กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 283 ตําราบัญญัติวงเวทยพื้นฐาน
“ว่ากันว่า การปรับแต่งแกนนภา จะสามารถช่วย
เพิ่มความสามารถการควบคุมแกนนภาและเพลิง
อมตะ ในขั้นตอนเหล่านี้ จะสามารถทำให้สัมผัสได้
ถึงพลังในฟั้าดินได้ดีขึ้น ด้วยขั้นตอนที่เข้มงวดใช้
เพื่อบรรลุเต๋าแห่งฟั้าดิน สำหรับ มหาวิถีเต๋าสร้าง
แกนนภาระดับที่ห้า ขอบเขตของ คนและแกนนภา
จะผสานหลอมรวมเป็นหนึ่ง นับเป็นการยกระดับ
ครั้งใหญ่ มีผู้คนมากมายในระหว่างที่ทำการ
ปรับแต่งแกนนภา สามารถค้นพบวิธีการผสานคน
แกนนภาหลอมรวมเป็นหนึ่งได้ด้วยตนเอง”
“ต้องมีความเข้าใจในตนเอง ถือเป็นก้าวสำคัญ
ที่สุดในการปรับแต่งแกนนภา ถึงแม้ว่าข้าจะมีวิถี
เร้นลับสร้างแกนนภาที่โดดเด่น และมีเม็ดยาสร้าง
แกนนภาจำนวนมาก แต่ข้าก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ
ในตนเองอยู่ดี รู้สึกถึงการดำรงอยู่ของวิถีเต๋าแห่ง
ตน จึงจะสามารถก้าวเข้าสู่มหาวิถีสร้างแกนนภา
ระดับที่ห้าได้ มิฉะนั้นจะต้องติดอยู่ในคอขวดนี้ไป
ตลอดกาล”
“ในเขตแดนกระบี่สามัญมีผู้คนส่วนใหญ่อยู่ในขั้น
สร้างแกนนภาระดับที่สี่ คนจำนวนมากติดอยู่ในคอ
ขวดนี้อย่างน้อยหลายสิบปี เวลานานเช่นนี้ เป็น
เพราะความเร็วในการปรับแต่งแกนนภาพวกเขา
เชื่องช้าลง และเกือบที่จะไปถึงขอบเขตสร้างแกน
นภาระดับที่ห้าได้ เหตุผลที่พวกเขายังไม่สามารถ
ทะลวงเข้าสู่ระดับที่ห้านั้นก็คือขาดการรู้แจ้งในฟั้า
ดิน ทำให้จึงยากที่จะเข้าใจในเต๋าของตนเองได้ ไม่
สามารถบรรลุถึงขั้นคนแกนนภาเป็นหลอมรวมเป็น
หนึ่ง สัมผัสถึงพลังแห่งฟั้าดิน”
ตั้งแต่ที่ อู่ อวี้ ฝึกตนมา เป็นเพราะมีวิถีเร้นลับ
สร้างแกนนภาที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นจึงไม่มีอุปสรรค
ใดๆมาขัดขวางเขาได้ ที่ผ่านมาจึงราบรื่นมาโดย
ตลอด แต่ในตอนนี้เขาตระหนักดีว่า บนเส้นทาง
แห่งการฝึกตนนี้ สิ่งที่สำคัญจริงๆแล้วก็คือ
ตนเอง มหาวิถีสร้างแกนนภาระดับที่ห้า เป็นด่าน
แรกที่เขาจะต้องพบเจอ บางทีการที่จะข้ามด่านนี้
จะต้องมีคุณสมบัติที่จะก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับ ‘มหา
เต๋า’เสียก่อน
และนี่เป็นอุปสรรคที่ไม่มีใครจะสามารถมาช่วยตัว
เขาได้
“นอกเหนือจากการปรับแต่งแกนนภาแล้ว การ
วาดวงเวทย์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ วงเวทย์เป็นสิ่งที่ทำ
ให้ผู้ฝึกตนมากมายรู้แจ้งได้ถึงฟั้าดิน การตกผลึก
ของภูมิปัญญาในอดีตจึงก่อให้เกิดเป็นอักขระเวทย์
และวงเวทย์ขึ้น ทั้งหมดเป็นอำนาจพลังที่ยิ่งใหญ่
ตั้งแต่สมัยโบราณ จนกลายเป็นตัวตนเช่นเซียน
อมตะ บนเส้นทางแห่งเต๋าที่พวกเราอยู่นั้นช่างยาว
ไกล มีสมบัติมากมายถูกทิ้งไว้อยู่เบื้องหลัง การ
