กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 27 : เซียนวานรจ าแลง
หุบเขาอัญมณี เป็นหุบเขาที่มีขนาดใหญ่โตเป็นอย่าง
ยิ่ง อยู่ภายในเทือกเขาคราม หุบเขาแห่งนี้
เปรียบเสมือนย่านการค้า เป็นแหล่งรวมร้านรวง
มากมาย เหล่าผู้ฝึกตนต่างมาเดินเลือกซื้อเลือกหา
สิ่งของกันอย่างขวักไขว่คึกคัก ซึ่งย่านการค้าแห่งนี้
เต็มไปด้วยสมบัติล้าค่าหายากมากมาย แต่ที่ส้าคัญ
สถานที่แห่งนี้ล้วนแต่เป็นสมบัติของเหล่าเทพเซียน
ทั้งสิ้น ศิษย์หลักหลายคนช่วยเป็นหูเป็นตาอยู่ที่นี่
อย่างเช่นอู่ อวี้ จะมีเงินพอที่จะซื้อหาสินค้าที่มี
คุณภาพธรรมดาได้บางส่วนเท่านั้น
มีข่าวร่้าลือมาว่า มีพ่อค้าชาวมนุษย์ได้เข้ามาค้าขาย
ยังหุบเขาอัญมณี แถมมนุษย์คนนั้นยังมีความสัมพันธ์
บางอย่างกับศิษย์ในนิกายกระบี่สวรรค์ โดยเหล่า
ศิษย์จะมีหน้าที่จัดหาลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย ส่วน
พ่อค้าจะเป็นผู้จัดหาสินค้ามาให้ ร้านค้ารายใหญ่
หลายแห่งในสถานที่แห่งนี้ ล้วนมีความสัมพันธ์กับผู้
อาวุโสในนิกาย ส้าหรับผู้ฝึกตนทรัพยากรต่างๆจะมี
ความส้าคัญอย่างยิ่ง เพราะยิ่งมีทรัพยากรมากเท่าใด
ก็จะท้าให้คนผู้นั้นแข็งแกร่งขึ้น อย่างยันต์เพลิงสีทอง
ของเยี่ยกู๋หยู ก็เกือบท้าให้อู่ อวี้สิ้นชีพมาแล้ว
และอู่ อวี้ในตอนนี้ได้ครอบครองยันต์เพลิงสีทอง
เขาได้ใช้ความสามารถของมัน หลอมรวมก่อร่างจิต
แสงศิลาก้าเนิดของเขา
อย่างกระบี่ปราบมาร เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
ฯลฯ ล้วนถือเป็นทรัพยากรแห่งเซียนทั้งหมด
ซึ่งสิ่งที่อู่ อวี้มีและเพียงพอที่จะกล่าวอ้างได้ เขามี
อยู่แค่ 2 ชิ้นเท่านั้น นั่นก็คือเป็นกระบี่ปราบมาร กับ
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ส่วนเงินทองหรือ
ทรัพยากรอื่น ๆ เขาไม่มีเลยแม้แต่น้อย ทรัพยากรที่
นิกายจัดสรรให้กับศิษย์ชั้นสายนอกนั้น ถือว่า
เล็กน้อยอย่างยิ่ง ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
มันจึงท้าให้ผู้ฝึกตนจะใช้ทรัพยากรที่ได้รับมาในแต่
ละเดือน หมดไปอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนว่าสาวกที่เข้ามาเดินในย่านการค้าแห่งนี้
ส่วนใหญ่จะเป็นศิษย์ที่มุ่งเน้นไปการฝึกตนซะมาก
อย่างเช่นซือตู๋ หมิงหลาง กับ ซูหยานหลี่ ซึ่งเป็น
ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ และ ความสามารถโดดเด่น แถม
ยังเป็นศิษย์โปรดปรานของเหล่าอาจารย์ ในแต่ละ
