่มันยังคา
ใจ และ ไม่คาดคิดก็คือเยี่ยกู่หยู มันส่งนางไปลอบ
สังหารอู่ อวี้ มันตั้งตารอให้นางกลับคืนมาเพราะ
อยากรู้ผลลัพธ์ ทว่าตั้งแต่วันนั้นนางก็ไม่เคยกลับมา
อีกเลย หลังจากนั้นอู่ อวี้ก็มุดหัวอยู่แต่บนยอดเขา
ท าให้มันไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าในคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น
บ้าง อีกทั้งตัวมันเองก็ไม่มีโอกาส ไปสืบหาเรื่องราว
จากอู่ อวี้โดยตรง
เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเป็นเสมือนดั่งหนาม
แหลมคอยทิ่มแทงหัวใจของมัน ยิ่งนานวันหนาม
แหลมชิ้นนี้ก็สร้างความหงุดหงิดร าคาญใช้ให้แก่มัน
มากยิ่งขึ้น จนส่งผลกระทบอย่างยิ่งกับมัน ในเวลาที่
มันนั่งเข้าฌานเพื่อฝึกจิตของมัน มันได้จินตนาการถึง
ภายภาคหน้าที่จะเกิดขึ้น ว่าจะดีเพียงใดหากมัน
สามารถขจัดเสี้ยนหนามที่ปักคาหัวใจมันออกได้ และ
คว้าชัยชนะได้รับคัดเลือกกลายเป็นผู้พิทักษ์ เท่ากับ
ว่ามันยิงศรเพียงแค่ดอกเดียวกลับได้นกถึงสองตัว
เมื่อมันคิดได้ดังนั้นก็ท าให้จิตใจของมันสงบขึ้น ท าให้
มันสามารถเข้าฌานฝึกตนต่อได้
” เยี่ยม… แต่มันก็น่าประหลาดเกินไป เจ้าคิดว่า
มันจะสังหาร เยี่ยกู๋หยูไปรึเปล่า? ” ในเรื่องนี้เหล่า
สาวกเองก็ยังติดใจสงสัย
” คงต้องบอกว่ามันโชคดีอย่างยิ่ง ร่างกายของมัน
ช่างน่าอัศจรรย์ ระดับการสละร่างของมันก็รุดหน้า
อย่างรวดเร็ว แต่ร่างกายที่ยอดเยี่ยมของมัน จะสู้
พลังของผู้เข้าสู่ระดับขั้นหลอมรวมลมปราณได้
เช่นนั้นหรือ? หึ หึ ” ซือตู๋ หมิงหลางหัวเราะในล าคอ
เนื่องจากมันศึกษา และ หาข้อมูลของอู่ อวี้มาเป็น
อย่างดี ฉะนั้นมันจึงรู้จุดอ่อนจุดแข็งของอู่ อวี้เป็น
อย่างดี
วิชาแห่งเต๋า มันจะเป็นฝันร้ายส าหรับมัน
” ข้าไม่ปรารถนาให้กระบี่ของข้า ต้องมาแปด
เปื้อนโลหิตอันต่ าต้อยโสมมของเจ้า แต่เจ้ามัน
รนหาที่ตายเอง เจ้ามันยั่วโทสะข้ามากเกินไปจนท า
ให้ข้าไม่มีสมาธิฝึกตน แต่จะว่าไป… หากโลหิตเปื้อน
ดาบเช็ดล้างไม่กี่วันก็คงจะเลือนหาย แต่ความเคียด
แค้นที่อยู่ภายในจิตใจ ถ้าไม่ได้ล้างด้วยเลือดก็คงจะ
ไม่มีทางเลือนหายไปไหนได้ ”
ซือตู๋ หมิงหลาง มองไปยังทิศทางของสนามประลอง
เซียนไท่ ด้วยความคาดหวังบางอย่าง
เมื่อรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน ถูกประกาศขึ้นอย่างเป็น
ทางการ ภายในนิกายกระบี่สวรรค์ก็เกิดความ
ปั่นป่วนอย่างยิ่ง หลายคนรู้สึกไม่พอใจถึงความไม่
ชอบธรรมบางอย่าง ถึงแม้ว่าอู่ อวี้จะมีชื่อเสียงเรื่องนี้
เป็นอย่างมาก แต่การที่เขาได้รับอภิสิทธิ์เหนือ
กฎเกณฑ์ข้อบังคับที่มีอยู่มาเป็นเวลายาวนาน ถึงสอง
ครั้งสองครา มันจึงเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง
การแหกกฎครั้งแรกของเขา คือการสังหารศิษย์ร่วม
ส านักไปถึง 5 คน แต่บทลงโทษที่เขาได้รับแค่ถูก
กักขังเพียง 1 ปีเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้จึงท าให้ศิษย์ในนิกายหลายคน ต่างรู้สึกไม่
พอใจพวกเขาต่างจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของอู่