วาดอักขระเวทย์และวงเวทย์ จำเป็นต้องมีความ
ละเอียดอ่อน จะต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่าง
สูง จะต้องมีสมาธิอยู่ในจุดสูงสุดอยู่ในทุกช่วงขณะ
หากผิดพลาดเพียงจุดใดจุดหนึ่งสักนิดเดียว วง
เวทย์ทั้งหมดก็จะล้มเหลวในทันที การที่จะมีสมาธิ
ในระดับสูงเช่นนี้ จะทำให้เราตกอยู่ในความห้วง
ภวังค์ของการวาดวงเวทย์ ผ่านการคัดลอกลายมือ
และความคิดของคนรุ่นก่อน รู้แจ้งในความเข้าใจ
ของพวกเขา จากนั้นจึงนำมาปรับปรุงด้วยตนเอง”
ปรับแต่งแกนนภา วาดวงเวทย์ ดูเหมือนว่ามันจะ
ไม่ได้เพิ่มศักยภาพในการต่อสู้ แต่ความจริงแล้ว
ตามแหล่งข้อมูลต่างๆในประวัติศาสตร์นับไม่ได้
ถ้วนได้พิสูจน์ว่าผู้ฝึกตนที่ไม่สามารถปรับแต่งแกน
นภาและวาดวงเวทย์ได้ จะไม่สามารถเข้าสู้วิถีแห่ง
มหาเต๋าได้ตลอดกาล แน่นอนว่า เหล่าปีศาจถือ
เป็นข้อยกเว้น ซึ่งมันขึ้นอยู่กับสายเลือดของปีศาจ
อาศัยวิธีการบ่มของบรรพบุรุษ กล่าวได้ว่ามันเป็น
วิถีฝึกตนที่แตกต่างจากการปรับแต่งแกนนภาและ
การวาดวงเวทย์
อย่างไรก็ตามในช่วงหลายปีมาแล้ว วิถีแห่งมนุษย์
และปีศาจได้ผสมผสานกัน ท่ามกลางหมู่ปีศาจ
ในตอนนี้ ก็มีไม่น้อยที่ทำการปรับแต่งแกนปีศาจ
และวงเวทย์ ตัวอย่างเช่นอาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศแห่งนี้ ซึ่งอยู่ท่ามกลางค่ายกลอักขระ
เวทย์
ถ้าหากเปิดตำราที่เรียกว่า ‘ตำราบัญญัติวงเวทย์
พื้นฐาน’ ถึงภายในนั้นไม่มีวิธีการที่จะวาดอักขระ
เวทย์และวงเวทย์ แต่โดยรวมจะเป็นการแนะนำถึง
องค์ประกอบรวมๆของวงเวทย์คร่าวๆให้เข้าใจ
ในหน้าแรกของตำราบัญญัติวงเวทย์พื้นฐาน
ปรากฎตัวอักษรที่สวยงามดั่งหงส์ร่อนมังกรเหิน
ตัวอักษรเหล่านี้คล้ายกับว่าถูกเขียนขึ้นมาจาก
อักขระเวทย์ ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวอักษร แต่มันก็แฝง
ด้วยอำนาจของอักขระเวทย์อย่างเต็มเปียม หาก
มองไปที่อักษรเหล่านี้ อู่ อวี้ เหมือนว่าจะเห็นภาพ
ภาพหนึ่ง ภายในภาพนั้น เป็นชายชราผู้หนึ่งที่
กำลังยืนเอามือไพล่หลัง กล่าวขึ้นด้วยเสียงที่แม้แต่
คนหูหนวกยังได้ยินว่า”ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นฝึกหัดจะต้อง
มีสมาธิที่แน่วแน่ การวาดวงเวทย์ของผู้ที่อยู่ใน
ขอบเขตสร้างแกนนภา ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต
ความจริงแล้วมันไม่ใช่อักขระเวทย์ที่แท้จริง! ใน
สมัยโบราณ มีเพียงแต่ผู้อยู่ใน ขั้นจิตเทวะ เท่านั้น
จึงสามารถที่จะวาดวงเวทย์แห่งจิตเทวะได้ และสิ่ง
ที่ถูกวาดขึ้นจากตัวตนเช่นนั้นจึงจะถูกเรียกว่า วง
เวทย์ที่แท้จริง อักขระเวทย์และอักขระเวทย์
เช่นนั้น มีอำนาจที่จะดับทำลายฟั้าดินได้! ยอด
ฝีมือขั้นจิตเทวะเหล่านั้น ย่อมสามารถใช้วงเวทย์
เหล่านั้นควบคุมใต้หล้าได้เพียงพลิกฝั่ามือ!”
“อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผ่านการพยายามของคน
บางคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนนภาหรือ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ก็สามารถที่จะลอกเลียนวง
เวทย์ของขั้นจิตเทวะได้ โดยการใช้วิธีปรับแต่ง
เสริมเข้าไป จนกลายมาเป็น ‘วงเวทย์คัดลอก’
ขึ้นมาได้ในที่สุด อำนาจของวงเวทย์คัดลอก มันยัง
ห่างไกลกับวงเวทย์ที่แท้จริงมาก เสมือนหนึ่งอยู่บน
ฟั้า หนึ่งอยู่บนแผ่นดิน วงเวทย์ที่แพร่กระจายไป
ทั่วโลกในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นวงเวทย์
คัดลอกเพราะมันสามารถวาดออกมาได้ง่าย วง
เวทย์ที่แท้จริงที่ปัจจุบันอยู่ในมือของผู้แข็งแกร่ง
บางคนเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น วงเวทย์คัดลอกนั้นก็
ยังเป็นที่นิยมกันมากกว่าวงเวทย์ที่แท้จริง ถึงแม้ว่า
จะเป็นเพียงแค่การคัดลอก แต่ก็ดูเหมือนว่ามันก็มี
ประโยชน์มหาศาล มันเป็นความพยายามและง่าย
ต่อการใช้งานของคนรุ่นก่อนหน้านี้ จึงส่งผล
กลายเป็นวงเวทย์ของคนในยุคปัจจุบัน ดังนั้นจึง
กล่าวว่า ความง่ายดายเหล่านี้ ได้ถูกสร้างมาจาก
การคัดลอกวิธีของบรรพบุรุษ มันถือเป็นคุณงาม
ความที่ไม่มีที่สิ้นสุด!”
ความนิยมของ ‘วงเวทย์คัดลอก’ ในขอบเขตสร้าง
แกนนภา ถึงแม้จะเป็นอักขระเวทย์ที่คัดลอกมา แต่
ก็สามารถที่จะเพิ่มความเข้าใจทำให้รู้แจ้งในการ
ตกผลึกภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนได้ ดังนั้นใน
ขอบเขตทั้งสองนี้จึงมีความคืบหน้าได้เร็วขึ้น
แน่นอนว่า โลกภายนอกในตอนนี้จะไม่มีใครไม่
กล่าวถึงคำว่าวงเวทย์คัดลอก เพราะโลกใน
ปัจจุบันได้ถือว่า ‘วงเวทย์คัดลอก’ ได้กลายเป็น
ส่วนหนึ่งของ ‘วงเวทย์’ ไปเรียบร้อยแล้ว
อู่ อวี้ ได้พลิกหน้าถัดไป มันเป็นการจำแนก
ประเภทของวงเวทย์ต่างๆ
ภายในนั้นมีค่ายกลต่างๆ เช่นค่ายกลหมื่นกระบี่
และค่ายกลเก้าสิบเก้ากระบี่แห่งซูซัน ซึ่งถูกจัดให้
เป็น‘ค่ายกลสังหาร’
ยังมีการปั้องกันที่สมบูรณ์แบบอย่าง ‘มหาค่ายกล
ปั้องกัน’ ทำให้ยากที่ศัตรูจะสามารถผ่านเข้าไปได้
ดั่งเช่นขอบเขตของอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศนี้
อีกทั้งยังมีวงเวทย์ของของผู้ฝึกตนนอกรีตที่ถูก
สร้างขึ้นมาเป็นค่ายกล มันถูกสร้างขึ้นมาด้วย
ความโหดร้ายดิบเถื่อนไร้ซึ่งศีลธรรม เพื่อรวบรวม
พลังฟั้าดินและพลังชีวิต ดูดซึมเข้าไปในวงเวทย์