เดือนพวกเขาก็จะได้ทรัพยากรจากอาจารย์โดยตรง
ไม่ได้ถูกจัดสรรปันส่วนจากส่วนกลางเหมือนศิษย์คน
อื่น ๆ
เท่ากับว่าเวลานี้อู่ อวี้ มันยากจนแร้นแค้นจริง
” ข้าไม่ไปหรอก ข้าไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว ”
หากอยู่ไหนโลกมนุษย์ เงินทองเหล่านี้ถือว่าเป็น
เรื่องเล็กน้อยส้าหรับเขามาก แต่ส้าหรับนิกายกระบี่
สวรรค์แล้ว เงินไม่ได้มีความจ้าเป็นกับที่นี่ มีแค่ทอง
เท่านั้นที่จะน้ามาใช้แลกเปลี่ยนหมุนเวียนได้ การที่
เหล่าผู้ฝึกตนได้ท้าข้อตกลงการค้าทองค้ากับมนุษย์
นั้น เป็นเพราะต้องการท้าเพื่อตัวเองเท่านั้น มีข่าวลือ
กันว่าเหล่าศิษย์หลักนั้นได้ท้าการซื้อขายเม็ดยา
หลอมรวมลมปราณ ด้วยราคาทองถึง 1,000 ชั่งเลย
ทีเดียว!
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณบางเม็ด ยังมีมูลค่าสูงกว่า
ทอง 2000 ชั่งเสียอีก
แม้แต่การจะใช้ทองค้า ก็ยังต้องนับเป็นชั่งเลย คิดดู
ว่าการสะพัดของทองนั้นมันหมุนเวียนจนมีค่า
มหาศาลเช่นไร
” หากเจ้าปรารถนาสิ่งใดก็เลือกหาซื้อจับได้
ตราบเท่าที่ข้ามีทองพอจ่ายให้เจ้าได้ ” ชิงเหมิงกล่า
วอย่างภาคภูมิใจ มันอยู่บนยอดเขาหวังเทียน ชิง
เหมิงเห็นอู่ อวี้ตั้งใจฝึกฝนอย่างยิ่ง ในฐานะที่นางเป็น
สหายเพียงผู้เดียวของเขา นางจึงอยากให้การ
สนับสนุนเขาอย่างเต็มที่
ในเมื่อชิงเหมิงมีเจตนาดี ดังนั้นอู่ อวี้ไม่อยากขัด
ศรัทธาของนาง ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ เขาเองก็
ต้องการมีโอกาสในการฝึกตนมากขึ้น ฉะนั้นเขาจึงไม่
ปฏิเสธในการที่ชิงเหมิงหยิบยื่นน้าใจให้แก่เขา ทั้ง
สองกระโดดขึ้นหลังของนกกระเรียนสวรรค์ ทั้ง 2
บินข้ามเทือกเขาครามไปกว่าครึ่ง จนในที่สุดพวกเขา
ก็บินมาถึงหุบเขาอัญมณี
บรรดาเทือกเขาที่พวกเขาบินผ่านมานั้น อู่ อวี้ได้บิน
ผ่านเทือกเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาทงเทียน! นั่นก็
คือ เทือกเขาแก้วสวรรค์! เป็นสถานที่ซึ่งอยู่ในเขต
หวงห้าม และ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเหยียบย่างเข้าไป
หากไม่ได้รับอนุญาต
หากมองจากมุมด้านบนหุบเขาอัญมณี รัศมีของมัน
ส่องสว่างเจิดจ้างดงามอย่างนี้ มันคือสถานแห่งความ
มั่งคั่ง เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติที่ถูกแลกเปลี่ยน
หมุนเวียนในแต่ละวัน มันคือสถานที่ซึ่งเหล่าผู้ฝึกตน
ปรารถนาที่จะมาเดินชมเลือกซื้อสิ่งของ ถึงแม้ว่า
พวกเขาจะกระเป๋าแห้งก็ตาม บางครั้งพวกเขาก็
อยากจะเปิดหูเปิดตา!