อวี้ หลายคนอยากรู้ตื้นลึกหนาบาง และ เบื้องหลัง
ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้มีอภิสิทธิ์เหนือศิษย์คนอื่น
มากมายเช่นนี้ แล้วสิ่งที่น่าแปลกประหลาดยิ่งไป
กว่านั้นก็คือ ถึงแม้ว่าอู่ อวี้จะพ านักอยู่บนยอดเขา
หวังเทียนก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยพบปะผู้คนอยู่อย่าง
สันโดษ จึงไม่มีผู้ใดได้พบเห็นหน้าเขา
ซึ่งในความเป็นจริงอู่ อวี้ล่วงรู้ตัวเองดีว่า ระดับพลัง
ของตนเองในตอนนี้ไม่ใช่คู่มือของซือตู๋ หมิงหลาง
ฉะนั้นเขาจึงใช้ช่วงเวลาในโค้งสุดท้าย เพื่อทะลวง
ผ่านการสละร่างเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนเป็นเซียน
กายาเพชรอมตะ แข็งแกร่ง และ สอดคล้องมาก
พอที่จะท าให้เขา สามารถทะลวงผ่านในขั้นต่อไป
ของการสละร่าง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ” เซียนวานรจ าแลง
” หากฝึกฝนจนส าเร็จ เขาจะสามารถเปลี่ยนร่าง
กลายเป็นเซียนวานรซึ่งจะมีร่างกายแข็งแกร่งประดุจ
ราวกับทวยเทพ ถ้าเปรียบเทียบกับร่างกายของ
มนุษย์แล้วจะต่างกันราวสวรรค์กับปฐพี เขาจะ
แข็งแกร่งขึ้น , เร็วขึ้น,ทนทานขึ้น, ร่างกายแข็งแกร่ง
ยืดหยุ่นมากขึ้น และ มีพลังงานมากขึ้น
การทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นต่อไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อู่
อวี้ครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานาน แต่ก็ยังคืบหน้าได้ไม่มาก
นัก เขารู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งส าคัญบางอย่างขาดหายไป
การทะลวงผ่านวิชากายาเพชรอมตะในขั้นนี้ เพราะ
มันไม่มีค าอธิบายใดๆพอจะไขปริศนาให้กับเขาได้
เดิมทีร่างกายของเขา เป็นแค่ร่างกายของมนุษย์
ธรรมดาเท่านั้น ถ้าเขาสามารถผ่านขั้นตอนนี้ไปได้
ร่างกายของเขาก็จะเปลี่ยนเป็นเซียน หลังจาก
พยายามพิจารณาอยู่นาน เขาจึงคิดว่าในขั้นตอนนี้
น่าจะต้องใช้โลหิตของวานร เช่นนั้นตอนนี้เขาต้อง
ควานหาโลหิตของวานร หรือไม่ก็ต้องเป็นสมบัติล้ า
ค่าบางอย่าง ซึ่งมันจะท าให้เขาใกล้ชิดวานรขึ้นไปอีก
ขั้น
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ซึ่งตอนนี้เวลาก็ได้ล่วงเลย
ผ่านไปหลายวันแล้ว ช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ของเหล่า
ผู้คัดเลือก ผู้ซึ่งจะกลายเป็นผู้พิทักษ์เซียนใน
อาณาจักรมนุษย์ ได้ใกล้เข้ามาทุกขณะ ตอนนี้อู่ อวี้
ยังไม่พบเงื่อนง าการทะลวงด่านแม้แต่น้อย ซึ่งมี
ความเป็นไปได้สูงว่าการต่อสู้ในครั้งนี้เขาจะเป็นฝ่าย
ปราชัย และ มันท าให้เขาหดหู่เป็นอย่างยิ่ง
” หากการแข่งขันในครั้งนี้ ข้ายังไม่อาจคว้าชัย
ชนะมาได้ แล้วเมื่อไหร่กัน ข้าถึงจะตัดศีรษะของ ฮ่า
วเทียน ซ่างเซียน ได้ ”
ต่อให้เขากลับไปที่อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ได้ เขาก็ไม่
สามารถแก้แค้นฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ได้อยู่ดี
ด้วยเวลาที่บีบคั้น เขาต้องเร่งรีบในการฝึกตนให้ก้าว