กล่าวได้ว่าวงเวทย์เช่นนี้มีอยู่มากมายนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ายกลของผู้ฝึกตนนอกรีต
ทั้งสามประเภทนี้ โดยทั่วไปจะถูกเรียกว่า ‘มหา
เวทย์ฟั้าดิน’ สัญลักษณ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ มหา
ค่ายกลเหล่านี้จะถูกสร้างเอาไว้ครอบคลุมพื้นที่
วงเวทย์ประเภทที่สองก็คือ ‘วงเวทย์ศาสตราเต๋า’
เป็นวิ่งที่ อู่ อวี้ นั้นเคยเห็นมามากที่สุด โดยทั่วไป
แล้ววงเวทย์ที่อยู่บนศาสตราเต๋าและศาสตราเต๋า
เชื่อมจิตทั้งหมด จะมีพลังที่ไม่สามารถนับรวมกับ
มหาเวทย์ฟั้าดินได้ แต่กลับมีประสิทธิภาพและ
ความละเอียดสูงอยู่มาก อีกทั้งแก่นแท้ของ วง
เวทย์ศาสตราเต๋า จะอยู่ได้ยาวนานเป็นอย่างมาก
วงเวทย์ประเภทที่สาม คือ ‘ยันต์เวทย์’ วงเวทย์ที่
อยู่บนยันต์สามารถคัดลอกลงได้ง่ายที่สุด การที่จะ
คัดลงไปบนยันต์ประเภทโจมตีนั้นจะสามารถใช้ได้
เพียงครั้งเดียว ปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่เก็บกัก
ออกมา เนื่องจากความแตกต่างของวงเวทย์ที่อยู่
บนยันต์ ยันต์ที่สร้างขึ้นมาจึงไม่เหมือนกัน เช่น
ยันต์สื่อสาร,ตราประทับสื่อสาร ไม่มีความสามารถ
ในการโจมตี ส่วนยันต์ล่าวิญญาณ,ยันต์กลืน
วิญญาณ นั้นมีอานุภาพร้ายแรงมาก แต่สามารถ
ใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวตามข้างต้นที่กล่าวไป
ส่วนในประเภทที่สี่ เป็นวงเวทย์ที่อยู่บนหุ่นเชิด
และหุ่นกลไก วงเวทย์ประเภทนี้มีอยู่น้อยมาก แต่ก็
มีคุณค่ามากเช่นกัน ในอดีตได้มีบางคนได้ใช้
อักขระเวทย์ประเภทนี้มาสร้างกองทัพหุ่นเชิดและ
หุ่นกลไก กวาดผ่านใต้สวรรค์บนปฐพีแห่งนี้ ว่ากัน
ว่าในสมัยโบราณ ‘วงเวทย์หุ่นกลไก’ และ ‘วง
เวทย์หุ่นเชิด’ เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย
นอกจากที่สี่ประเภทนี้แล้ว ยังมีวงเวทย์อีก
มากมายนับไม่ถ้วนที่อยู่นอกเหนือจากวงเวทย์หลัก
ทั้งสี่ประเภทนี้
เป็นเพราะว่าแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน จึงทำให้
การวาดและการคัดลอกก็แตกต่างกันไปด้วย
ความเป็นจริงแล้ว วิธีการสร้างวงเวทย์โดยพื้นฐาน
แล้วล้วนคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ว่าหากสร้างสำเร็จ
แล้วมันจะมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
ตัวเช่น มหาเวทย์ฟั้าดิน อักขระเวทย์ประเภทนี้มี
พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการ
สร้างหลายปี ทั้งยังต้องการส่วนประกอบจำนวน