แม้ร้านค้าบางร้านจะมีขนาดย่อม แต่ก็ยังเนืองแน่น
ไปด้วยเหล่าสาวก ยิ่งสถานที่ส้าคัญ ๆ ก็จะได้เห็น
บรรดาศิษย์หลักหัวกระทินั่งอยู่ มีคนเคยกล่าวว่า
อาวุโสท่านหนึ่งได้อุทิศกายถวายชีวิตเพื่อดูแล เพื่อ
รักษาเสถียรภาพของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ หากมีผู้ใด
หาญกล้าคิดขโมยสมบัติล้าค่าเหล่านี้ มันผู้นั้นจะไม่มี
ชีวิตรอดกลับไปเด็ดขาด
” ที่นี่มีสมบัติแห่งเซียนมากมาย! หากคิดจะหาสิ่ง
ใด ที่นี่ล้วนแต่ตอบสนองความต้องการได้ทั้งหมด ”
หลังจากชิงเหมิงลงสู่พื้น นกกระเรียนสวรรค์ของนาง
ก็ถูกส่งไปดูแลเป็นพิเศษ เมื่ออู่ อวี้ และ ชิงเหมิงเข้า
มาในหุบเขานี้ พวกเขาทั้งสองกวาดตามองไปรอบ ๆ
พวกเขาก็ได้เห็นสินค้าจ้านวนมากมายส่องประกาย
แพรวพราว ราวกับอัญมณีโดยแท้
ที่นี่เต็มไปด้วยคัมภีร์กลยุทธ์ต่าง ๆ มากมาย รวม
ทั้งวรยุทธขั้นสูง ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา
ส้าหรับสถานที่แห่งนี้ร้านค้าชั้นน้าจะมีสินค้าให้
แลกเปลี่ยนมากมาย มีแม้กระทั่งวิชาเต๋า ตราบใดที่
ยังมีเงินก็จะสามารถสรรหาเลือกซื้อแลกเปลี่ยนได้
นอกจากนี้ยังมีอาวุธมากมายให้เลือก รวมถึงอาวุธ
วิเศษต่าง ๆ และ ยังมีสมุนไพรเซียนที่แสนล้าค่า ซึ่ง
จะเติบโตขึ้นที่ภูเขาเซียนเท่านั้น อีกทั้งศิลาเทพ
สมบัติที่ก้าเนิดขึ้นมาจากภายใต้พื้นปฐพี แม้แต่
เครื่องรางเวทย์ที่ทรงพลัง รวมไปถึงแผ่นภาพแห่งเต๋า
สัญลักษ์เต๋า และ ยันต์ศักสิทธิ์ ก็ยังสามารถจัดหาซื้อ
ได้ที่นี่ กล่าวได้ว่า หุบเขาอัญมณี เป็นสถานที่หาซื้อ
ทุกอย่างได้จริง ๆ
นอกจากนี้ยังมี ของชิ้นใหญ่ที่ยอดเยี่ยมเป็นจ้านวน
มาก เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าสิ่งไหนสามารถซื้อได้
หรือ สิ่งไหนไม่สามารถซื้อได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นภายใน
ดินแดนเทพตงเสิ้ง ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ผู้คน
ยังไม่เคยพบเจอ มันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความ
อุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง
ดวงตาของชิงเหมิงเบิกกว้าง ตลอดการเดินทางที่อยู่
ในย่านการค้า ราวกับนางไม่ยอมให้สมบัติวิเศษชิ้น
ไหนหลุดรอดสายตาของนางไปได้ แท้ที่จริงแล้วนาง
ไม่ปรารถนาที่จะเลือกซื้อสิ่งของเหล่านี้มาให้ตนเอง