สู่ในขั้นต่อไป และ บุรุษผู้นี้เป็นแรงกระตุ้นชั้นเยี่ยม
มันท าให้เขาฮึกเหิมอยากจะบดขยี้มัน
” เป็นเพราะข้าเอง ข้าผลักดันตัวเองให้ตกลงมา
สู่สถานการณ์สิ้นหวัง เป็นเพราะข้าทะนงตนมาก
เกินไป ในวันนี้ข้าน าพาความยุ่งยากมาสู่ตนเอง จน
แทบไม่สามารถกระดิกกระเดี้ยวนิ้วมือได้ การต่อสู้
กับซือตู๋ หมิงหลางในครั้งนี้ จริงๆแล้วมันเหมือนกับ
ข้าก าลังรนหาที่ตายโดยแท้ ”
* อ๊ากกกก! *
เขากระแทกก าปั้นอัดลงสู่พื้น ด้วยความคับแค้นใจ
ด้วยพลังท าลายล้างของก าปั้นนั้นท าให้พื้นศิลาถูกบด
ขยี้เป็นเสี่ยงๆ ทันที
” เส้นทางแห่งการฝึกตนนั้นช่างโหดร้าย ข้าได้ดู
ถูกเส้นทางนี้มากเกินไป ในตอนนี้จิตใจของข้ารู้สึกมี
ความหวาดกลัวต่อหลายสิ่งก่อตัวขึ้นมามากมาย
ดังนั้น ช่วงเวลานี้จิตใจของข้าต้องทนแบกรับต่อแรง
กดดันบีบคั้นมากมายอย่างถึงที่สุด เหล่าเซียนตั้งแต่
อดีตกาล หากเซียนคนใด สามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไป
ได้ คนผู้นั้นก็จะเติบโตโดยไร้ขีดจ ากัด!”
ในมือข้างหนึ่ง เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง และ แรง
ปรารถนาอันท่วมท้น
ในมืออีกข้างหนึ่ง เปี่ยมล้นไปด้วยอุปสรรคขวาก
หนาม และ ความจริงที่ไม่อาจจะหนีพ้น
เรื่องนี้บีบคั้นจิตใจของอู่ อวี้เป็นอย่างยิ่ง มันจึงท า
ให้หัวใจเขาลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะอันเข้มข้น
” อู่ อวี้เจ้าท าอะไรอยู่ ” ทันใดนั้นน้ าเสียงไพเราะ
ก็ดังขึ้น ชิงเหมิงปรากฎตัวออกมาจากด้านนอก ซึ่ง
ถ้าคาดเดาดูแล้วเหมือนกับว่านางก าลังมาทางนี้ และ
นางได้ช่วยปลุกเขาให้ตื่นขึ้นจากภวังค์
“ชิงเหมิง” อารมณ์พลุ่งพล่านของอู่ อวี้เริ่มสงบลง
ดวงตาสีทองที่เปล่งประกายอยู่เมื่อสักครู่นี้ค่อยๆ
เลือนหายไป เขารีบจับอาภรณ์ให้อยู่ความเรียบร้อย
เมื่อเขามองไปยังด้านนอกก็เห็นชิงเหมิงก าลังมองเขา
อยู่ จากนั้นน าค ากล่าวขึ้นว่า ” เสียงเจ้ามันดัง
รบกวนจนหูจะแตก ข้าก าลังข่มตาให้หลับอยู่แต่ก็
ต้องตื่นมาเพราะเจ้า ”
” ขออภัยด้วย ” อู่ อวี้ รู้สึกแย่ที่ตะคอกออกไป จึง
ได้กล่าวออกมาด้วยความอับจนหนทาง
” ยังไม่ได้เรื่องอีกเช่นนั้นหรือ ? ดูเหมือนว่าจะ
เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น หากพลังของ
เจ้ายังไม่หลุดหน้ามากไปกว่านี้ข้าเกรงว่า… ” ชิงเหมิง
แสดงท่าทางวิตกเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธ
เคืองอะไรนาง
” อื้ม ” ดูเหมือนว่าระดับพลังของอู่ อวี้ในเวลา
นี้ ไม่อาจเทียบชั้นกับซือตู๋ หมิงหลางได้
“หรือว่าเจ้ายังขาดสมบัติอะไรบางอย่างรึเปล่า ถ้า
อย่างนั้นท าไมพวกเราไม่ไปที่ ‘หุบเขาอัญมณี’ กันล่ะ
บางทีอาจจะมีสมบัติบางอย่างที่ช่วยพวกเราได้ก็ได้
นะ” ชิงเหมิง ชี้ทางขึ้น
………………………………………………………………………..
เชิงอรรถ
1.东胜神洲记 แผนภูมิดินแดนเทพตงเสิ้ง
คือดินแดนที่รวม 3000 อาณาจักรไว้ด้วยกัน
ส่วน 东神国 อาณาจักรตงเสิน (วิญญาณบูรพา)
คือหนึ่งในอาณาจักรที่อยู่บนโลกมนุษย์
………………………………………………………………………
(´▽`).。o♡ เพลิน