มหาศาล รวมทั้งสมบัติและวิญญาณเซียน
นอกจากนี้มันยังเป็นสิ่งที่มีอำนาจสะท้านฟั้าดิน
และจะต้องเกี่ยวพันธ์กับตำแหน่งของภูมิประเทศ
เช่นค่ายกลวิญญาณดับสูญ การที่จะสร้างมหา
เวทย์ฟั้าดินที่มีพลังอำนาจสูงส่งเช่นนั้น ย่อม
สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นจำนวนมาก คนส่วนใหญ่
จึงไม่สามารถจะแบกรับภาระเหล่านี้ได้ เหมือนกับ
ประตูนรกที่ถือเป็นมหาเวทย์ฟั้าดินประเภทเล็ก แต่
เฮยซาน กุ่ยอี้ สามารถสร้างมันขึ้นมาภายในเวลา
ครึ่งวัน แน่นอนว่าจะต้องมีส่วนประกอบที่เพียงพอ
จึงจะสามารถทำได้ แต่กระนั้นจำเป็นต้องมีความ
เชี่ยวชาญอย่างยิ่ง จึงจะสามารถสร้าง มหาเวทย์
ฟั้าดินประเภทเล็ก ได้เพียงเวลาอันสั้นเช่นนี้
สำหรับการคัดลอกมหาเวทย์ฟั้าดิน จะมีความ
ซับซ้อนมากกว่าอักขระเวทย์ชนิดอื่นๆ และมี
โอกาสที่จะล้มเหลวสูง
ต่อมาก็จะเป็นการวาดคัดลอก วงเวทย์ประเภท
ศาสตราเต๋า ความแตกต่างของวงเวทย์ศาสตรา
เต๋าและอักขระเวทย์บนยันต์นั้นไม่ค่อยต่างกันมาก
นัก แต่การที่จะวาดวงเวทย์ศาสตรา จำเป็นจะต้อง
มีการปรับแต่งภาชนะของศาสตราเต๋าเสียก่อน
เรื่องนี้จำเป็นที่จะต้องใช้ ‘เตาหลอม(器炉)’
และศาสตราเต๋าประเภทอื่นเพื่อใช้ในการขึ้นรูป
ขั้นตอนแรกจะต้องใช้วัสดุล้ำค่ามาหลอมสกัด
ศาสตรา จึงจะสามารถวาดวงเวทย์ศาสตราเต๋าเข้า
ไปได้ ไม่เว้นแม้แต่ศาสตราประหลาด เช่นน้ำเต้า
แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังคงต้องพึ่งการหลอมสกัดและ
การขึ้นรูป จำเป็นจะต้องใช้เพลิงอมตะ
เช่นเดียวกับกระบี่ หลังจากที่หลอมสกัดกระบี่เสร็จ
แล้ว จึงจะสามารถวาดวงเวทย์ลงไปได้ เมื่อ
ประสบความสำเร็จ พลังของวงเวทย์ศาสตราเต๋าก็
จะถูกปลดปล่อยออกมาตามที่ผู้ใช้ปรารถนา
ยันต์เวทย์สิ่งที่จำเป็นจะต้องมีนั่นก็คือแผ่นยันต์
กระดาษ แผ่นยันต์กระดาษนี้มีความเรียบง่าย แต่ก็
ถือเป็นวัสดุจำเป็นที่จะต้องสร้างขึ้นมาเอง ยิ่งวง
เวทย์บนยันต์มีความแข็งแกร่งมากเท่าไหร่
แน่นอนว่าแผ่นยันต์กระดาษก็จำเป็นที่จะต้องมี
คุณภาพดีเพื่อรองรับตามไปด้วย อย่างไรก็ตามผู้
ฝึกตนทั่วไปไม่สามารถผลิตแผ่นยันต์กระดาษ
ขึ้นมาเองได้ ส่วนใหญ่แล้วจึงเลือกที่จะซื้อ หรือว่า
ทำการแลกเปลี่ยนแทน มีบางคนที่เชี่ยวชาญใน
ด้านการผลิตแผ่นยันต์กระดาษ และทำเพื่อออกมา
ขายโดยเฉพาะ ขั้นตอนการผลิตแผ่นยันต์กระดาษ
นั้นมีความซับซ้อนอย่างมาก ได้ยินมาว่ามันจะต้อง
ใช้วิญญาณเซียนธาตุไม้บางชนิด ซึ่งมันมีความ