แต่นางปรารถนาเลือกซื้อสิ่งของให้แก่อู่ อวี้ ทั้ง
พยายามที่จะส่งเสริมให้เขาดูรายละเอียดของสินค้า
ชิ้นนั้น ๆ ซึ่งในความเป็นจริงอู่ อวี้เคยมายังสถานที่
แห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่เพราะกระเป๋าของช่างแบน
ซะเหลือคณา เขาจึงท้าได้เพียงเดินหน้าตรง เพื่อ
กวาดสายตามองสินค้าอย่างผ่านๆ และเดินผ่านร้าน
ในแต่ละร้านอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ชิงเหมิง ก้าลังจับจ้องไปที่กระบี่ยาวสุด
วิเศษด้วยดวงตาสาดประกาย แต่ทว่ามันมีราคาถึง
ทองค้า 500 ชั่ง ด้วยราคาสูงลิ่วเช่นนี้ ชิงเหมิงจึงต้อง
ยอมแพ้ไปในที่สุด
เนื่องจากราคาที่สูงมากเกินไป ชิงเหมิงคงต้องกลับไป
เอาทองมาเพิ่มถึงจะซื้อมันได้
” หากเอามาเปรียบเทียบกัน อาวุธชิ้นนี้แทงฟันได้
รวดเร็วกว่ากระบี่ปราบมารทั่วๆไปอย่างมาก แถม
มันยังมีราคาขายแค่เพียงทองค้า 500 ชั่ง หากซื้อ
ขายในอาณาจักรมนุษย์ ราคาของมันคงพุ่งทะยานถึง
หมื่นชั่งเป็นแน่ ส่วนเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
ส้าหรับมนุษย์แล้วมันคือสิ่งไร้ประโยชน์ ไม่คุ้มค่าแก่
ราคาที่จะจ่าย”
สิ่งที่ผู้ฝึกตนต้องการ กับ สิ่งที่มนุษย์ต้องการนั้น
ย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน
” ชิงเหมิงท้าไมเจ้าไม่ซื้อ ? ” เขาถามขึ้น
เนื่องจากเห็นนางชอบ ‘ กระบี่หยกพเนจร ’ เล่มนี้
มากจริง ๆ
” ไม่ล่ะ มันยาวเกินไป ” ชิงเหมิงตอบด้วยน้าเสียง
อ้อมแอ้มพร้อมกับมองไปที่ ‘ กระบี่หยกพเนจร ’
อย่างไม่เต็มตานัก นางกลัวอู่ อวี้จับได้ว่านางไม่มีทอง
มากพอที่จะจ่ายมัน แต่นางไม่ได้คิดอะไรมากนัก
เหตุผลที่นางมาที่นี่ก็เพื่อเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์
” นั่นมันอู่ อวี้ ”
” รายชื่อผู้ร่วมเข้าแข่งขันได้ประกาศออกมาว่า คู่
ต่อสู้ของเขาคือ ซือตู๋ หมิงหลาง ”
” คนผู้นี้เป็นศิษย์ที่โปรดปราน มันได้รับทรัพยากร
โดยตรงจากท่านเจ้านิกายด้วยอย่างนั้นหรือ? ”
ในความเป็นจริงแล้ว ตั้งแต่อู่ อวี้เหยียบเข้ามาใน
สถานที่แห่งนี้ ตลอดการเดินทางเยี่ยมชมสินค้า ได้มี
คนคอยผู้จับตาเฝ้าดู และ พูดคุยถึงเขาอย่างลับ ๆ
นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่อู่ อวี้ต้องพบเจอกับเหตุการณ์
แบบนี้เมื่อเขาต้องเดินทางไปไหนมาไหน บางคนก็
ต้องการท้าทายเขา แต่เป็นเพราะผู้คนเหล่านั้นต่าง
คิดว่าอู่ อวี้ อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณแล้ว จึงไม่มี
ผู้ใดกล้าเป็นศัตรูกับเขา
“ขั้นหลอมรวมลมปราณ คือการก้าวเข้าสู่วิถีแห่ง
เซียนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ ข้าได้ยินข่าว
ลือว่าเจ้าอู่ อวี้ผู้นี้มีร่างกายแข็งแกร่งยากจะจัดการ
ได้ แต่ถ้ามันต้องเผชิญหน้ากับวิชาแห่งเต๋าแล้วล่ะก็
แค่เพียง 1 กระบวนท่ามันก็คงสุดจะต้านรับแล้ว
กระมั้ง”
” ดูนั่น…นั่นมันอู่ อวี้ ผู้สังหารพี่ชายทั้งสองของ
ซือตู๋ หมิงหลาง น่าเหลือเชื่อยิ่งนักที่บัดนี้มันยังมีลม
หายใจรอดอยู่ได้ ข้าได้ยินมาว่ามันยังมีสิทธิ์เข้ารับ
เลือกในการเป็นผู้พิทักษ์ด้วย แต่ในความจริงแล้ว
พลังของมันยังไม่ได้อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ มัน
ถูกรับเลือกมาอย่างลับ ๆ หากคาดเดาจาก
สถานการณ์ข้าคิดว่า ซือตู๋ หมิงหลางจะยังไม่สังหาร
มันในตอนนี้ แต่จะรอจนกว่าถึงการประลอง
ยุทธในการคัดเลือก ด้วยเหตุนี้มันถึงยังมีลมหายใจ
อยู่ได้ แต่ก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นานนักหรอก รอให้การ
ประลองเริ่มขึ้นเสียก่อนเถอะ มันจะต้องยกผ้าขาว
ยอมแพ้ อย่างราบคาบ อีกทั้งซือตู๋ หมิงหลางได้รับ
ค้าสั่งบางอย่างให้ต้องออกจากนิกายไป จึงท้าให้เขา
ไม่มีโอกาสที่จะสังหารมัน ”
” อย่างที่ข้ากล่าวนั่นแหละ ความหาญกล้าของ
มันหาได้มีไม่ มันช่างฉลาดยิ่งนัก ก่อนหน้านี้มันถ่วง
เวลาเสียนานสองนาน และ พึ่งมาปรากฏตัวใน
ช่วงเวลาเช่นนี้! ”
” คนเช่นนี้เรียกว่าฉลาดเยี่ยงนั้นหรือ ควรเรียกว่า
ไอ้คนขี้ขลาดตาขาวน่าขยะแขยงเสียมากกว่า! ”
คนเหล่านี้ซุบซิบนินทากันอย่างลับ ๆ โดยปล่อยให้อู่
อวี้ชื่นชมกับจินตนาการของพวกมัน ราวกับว่าเขาไม่
มีตัวตนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ บางคนก็กล่าวถึงกลยุทธ์
ซึ่งแม้แต่ตัวเขาก็ยังไม่สามารถนึกกลยุทธ์เช่นนี้ออก
ได้
หุบเขาอัญมณีแห่งนี้นั้นช่างกว้างใหญ่เกินไป
หลังจากที่พวกเขาเดินกันมาเป็นเวลานาน แต่พวก
เขาก็ยังเดินได้แค่เพียง 1 ใน 10 ส่วนของย่านการค้า
นี้
อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองค่อนข้างเป็นจุดสนใจมากเกิน
อีกทั้งเขายังมีนิสัยเลือดร้อน หากอยู่ในสถานที่แห่งนี้
นานเกินไป คงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่
” อู่ อวี้ เรากลับกันมั้ย ?”