คล้ายคลึงกับการผลิตกระดาษของมนุษย์ เพียงแต่
ว่าวัตถุดิบนั้นเปลี่ยนเป็นวิญญาณเซียน อีกทั้งยัง
ต้องมีการผสมผสานของอักขระเวทย์อีกด้วย
สำหรับวงเวทย์หุ่นกลไก มีความลึกลับอย่างมาก
แม้แต่ในตำราบัญญัติวงเวทย์พื้นฐานก็ยังไม่มีการ
กล่าวเอาไว้
“สำหรับผู้ฝึกหัดแล้ว มหาเวทย์ฟั้าดินมีความยาก
และรุนแรงเกินจะควบคุมเกินไป อีกทั้งยังต้องใช้
ความสามารถในการควบคุมสูง ส่วนวงเวทย์หุ่น
เชิดและหุ่นกลไกนั้นก็มีความลึกลับมากเกินไป วง
เวทย์ที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกฝนจึงเป็นวงเวทย์
ศาสตราเต๋าและยันต์เวทย์ ยันต์เวทย์นั้นเนื่องจาก
มันง่ายที่จะหามาได้ ผู้ฝึกหัดทั้งหมดโดยทั่วไปแล้ว
จึงเลือกที่จะลองสร้างยันต์ขึ้นมา และวาดวงเวทย์
คัดลอกลงบนยันต์”
อย่างไรก็ตาม เฮยซาน กุ่ยอี้ เป็นถึงปรมาจารย์ใน
ด้านอักขระเวทย์ ภายในถุงจักรวาลของมัน จึงมี
เตาหลอมอยู่และยังมีศาสตราประเภทเดียวกับ
ค้อนเหล็กอยู่จำนวนมาก หนึ่งในเตาหลอมที่ดีที่สุด
ของมัน ยังมีคุณภาพดีกว่าเตาหลอมสามขาของ อู่
อวี้ มากนัก ในตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งของที่ไร้ผู้
ครอบครอง อู่ อวี้ จึงทำการหลอมรวมกับเตา
หลอมนี้ทันที ซึ่งเตาหลอมใบนี้มีชื่อว่า ‘เตาหลอม
เพลิงสีชาด’ เตาหลอมนั้นมีความซับซ้อนมากกว่า
เตาหลอมโอสถ นอกจากตัวของเตาหลอมแล้ว
ส่วนประกอบอื่นๆของมันก็ยังสามารถใช้ประโยชน์
ได้อีกด้วย
จากนั้น เขาก็ได้ตั้งชื่อให้กับศาสตราเต๋าค้อนเหล็ก
นี้ว่า ‘ค้อนทลายสวรรค์(震天锤)’ บนตัวของ
ค้อนทลายสวรรค์ไม่มีวงเวทย์โจมตีอยู่บนตัวค้อน
มีเพียงแค่วงเวทย์พละกำลัง และ วงเวทย์หลอม
รวมเท่านั้น ซึ่งมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการกลั่น
สกัดศาสตราเต๋าต่างๆโดยเฉพาะ มันจึงไม่ได้มี
เอาไว้เพื่อใช้ในการโจมตี
เตาหลอมเพลิงสีชาดและค้อนทลายสวรรค์ เป็น
ศาสตราเต๋าที่เอาไว้ในการกลั่นสกัดสิ่งของ
ต่างๆ นอกจากนี้จำเป็นที่จะต้องใช้เพลิงอมตะ
ควบคู่ไปด้วย
ในส่วนของการวาดวงเวทย์ ว่ากันว่าจะต้องใช้จิต
วิญญาณของผู้ฝึกตนขั้นจิตเทวะมาสร้าง ขอบเขต
สร้างแกนนภายังไม่มีพลังอำนาจเพียงพอ จึง
จำเป็นต้องใช้แกนกำเนิดมาเป็นพลังทางเลือก นี่ก็
คือความแตกต่างของอักขระเวทย์และวงเวทย์
คัดลอก
เพราะว่าตัวเขายังไม่คุ้นเคยกับเตาหลอมเพลิงสี
ชาดและค้อนทลายสวรรค์ ทั้งยังไม่ใช่ช่างตีเหล็ก
ความสามารถในการกลั่นสกัดศาสตราเต๋าจึง