ชิงเหมิงไม่เห็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจ และ นางก็ไม่อยากให้
สหายได้ยินค้าพูดเชิงลบมากมายเยี่ยงเช่นนี้ บาง
ค้าพูดนั้นฟังดูรุนแรง และ น่ารังเกียจอย่างยิ่ง
” อืม ”
พวกเขาทั้งสองเดินย้อนกลับไปทางเก่า ตลอดเดิน
การทางกลับนั้นอู่ อวี้ยังคงขบคิดถึงเรื่อง ‘ เซียน
วานรจ้าแลง ‘ ทันใดนั้นพรมวางสินค้าที่อยู่ด้านซ้าย
ก็ดึงดูดความสนใจเขาเป็นอย่างยิ่ง
“นั่นมันอะไร?” อู่ อวี้ชี้นิ้วไปที่ผลไม้ชนิดหนึ่งซึ่ง
วางอยู่ มีกลิ่นหอมจาง ๆ ลอยออกมาจากผลไม้ชนิด
นั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผลไม้ชนิดนี้เป็นประเภท
จิตวิญญาณเซียน อย่างไรก็ตามผลไม้นี้ไม่ได้มี
คุณภาพสูงนัก พลังจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ในผลไม้นี้ก็
ไม่มากนัก เมื่อมองดูรูปลักษณ์ของผลมาไม้ชนิดนี้
แล้ว มันมีหัวเหมือนลิง และ จมูกกับตาที่ดูค่อนข้าง
แปลกประหลาด
“อา นี้คือผลหัววานร คุณสมบัติของมันคือการ
ช่วยฟื้นฟูร่างกาย และ สามารถเร่งการฟื้นตัว
นอกจากนี้ยังช่วยบ้ารุงเลือดเนื้ออีกด้วย อย่างไรก็
ตามมันได้ผลกับพวกวานรมากกว่ามนุษย์ อีกทั้งผล
หัววานรชนิดนี้ค่อนข้างหายากอย่างยิ่ง ปกติแล้วไม่
ค่อยจะมีใครน้ามันมาขายสักเท่าใดนัก ส่วนราคา
ของมันข้าจ้าได้ว่ามันมีราคาไม่สูงมากนะ น่าจะซัก
ประมาณทองค้า 30 ชั่งเห็นจะได้ ”
ส่วนลึกภายใน อู่ อวี้รู้สึกว่าเขาต้องการหยิบผลหัว
วานรที่ดูธรรมดานี้ขึ้นมาตรวจสอบ ไม่ใช่เพราะเขา
ต้องการได้รับผลในการฟื้นฟูร่างกายของมัน แต่
ผลไม้ชนิดนี้มีความสัมพันธ์ซ่อนเร้นบางอย่างอยู่กับ
เผ่าพันธุ์วานร มันคือสิ่งที่ผู้ฝึกตนปกติไม่สามารถรับรู้
ได้
ผลไม้ที่ดูเหมือนกับ ‘หัววานร’ นีีต้องส่งผลอะไร
บางอย่างกับเขาอย่างแน่นอน
“เจ้าช่วยซื้อผลไม้นั่นให้ข้าได้หรือไม่?” อู่ อวี้ม้อ
งย้อนกลับไป
“ได้แน่นอน” ชิงเหมิงยินดีเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่า
มันจะไม่ได้ผล แต่อย่างน้อยนางก็ได้ช่วยอู่ อวี้แล้ว
นางรีบหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาทันที จากนั้นก็หันไป
ถามราคากับเจ้าของร้าน คนขายผู้นี้เป็นศิษย์สาย
นอก เขามีร่างกายก้าย้า และ ตัวสูงชะลูด ถึงแม้ว่า
เขาจะนั่งอยู่ แต่ความสูงของมันก็เกือบเท่ากับชิง
เหมิงที่ก้าลังยืนอยู่ในตอนนี้
“ทองค้า 1,000 ชั่ง”
ศิษย์ร่างก้าย้าผู้นั้นเงยหน้าขึ้น จากนั้นก็ยิ้มอย่าง
เยาะเย้ยให้กับอู่ อวี้ และ ชิงเหมิง
ชิงเหมิงตัวสั่นเทา ทองค้าสามสิบชั่งที่นางหยิบ
ออกมา แทบจะร่วงตกจากมือ ราคาของมันสูงเกินไป
ต่อให้นางน้าทองทั้งหมดออกมาก็ยังไม่เพียงพอที่จะ
จ่ายมันอยู่ดี
“ข้าหูฝาดไปใช่หรือไม่ ? นี่มันแค่ผลหัววานรเอง?
ปกติแล้วราคาขายของมันแค่ 30 ชั่งเท่านั้น แต่เจ้า
กับคิดราคา 1,000 ชั่งนี่มันอะไรกัน?” ชิงเหมิงถาม
อย่างมีโทสะ
” ข้าบอกว่า 1,000 ก็ 1,000 สิ ” สีหน้าของศิษย์
ผู้นั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง จากนั้นมันก็จ้องมอง
ไปที่อู่ อวี้กับชิงเหมิง ภายในสายตาของมันได้ปรากฏ
ความชิงชังออกมาให้เห็น
ชิงเหมิงโกรธมาก นางรู้สึกว่าเจ้าผู้นี้ก้าลังเล่นตลก
กับนางอยู่ นางกล่าวเสียงดังราวกับต้องการให้ผู้อื่น
มาช่วยร่วมตัดสิน อู่ อวี้บอกให้ชิงเหมิงระงับโทสะลง
ก่อน จากนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า “เจ้าเป็นพ่อค้าจากยอด
เขาหมิงเทียนใช่หรือไม่?”
ศิษย์ผู้นั้นแสดงท่าทางตกตะลึงอยู่ชั่วครู แล้วมันก็
กล่าวว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
สายตาของอู่ อวี้ส่งจิตกดดันออกมา จากนั้นเขาก็
กล่าวว่า “ข้าเพิ่งจะสังหารศิษย์จากยอดเขาหมิง
เทียนไป แน่นอนว่าข้าย่อมต้องรู้!”
อู่ อวี้รู้ดีว่า คนผู้นี้เป็นคนจากยอดเขาหมิงเทียน
การได้เห็นอู่ อวี้ก้าลังมองหาสิ่งต่างๆในร้าน แน่นอน
ว่ามันไม่ปรารถนาขายสิ่งนั้น ส่วนที่ตั้งราคาเอาไว้
1000 ชั่ง เพียงแค่มันต้องการกลั่นแกล้งพวกเขา
เท่านั้น
แท้จริงแล้วจิตใจของอู่ อวี้ ปรารถนาได้รับผลหัว
วานรผลนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ปัญหาก็คือเหล่าศิษย์คน
อื่นๆที่อยู่บนศาลา ซึ่งพวกมันได้สร้างความล้าบาก
ให้กับเขามาก ยิ่งฝั่งตรงข้ามรู้ว่าเขาต้องการอะไร
เขาก็ต้องระวังตัวมากขึ้นเท่านั้น
หุบเขาอัญมณี เป็นสถานที่ซึ่งให้ความส้าคัญกับกฎ
เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้อู่ อวี้จึงไม่สามารถใช้การ
ปล้นชิงมาได้
“ชิงเหมิง ภายในหุบเขาอัญมณีนี้ เราน่าจะหา
ผลไม้ชนิดอื่นๆได้”
“ถึงแม้ว่าเงินตราที่ข้ามีอยู่นั้นจะเล็กน้อย แต่ถ้า
เจ้าจะลองดูข้าก็ไม่มีปัญหา!”