ค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ยังมีแผ่นยันต์กระดาษอยู่อีก
นับร้อยแผ่น อู่ อวี้ จึงเลือกที่จะศึกษาในด้านของ
ยันต์เวทย์ก่อน
หนึ่งในตำราลับที่ เฮยซาน กุ่ยอี้ ได้ทิ้งเอาไว้ ตำรา
ที่จดบันทึกยันต์เวทย์ของตนเองมากกว่าสิบชนิด
ความจริงแล้วในเรื่องของการวาดยันต์เวทย์ไม่มี
การแบ่งระหว่างถูกและผิด และไม่จำเป็นที่จะต้อง
ใช้วัตถุดิบมากมาย ดังนั้นในการวาดยันต์เวทย์ อู่
อวี้ จึงสามารถที่จะเรียนรู้ได้โดยทันที
ส่วนตำราลับของวงเวทย์ศาสตราเต๋าที่มันได้เหลือ
ไว้ ส่วนใหญ่แล้วต้องใช้เลือดเนื้อและวิญญาณของ
คนธรรมดาเพื่อใช้ในการสลักมันลงไป จึงไม่
สามารถที่จะศึกษาได้
ว่ากันว่าในการเรียนด้านอักขระเวทย์และวงเวทย์
ตำราลับนั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก!
ตำราลับของอักขระเวทย์จำเป็นที่จะต้องใช้แต้ม
ความสำเร็จจำนวนมากจึงจะไปแลกเปลี่ยนมาได้
เช่นตำราลับยันต์เวทย์ที่อยู่ในมือของ อู่ อวี้ ยันต์
เวทย์แต่ละชนิด ซึ่งตอนนี้ก่อนอื่นจะต้องทดลองวา
ดวงเวทย์ลงตามในหนังสือดูเสียก่อน นี่คือการ
ฝึกฝนสร้างวงเวทย์ประทับลงบนยันต์ ทั้งยัง
สามารถนำออกมาใช้ได้! หลังจากที่เสร็จสิ้น
กระบวนการ แผ่นยันต์กระดาษจึงจะแปรเปลี่ยน
มาเป็นยันต์เวทย์อย่างแท้จริง
หลังจากที่วาดวงเวทย์ที่ถือเป็นต้นกำเนิดพลังลง
ไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงค่อยบรรจงเขียน
ประทับลงไปในทุกลำดับขีด ลำดับขีดแต่ละอันถือ
เป็นรากฐานของอักขระเวทย์ ถ้าหากไม่รู้ลำดับขีด
ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถคัดลอกมันได้สำเร็จ
ถึงแม้คนอื่นได้รับยันต์นี้ไป ก็ไม่มีทางที่จะคัดลอก
ต้นฉบับของอักขระเวทย์นี้ได้ เนื่องจากเวลาใช้
ยันต์ออก จะต้องกวาดนิ้วเพื่อร่ายบริกรรมคาถา
นอกจากลำดับขีดแล้ว ยังมีทักษะชั้นสูงอีกมาก ทั้ง
ยังต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะจุดไหน
หรือว่าเคล็ดลับอะไร ในตอนนี้ อู่ อวี้ จึงทำได้เพียง
แค่มองหายันต์เวทย์อย่างง่ายเท่านั้น ซึ่งมันก็คือ
‘ยันต์ลูกบอลเพลิง’ เพียงแค่ยันต์เวทย์อย่างง่ายก็
ทำให้เขารู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าแล้ว
“เต๋าแห่งอักขระเวทย์ ลึกล้ำยิ่งนัก กล่าวได้ว่ามัน
หนักหนายิ่งกว่าวิถีเร้นลับสร้างแกนนภาเสียอีก!”
อู่ อวี้ ถอนหายใจออกมาด้วยความหดหู่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