ถ้าไม่ติดว่าอู่ อวี้มาด้วย ชิงเหมิงคงกลับออกจากหุบ
เขาอัญมณีเสียให้พ้นๆไปนานแล้ว หลังจากมองหา
อยู่นาน สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ ผลหัววานร
หลายสิบผลที่ถูกวางขายเอาไว้ ทันทีที่เขาต้องสัมผัส
มัน เขาก็รู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่าง ซึ่ง
แตกต่างจากกับผลไม้ หรือ ยาชนิดอื่นๆ ซึ่งเขากลับ
ไม่รู้สึกอะไรกับมันเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าผลไม้
ชนิดนี้ ต้องช่วยอะไรอู่ อวี้ได้อย่างแน่นอน
“หรือว่ามีแค่ผลไม้ชนิดนี้เท่านั้น? ” ตอนนี้ชิงเหมิง
รู้สึกปวดศีรษะอย่างที่สุด
ไม่นานนักพวกเขาก็ตัดสินใจ เดินย้อนกลับไปหา
ศิษย์ร่างสูงคนก่อนหน้านี้ เมื่อมันเห็นพวกเขาเดิน
กลับมา ใบหน้าของมันก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้น
“อยากได้งั้นหรือ? เจ้ามีทองค้า 1,000 ชั่ง มาจ่ายให้
ข้าหรือไม่ ?”
แน่นอนว่าชิงเหมิงต้องมีไม่พอจ่าย และ พ่อค้าหน้า
เลือดรายนี้ย่อมไม่ยอมลดราคาลงกว่านี้แน่นอน
พวกเขาตัดสินใจเดินหน้าออกมาก่อน จากนั้นชิง
เหมิงก็กล่าวว่า “งั้นใช้วิธีนี้ ข้าจะลองหาใครสักคน
มาช่วยซื้อมันให้กับเจ้าแทนแล้วกัน”
“ตกลง”
ชิงเหมิงมีสหายคนอื่นๆ อยู่ด้วย แต่พวกเขาไม่ใช่
ศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ หลังจากผ่านไป
ประมาณครึ่งวัน บุรุษหนุ่มที่ถูกขอให้ไปซื้อมานั้น ก็
เดินกลับมาพร้อมกับแสดงสีหน้าหดหู่ เขากล่าวว่า
“มีร้านหนึ่งวางขายผลหัววานรเอาไว้อยู่ แต่เมื่อข้า
เดินไปขอซื้อ เจ้านั่นก็เก็บมันไปแล้วไม่ยอมขายให้ข้า
เขาฉลาดมาก มันอาจจะเดาได้ว่าผลหัววานรนี้อาจมี
ผลต่อเจ้า…”
“ล้าบากแล้วสิทีนี้”
ยิ่งเจ้าพวกนั้นฉลาดมากเท่าไหร่ การที่เราจะได้ผล
หัววานรมาก็ยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น มันได้คาดเอาไว้
อยู่แล้วว่า อู่ อวี้ต้องการผลหัววานรนี้ และ ยังรู้อีกว่า
ผลไม้นี้อาจส่งผลบางอย่างที่พิเศษต่อตัวเขา คนผู้นั้น
จึงได้แพร่กระจายข่าวลือ ให้ทุกคนทราบว่าอู่ อวี้
ต้องการผลไม้นี้ออกไป
“แล้วมันก็บีบบังคับจนข้าเหลือแค่ทางเดียว คือ
ต้องขโมยมาเท่านั้น”
จากการคาดเดา คนผู้นั้นต้องปรากฏตัวออกมา
แน่นอน
ช่วงเวลาสองสามวันนี้บอกได้เลยว่า อู่ อวี้นั้นรู้สึก
อับจนหนทางอย่างแท้จริง แถมอีกฝ่ายก็ยังไม่ยอม
ปรากฏตัวออกมาสักที เมื่อรู้ว่าการประลองนั้นใกล้
เข้ามาทุกขณะ มันก็ยิ่งท้าให้อู่ อวี้วิตกกังวลจนกิน
ไม่ได้นอนไม่หลับ
ณ ในวันเดียวกันนั้นเอง ซือตู๋ หมิงหลางก็ปรากฏตัว
ขึ้นพร้อมกับเหล่าศิษย์จากยอดเขาหมิงเทียน
………………………………………………………………………
(´▽`).。o♡ เพลิน